SF-KyuMin

[SF] Touching you ::KyuMin::

posted on 05 Nov 2007 19:33 by katere  in SF-KyuMin
[SF]Touching you ft.Kyuhyun ♥ Sungmin


มืดมิด...
ผมพยายามที่จะลืมตาขึ้น แต่ทำไม่ได้...
ทุกอย่างที่เห็นมีเพียงความมืดมิดเท่านั้น...เกิดอะไรขึ้นกับผมหรือ??
.........
......
...
ในความทรงจำเพียงเลือนราง....ผมได้ยินเสียงเบรกดังลั่น แสงไฟจ้าสาดส่องเข้ากระทบนัยน์ตาของผม ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลงไป

และแสงสว่างนั้น ก็คือลำแสงสุดท้ายของผม....

มือเล็กไขว่คว้าไปในอากาศอย่างไร้ซึ่งจุดหมาย หวังเพียงสิ่งเดียว...หวังแค่เพียง รู้ว่า ‘ใครบางคน’ ยังอยู่ใกล้ๆ ไม่ไปไหน...
สวรรค์คงไม่ใจร้ายเกินไปใช่มั๊ย?

ความอบอุ่นแล่นสู่ขั้วหัวใจเมื่อได้รับสัมผัสอบอุ่นนั้น หัวใจที่คล้ายจะหมดแรงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง....
ผมกำมือนั้นไว้แน่น ราวกับกลัวว่าจะเสียมันไปในเสี้ยววินาที


“กยูฮยอน~”


***********************************************
“อย่าทิ้งฉันไปนะ....ฉันกลัว...กลัวเหลือเกิน...” น้ำเสียงสั่นเครือพูดพร่ำพร้อมทั้งน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย....สงสาร....สงสารเหลือเกิน

ลูบไล้ข้างแก้มอย่างทะนุถนอม...
...ได้โปรด อย่าร้องไห้อีกเลย...
น้ำใสๆที่รินหลั่งเหมือนดั่งมีดกรีดหัวใจผม
หากย้อนเวลากลับไปได้ ผม.....จะไม่ยอมคุณให้เป็นแบบนี้......
…………………..
………….
………
….

พรหมลิขิต
...ผมไม่รู้ว่าคำๆนี้มีอยู่จริงหรือไม่
หากว่า..
การพบกันของคน 2 คน ท่ามกลางผู้อื่นมากมายบนโลก.........
การก่อเกิดความรู้สึกพิเศษที่ยากเกินอธิบายกับใครคนหนึ่ง...........
การที่เราได้ค้นพบคำตอบ ว่ามีชีวิตอยู่เพื่อใคร........
หาก คำว่า พรหมลิขิต หมายถึงสิ่งเหล่านี้
ผมจึงเลือกที่จะเชื่อ ‘คำๆนี้’….เชื่อด้วยหัวใจ

พลั่ก!
“โอ๊ย!!!”
ผมเดินไปตามถนนที่ทอดยาวท่ามกลางการสัญจรที่พลุกพล่าน แต่กลับมี ‘เหตุการณ์หนึ่ง’ ที่ทำให้ผมได้พบกับเค้า
ดอกไม้สีสดที่ไม่ได้ถูกจัดไว้เป็นช่อหล่นกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นถนนที่สกปรก
ร่างบางก้มงุดเก็บมัน...ปากก็บ่นอุบด้วยอารมณ์หงุดหงิดจนฟังไม่เป็นภาษา...
หรือเป็นเพราะผมไม่ได้สนใจจะฟัง ผมยกกล้องถ่ายรูปที่คล้องคอผมมาตลอด ด้วยอาชีพช่างภาพ และกดชัตเตอร์ บันทึกภาพของคนน่ารักตรงหน้า
แชะ!
“นี่คุณ!!!”
แม้เจ้าตัวจะออกอาการไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของผมเท่าไหร่ หากแต่ผมยังคงกดชัตเตอร์ต่อไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
“นี่คุณ!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!! ฉันบอกให้หยุดงัยเล่า!!!” มือเล็กรวบกล้องเอาไว้ได้และพยายามจะออกแรงกระชากมันไปจากผม
“เดี๋ยวครับคุณ..ดึงแรงขนาดนั้น กล้องผมก็ได้พังกันพอดี”ว่าแล้วก็ส่งยิ้มกวนๆตามแบบฉบับไปให้หนุ่มหน้าหวานตรงหน้า
ก่อนจะถอดสายกล้องที่คล้องอยู่กับคอออกและส่งมันไปให้เอง
“แทนที่คุณจะช่วยฉันเก็บ แต่ดันมาถ่ายรูปฉันเนี่ยนะ!!!” โวยวายเสียงดังลั่น เมื่อได้เห็นภาพในจอ LCD
“คุณนี่มัน!!..ฉันจะลบ” ไม่รอให้เจ้าของกล้องอย่างผมได้คัดค้าน เค้าก็จัดการ Delete รูปพวกนั้นจนหมด
และส่งกลับมาให้ผมโดยการกระแทกเข้าใส่

...ครั้งแรกที่ได้เจอกัน เค้าคนนั้นเดินจากผมไป พร้อมกับขโมยเอาหัวใจของผมไปด้วย

“ยินดีต้อนรับครับ สั่งดอกไม้แบบไหนดีครับ?”
เอ่ยต้อนรับเสียงหวานแม้ว่าใบหน้าสวยจะยังไม่ได้เงยหน้ามองลูกค้าที่มาเยือนด้วยซ้ำ
“ผมจะสั่งดอกไม้ให้เจ้าของร้านดอกไม้เนี่ย...ควรสั่งเป็นแบบไหนดีครับ”
เอ๋??
“นาย!!!!”
“ดีใจจังที่คุณยังจำผมได้” แค่ได้เห็นหน้าใสๆของเค้า หัวใจผมก็พองโตจนกะขนาดไม่ได้แล้ว
“ร้านนี้ไม่รับสั่งดอกไม้จากคนนิสัยเสีย” จบประโยค เจ้าของประโยคที่ดูจะเป็นการตัดขาดอย่างไร้เยื่อใยก็ผายมือไปยังประตูทางออก
“ล้อเล่นน่ะครับ..ผมไม่ได้มาสั่งดอกไม้หรอก....” ผมเปิดกระเป๋าใบเล็กที่สะพายติดตัวอยู่ตลอดเวลา
และหยิบเอาสิ่งของสำคัญที่ตั้งใจจะเอามาให้เค้าอยู่แล้วออกมา “เอานี่มาให้น่ะครับ” ส่งยิ้มและยื่นมันออกไปให้
แต่เมื่อคนน่ารักทำท่าจะไม่ยอมรับมันไว้ เลยวางไว้บนเคาน์เตอร์
และเดินออกมาจากร้านแต่โดยดี ไม่อยากให้การพบกันครั้งที่ 2 แย่เหมือนกับครั้งแรก

************************************************
“รูปถ่ายพวกนี้...!”
ให้ตายสิ...ตาคนนิสัยเสีย ฉันลบรูปพวกนี้ออกไปแล้วนี่นา...
ผมหยิบแต่ละรูปขึ้นมาดู แล้วก็ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไรกับรูปแอบถ่ายทุเรศๆพวกนี้ดี



แชะ!
“นาย!!!”
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเคยชินเสียแล้ว กับการที่ผมต้องเปิดศึกชิงกล้องกับตาบ้านี่ทุกๆเช้า
ก็ ‘ไอ้ช่างถ่ายภาพโรตจิต’ เนี่ยน่ะสิ ชอบมาคอยแอบถ่ายกันอยู่เรื่อย...
ไม่ว่าผมจะทำอะไร...รดน้ำต้นไม้ จัดแจกัน จัดช่อดอกไม้ คุยโทรศัพท์ หรือแม้แต่ตอนที่ผมแอบงีบในตอนสายๆ เค้าก็สามารถตามเก็บภาพของผมได้อยู่ร่ำไป
ไม่เบื่อบ้างรึงัยนะ?!!
************************************************
ไม่ว่าคนน่ารักจะทำอะไร...จะรดน้ำต้นไม้ จัดแจกัน จัดช่อดอกไม้ คุยโทรศัพท์ หรือแม้แต่ตอนหลับ ก็ดูน่ารักไปเสียหมด...
อย่างงี้จะไม่ให้ผมตามเก็บภาพความน่ารักๆไว้อย่างไรไหวล่ะ...
ไม่เคยเบื่อเลยด้วยซ้ำ

ผมถามหัวใจตัวเองตลอดเวลา ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับคนตรงหน้านี้คืออะไร...
และคำตอบที่ได้ ก็ยังเหมือนเดิม...
ผมรักเค้า...



“เลิกถ่ายได้แล้ว...” มือบางกดกล้องถ่ายรูปที่ผมกำลังส่องเลนส์เตรียมจะลั่นชัตเตอร์ลง แล้วยื่นหน้าใสๆเข้ามาแทนที่ “ไม่คิดจะช่วยกันบ้างรึงัย”
ให้ผมช่วยจัดดอกไม้น่ะเหรอ?
เหมือนกับสอนให้ลิงนั่งพับเพียบนั่นแหละ

ทำได้แค่เป็นลูกมือ คอยส่งดอกไม้ให้...แต่ก็แค่นั้นแหละ ผมก็ยังมีความสุขที่ได้แอบมองทุกอิริยาบถของคนๆนี้

ฟิ่ดๆ...
ละอองไอน้ำกระทบหน้า จนรู้สึกเย็นนิดๆ...นี่ผมเหม่อไปนานขนาดไหนนะ?
“ตื่นได้แล้ว”
ใช้หลังมือเช็ดแก้มที่เปียกไปด้วยน้ำ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่มๆ “ฮึ..แกล้งผมเหรอ?”
“ก็มันน่าแกล้งนี่นา...”



“กดไม่ลง” หน้าสวยมู่ลงเหมือนเด็กถูกขัดใจ มือก็พยายามที่จะกดชัตเตอร์เจ้ากล้องคู่ชีพของผม
ผมหยุดขำออกมา...ก็มันอดที่จะหัวเราะกับความเปิ่นของเค้าไม่ได้นี่นา..
”ก็ไม่ได้เปิดหน้ากล้อง แล้วจะกดลงยังงัยล่ะ?”
“จริงเหรอ? ฮะๆ งั้น..ฉันถ่ายล่ะน้า”
“เดี๋ยวสิ ยังไม่ได้แอ็กเลย...เดี๋ยวๆๆ” ผมถอยหลังพรืดใหญ่ พยายามจะหาวิวสวยๆ ก่อนที่คนเอาแต่ใจจะใจร้อนลั่นชัตเตอร์ซะก่อน
“ถ่ายแล้ว..หน้านายตลกมากเลย” เสียงหัวเราะร่าเริงดังก้องห้องกระจกเล็กๆที่เต็มไปด้วยมวลกลิ่นหอมจากดอกไม้สีสันสดสวย
...ชอบแกล้งผมเรื่อยเลยนะ
************************************************
จริงๆแล้ว ผมไม่ได้ชอบถ่ายรูปเลย.....
แต่ตอนนี้ ผมกลายเป็นนายแบบจำเป็นไปแล้ว....เพราะนายนั่นคนเดียวแท้ๆ
แถมเค้ายังสอนให้ผมเป็น ‘ช่างภาพมือใหม่’ ซะด้วย

เค้าเข้ามาในฐานะของคนรู้จักที่แค่บังเอิญเจอกัน....
ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารับเค้าคนนี้เข้ามาในพื้นที่หัวใจตั้งแต่เมื่อไร
กว่าจะรู้ตัวอีกที....
หัวใจของผมก็เป็นของเค้าแล้ว...

ไม่มีเวลาไหนที่ผมจะรู้สึกเหงา
ก็ในเมื่อ...เค้าอยู่ข้างๆผม......ไม่เคยห่าง

ผมปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งเพราะอดนอนจากการรับงานจัดดอกไม้ติดต่อกันนานเป็นสัปดาห์จนไม่มีเวลาพักผ่อน
...กลิ่นเทียนหอมอ่อนๆโชยมาบางๆพาให้หลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา
***********************************************
...งีบหลับ ทั้งๆที่อยู่ร้านคนเดียวเนี่ยนะ ตื่นมาต้องดุสักหน่อย
ถ้ามีใครมาเห็นเข้า..แล้วเกิดอดใจไม่ไหวกับความน่ารักที่มีไม่เผื่อแผ่ให้ใคร ผมไม่ต้องร้องไห้ขี้มูกโป่ง เหมือนเด็กโดนแย่งของเล่นเหรอ?

ก็
‘หวง’
นี่...

วางถุงกระดาษลงบนเคาน์เตอร์ แล้วนั่งมองดูใบหน้าสวยเพียงครึ่งเสี้ยวที่โผล่พ้นแขนขาว
ไล่นิ้วเรียวปัดปอยผมที่ตกลงมาระแก้มใส

คนขี้เซาเริ่มรู้สึกตัว เพราะลมหายใจอุ่นๆที่รดผะแผ่วอยู่ที่ปลายจมูก....

ผมค่อยๆประกบริมฝีปากลงกับริมฝีปากอิ่มที่ห่างเพียงน้อยนิด
จุมพิตของผม....
คือสัมผัสอันนุ่มนวลและแผ่วเบา......คือความอ่อนโยนทะนุถนอม....
คือความอบอุ่นที่ส่งทอดจากห้วงคำนึง......

คือความรักที่มาจากหัวใจดวงเดียวของผม

ไม่รู้เนิ่นนานเท่าไหร่...และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่รสจูบนุ่มลึกนี้จะสิ้นสุด
รู้เพียง...ผมอยากยืดเวลาออกไปให้นานเท่านาน.....
…………………….
…………….
…….
...
************************************************
ลมเย็นเฉียบพัดผ่าน.....
ผมควรจะหนาว...หากแต่ เพราะมีเค้าอยู่ข้างๆ จึงทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น...
อุ่นไปถึงข้างในได้ถึงขนาดนี้
เสียงล้อรถคนไข้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก่อนจะหยุดลง
“กยูฮยอน บรรยากาศเป็นยังงัยบ้าง สวยมั๊ย?”
เสียงใบไม้ไหวเบาๆ ตามแรงลม ทำให้ผมนึกไปถึงฉากในภาพยนตร์โรแมนติก ผมเองก็คงอยู่ในภาพบรรยากาศแบบนั้นใช่มั๊ย?...
“สวยมากเลยครับ”
คลี่ยิ้มอย่างมีความสุข แม้จะไม่ได้เห็นด้วยตาของตัวเอง แต่ผมเชื่อคำพูดของเค้า
...เสียงการเคลื่อนไหวหยุดอยู่ข้างๆ แล้วมืออุ่นก็ทาบทับลงบนมือของผม

“ซองมิน...ผมรักคุณ”

คำพูดเพียงแผ่วเบา แต่ก้องกังวานในโสตประสาท ไหลวนอ้อยอิ่งไปตามแรงลม พาลจะทำเอาคนที่ไม่ทันตั้งตัวลอยตามไปด้วย
“ฮึ? อะไรกัน...อยู่ๆก็มาสารภาพรักกันอย่างนี้” หัวเราะกลบเกลื่อนไปงั้น...แต่ป่านนี้เค้าคงจับได้แล้วว่าเราเขิน ก็แก้มมันร้อนรุ่มซะขนาดนี้
“ผมกลัวว่าจะไม่ได้บอกคุณ”
น้ำเสียงฟังดูจริงจังนัก...
“ทำไมไม่รอบอกตอนตาของฉันหายดีแล้ว ฉันจะได้เห็นหน้านายตอนเขินยังงัยล่ะ”
ผมหัวเราะคิก คิดอีกที เค้าเองก็คงจะอายล่ะมั้ง ถึงได้รีบชิงบอกเสียก่อน

“พี่น่ารักจัง ผมขอถ่ายรูปได้มั๊ยคับ?” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายดังอยู่ไม่ไกล เค้าคงจะอยู่แค่ตรงหน้าผมล่ะมั้ง...
“ได้สิ...”
มือหนาวางเบาๆบนไหล่ขวาของผม...ซึ่งผมก็กุมมือนั้นไว้
“ผมจะนับแล้วนะคับ! 1...2....3....”

แชะ!!!
............................
.................
........
..
ผ้ากอซที่ถูกพันรอบดวงตาผมมานานกว่า 2 สัปดาห์ ถูกเปิดออกช้าๆอย่างกลัวว่าคนไข้จะรู้สึกเจ็บ หรือระคายเคือง
“ค่อยๆ ลืมตานะครับ”
...ผมยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อรู้ว่า วันนี้...ผมจะได้พบกับเค้าอีกครั้ง...
คนที่ผมเฝ้ารอ...ทั้งที่เค้าไม่ได้ห่างไปไหน...
ผมหลับตาลงอย่างรวดเร็วเมื่อแสงแรกส่องเข้ามากระทบ...แสบ...
“ช้าๆครับ”
พยายามอีกครั้ง คราวนี้กะพริบตาถี่เพื่อปรับแสง....
..
..
..
รอยยิ้มดีใจประเดประดังเข้ามาทันทีที่ผมลืมตาขึ้น...
ฮยอกแจ เพื่อนรัก...ทงเฮ เพื่อนรุ่นน้องจอมแสบ พยาบาล 2-3 คน รวมไปถึงทีมแพทย์ที่รักษาตาของผม ทุกคนต่างมอบรอยยิ้มแรกของโลกใบใหม่ให้กับผม
แล้ว............
กยูฮยอนล่ะ??
กวาดสายตาที่ยังคงพร่ามัวไปรอบๆห้อง แม้ภาพที่เห็นจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอจะรู้ ว่าเค้าไม่ได้อยู่ในนี้
“...ก...กยู...กยูฮยอนล่ะ?” ความรู้สึกแรกที่ผมรับรู้คือความกลัว
..ผมรู้สึกกลัวทุกครั้ง เวลาที่ไม่มีเค้าอยู่ข้างๆ..

เพื่อนทั้งสองไม่ตอบกระไร กลับมองหน้ากันด้วยสายตาที่เดาความหมายไม่ได้

ผมลุกขึ้นจากเตียงคนไข้เดินตรงไปยังชั้นวางไม้ที่อยู่ติดกับหน้าต่าง...
แม้แสงแดดที่สาดเข้ามาจะแยงตา แต่ผมก็เห็นมัน......



รูปถ่าย...
ผมพลิกรูปถ่ายโพรารอยด์ช้าๆ จำได้...ว่าภาพนี้เด็กชายเสียงใสเป็นคนถ่ายมัน...
...................................
........................
..............
.......
...
มันควรจะเป็นรูปถ่ายของเราสองคนท่ามกลางหมู่แมกไม้ร่มรื่นในยามเย็น...
เส้นผมสีอ่อนของผมพัดลู่ไปตามแรงลม...
มือซ้ายของผมยังคงเกาะกุมอยู่ที่ไหล่ด้านขวา
หากแต่...
ข้างๆตัวผม
กลับไม่มีกยูฮยอน






อุบัติเหตุ พรากเค้าไปจากผม...





“กยูฮยอน.....ฉะ..ฉัน....ฮึก...ก็รักนาย....”

Neverending…