[SF] His name is 'Kim sum sung' [end]

posted on 13 May 2008 16:42 by katere

[SF] His name is ‘Kim sum sung’

Part 3

 


(..นั่น องค์ชายซีวอนใช่มั๊ยพะย่ะค่ะ?..)
น้ำเสียงตื่นตระหนกดังลอดมาจากปลายสาย

“อย่าเสียงดังน่า จองซู” ซีวอนยืนเอาหูโทรศัพท์แนบสนิทกับใบหู กรอกเสียงลงไปพร้อมกับลูกตาที่ล่อกแล่กมองรอบข้างอย่างแวดระวัง ถึงจะเป็นตู้โทรศัพท์สาธารณะในหมู่บ้านเล็กๆ แต่ก็ไว้ใจไม่ได้เลย

(..พระองค์อยู่ที่ไหน ยังปลอดภัยใช่มั๊ยพะย่ะค่ะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะให้คนรถไปรับ....)

“ฉันไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ฉันยังบอกไม่ได้นะว่าอยู่ไหน” ซีวอนตัดบท

(..พะย่ะค่ะ..)
ปลายสายตอบรับได้เพียงคำสั้นๆเท่านี้ เพราะไม่อาจทัดทานความต้องการของอีกฝ่ายได้อยู่แล้ว

“แล้วถ้ายังอยากให้ฉันปลอดภัยอยู่ล่ะก็..บอกเสด็จพ่อด้วย ว่าควรลดการออกสื่อเรื่องของฉัน แค่นี้นะ!”

(..พระองค์!..)

ปึก!

สิ้นสัญญาณเตือนค่าโทรที่ใกล้หมด ซีวอนก็กระแทกหูโทรศัพท์กลับเข้าไปดังเดิม ถอนหายใจอย่างโล่งอก และเดินกลับบ้านของทงเฮตามเส้นทางสายเก่า

หารู้ไม่ว่า...ทุกการกระทำของร่างสูง ถูกจับตามองด้วยสายตาสองคู่อย่างไม่วางตา


ทันทีที่เสียงไขประตูหน้าบ้านดังขึ้น ซีวอนก็คว้ารีโมตขึ้นมาเปลี่ยนช่องจาก รายงานข่าว เป็น รายการเกมโชว์ ในทันใด

“กลับมาแล้ว~” เสียงทักทายที่แผ่วเบากว่าทุกวันดังออกมาจากปากของร่างเล็ก ใบหน้าซีดเซียวและดวงตาแดงก่ำนั้นทำให้ซีวอนตกใจไม่น้อย

“ทงเฮ..คุณเป็นอะไร ท่าทางไม่สบายเลย”

“เปล่าหนิ”  ทงเฮเลือกที่จะเบี่ยงตัวเข้าไปยังห้องครัวใกล้ๆ

“ไม่ คุณมีบางอย่างปิดบังผมอยู่...” มือหนาคว้าจับข้อมือบางและรั้งเข้ามาหาตัว

ดวงหน้าเรียวที่บอบช้ำไปด้วยคราบน้ำตาก้มงุดไม่ยอมเงยขึ้นสบตา
...กลัว...

“ทงเฮ~”

แรงเขย่าที่ไหล่ทั้งสองไม่ได้ทำให้ทงเฮยอมปริปากพูดใดๆ

“ทงเฮครับ ไม่พูดแล้วผมจะรู้ได้ยังงัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ”


ฮึก!


เรียวร่างแบบบางโผเข้าซบดวงหน้ากับอกแกร่ง ท่อนแขนเล็กโอบกอดร่างสูงไว้แน่น...สะอึกสะอื้น ร้องไห้ไม่ยอมหยุด

“ทงเฮ~” ซุกปลายคางลงบนกลุ่มผมนุ่ม ปลอบประโลมอย่างเบามือ “ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่นี่แล้ว...ทงเฮ...”

“ฉันกลัว.....”

“หืม?”


“กลัวว่า นายจะจากฉันไป ฮึก...”


“อะไรนะครับ?” คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ พลางจับไหล่ให้คนตัวเล็กหันมามองหน้ากันเต็มสายตา

“ถ้านายจำความได้....ถ้านายรู้ว่า...ฮึก..ว่าตัวนายเป็นใคร...ฉันกลัว...กลัวว่า นายจะลืมฉัน.....ฮึก..”

“ไม่ ผมไม่มีวันลืมทงเฮหรอกนะ ไม่ว่าผมจะเป็นใคร ผมก็จะรักคุณ ทงเฮ..ผมสัญญา” ปลายนิ้วเลื่อนขึ้นมาซับน้ำตาออกจากพวงแก้มใส แต่หยดน้ำตากลับยิ่งพรั่งพรูออกมามากกว่าเดิม

ทงเฮส่ายหัวจนผมปลิว..

ฮึก...

แต่กลับไม่พูดอะไรออกมา
สับสน..จนไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ควรบอกเรื่องที่เค้าเป็นใครให้รู้
หรือควรเห็นแก่ตัว เก็บคนๆนี้ไว้กับตัวเองเพียงคนเดียว...

“ไม่เอาครับ ไม่ร้องไห้นะ ร้องไห้แล้วไม่น่ารักเลย” พูดไปเพียงแค่อยากให้คนตรงหน้าหยุดร้องไห้ก็เท่านั้น แต่สำหรับซีวอนแล้ว ไม่ว่าทงเฮจะอยู่ในอิริยาบถไหน ก็น่าดู น่ามองด้วยกันทั้งนั้น

มือขาวๆยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ “ซัมซุง...”

“หืม...”

“ฉันรักนายนะ”

ซีวอนยิ้มกว้างรับคำบอกรักสั้นๆนั้น แต่ฟังแล้ว..ช่างมีความสุขอะไรอย่างนี้...

“รู้แล้วครับ แล้วทงเฮก็ไปล้างหน้าซะนะ เดี๋ยวผมเตรียมข้าวเย็นให้” ลูบหัวทุยๆของทงเฮเบาๆ และส่งยิ้มให้อย่างอบอุ่นก่อนจะผละตัวออกมาเพื่อเตรียมอาหารเย็นตามที่ตนได้บอกไว้

ร่างบางยิ้มรับ..ทว่า นัยน์ตาสีชากลับดูเศร้าหมอง

 


แม้ลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่ถูกเปิดแง้มไว้นั้นจะหนาวเหน็บเพียงใด แต่สำหรับคนทั้งสองแล้ว อ้อมกอดที่มอบให้กันและกัน มันช่างอบอุ่นจนลืมหนาวไปได้สนิท
ซีวอนกระชับแขนแกร่งที่โอบกอดร่างบางนั้นแนบชิดติดอกกว้าง สัมผัสปลายจมูกโด่งเข้ากับแก้มใสเบาๆ...ความอุ่นค่อยๆเข้าโอบอุ้มคนรักในอ้อมกอดช้า......จากน้อยเป็นมากล้น

รัตติกาลที่มืดมิดไม่มีแสงจันทร์ไม่ได้หงอยเหงาทุกคราไป...

ตราบใดที่ยังมีความรักที่แสนดีอยู่เคียงข้างแบบนี้

“รักทงเฮนะครับ” กระซิบแผ่วๆผ่านกลุ่มผมนุ่ม ส่งผ่านสายลม..หวังว่าคนตัวเล็กคนนี้จะรับรู้มันนะ

 

“ซัมซุง...อยู่ไหนน่ะ!!!”

“ซัมซุง!!!”

เดินหาจนทั่วบ้านแต่ก็ไม่วี่แววของร่างสูงที่คุ้นเคย ทงเฮเดินไปยังสวนเล็กๆที่ๆซีวอนมักชอบมาหมกตัว มีความสุขกับการดูแลต้นไม้ดอกไม้

นานแล้วสินะ ที่เขาไม่เคยออกมาชื่นชมมัน
ดอกไม้ที่เคยแห้งเหี่ยวกลับชูช่อท้าแสงแดดรำไรต้นฤดูหนาว รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นแต่งแต้มหน้าใสอย่างไม่รู้ตัว

แต่ก็เลือนหายไป..เมื่อไม่พบกับคนที่อยากเจอ

 

“ซองมิน!! ซองมิน...แฮ่ก..เห็นซัมซุงรึเปล่า?”

“องค์ชาย...เอ่อ...ซังซุงเหรอ?”
กระต่ายน้อยส่ายหัวช้าๆ พองลมเต็มแก้มเชิงจะบอกว่า ‘ขอโทษนะ’

ทงเฮส่ายหัว..ไม่คิดโทษเพื่อน
เป็นเขาเองต่างหากที่ปล่อยให้ซีวอนหายไป


“ทงเฮ นั่น!!!?” ซองมินชี้มือไปทางด้านหลัง ทงเฮหันกลับไปทั้งตัว ร่างสูงทำหน้าเลิ่กลั่กอย่างไม่เข้าใจในสีหน้าตื่นตระหนกของร่างเล็ก แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกไป เรียวร่างบอบบางก็โผเข้าสวมกอดเสียจนแน่น แล้วร้องห่มร้องไห้เพราะดีใจ

“ซัมซุง นายหายไปไหนมา!!! รู้มั๊ยว่าฉันตามหานายเหนื่อยแค่ไหน อยู่ๆก็หายไปไม่บอกกันซักคำ ไม่รู้รึงัยว่าฉันเป็นห่วงน่ะ!!!” ผลักอกร่างสูงออกห่างเมื่อร้องไห้จนพอใจแล้วก็วีนเข้าให้ลูกเบ้อเริ่ม กำปั้นเล็กรัวถี่ยิบที่อกกว้าง “ฉันไม่สำคัญแล้วใช่มั๊ย? ถึงได้ทำอะไรตามใจตัวเองแบบนี้!! ไอ้บ้า!!”

“โอ๋ ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิครับ” ใช้ฝ่ามือหนาประคองหัวทุยๆให้ซบลงบนไหล่ ขยี้ไปมาเหมือนปลอบขวัญเด็กที่โดนแย่งของเล่น...พลางส่งยิ้มไปให้ซองมินที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่

...ทงเฮเอ๊ย! เมื่อไหร่แกจะโตซักทีวะ? เฮ้อ~...

“ฉันคิดว่านายจะไม่กลับมา แล้วถ้านายไม่กลับมาจริงๆ ฉันจะทำยังงัย!!” ดันตัวเองออกมาอีกครั้ง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องหน้าซีวอนเขม็ง ก่อนจะยู่หน้าเมื่อเห็นหน้าทะเล้นของอีกฝ่าย
“ยิ้มอะไร!”

“ยิ้มให้เด็กชายลีทงเฮที่กำลังร้องไห้ขี้มูกโป่ง!”

“ห้ามหัวเราะเยาะฉันน้า!!!”

รู้ว่าไม่ควรทำแบบนี้ ไม่ควรรั้งเค้าไว้แบบนี้...แต่ก็ยังทำ
เมื่อไหร่จะเลิกเอาแต่ใจซักที!!!

 

ร่างกายแข็งแรงรองรับสายน้ำอุ่นที่โปรยลงมาเพื่อชะล้างคราบเหงื่อไคล หลับตาสนิทเพื่อทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆเพียง 2 อาทิตย์ แต่สำหรับความรู้สึกของเขาแล้ว มันเนิ่นนานจนผูกพัน
ลีทงเฮ ทำให้ชีวิตที่เคยถูกตีกรอบนั้นเป็นอิสระ
ลีทงเฮ ที่มักจะส่งรอยยิ้ม พร้อมหน้าโหดๆที่ดูยังงัยก็น่ารักเสมอ
ลีทงเฮ คือคนๆเดียว ที่ทำให้เขามีความสุขในทุกๆครั้งที่อยู่ใกล้...

แล้ว..เขาจะเก็บลีทงเฮคนนี้ไว้ได้นานแค่ไหน...

ซีวอนลูบใบหน้าตัวเองคล้ายจะลบล้างความคิดวุ่นวายออกจากหัว ทว่ากลับยิ่งฝังลึกและวนเวียนไม่ไปไหน...

 


แขนแกร่งโอบรอบเอวบางจากข้างหลังไว้ ขณะที่อีกคนกำลังเตรียมเนื้อสำหรับเปิดร้านเย็นนี้

“ซัมซุง นายอาบน้ำแล้วนะ มากอดฉันแบบนี้ก็ได้เหม็นกันพอดี” ที่รู้ว่าร่างสูงนี้อาบน้ำแล้วก็เพราะกลิ่นหอมจางๆที่ลอยมาแตะจมูกในทันทีที่สัมผัสอุ่นทาบทับบนแผ่นหลัง

“ทงเฮหอมออกจะตายไป” กดจมูกโด่งฝังกับซอกคอแล้วสูดเข้าเต็มปอด ..อย่าว่าผมบ้านะ ไม่อยากจะหายใจออกเลยด้วยซ้ำ...

“กลิ่นกระเทียมเนี่ยนะ” ไม่พูดเปล่า มือที่เลอะด้วยเปลือกกระเทียมกลิ่นฉุนก็ยกขึ้นมาเป็นภาพประกอบ

“อื้ม!”

“บ้า~”


“ทงเฮ..วันนี้ไปเที่ยวด้วยกันมั๊ย?” เกยคางได้รูปลงกับไหล่บางที่ยกขึ้นลงตามมือที่จับมีดหั่นเนื้อเป็นชิ้นๆ
“ห้ามปฏิเสธนะครับ”

“แล้วจะถามทำไม อ้ะ..” โดนขโมยหอมไปฟอดใหญ่แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ..นี่ ถ้าไม่ติดว่ามือเลอะอยู่ นายได้หัวโนไปแล้ว!!..

“ฮะๆ”

ฟอดดด~

“ไม่เอา..พอได้แล้ว...” แม้จะพยายามหลบหลีกด้วยการหันหน้าหลบ แต่ก็ไม่พ้นโดนจมูกโด่งรั้นหอมเข้าให้อยู่ดี ทั้งซ้ายทั้งขวา

 


ฮ่าๆ!
เสียงหัวเราะคลอไปกับเสียงสายฝนที่โปรยปรายดังเปาะแปะ สองร่างวิ่งเข้ามาหลบฝนอยู่ใต้ตึกที่ชั้นสองยื่นออกมาเล็กน้อยพอให้พ้นจากละอองฝนไปได้บ้าง

“เป็นงัยครับ เดทครั้งแรกของเรา ชอบรึเปล่า?”

“อื้ม..อาหารอิตาเลี่ยนเมื่อกี๊นี้อร่อยมากๆเลยล่ะ” ทงเฮตอบหน้าระรื่น รู้..ว่าคำตอบที่พูดออกไปไม่ใช่ประเด็นของคนถามซักนิด แต่ขอแกล้งหน่อยเถอะ นานทีจะได้แกล้งไอ้หล่อหน้าทะเล้นนี่ซักกะที

“ชอบแต่อาหารเหรอ....อย่างอื่นล่ะครับ...หืม...?”

“กะ....ก็ชอบนะ....” แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เจ้าตัวยื่นมือออกไปรองรับเม็ดฝนที่เย็นเฉียบ


“ชอบเพราะฝนตก....ฝนตกในวันที่นัดเดท โรแมนติกจะตายไป”


คนรอฟังที่แทบจะขาดอากาศหายใจตายเพราะกลั้นหายใจไว้นานสองนานหลุดหัวเราะก๊ากกับคำตอบนั้น...
“แปลกจังเลยนะ ทั้งที่เข้าหน้าหนาวแล้ว แต่ฝนกลับตกซะนี่”

“ฝนปลายฤดู..ฝนสุดท้ายของปีนี้แล้ว” เสียงหวานเอ่ยตอบ ดวงตากลมจับจ้องไปที่หยดน้ำเม็ดเล็กที่ค่อยไหลมารวมกันก่อนจะกลั่นตัวหยดลงสู่เบื้องล่าง “แล้ว...หิมะแรกก็จะมา”

“งั้น...วันที่หิมะแรกตก เรามาเดทกันอีกนะ”

 

 

“องค์ชายซีวอน...คิดว่าจะไม่เจอพระองค์อีกแล้ว”

“พวกนาย...”

“ใช่ ฉันเอง...เมื่อไหร่พระองค์จะยอมไปกับเราซักทีน้า?”

มือหนาจับข้อมือบางไว้แน่น คล้ายจะสัญญา ว่าจะปกป้องคนๆนี้...ตลอดไป

“พวกเค้าเป็นใครน่ะ?”

“ทงเฮ................วิ่ง!!!”


เมื่อสิ้นเสียง คนทั้งสองก็ออกสตาร์ทในทันที หลบหลีกมาตามหลืบซอกของตึก แม้จะทุลักทุเลเพราะข้าวของที่วางระเกะระกะ แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่ใหญ่โตเกินไปนัก

“ซัมซุง....แฮ่ก...พวกเค้า..พวกเค้าจะทำอะไรนาย?”

ซีวอนไม่ตอบเพียงแต่ก้มหน้าหอบหายใจหนักและถี่

“เค้าจะทำอะไรนาย??”

“วิ่งต่อเถอะ” ร่างสูงคว้าเอาแขนเรียวแล้วออกวิ่งอีกครั้ง คราวนี้เร่งฝีเท้ามากขึ้นไปอีก

กึก!


“ไปไม่รอดแล้ว องค์ชาย” คนตัวใหญ่ที่ดูก็รู้ว่าคงเป็นหัวหน้าแก๊งดีดนิ้วเปาะเดียว ชายสองคนก็พุ่งเข้ามากระชากตัวทงเฮไป

“อย่าทำเค้า!” ตะโกนสั่งเสียงแข็ง แม้ตัวเองจะโดนล็อกจากด้านหลังเช่นกัน

“ซัมซุง~”

“หากพระองค์ยอมไปกับเราแต่แรกก็สิ้นเรื่อง...”


“ไม่!” ซีวอนกระทุ้งศอกเข้าให้ และรีบหาโอกาสเหมาะวิ่งตรงมาหวังจะช่วยดงเฮ หากแต่พลาดเพราะโดนหมัดเสยเต็มๆสันคาง ตามมาติดๆด้วยหมัดหนักที่ซัดเข้าซีกหน้าด้านซ้าย แม้จะพยายามยันตัวเพื่อลุกขึ้นเพียงใด กลับไร้เรี่ยวแรง เมื่อท่อนขาแกร่งถูกส่งมากระแทกเข้าที่คาง และกระทืบซ้ำตรงช่วงท้อง จุกจนร้าวไปทั้งร่าง

“ซัมซุง!!!”

“ไอ้นั่นมันเรียกนายว่า ซัมซุงเหรอ? ตลกว่ะ!!” ชายร่างหนาเปลี่ยนสรรพนาม มือกร้านคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อซีวอน

“อย่าทำอะไรเค้า...” ร่างสูงกัดฟัน “ทงเฮไม่รู้เรื่อง”

แต่คนฟังทำเพียงยกยิ้มที่มุมปาก ทำเหมือนคำพูดของรัชทายาทองค์สุดท้ายของราชวงค์เชวเป็นสายลมไร้ตัวตนที่พัดผ่านและเลยไป ก่อนจะพยักหน้าสั่งลูกสมุน 2 คนที่พันธนาการร่างบาง...

อุ่ก!

เพียงหมัดหนักๆหมัดเดียวที่ท้อง ทงเฮก็สลบไม่ได้สติ


“ไอ้สารเลว!!”

ซีวอนรู้สึกถึงหยาดน้ำอุ่นที่ไหลอาบแก้ม..เขาร้องไห้!

“ฉันรู้ ถ้าฉันไม่เลว แล้วจะฆ่าว่าที่กษัตริย์อย่างนายได้งัยวะ?! ห้ะ?”


ปัง!!

ร่างหนาล้มลงช้าๆไปต่อหน้าต่อตาบนกองเลือดที่เกิดจากลูกกระสุน
ตามมาด้วยเสียงการดวลปืนอีกนับ 10 นัด...

มือปริศนาคว้าเข้าที่แขนของซีวอนและออกแรงลากเขาออกไปอย่างรวดเร็ว
“องค์ชายต้องรีบออกไป...ให้เร็วที่สุด” เป็นยองอุงองครักษ์คนสนิทของเขาเอง ทว่าซีวอนกลับพยายามกระชากตนออกจากการพันธนาการนั้น
“องค์ชาย!!”

“ไม่ ฉันจะกลับไปช่วยทงเฮ”

“องค์ชายต้องรีบไป!!!”

ร่างสูงถูกผลักให้เข้าไปยัง มายบัคคันหรูสีดำขลับ และเคลื่อนออกไปภายในเวลาอันรวดเร็ว
ซีวอนจ้องไปยังผู้ทำหน้าที่เป็นสารถี...จองซู...

“ฉันจะกลับไปหาเค้า!”

“พระองค์ทำเช่นนั้นไม่ได้”

“ทำไม!!?”

“มันเสี่ยงเกินไปพะย่ะค่ะ”

“ไม่!”

“พระองค์ทำตามพระทัยของพระองค์มามากเกินพอแล้ว”

ร่างสูงกลืนน้ำลายหนืดๆลงคออย่างยากลำบาก...เวลาของเขา หมดลงแล้วสินะ

 

“ซัมซุง...” มือบางคว้าระไปในอากาศ จนซองมินที่เพิ่งกลับเข้ามาในห้องพร้อมถ้วยข้าวต้ม รีบวางของในมือลงบนโต๊ะเล็กข้างเตียง แล้วรี่มาดูอากาศเพื่อนสนิท

“ฉัน ซองมิน” เอื้อมมือไปกุมมือเล็กนั้นไว้

ดวงตาปรือช้ำค่อยๆเปิดเพื่อรับแสงของวันใหม่ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นโดยมีซองมินช่วยประคอง

“ซัมซุง...เค้า..อยู่ไหน..ซองมิน?”

“ซัมซุงน่ะ เค้า...ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว”

“ไม่จริง เค้าต้องกลับมาสิ เค้ายังไม่ได้บอกลงฉัน..เค้าต้องกลับมา” ทงเฮโวยวายด้วยกันเขวี้ยงปาหมอนและตุ๊กตาออกไปไม่รู้ทิศรู้ทาง จนซองมินต้องรั้งร่างบางของเพื่อนมากอดไว้ เพื่อปลอบใจ...

“ทงเฮ แกอย่าทำอย่างงี้ดิ่”

“ไม่จริง..ฮึก..ฮือ...” ดวงหน้าที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาซุกลงกับไหล่ลาด “เค้ายังไม่ได้ลาฉัน...ฮึก...”

 


เป็นเวลาเกือบอาทิตย์แล้ว ที่ทงเฮเอาแต่นั่งจ้องทีวี เฝ้ารอดูข่าวของ ‘ซัมซุง’ ของเขา
แต่ก็ไม่มี...

“ทงเฮ ฉันมีข่าวดีล่ะ”

ดวงหน้าเศร้าหมองเพียงหันมาตามเสียงเรียกเท่านั้น แต่ไม่ได้แสดงสีหน้าแต่อย่างใด

ซองมินลดตัวนั่งลงข้างๆแล้วจับมือบางไว้แน่น “องค์ชายซีวอน..เอ่อ..ซัมซุงของแกนั่นแหละ กลับวังแล้วนะ ไม่ได้เป็นอันตรายอะไร กลับตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้วด้วย แต่เค้าปิดข่าว..คงกลัวว่าพวกนั้นจะลอบทำร้ายอีกล่ะมั้ง”

นั่นก็น่าจะนับว่าเป็นข่าวดีสำหรับซองมินด้วย ...ที่วันนี้ เขาได้เห็นรอยยิ้มที่อันตธารหายไปเกือบครบสัปดาห์ของเพื่อนรักอีกครั้ง

“ดีใจมั๊ย? สบายใจแล้วล่ะสิ”

ทงเฮขยับตัวไปใกล้ซองมิน และกอดเพื่อนรักเอาไว้ ไม่ได้ร้องไห้..แต่เขากลับตอบตัวเองไม่ได้ ว่าที่จริงแล้ว เขารู้สึกอย่างไร

ดีใจ...?
ที่เห็นคนที่ตนรักได้กลับไปอยู่ยังที่ๆเหมาะสมสำหรับเขา
หรือ เสียใจ...?
ที่ต้องเสียเขาไป...อย่างที่เคยกลัวมาตลอด...

.

.

.

.

.

‘ลี ทงเฮ’ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รอยยิ้มที่ไม่ได้พบปะทักทายกับเรียวหน้าสวยนานโขกลับมาปักหลักปักฐานและครั้งนี้คงไม่ไปไหนอีกแล้ว แต่งแต้มดวงหน้าที่น่ามองอยู่แล้วให้ดูดีขึ้นไปอีก และที่เห็นจะขาดไม่ได้คงจะเป็น ‘ดีกรีปากร้าย’ ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า ก็กลับมาเป็นของร่างบางด้วย

“ไม่กินก็ไปไกลๆเลยไป เดี๋ยวพ่อเตะสั่งสอน!!”

“อะไร? ฉันเป็นผู้ชายนะเว้ย ปากหมาแบบนี้..ขอเอาส้นกระแทกไล่หมาหน่อยดีมั๊ย?”

“จะสั่งก็รีบสั่ง ไม่สั่งก็กลับไปกินปลากระป๋องอยู่บ้านไป..ชักช้าจริงๆ เป็นญาติกะเต่าเหรอ?!”


“หิมะแรกตกแล้ว!!”

ใบหน้าหวานหันขวับตามเสียงร้องที่ฟังดูตื่นเต้น ก่อนจะหันหน้ามาแยกเขี้ยวคาดโทษใส่ลูกค้า 1 ที แล้ววิ่งไปหน้าร้าน

...สวยเหมือนทุกปีเลยนะ หิมะแรกในฤดูหนาว...

ทงเฮเงยหน้าขึ้นมองหิมะสีขาวสะอาดที่โปรยปรายจากฟากฟ้า...พลันนึกถึงคำพูดที่เป็นเหมือนสัญญาของใครคนหนึ่ง แม้จะไม่ได้รับปาก..แต่เขาก็ยังคงจดจำมันไว้ในห้วงความคิดเสมอ

 

“เจ้าของร้านสุดสวยคร้าบ!!”

บ้ะ! ไอ้หน้าไหนมันกวนบาทาอีกฟร้ะ!!!?
ขัดจังหวะเสียจริง

“ฉันเป็นผู้ชาย จะให้ย้ำให้บรรพบุรุษฟังเลยมั๊ยห้ะ!!! ....อึก...”

 


อึ้งกับภาพตรงหน้าจนทำอะไรไม่ถูก แม้แต่จะขยับปากพูดต่อ ที่ว่าเป็นเรื่องง่ายที่สุดสำหรับทงเฮแล้ว

“องค์ชายซีวอนมาถึงร้าน ทำไมต้อนรับพระองค์อย่างนั้น” องครักษ์ที่ยืนเคียงข้างกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“นั่นสิครับ ทงเฮ”

ปึก!

ร่างบางถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่าก้มหน้า จนซีวอนสะดุ้งพรวดพราดเข้าไปพยุงขึ้นมา

“ทงเฮ..”

“พะ...พะย่ะค่ะ” คล้ายลมจะจับอยู่ร่อแร่ แต่ไม่รู้ว่าควรแสดงอาการอะไรออกมาให้มากกว่ากัน ระหว่าง ดีใจ..กับตกใจ..

ผิดกับซีวอนที่เอาแต่ยิ้มหน้าบาน

“พระ...องค์...”

“เรียกซัมซุงดีกว่า”

คนตัวเล็กส่ายหัวรัว...พาลน้ำตามันก็จะไหล..

“ร้องไห้อีกแล้ว เด็กน้อย..” มือหนายื่นมาเช็ดน้ำตาให้ เหมือนทุกครั้งเวลาที่คนตัวเล็กคนนี้ร้องไห้...และยังคงอบอุ่นเหมือนเก่า..ไม่เปลี่ยน..

“องค์ชาย....ฮึก...” ยกมือขึ้นจะป้องปัดมืออีกคนออกแต่ก็ทำไม่ได้ เลยปล่อยให้นิ้วเรียวไล้ซับน้ำตาบนแก้มนุ่มต่อไป

“ผมชื่อซัมซุง..ชื่อที่ทงเฮตั้งให้ผมงัย..จำไม่ได้เหรอ?”

“ฮึก...นะ...นาย....มาทำไมกัน....”

มืออีกข้างถูกส่งมาซับน้ำตาให้กับพวงแก้มอีกฝั่ง จนหน้าใสนั้นร้อนผะผ่าว...

“มาเดทกับทงเฮ ตามสัญญา”

ซีวอนไม่ได้สนใจเครื่องหมายคำถามที่แข่งกันผุดขึ้นจนเต็มพื้นที่ของหน้าใส แต่กลับหันไปสั่งองครักษ์ทั้งสองคนที่ยืนเก้ออยู่นานสองนาน

“ยองอุง จองซู...ขอเนื้อย่าง 1 ชุด!!”

“พะย่ะค่ะ องค์ชาย”

“อ้ะ!” ทงเฮทำท่าจะลุกขึ้นแต่ซีวอนเร็วกว่า คว้าหมับเข้าให้ที่แขนเล็ก

“วันนี้ ทงเฮอยู่ในฐานะลูกค้านะ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง....วันนี้จะเหมาทั้งร้านเลย เอ้า!” พลางส่งยิ้มอบอุ่นมาให้

เด็กขี้แยอย่างทงเฮก็พลอยยิ้มตาม...

 


ถนนสายเก่ายังเหมือนเดิม...แสงที่ทอดส่องลงมาก็ยังคงมีเพียงแสงจันทร์และแสงไฟสลัว
รวมไปถึง..สองหัวใจ ที่ก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

และมืออุ่นๆ ก็ยังกุมมือเล็กที่เย็นเยือกไว้ไม่เปลี่ยนไปเลยซักนิด

ซีวอนปล่อยมือข้างขวาของทงเฮ เพื่อกุมมือซ้ายขึ้นมือแทน ไม่รอเวลาอีกแล้ว..เขาบรรจงสวมแหวนเพชรเม็ดจิ๋วเข้าที่นิ้วนางซ้าย

“ซัมซุง..เอ่อ...” ดวงตาใสสบเข้ากับดวงตาคม ที่ดูจริงจังผิดปกติ


“แต่งงานกับผมนะ”


“ห้ะ....” สะดุ้งเล็กๆเพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัว ดวงหน้าสวยกลับตื่นตระหนกแทนที่จะแดงก่ำอย่างที่ควรจะเป็น

“ไม่เป็นไร ผมให้เวลาคุณนะ”

“ฉัน...ทำตัวไม่ถูก....”

“ไม่เป็นไร” รั้งไหล่เล็กให้เจ้าตัวหันมามองสบตา และรั้งเอวบางเข้ากระชับในอ้อมกอด

“ทงเฮ..ผม...รักคุณนะ”


จุ๊บ!
มอบจุมพิตเบาๆบนหน้าผากเนียน

“แล้วทงเฮล่ะ รักผมรึเปล่า” ถามเสียงแผ่ว

“ไม่...”

“หืม?”

“คุณน่ะ น่ารักสู้ซัมซุงไม่ได้ หล่อก็สู้ไม่ได้...แถม...กอดซัมซุงอุ่นกว่านี้ตั้งเยอะ...”

“งั้นเหรอ?”

“อื้ม...” ทงเฮพยักหน้าทะเล้น

“งั้น...บอกรักซัมซุงก็ได้ ผมจะฟัง...”

“ไม่เอา..เรื่องอะไร ฉันต้องบอกรักคนอื่นต่อหน้านายด้วยล่ะ”

“เอาน่า ผมจะฟัง...” รั้งเอวเล็กเข้ามาอีก แนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจแล้ว

“งั้นก็เงียบๆนะ”

“ครับ”

 


ริมฝีปากสีแดงสดค่อยๆบดเบียดเข้าหาริมฝีปากบางของร่างสูงเบาๆ แต่กลับรู้สึกถึงสัมผัสเบาบางนี้ไปถึงหัวใจ
ความอุ่นค่อยแทรกซึมเข้ามาแทนที่ความหนาวเหน็บจากอากาศรอบข้าง
ซีวอนเลื่อนมือขึ้นกดท้ายทอยแต่เพียงเบาๆให้รับรสจูบแสนหวานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมกับที่มือเล็กก็วาดโอบคอเขาไว้ ประคองตัวเองไม่ให้อ่อนยวบยาบไปกับความหวามไหวนี้เสียก่อน
ช่างเป็นจูบที่หอมละมุนละไมเหลือเกิน...


คงไม่ต้องเอ่ยอะไรหรอกนะ...คงจะรับรู้แล้วใช่มั๊ย?

ว่าฉันรักนาย...คิมซัมซุง..........ของฉัน

.

.

.

The end*

กาเท่เร่ :: ในที่สุดก็ลงจนจบ บล็อกนี้ปล่อยร้างมากมาย เดี๋ยวจิเอาฟิคคิเฮเรื่องใหม่มาลงดีกว่า เอิ้ววว!!

เรื่องเก่า เก็บไว้ในไห ^^