[SF] Hard(Heart)working ::SiHan::
posted on 05 Nov 2007 19:57 by katere in SF-SiHan
[SF] Hard(Heart) working ft. Siwon ♥ Hankyung
กรอบประตูไม้กระทบกับวงกบดังปึง พร้อมกับร่างสูงที่ปรากฏภายหลังบานประตูนั้น
“ท่านเรียกผมมาพบ มีเรื่องอะไรหรือครับ” ตำรวจหนุ่มในชุดนอกเครื่องแบบเอ่ยถามเสียงเรียบ หากแต่แววตากลับดุดัน
“คุณคงเคยได้ยินคดีฆาตรกรรมไร้ร่องรอย”
“ครับ”
“ก่อนหน้านี้ คดีส่วนมากก็จะอยู่ที่ฮ่องกงกับไต้หวันเสียส่วนใหญ่ แต่หลังจากที่มันลามไปถึงญี่ปุ่น ตอนนี้ พวกมันก็เริ่มขยายวงมาเรื่อยๆ จนถึงเกาหลี ในช่วง 2-3 วันมานี้ มีคดีฒาตรกรรมไร้สาเหตุถึง 5 คดีด้วยกัน โดยเหยื่อแต่ละรายไม่มีร่องรอยของการถูกทำร้ายแม้แต่น้อย” ชายวัยกลางคนย่นหน้าเมื่อจบประโยค มือเลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลมาตรงหน้า
“แต่เราก็พอมีประวัติคนร้ายอยู่บ้าง นั่นน่ะ คืออาชญากรข้ามประเทศ เค้าหายไปจากเกาหลีมา 2 ปีกว่า แต่ตอนนี้มีรายงานว่ากลับประเทศแล้ว...”
ชายหนุ่มแกะซองเอกสารในทันที ก่อนจะดึงแผ่นกระดาษใบแรกออกมาเพียงส่วนบน
“เชวซีวอน อาชญากรมือหนึ่งของวงการคาสิโน”
...
..
.
“เฮ้! สารวัตร..ดึกป่านนี้ยังไม่กลับอีกเหรอครับมึง งานเยอะล่ะสิ” เพื่อนร่วมงานหนุ่ม คังอิน เอ่ยทัก
“อืม” รับคำในลำคอ พยักเพยิดหน้าเป็นเชิงว่า กลับก่อนเถอะ
“เอาแต่ทำงาน เดี๋ยวหาเมียไม่ได้นะมึง”
“กูจะรองาบเมียมึงละกัน”
“อ่าว? ไอ้เหี้ย”
คนในกองทุกคนอต่างรู้ดี ถ้าเรื่องบ้างานล่ะก็,, ต้องยกให้ฮันกยอง ไม่เสร็จไม่กลับ นั่นล่ะคติเตือนใจของเค้า
ดวงตากลมจ้องเขม็งไปที่รูปถ่ายสี่เหลี่ยมใบเล็กที่ปรากฏใบหน้าของใครคนหนึ่งที่คุ้นเคย
... “ผมให้คุณจัดการคดีนี้ละกัน ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะส่งฝ่ายสืบสวนไปช่วยอีกแรง คงไม่ยากเกินไปสำหรับความสามารถอย่างคุณใช่มั๊ย?”
“จับเป็นไม่ได้ ก็จับตาย!” ...
บทสนทนาสั้นๆดังก้องภายในโสตประสาท วนเวียน วกวน ไม่ยอมไปไหน เหมือนจงใจจะกลั่นแกล้งให้ปวดหัวเล่นๆ
หากแต่เพราะ มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ฮันกยอง ตำรวจหนุ่มมากฝีมือจึงได้มานั่งกุมขมับอยู่อย่างนี้
แล้วภาพเหตุการณ์เก่าๆ เรื่องราวเมื่อวันวานก็ไหลย้อนกลับมา ภาพที่เป็นเหมือนแผ่นฟิล์มซึ่งถูกฉายอย่างต่อเนื่อง
“คุณปู่ฉันท่านให้นี่กับฉันก่อนท่านตายล่ะ” เด็กหนุ่มตัวเล็กทรุดตัวลงนั่งข้างเพื่อนสนิท ในมือก็ยื่นบางอย่างให้กับเค้า
“อะไรเหรอ?”
“ท่านเรียกมันว่า ‘ลูกแก้วแห่งความฝัน’ ท่านบอกว่า ถ้าเราอยากได้อะไรให้มาอธิษฐานกับลูกแก้วลูกนี้ล่ะ แล้วจะสมหวัง”
“งมงายน่า”
“จริงๆนะ คุณปู่ฉันบอกมาจริงๆ”
“แล้วนายก็เชื่ออย่างนั้นเหรอ?”
เด็กหนุ่มเม้มปากอย่างขัดใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างกับจะท้าทาย “งั้นนายคอยดูละกัน ฉันจะอธิษฐาน แล้วนายก็คอยดูว่า มันจะเป็นจริงรึเปล่า”
“ป่านนั้น ฉันคงแก่ตาย”
อีกฝ่ายไม่ใส่ใจกับคำพูดไร้สาระของคนตรงหน้า กลับกุมมือทั้งสองกับลูกแก้วใส หลับตาพริ้มเหมือนพยายามรวบรวมสมาธิ
“ผมอยากเป็นตำรวจ ขอให้ผมได้เป็นตำรวจเถอะนะครับ โลกนี้จะได้ปราศจากคนชั่วซะที พวกเราจะได้สงบสุข”
“งั้นฉันอธิษฐานมั่ง”
“ก็นายบอกฉันว่านายไม่เชื่อนี่”
“เหอะน่า ไม่ลองแล้วจะรู้เหรอ?”
“ซีวอน”
คนเอาแต่ใจอย่างซีวอนมีหรือจะยอมอะไรง่ายๆ กล้าท้ามา เขาก็กล้าท้ากลับ เขากุมลูกแก้วผ่านมือนุ่มของฮันกยองที่กุมอยู่ก่อนแล้ว ปากก็พร่ำอธิษฐาน
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอเป็นตำรวจคู่หูนาย”
“เลียนแบบนี่!” โวยวายเสียงดัง รายนี้ก็ไม่ยอมเหมือนกันล่ะ
“เปล่าซะหน่อย,, ก็ถ้าขืนปล่อยให้นายเป็นตำรวจคนเดียว มีหวังโจรได้เกลื่อนกว่านี้อีก”
“ก็ซื่อบื้อแบบเนี้ย จะวิ่งไล่จับโจรยังงัยทัน หา?” นิ้วเรียวจิ้มแหมะลงบนหน้าผากเนียนของอีกฝ่าย
“อย่ามาว่ากันนะ อย่างน้อยฉันก็วิ่งเร็วกว่านาย ตัวสูงซะเปล่า แต่วิ่งอืดชะมัดเลย!!”
“งั้น..ฉันต้องเป็นโจรสินะ ถึงจะถูก นายจะได้ไล่จับทัน,, เอามานี่ ฉันจะอธิษฐานใหม่”
ดึงมือของฮันกยองที่ยังมีลูกแก้วไปกุมไว้อีกรอบ “ผมจะขอเป็นโจรของฮันกยอง”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ซีวอน อย่าเล่นได้มั๊ย?” ฮันกยองพยายามรั้งมือกลับ เพื่อนของเขาเล่นอะไรที่มันเลยขอบเขตมากเกินไปแล้ว
“ผมจะเป็นโจรของฮันกยอง คนที่อยู่ตรงหน้าผม ให้ผมเป็นใจรของเค้านะครับ ^^”
...ใครจะไปเชื่อล่ะว่า คำอธิษฐานกับลูกแก้วหลอกเด็กนั่นจะเป็นความจริงขึ้นมา..
“ไอ้ซีวอนบ้า ใครให้นายเล่นแบบนั้น ฮึก..”
ดีที่ทุกคนต่างก็กลับบ้านช่องกันหมดแล้ว เลยไม่เห็นภาพความอ่อนแอของสารวัตรหนุ่ม ผู้ที่มักจะทำงานด้วยความจริงจัง แววตาทั้งคู่มีแต่ความดุดันไม่ใช่หยาดน้ำตาเช่นวันนี้
Rrrrrrrrrrrrrrrrrr… Rrrrrrrrrrrrrrrrr…
มือยาวควานสะเปะสะปะหาที่มาของเสียงแสบหูที่รบกวนเวลานิทราในยามค่ำคืน คว้ามันมาได้ก็กดรับแนบหูแทบจะทันที
“สารวัตรครับ! ตอนนี้เกิดเหตุอาชญากรรมที่บ้านเลขที่ 81 ซอยจงกู...”
“จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”
ที่เกิดเหตุเป็นคฤหาสต์หลังใหญ่ สืบทราบว่าผู้ตายเป็นเจ้าของคาสิโนดังซึ่งตั้งอยู่ที่มาเก๊า ฮันกยองเดินสำรวจสถานที่ดังกล่าว หากแต่ไม่ได้มีสมาธิที่จะเก็บรายละเอียดอะไรเท่าใดนัก ใจมันเอาแต่เต้นไม่เป็นจังหวะ เหมือนจะขาดใจเอาเสียให้ได้ เมื่อนึกถึงใครบางคนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
รู้ทั้งรู้.. แต่ก็พยายามหลอกตัวเอง ว่าคงไม่ใช่
“สภาพศพ ชันสูตรแล้วไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายเลยครับ ไม่ว่าจะรอยกระสุน รอยมีด หรืออาการที่บ่งบอกว่า ผู้ตายขาดอากาศหายใจ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนรายงาน
ทว่า..คนรับฟังกลับตอบรับด้วยความนิ่ง
“สารวัตรครับ”
“...”
“สารวัตร~”
“อ่ะ..เอ่อ...”
“สภาพศพไม่มีร่องรอบการถูกทำร้ายครับ”
“อ่อ..รู้แล้วล่ะ เอาเป็นว่า เก็บหลักฐานทุกชิ้นไว้ด้วยนะ”
“สารวัตรครับ เจอไอ้นี่ตกอยู่ข้างๆผู้ตายครับ”
“ทำแบบนี้มันท้าทายกันนี่หว่า!! ไอ้ฮันมึงจะเอางัย” คังอิน ตำรวจหนุ่มคู่หูร่างบึกบึนถามเสียงเครียด ย่นคิ้วจนจะผูกติดกันได้อยู่แล้ว เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่นั่งเหม่อ จึงลงฝ่ามือเข้ากับโต๊ะป๊าบใหญ่
“เฮ้ยยย!!! มึงจะเอายังงัย!!!?”
“ห๊ะ? อะไรนะ” ทำตาลอย สะดุ้งตื่นจากภวังค์ลึก,, คังอินส่ายหัวแรงๆ ปารูปภาพเล็กๆที่พบในที่เกิดเหตุใส่หน้าฮันกยอง ก่อนจะกระทืบเท้าปึงปังออกไป
..รูปของซีวอน..
คนทุกคนล้วนแต่มีหน้าที่และบทบาทของตัวเองทั้งนั้น เพราะบนโลกนี้ยังมีคำว่าสิทธิเสรีภาพอยู่ แต่บางที เราอาจจะไม่ได้มีเพียงบทบาทเดียวเสมอไป
การอยู่ในหลายสถานะ เป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อการถูกปลดออกจากทั้งสองสถานะ
เฉกเช่นกับฮันกยอง ที่ต้องรับ 2 บทบาท
บทบาทที่ขัดแย้งกัน ระหว่าง หัวใจ กับ หน้าที่ ,,
“ผมมาขอกำลังเสริมครับ”
“คุณกำลังจะทำอะไร”
“คืนนี้ พวกมันวางแผนจะก่อคดี...ที่ท่าเรือ”
“อย่าเพิ่งทำอะไรทั้งนั้น ถ้าผมยังไม่สั่ง” กรอกเสียงลงไมค์เล็กๆที่เชื่อมต่อกับเครื่องมือสื่อสารไฮเทค ก่อนจะถอยเท้าเข้าชิดกำแพงแยบไหล่ข้างซ้าย กดปืนเข้ากับหน้าอกในท่าเตรียมพร้อม
ทุกอย่าง..ต้องเลือกสินะ...
ภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าดำเนินไปอย่างช้าๆ
รถเบนซ์คันหรูสีดำขลับเคลื่อนตัวเนิบนาบมาเทียบท่าเรือ ผู้คนในชุดสูท 2-3 คนทยอยลงมาเปิดประตูหลังเพื่อหยิบเอากระเป๋าใบหนึ่ง แล้วจึงออกมาประจันหน้ากับอีกฝ่าย...ที่มาแต่ตัว
ร่างสูงที่ไม่คุ้นตานัก เพราะหนวดเคราสีเข้มที่ประดับดวงหน้าให้ดูเปลี่ยนไป หากแต่คุ้นเคยในภาพความทรงจำ..ปรากฏตัวช้า ท่ามกลางแสงไฟสลัว
“ซีวอน...” เผลออุทานเสียงเบา ก่อนจะกุมมือไปที่หัวใจ หัวใจที่มันสั่น,, สั่นจวนจะทนไม่ไหว
...แล้วชายในชุดสูทสีดำก็ค่อยๆทรุดลงกับพื้น ทีละคน 2คน...
“เอายังงัยดีครับ!!!”
เสียงจากหูฟังเรียกสติฮันกยองกลับมา ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องตัดสินใจ!!
“สารวัตรครับ!!”
ฮนกยองขบกรามแน่น พยายามข่มความรู้สึกนั่นไว้ เตือนตัวเองไว้สิ..ตอนนี้ซีวอนไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ไม่ใช่เด็กดื้อคนเก่าที่ไม่เคยยอมแพ้ ไม่ใช่ซีวอนของฮันกยองแล้ว..
แต่เป็นอาชญากรที่ถูกหมายหัว!!
เขาก้าวเท้าออกเดิน
“ถ้าเข้าไปตอนนี้ ก็มีแต่ตายกับตาย ตายไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ” คังอินย้ำเสียงแข็ง เมื่อเห็นเพื่อนทำแบบนั้น ทำในสิ่งโง่ๆ
“ฉันจะเข้าไปคนเดียว”
“ไอ้ฮัน มึงจะทำอะไรของมึงวะ!!!”
“...”
“ทุกหน่วย บุก!!”
“ไอ้คังอิน!!!!”
..
ด้วยการจู่โจมที่อุกอาดเกินคาด ตำรวจหลายนายถูกฆาตรกรรมไร้สาเหตุและร่องรอยอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับหลายคดี ร่างแต่ร่างเริ่มล้มกองไปกับพื้น สายตาคมจับอยู่ที่ร่างสูงไม่ขาด ขายาวพยายามวิ่งตามให้เร็วที่สุด
..ไม่ใช่เพื่อจับกุม แต่เพื่อพบหน้า..
เสียงปืนยังคงดังก้องจากทั่วทุกสารทิศ แสงสีส้มแผดจ้าขึ้นแต่งแต้มท้องฟ้าดำทะมึนอย่างต่อเนื่อง
ขาทั้งสองทำพาร่างสูงเข้ามาสู่บริเวณของตึกร้าง
ความเงียบครอบคลุม ให้ได้ยินแค่เพียงเสียงฝีเท้า ฮันกยองเดินไม่เบานัก แต่คนข้างหน้าก็ไม่ได้คิดที่จะหันมา ..น่าแปลก ที่ฮันกยองไม่โดนทำร้าย เช่นคนอื่นๆ..
กึก...
ร่างสูงเป็นฝ่ายหยุดการเคลื่อนที่ก่อน
“ตามมาทำไมครับ คุณสารวัตร”
“...”
“โอเค! ผมคิดว่าคุณคงอยากจะจับผม ครับ!จับเลย” ซีวอนยกมือทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ
“ทำแบบนี้ทำไม!!”
“จับผมสิ!!!!”
“นายทำแบบนี้ทำไม?” ขาทั้งสองกำลังพาร่างอ่อนปวกเปียกไปยังร่างสูง ใกล้...มากขึ้นเรื่อยๆ
“ทำไมไม่จับผมเล่า!!!! จับสิ!!!”
“ซีวอน~”
คนตัวใหญ่หันกลับมาทั้งร่าง ฝ่ามือหนาบีบที่ข้อมือเล็ก
“เจ็บ..”
“ทำไมไม่จับเล่า!!!”
“ฉันเจ็บ..”
“จับผมสิ เอาไอ้นี่ใส่ข้อมือผมไว้” ซีวอนดึงเอากุญแจมือจากหูกางเกงฮันกยองขึ้นมา ก่อนจะล็อกมันเข้าที่ข้อมือตัวเองข้างที่จับกับมือของอีกคน
ฮันกยองคว้าเอากุญแจมืออีกข้างมาล็อกที่ข้อมือของตัวเองเช่นกัน
พลั่ก!!!
หมัดเล็กแต่หนักหน่วงพุ่งเข้าใส่ที่แก้มซ้ายของอาชญากรมือหนึ่ง และตามด้วยอีกหลายหมัด ที่ยากจะเดาว่ามันถูกส่งมาด้วยความรู้สึกอย่างไร
ซีวอนหน้าบิดเหยเกเพราะเจ็บปวด หากแต่มันกลับชินชาอย่างประหลาด
“นายมันบ้า!!!” ตำรวจหนุ่มแหกปาก “ทำไมนายต้องทำอย่างงี้วะ!!! นายมันโง่ นายมันโง่รู้ตัวม...”
ถ้อยคำด่าทอกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากชื้นของอีกคนบดเบียดเข้ามา รุนแรง...เร่าร้อน...
บดขยี้อย่างโหยหา แต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวล ลิ้นร้อนแทรกซอนดุนดันและสอดแทรกเข้าหาโพรงปากหอมหวานที่เหินห่างจากสัมผัสไปนานเหลือเกิน.. มือเล็กที่ว่างเว้นจากการถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือ ดันอกร่างสูงเอาไว้
ดูเหมือนขัดขืน ทั้งที่จริง ก็ยินยอม..
เรียวลิ้นหมุนวนในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดรัดแน่นไม่ยอมปล่อย พิษรักลุกลามจนเกินทัดทานไหว
ฝ่ามือหนากุมรอบคอระหงไว้ ปรับเปลี่ยนมุมจนดูดดื่มพร้อมกับออกแรงกดท้ายทอยเข้าหา
ร่างที่เบียดชิดไร้ช่องว่างดันร่างคนถูกรุกรานเข้าหากำแพง
ไม่มีการหยุดพักสำหรับจูบอันเร่าร้อน และแสนจะถวิลหานี้
ชายเสื้อถูกมือร้อนของชายหนุ่มร่างสูงเลิกขึ้นจนเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบแข็งแกร่ง ก่อนจะไล้วนแผ่นหลังเนียนนุ่มไม่ให้ขาดจังหวะ
“ซ..ซีวอน” ฮันกยองผละออกก่อนเพราะหายใจไม่ทัน แต่เพียงแค่ไม่นาน รสจูบร้อนแรงก็ถูกบรรจงมอบให้อีกครั้ง
“นายยังไม่ตอบฉัน ว่าทำไมนายถึงทำแบบนี้ อ้ะ!~” ถอนจูบเพื่อถามให้คลายข้อกังขา
แต่แล้วก็หนีไม่พ้นจมูกโด่งรั้นที่ฝังลึกลงที่ซอกคอขาวจนรู้สึก ก่อนจะพูดทั้งๆที่ริมฝีปากยังบดเบียดกับเนื้อเนียนอยู่ “นายก็รู้ วงการแบบนั้น เข้าง่ายแต่ออกยาก” ลิ้นร้อนลูกส่งออกมาลิ้มรสความหอมหวานจากซอกคออีกแรง ไล่เรื่อยเปื่อยจนถึงใบหู มือซุกซนก็ควานคลำเนื้อนุ่มทุกตารางนิ้ว
“หยุด..ซีวอน...” ร้องห้ามแค่เพียงบางเบา
“ฉันคิดถึงนาย..อื้ม…” ขบเม้มติ่งหูนิ่ม สลับกับประทับรอยจูบไว้ที่ผิวขาว
“ซีวอน...หยุด..อ้ะ..หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!” ตั้งสติและดิ้นสุดแรง ปรามอีกคนเสียงแข็งต่อการรุกรานที่ไม่รู้จักหยุดจักหย่อน
“ทำไม! หรือว่านายรังเกียจฉัน”
“ไม่!!!” ตอบเสียงดัง แต่มือทั้งสองพยายามออกแรงผลักอกร่างสูงเต็มที่จนหลุดพ้นออกมาได้
ดวงตาคมสบเข้ากับสายตาแข็งกร้าว ..แม้แต่แววตาก็ยังเปลี่ยนไป ซีวอน...นายไม่ใช่คนเดิมแล้วงั้นเหรอ?
ไม่มีคำพูดใดๆระหว่างคนทั้งสอง นอกจากเสียงหอบหายใจน้อยๆของซีวอน
“ฉัน...ขอโทษ” เป็นร่างสูงที่ยอมเปิดปาก ผิดกับอีกคนที่เอาแต่นิ่งเงียบ
“ฉันขอโทษ ฮัน...ขอโทษ” น้ำเสียง สีหน้าดูจริงจังยิ่งนัก พาลแต่จะทำให้คนที่โกหกตัวเองว่าเข้มแข็งมาตลอดต้องร้องไห้..ร้องไห้ เพื่อรับความจริงซักที
เขาไม่ได้เข้มแข็ง แต่อ่อนแอยิ่งกว่าปุยนุ่น...
“ฉันเป็นตำรวจ....” ฮันกยองบอกเสียงเรียบหลังจากที่เงียบไปนาน “แต่ฉันกลับทำอะไรนายไม่ได้!!”
“...”
“ฉันไม่ได้เสียใจ แต่น้ำตามันก็ไหล!!!” ทั้งที่มันแสดงออกมาฟ้องขนาดนี้ แต่คนขี้โกหกก็ยังขี้โกหกอยู่วันยังค่ำ
“แต่ฉันเสียใจ...” มืออุ่นทาบทับที่แก้มใส ปาดน้ำตาที่ไหลพราก
“เราเหมือนอยู่กันคนละโลก อื้ม...” ริมฝีปากสีสดถูกครอบครองอีกครั้ง
“ไม่สำคัญ” ถอนจูบเพื่อถกเถียงกับชายหนุ่มร่างเล็ก ก่อนจะกดจูบลงอีกครั้ง...จูบที่อ่อนโยน
“ฉันรอวันนี้มาเกือบครึ่งชีวิต รู้มั๊ย? ฮัน”
“สัญญาได้มั๊ย ว่าจะออกจากวงการนั้น”
“ฉันจะยอมมอบตัว สัญญา”
เสียงสัญญาณตำรวจดังแต่ไกล ทุกอย่างต้องมีที่สิ้นสุดของมัน เวลาของเค้าทั้งสองก็เช่นเดียวกัน ฮันกยองหันไปตามเสียง รู้สึกเหมือนหัวใจร่วงหายไปแล้ว
ซีวอนจูบฮันกยองอีกครั้ง เมื่อใบหน้าใสหันกลับมา จูบเพื่อสัญญา หรือบางทีอาจจะเป็นจูบสุดท้าย
ริมฝีปากทั้งคู่แปะชิดกันอยู่เนิ่นนาน ตราสัญญานี้จะไม่มีวันลบ มันจะตราตรึงอยู่ที่ก้อนเนื้อในอกซ้ายไปอีกนานเท่านาน
“ผมควบคุมตัวเชวซีวอนไว้แล้วครับ”
กรอกเสียงลงในเครื่องมือสื่อสาร สบตาเพื่อบอกลา,,
“ไม่ว่านานเท่าไหร่ ฉันจะรอ...เชวซีวอน”
The end*
![[ หน้าบ้าน]](http://img224.imageshack.us/img224/993/mylink06mp6.jpg)
![[ + ห้องนั่งเล่นของกาเท่เร่ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2691/mylink01uv4.jpg)
![[ + ไฮไฟของน้าม ]](http://img224.imageshack.us/img224/2468/mylink03xn7.jpg)
![[ + บล็อกฟิคคยูเฮ]](http://img146.imageshack.us/img146/9824/mylink12lj2.jpg)
![[ ไอดีของกาเท่เร่]](http://img224.imageshack.us/img224/6712/mylink07ah1.jpg)
![[ + บล็อกอิลิ้งค์ ]](http://img224.imageshack.us/img224/1165/mylink02kv7.jpg)
![[ + ไฮโกะของหนิง ]](http://img337.imageshack.us/img337/6716/mylink04op5.jpg)
![[ + ไฮไฟของอีฟ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2826/mylink05ja0.jpg)
![[ + คนรักฟิคชั่น ]](http://img525.imageshack.us/img525/1350/mylink08aj9.jpg)
![[ + ดินแดนใต้ดิน]](http://img224.imageshack.us/img224/7627/mylink09hd6.jpg)
![[ + Space]](http://img80.imageshack.us/img80/2805/mylink10bu3.jpg)
![[ + 4 Donghae ]](http://img221.imageshack.us/img221/5053/mylink11wf4.jpg)