SF-KyuHae

[SF] My first kiss with cassanova ::Begin part::

posted on 02 Dec 2007 21:20 by katere  in SF-KyuHae

:: รูปประกอบการจิ้น =)

 

: Part 1 :






ตามความเชื่อฝั่งตะวันตก ‘เค้า’ ว่ากันว่า

ถ้าคันจมูกโดยไม่มีสาเหตุ....
.

วันนั้นคุณอาจจะต้องเสียจูบให้กับคนงี่เง่า!!!
.

คุณอยากจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้นะ

แต่ว่าตอนนี้ ผมล่ะอยากคาราวะ ‘เค้า’ คนนั้นจริงๆ
ให้ตายสิ!








“ทงเฮ วันนี้เกรดออกล่ะ!!”

“จริงเหรอ?”

“อื้ม”

สองหนุ่มในร่างบอบบางพอๆกันจูงไม้จูงมือกันเดินออกจากห้องเรียน จุดมุ่งหมายคือบอร์ดหน้าห้องวิชาการ

ตามปกติแล้ว นี่พูดกันตามความจริงเลยนะ!
วันเกรดออก มันออกจะไม่ใช่วันที่น่าภิรมณ์ใจซักเท่าไหร่หรอก จริงมั๊ย?
มันออกจะเป็นวันมหาวิปโยคสำหรับนักเรียนม.ปลายที่ใกล้เอนทรานซ์อย่างเราๆเสียด้วยซ้ำ

แต่สำหรับนักเรียนดีเด่นตระกูลลีสองคนนี้ ดูจะเป็นวันสุขีสุโขของพวกเค้าเลยล่ะ!


ลีฮยอกแจ กับ ลีทงเฮ



แม้ว่าหลายๆคนจะทำใจนานกว่าจะยอมโดนเพื่อนลากมาดูเกรดได้ แต่บริเวณหน้าห้องวิชาการตอนนี้กลับแน่นขนัดไปด้วยฝูงนักเรียนฝูงใหญ่ จนแทบจะไม่มีช่องว่างให้แม้แต่แมวซักตัวได้ลอดเข้าไป

“โอ๊ยๆๆๆ เบาๆสิวะ กูคนนะเว้ย ไม่ใช่กระสอบข้าวสาร ผลักกูยังกะอะไรเนี่ย?”

“แม่ง ก็มึงชักช้านี่หว่า กูอยากรู้แล้วว่ากูติด 0 ฟิสิกส์รึเปล่า เร็วๆสิวะ
ไอ้เหี้ยกยู!!”


“ให้กูเอาหัวเป็นประกันเลยม้ะ ฟันธงแม่งเลยก็ได้อ่ะ มึงติดชัวร์!!”


|||โป๊ก!!|||


“โอ๊ย ไอ้ซีวอน
เล่นแรงนะมึง”

“ใครใช้ให้มึงปากหมาล่ะ เร็ว!! กูจะขาดใจตายแล้วโว้ย!!”

บทสนทนาที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าหยาบคายเหลือกำลังดังโหวกเหวกอยู่ที่วงนอกของกลุ่มคน ร่างสูงโปร่งที่เพื่อนซี้เสริมชื่อสัตว์เลื้อยคลายไว้หน้านามถูกผลักหลังเข้าให้เต็มแรง

‘4.00’

..ยังฝีมือดีไม่มีตกเหมือนเดิม...

ทงเฮยิ้มกริ่ม กะจะหันไปอวดเพื่อนสนิทที่มาด้วยกันซักหน่อย แต่ฮยอกแจกลับกลืนหายไปกับคลื่นมหาชนเสียแล้ว เลยได้แต่ถอยหลังออกมาอย่างยากลำบาก ตัวผอมๆก็ใช่ว่าจะดีเวลาที่ต้องมาเบียดเสียดแบบนี้ มีแต่จะไหลไปตามแรงจากทุกทิศทุกทางเพราะเรี่ยวแรงที่น้อยเกินกว่าจะต้านทานได้ และในที่สุดมันก็เกิดเรื่อง!!


|||โอ๊ย!!|||



|||ตุ่บ!|||



อ้ะ!

ทงเฮรู้สึกจุกที่ท้องทันทีที่ร่างของเขากระแทกลงกับพื้น แล้วก็รู้สึกร้อนผ่าวๆขึ้นที่แก้มทั้งสองด้วย จริงๆแล้ว ไอ้แค่หกล้มหัวคะมำมันก็ไม่น่าจะทำให้เลือดพุ่งปรี๊ดไปทั้งตัวแบบนี้ ถ้าเกิดว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรชื้นๆอยู่ที่ริมฝีปาก!!

ดวงตากลมโตเบิกกว้างกว่าเดิมหลายเท่า หายใจตัดขัดเมื่อรู้ว่าที่ๆเขาล้มทับน่ะ มันไม่ใช่พื้นหินอ่อน หากแต่มันกลับเป็น เด็กหนุ่มร่างสูง ต่างหาก!!!


แล้วทงเฮก็แทบจะหายใจไม่เป็น เมื่อพบอีกว่า ไอ้ที่ชื้นๆที่ปากน่ะ มันเป็นเพราะการที่ปากสองปากของคนสองคนประกบกัน!!
หรืออิริยาบถที่ถูกบัญญัติในพจนานุกรมราชบัญฑิตยสถานว่า


“จูบ”


นั่นแหละ!



กยูฮยอนจำได้ว่า หลังจากโดนผลักจากไอ้ซีวอน เขาก็ยังไม่ทันได้เดินเองซักก้าว เพราะมีของหนักๆพุ่งเข้าใส่ จนหลังกระทบพื้นสร้างความชาไปทั้งแถบ ที่สำคัญ ‘ของอันนั้น’ มีชีวิต และตอนนี้ก็ยังประทับนิ่งอยู่บนร่างของเขา โดยมีแผ่นอกราบและริมฝีปากเป็นตัวเชื่อมต่อคนทั้งสองเอาไว้!!

มือหนาผลักร่างเล็กจนกระเด็น ใช้หลังมือปาดริมฝีปากบางเฉียบอย่างแขยงๆ เหล่ตามองคนตัวเล็กด้วยสายตาที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากจะได้รับ

“ฮะ?..” ทงเฮสะดุ้งที่โดนผลัก ตวัดหน้ามองตามร่างสูงที่ลุกพรวดพราด ปัดฝุ่นกางเกง แล้วก็กระแทกเท้าเดินหนีโดยที่คำว่าขอโทษยังไม่ได้หลุดออกมาจากปาก

“นี่!” ร่างบางกระโดดไปดักหน้า กางแขนทั้งสองต่างที่กั้นการจราจร “จะหนีไปไหนน่ะ เมื่อกี๊นายชนฉันนะ!!”

“ก็แค่อุบัติเหตุ ไม่ได้ตั้งใจ” ตอบเสียงเรียบ ทำท่าจะเดินหนีไปอีก

ทงเฮรู้สึกหน้าชาไปหมดเมื่อได้ยินประโยคนั้น แต่ก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายหนีกันไปง่ายๆ
“ถึงจะเป็นอุบัติเหตุ แต่ว่า..แต่..นาย...เอ่อ...เรา..
เราจูบกันนะ!! แล้วนายจะเดินหนีฉันอย่างงั้นน่ะเหรอ?”


“ฮึ” หัวเราะในลำคอในแบบที่น่าหมันไส้เป็นที่สุดในสายตาของทงเฮ


“จูบเหรอ? ไอ้จูบแบบเด็กๆ ปากชนปากอย่างนั้นน่ะ ฉันไม่เห็นว่ามันจะสำคัญตรงไหน”


คนฟังได้แต่ยืนเหวอ ตอบอะไรกลับไปไม่ได้ซักคำ แล้วก็จำยอมต้องมองตามแผ่นหลังกว้างทั้งๆที่สมควรจะโดนเตะมากกว่ายืนมองเฉยๆอย่างนี้



“นี่มึงจะไม่รับผิดชอบเค้าหน่อยเหรอวะ?”

“จะให้กูรับผิดชอบยังงัยล่ะ แค่ล้มแล้วบังเอิญจูบนะ
ไม่ได้ทับแล้วบังเอิญท้อง!!
” ตอกกลับมาได้ชวนคันมือซีวอนเสียเหลือเกิน มันน่าจะเสยให้หงายซะหน่อย

“ขอโทษน่ะ มึงรู้จักคำนี้ม้ะ? ขอโทษ!! ขนาดกูยังพูดเป็นเลย”

“กูจะไปขอโทษไอ้จืดนั่นทำไมวะ จริงๆมันน่าจะขอโทษกูมากกว่านะ ที่ทำให้อิมเมจหนุ่มเนื้อหอมอย่างกูถูกทำลาย เพราะดันไปจูบกับไอ้เฉิ่มแว่นหนาเตอะนั่น!”

“เฮอะ แล้วกูจะคอยดูหนุ่มเนื้อหอม โจวกยูฮยอน อยู่ในกำมือไอ้เฉิ่มที่มึงว่าละกัน”

“รอให้หัวหงอกไปเลย!”

ยกมุมปากเพื่อยิ้มกวนๆใส่เพื่อนหน้าหล่อ ก่อนจะกระชับกระเป๋าเป้ เดินผิวปากจากไป

“ชิ...” พ่นลม มองตามร่างสูงของกยูฮยอนที่ค่อยๆห่างออกไป อยากจะเห็นเหมือนกัน ไอ้พวกเกลียดปลาไหลกินน้ำแกงน่ะ หัวเราะเยาะล่วงหน้าให้กับเพื่อนซี้เพลิน พลันสมองซีกขวาก็ทำงานกะทันหัน

“เฮ้ย!!! ลืมดูเกรด!!!”

ซีวอนหันหลังว่องไว สาวเท้าออกวิ่งด้วยความเร็วสูง แล้วไปเบรกเอี๊ยดเอาตอนหน้าหล่อใกล้จะทิ่มเข้ากับบอร์ด ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาฝ่าวงล้อมเข้ามาได้ยังงัย รู้แต่ตอนนี้เขากำลังอยู่ ณ จุดที่น่าหวาดเสียวที่สุดในชีวิต


หน้าบอร์ดประกาศผลการเรียนยังงัยล่ะ!



ซีวอนปรือตาขึ้นมองหนึ่งข้าง ไล่มือชี้ไปตามชื่อ จนมาถึงตัวอักษรชิอึทซึ่งเป็นพยัญชนะต้นของชื่อก็ก้มหัวงุด มืออีกข้างยกขึ้นกุมหน้าอกที่กระเพื่อมแรงๆเพราะตื่นเต้น ใช้เวลาเกือบ 5 วินาทีในการทำใจแล้วตัดสินใจเงยหน้าขึ้น ไล่มือไปทางขวาซึ่งเรียงลำดับจากวิชา ภาษาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ เคมี และ ฟิสิกส์


ตาข้างขวาที่เปิดไว้น้อยๆปิดลง เปลี่ยนเป็นลืมอีกข้างขึ้นแทน

...นี่แค่ดูเกรดยังขนาดนี้ ถ้าดูผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย เชวซีวอนอาจเป็นลมตาตั้งไปก่อนจะรู้ผลก็เป็นได้...





‘ฟิสิกส์ 1’





“หนึ่ง!! อ๊ากกกกกกกกก!!! หนึ่ง..หนึ่งเว้ยเฮ้ย!! ได้ฟิสิกส์หนึ่ง!!” ร่างสูงกระโดดจนตัวลอย หน้าบานเป็นกระด้ง อย่างน้อยเขาก็มีสิทธิ์ได้สอบเอนทรานซ์ไม่ต้องมานั่งเรียนซ้ำชั้น!!

..เย็นนี้ต้องฉลอง!!..

หน้าคมๆของเพื่อนซี้ลอยมาในหัว


คนตัวเล็กที่กำลังยืนจดเกรดให้เพื่อนในห้องเพราะโดนวาน ยกมือขึ้นอุดหู และโดยที่ไม่คาดคิดและตั้งตัว ร่างแบบบางก็ถูกรวบเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของใครก็ไม่รู้

“คุณ! ดีใจมั๊ย ผมผ่านฟิสิกส์แล้วนะ!! ดีใจมั๊ย!!!?”

“อ้ะ!”

“ฮ๊า!! ผมรักคุณจังเล้ย!”


|||ฟอด!!|||


ความรู้สึกที่อึ้งเป็นไก่ตาแตกเป็นยังงัย ฮยอกแจเพิ่งจะได้รู้ก็วันนี้ ไม่รู้ว่าตอนนี้หน้าเขาจะขึ้นสีแดงแปร๊ดแข่งกับมะเขือเทศรึเปล่า? ไม่รู้ว่ามันจะร้อนเหมือนไข่โดนต้มมั๊ย? แต่ที่รู้ๆคือตอนนี้ ‘ลีฮยอกแจ’ คนนี้ กำลัง เขิน


“โอ๊ะ! โทษทีฮะ แฮ่...ผมดีใจเว่อร์เนอะ?” ยกมือขึ้นลูบท้ายทอย โค้งหัวให้นิดๆพร้อมๆกับส่งยิ้มหวานจนแก้มบุ๋มไปให้

แต่อีกคนเนี่ยนะสิ ทำหน้าไม่ถูกไปแล้ว ก็เล่นโดนกอดแถมหอมให้ซะขนาดนั้น







.









|||#$*&+#%@&*$#*+&*฿$#@!!!|||


เสียงเล็บข่วนกีต้าร์ไม่เป็นเพลงดังลั่นในห้องซ้อมซึ่งก้ำกึ่งระหว่างห้องเก็บของ ชายหนุ่มผิวขาวจัดในร่างสูงที่ผู้ใหญ่ชอบเรียกว่า ‘สูงยาวเข่าดี’ สลัดผมจนปลิวว่อนไปกับทำนองร็อคไม่เป็นร็อคที่ว่าที่โปรดิวเซอร์อย่างเขาสรรสร้างมันขึ้นมาด้วยจิตวิญญาณแห่งความคลั่ง

จนกระทั่งมีฟ้าบันดาลบุคคลให้มาทำลายท่วงทำนองกระดากหูนั่นแหละ เสียงนรกถึงได้เงียบ

ตุ่บ!

กระเป๋าใบไม่ใหญ่มากแต่หนักเป็นบ้าลอยละลิ่วปลิวสไวมาประเคนให้ถึงกลางหัวทุยๆ ทำเอาเจ็บไปถึงแกนสมอง

“เพลงเหี้ยไรของมึงวะ หนวกหูชิบ คนกำลังอารมณ์ดี” ก็อารมณ์ดีสมกับที่พูดนั่นแหละ เพราะหน้างี้ยิ้มแฉ่งมาเลย ผิดกับการกระทำที่รุนแรงเกินขั้น

“เออ! กูกำลังคิดชื่อเพลงอยู่พอดี เพลงเหี้ย เพราะดีว่ะ! ฮ่าๆ”

“แม่งกวน”

กยูฮยอนแค่หลิ่วตามองเพื่อนตัวโต โดยที่มืออีกข้างลูบหัวป้อยๆ

“แล้วนี่มึงเป็นไรขึ้นมา ถึงได้คลั่งแบบเนี้ย” ซีวอนเอ่ยถาม ก่อนทิ้งก้นกระแทกเบาะหนังเก่าๆ

“แล้วดูหน้ามึงสิ บานแข่งกะกระด้งได้แล้ว” เปลี่ยนเรื่องโดยการเบนเข็มมายังคนที่ยิงคำถามใส่ตนก่อน

“จะไม่ให้กูดีใจได้งัยวะ ฟิสิกส์กูได้ 1 เว้ย ไม่ตก^^” คว้าเอาเป๊ปซี่แคนที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นกระดกลงคอแก้กระหาย ก่อนจะถามที่ตัวเองสงสัยบ้าง “ว่าแต่มึงเหอะ เป็นไรวะ ดูเครียดๆ”


|||แตร๊ง~|||


แต่กลับได้คอร์ด C มาเป็นคำตอบ ซีวอนมุ่ยหน้า แล้วตั้งข้อสงสัยที่น่าจะเป็นไปได้

“หญิงทิ้ง?”

“เหี้ย!”

“เรทติ้งตก?”

“สัตว์!”

“กูไม่ได้อยากเลี้ยงสัตว์พิศดารนะเว้ย!! แม่งตอบดีๆซิ” กระแทกก้นกระป๋องดังกึก จ้องเขม็งมาที่ร่างผอมสูงตรงหน้า

“อันแรก”

“หึ!” เสียงพ่นลมจากซีวอนมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มแรงโทสะจากกยูฮยอนได้มหาศาล “งัย พ่อหนุ่มเนื้อหอม โดนหญิงทิ้งได้งัยวะ?”

“อยากตายก่อนวัยอันควรมั๊ย?”

“ไม่ล่ะ...” ส่ายหน้า ยันตัวลุกขึ้นและบิดขี้เกียจ ตั้งท่าจะไปให้ไกลจากบาทาหนักๆของกยูฮยอน เพราะรู้ดีว่าอีกไม่นานมันอาจจะถูกประทับลงบนส่วนไหนซักแห่งของเขาก็เป็นได้

“จะไปไหน?”

“ไปเรียนสิวะ เอ้อ! ลืมบอก ฟิสิกส์มึงตกนะ อย่าลืมไปแก้ด้วยนะเพื่อน!” ว่าแล้วก็เผ่นแน่บ

...ตกลงมันมาเพื่อจะขโมยน้ำกินเนี่ยนะ??...

กยูฮยอนมองไปยังกระป๋องโลหะที่กลิ้งอยู่บนโต๊ะ










..












ร่างเล็กสองร่างนั่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเงียบ ไร้สรรพเสียงของบทสนทนาที่ปกติจะดังคลอเบาๆไประหว่างการทำการบ้านของคนทั้งสอง มีเพียงเสียงขีดเขียนจากปลายปากกาที่ดังแข่งกับเสียงลมหายใจ

มือบางละจากสมุดเล่มหนาตรงหน้า วางปากกาลงข้างๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังฝั่งตรงข้ามที่อีกคนก็ดูท่าทางไม่ได้มีสมาธิกับงานเสียเท่าไหร่ มันจะต่างกันก็ตรงที่


ลีฮยอกแจ เอาแต่นั่งยิ้มหวานเหมือนกำลังฝันกลางวัน

ส่วนลีทงเฮนั้น กลับถอนหายใจจนนับครั้งไม่ถ้วนเหมือนกำลังฝันร้าย...


พลอยทำให้รอยยิ้มกว้างนั้นหุบลงทันทีที่เห็น ทงเฮกระแทกปากกาลงบนโต๊ะ พ่นลมขึ้นจมูกแรงๆแล้วเงยหน้าขึ้น และก็ต้องผงะไปเพราะสีหน้าประหลาดๆของฮยอกแจ

“เป็นอะไรไปน่ะ?”

“เปล่า...” ส่ายหัวแล้วก้มหน้ากลับไปงุ่นกับการบ้านต่อ

“ฮยอกแจ”
“ทงเฮ”

สองชื่อถูกขานเรียกจากอีกฝ่ายแทบจะพร้อมกัน

“นายพูดก่อนสิ” ทงเฮเสียสละให้ เพราะรู้สึกว่าเรื่องของตนนั้นอาจจะดูไร้สาระก็ได้

ฮยอกแจเอานิ้วประสานกันไว้บนหน้าตัก เอียงคอไปมา ไม่ต้องบอกก็รู้ เพราะอาการแบบนี้ มันเรียกกว่า เขิน!! กว่าจะจะพูดออกมากได้ ทำเอาทงเฮแทบกระอั่กความสงสัยตาย


“คือ...ทงเฮ ถ้ามีคนมากอดเรา....เอ่อ..หมายความว่างัยเหรอ?”


“ก..กอด..งั้นเหรอ?” คนฟังสะดุ้ง ถามกลับไปตะกุกตะกักพอกัน “มีคนมากอดนายอย่างนั้นเหรอ?”

ฮยอกแจผงักหัวช้าๆ แก้มใสขึ้นสีแดงเรื่อ ริมฝีปากที่เม้มเข้าหาหวังว่ามันจะช่วงพรางรอยยิ้มเขินอายเอาไว้ได้กลับปิดไม่มิด อาจเป็นเพราะรัศมีความสุขที่มันทอประกายอยู่รอบๆเจ้าตัวก็ได้มั้ง

“เค้าคงชอบนายมั้ง?” ตอบส่งๆ..จะให้บอกว่าเพราะเค้าเกลียดนายมั้ง.. งั้นเหรอ??

“จริงเหรอ?!” แต่อีกคนไม่ได้คิดว่ามันเป็นแค่คำตอบส่งๆน่ะสิ หน้าที่แดงอยู่แล้วแดงมากขึ้นไปอีก จนทงเฮก็ชักจะหวั่นๆว่าเลือดมันจะพุ่งกระฉูดออกมาจากเรียวหน้าสวยนั้น

“อ้อ! แล้วเรื่องของนายล่ะ!”

“อ๋อๆ ไม่มีอะไรหรอก ไร้สาระน่ะ” จับปากกาสีสวยแล้วบรรจงแต่งแต้มช้อตโน้ตของตนโดยไม่ได้สนใจว่าฮยอกแจจะทำหน้าสงสัยมากแค่ไหน

....ฉันคงไม่ถามนายกลับหรอก ว่าถ้ามีคนเราจูบกันมันหมายความว่ายังงัย..
เพราะมันคงจะไม่มีความหมาย
ก็มันเป็นแค่
ความบังเอิญ
นี่!!









..











|||แฮ่ก!|||


ร่างสูงที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเหยียบเบรกไม่ทัน จึงปล่อยให้ร่างกายใช้ประตูไม้โอ๊คที่กั้นระหว่างทางเดินและห้องพักอาจารย์นั้นเป็นต่างห้ามล้อ หัวทุยๆพิงเข้ากับบานประตูอย่างหมดสภาพ ก่อนจะหายใจถี่ๆเรียกเอาออกซิเจนเข้าปอดแล้วจึงยกมือขึ้นเคาะ



|||ก่อกๆ|||


“เข้ามา”

กยูฮยอนพุ่งเข้าหาโต๊ะทำงาน ยืนเอาแขนยันกับโต๊ะแถมยังคร่อมหัวผู้ใหญ่อย่างหน้าตาเฉย

“อาจารย์จะให้ผมทำอะไร ว่ามาเลยครับ”

“นั่งลงดีๆ”

“โธ่ อาจารย์ ผมยุ่งนะครับ ไม่มีเวลามาฟังอาจารย์ด่าหรอก แล้วผมก็รู้ตัวน่าว่าตัวเองเป็นยังงัย”

“ครูบอกให้นั่งลง”

คิ้วหนาได้รูปผูกติดกันหนึบทันทีที่อีกฝ่ายมีทีท่าไม่สนใจเขาแม้แต่นิด จำยอมต้องนั่งลงทั้งๆที่กระฟัดกระเฟียดอย่างนั้น

“ยุ่งของเธอ ก็คงหนีไม่พ้น ซ้อมดนตรี เตะบอล หรือไม่ก็ตามจีบสาวๆสินะ”

“อาจารย์อย่านอกเรื่องสิครับ”

แทนที่หล่อนจะหยิบเอกสารหรือไม่ก็ใบงานที่กยูฮยอนมักจะได้ทำมันอยู่ทุกเทอม แต่เปล่าเลย อาจารย์ซูมี อาจารย์สอนฟิสิกส์ที่ขึ้นชื่อว่าให้เกรดยากที่สุดในเขตการศึกษากลับทำเพียงยกข้อมือขึ้นดูเวลา แล้วมองหน้ากยูฮยอนด้วยแววตาที่ทำให้ผู้รับรู้สึกเหมือนถูก ‘เหยียดหยาม’ เป็นที่สุด!


|||ฮึ่ย!|||


ระหว่างที่กยูฮยอนกำลังนั่งนินทาอาจารย์จอมเขี้ยวอยู่ในใจนั้น ก็มีเสียงๆหนึ่งดังขัดขึ้น เสียงเปิดประตู แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะหันไปมองผู้มาใหม่ กลิ่นโคโลญจ์อ่อนๆลอยมาเตะจมูกโด่งเข้า..มันคุ้นๆยังงัยก็ไม่รู้??

“ทงเฮ นั่งก่อนสิ”

“ครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมช่วยหรือครับ” น้ำเสียงโทนนุ่มหูดังมาจากร่างบางที่ลดตัวลงนั่งข้างๆ จากที่จะไม่หันไปมองก็ดันอดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองนิดๆ

“อ๋อ อาจารย์ว่าจะให้ทงเฮมาช่วยติวพวกนักเรียนที่ติด 0 น่ะจ้ะ ให้ทำงานอย่างเดียว เดี๋ยวเทอมหน้าก็เหมือนเดิม ทงเฮไม่ว่าอะไรใช่มั๊ยจ้ะ?”

ระบบเตือนความจำเริ่มประมวลผล
และภาพเหตุการณ์เมื่อตอนเช้าก็ปรากฏขึ้นชัด


“นาย!!! ไอ้หน้าจืด!!!”


เรียวหน้าหวานตวัดหันขวับ เมื่อพบกับต้นตอเสียงก็แทบจะลมออกหู ตาโต อ้าปากค้าง อยากจะด่าไปถึงปู่ย่าตายายที่สั่งสอนคนพรรค์นี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ปากมันกลับพูดไม่ออก

“กยูฮยอน!”

“ไม่เอานะครับ ผมไม่ติวกับหมอนี่เด็ดขาด!! อาจารย์ ผมบอกแล้วงัยว่าผมยุ่ง ไม่มีเวลามานั่งกวดวิชาขนาดนั้นหรอกนะครับ”

“เธอจะไม่ติวก็ได้นะ แต่ว่า..เธอต้องพาพ่อแม่เธอมาพบครูนะ ครูจะได้เรียนพวกเค้าให้ทราบว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเค้า จะต้องเรียนซ้ำชั้น!!”

“อาจารย์~” ถ้าเลื้อยได้คงจะลงไปเลื้อยแล้ว กยูฮยอนเอาหัวครูดกับขอบโต๊ะดังครืดๆ กำปั้นขนาดอัดคนสลบทุบรัวอย่างเอาเป็นเอาตาย

“จะเอายังงั้นก็ได้”

“อาจารย์~” พอใช้อารมณ์แล้วไม่เป็นผล เลยเปลี่ยนมาเป็นไม้อ่อน มือไม้ไวคว้ามืออาจารย์ได้เป็นคว้า “ให้ผมทำแค่ใบงานนะ นะๆๆๆ”

“ก็บอกว่าได้งัย แต่เธอต้องพาพ่อกับแม่เธอมาพบครู ไม่เข้าใจหรือ?”

“หง่า~”


|||ฮิๆ|||


เสียงหัวเราะเล็กๆ ดังก้องอยู่ข้างหู อยากจะหันไปสอยให้ซักหมัด ถ้าไม่ติดว่ายังขอร้องอาจารย์ไม่ได้

“จะเอายังงัยจ้ะ?”

“หง่ะ~”

“งั้นเริ่มวันนี้เลยละกันนะ ทงเฮฝากโจวกยูฮยอนด้วยละกันนะ ครูเชื่อว่าเธอต้องทำได้”

“ได้เลยครับ สวัสดีครับอาจารย์” ตอบรับเสียงหวาน ยิ้มหน้าแป้นยังกะจะได้เลี้ยงเด็กอย่างงั้นล่ะ



...ฉันจะบอกอะไรให้นะ ลีทงเฮ อย่างฉันน่ะมันไม่ใช่เด็กธรรมดาเว้ย!! เคยได้ยินม้ะ เด็กนรกน่ะ??...



ลับแผ่นหลังของอาจารย์ซูมีที่หายไปกับบานประตู ทงเฮก็หันมาส่งยิ้มให้เพื่อนใหม่ แต่สิ่งตอบแทนกลับกลายเป็น สีหน้าเบื่อโลก ของโจวกยูฮยอน

“ยิ้มอะไร?”

“ยิ้มให้นาย”

“ประสาท!”

ที่กยูฮยอนคิดคือนายตัวเล็กตรงหน้าจะต้องโมโหเป็นแน่ถ้าได้ฟังน้ำเสียงเย็นๆของเขาเข้าไป แต่เปล่าเลย ทงเฮกลับยิ้มกว้างมากกว่าเดิมเสียอีก

แล้วทงเฮจะรู้ตัวมั๊ย ว่านั่นมีแต่จะทำให้กยูฮยอนคลั่ง!

หรือบางทีเจ้าตัวอาจจะจงใจ ??

ร่างสูงผุดลุกขึ้นและหันหลังกลับ คนตัวเล็กก็ไวพอกัน คว้าหมับเอาข้อมือหนาๆนั้นไว้ในกำมือเล็กๆของตนได้ทันท่วงที
“จะไปไหน?”

“ขาไม่ได้ผูกติดกัน จะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน”

“แต่ว่าอาจารย์ซูมีสั่งให้ฉันติวฟิสิกส์ให้นาย”

“อาจารย์แค่บอกว่า ให้นายติวให้คนที่ติด 0 มีตั้งเยอะตั้งแยะ ไปหาติวเอาเองสิ”

ทงเฮกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างคนเหนือกว่า


“มั่นใจจังเลยนะ รู้รึเปล่า? ว่าเทอมนี้มีนายได้ 0 คนเดียวน่ะ!!!”



|||ผ่าง!|||










.









ถ้าอยากติวนักก็คงต้องให้ช้างมาฉุดถึงจะเอาตัวคนหัวดื้ออย่างกยูฮยอนอยู่ ขายาวก้าวฉับๆออกจากห้อง กระแทกประตูปิดโดยไม่สนใจว่ามันจะไปเสยหน้าสวยๆของทงเฮเลยซักนิด จุดมุ่งหมายไม่มี มีแต่สาเหตุที่ต้องเดินออกมา

ไม่อยากอยู่กับไอ้หน้าจืดนั่น!!!

“นี่!! กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ นายเดินหนีฉันเป็นครั้งที่สองแล้วนะ!!! กยูฮยอน กลับมาเดี๋ยวนี้!!!”







.







ขายาว กับ ขาสั้น เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่ามันแตกต่างกันมากขนาดไหน
ทงเฮวิ่งตามกยูฮยอนไม่ทัน นั่นคงเป็นข้อสรุปที่ดีที่สุดสำหรับปัญหาข้างตน



“การแสดงชุดต่อไป เป็นของวง
Zeiss
ครับ วงร๊อคแห่งโรงเรียนมัธยมโกซาที่มาแรงที่สุดในศตวรรษนี้ เอ้า!! ไปมันส์กับพวกเค้ากันเล้ย!!!”

สิ้นเสียงดังกังวานจากพิธีกรหนุ่มหน้าร็อค เสียงกลองก็ดังกระหึ่มตามมาด้วยเสียงเบสแสบแก้วหู ส่งผลให้ทั้งหอประชุมสะเทือนเลื่อนลั่นประหนึ่งแผ่นดินไหว

“โอ๊ย!! ฟังกันรู้เรื่องได้งัยเนี่ย? สู้เพลงคลาสสิกก็ไม่ได้”

“นี่! ไม่ชอบแล้วมาทำไมยะ?” หญิงสาวที่มีความสามารถในการดัดแปลงชุดนักเรียนมัธยมปลายให้เปรี้ยวเข็ดฟัน กระแทกไหล่ทงเฮ พร้อมกับส่งสายตาจิกๆมาให้ด้วย

“ถึงจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่พี่กยูฮยอนก็เท่ห์ที่สุด!” หญิงสาวอีกคนที่ก็เปรี้ยวไม่แพ้กัน แทรกตัวเข้ามาเบียดเข้ากับสีข้างของเขา มือบางๆเลื่อนมาจับกรอบแว่นตา
“พี่คะ...เข้ามาในนี้ ไม่กลัวแว่นจะร้าวรึงัย?”

แค่หน้าตาเพ้อฝันชวนอ้วกนั่นก็เกินทน นี่ยังจะมาหยามหน้ากันอีก ทงเฮแทบจะอดกลั้นเอาไว้ไม่ไหว ถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นผู้ชายส่วนพวกหล่อนๆนั้นเป็นผู้หญิง

...เนี่ยเหรอ? แฟนคลับนาย กยูฮยอน!...


“กยูฮยอนน่ะเหรอเท่ห์?...คนที่ติด 0 วิชาฟิสิกส์ทุกเทอมเนี่ยนะ ไอดอลของพวกน้องๆน่ะ?”

“นายเป็นใครน่ะ มาว่าพี่กยูฮยอนของฉันไม่ได้นะ”


“พี่เป็นคนที่ได้ 4 ฟิสิกส์ทุกเทอม!”


พูดจบก็เดินหนีไป ไปไหนน่ะเหรอ? จะแทรกมันเข้าไปให้ถึงหน้าเวทีให้ได้นั่นแหละ







..








การแสดงสิ้นสุดลงพร้อมๆกับเสียงกรี๊ดที่กระหึ่มไปทั่วบริเวณ กยูฮยอนร่ำลาเหล่าแฟนๆที่ล้วนแล้วแต่เป็นนักเรียนมัธยมทั้งนั้น และส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงซะด้วย ก่อนจะเดินลิ่วกลับเข้าหลังเวที

“เหนื่อยมั๊ย?”

หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มมีตำแหน่งประธานชมรมเต้นพ่วงท้ายเดินเข้ามาหากยูฮยอนพลางซับเหงื่อให้ ชายหนุ่มไม่ได้หลีกเลี่ยงอะไร กลับส่งยิ้มโปรยเสน่ห์กลับไปอีกต่างหาก





|||ไอ้บ้า ปล่อยนะ!! ฉันจะเข้าไป!!!|||


กยูฮยอนอาจจะได้แตะเนื้อต้องตัวผิวขาวๆของเด็กสาวเสียหน่อย ถ้าหากว่าไม่มีเสียงแหลมปรี๊ดดังสนั่นมาจากทางเข้าเสียก่อน

ร่างเล็กๆกำลังดิ้นแรงๆให้หลุดจากพันธนาการจากชายหนุ่มตัวใหญ่ 2 คน แค่ชายตาไม่ได้มองเต็มๆตา กยูฮยอนก็รู้แจ้งเห็นจริง ไอ้คนตัวเล็กๆ กับแว่นตากรอบหนาๆที่ประดับอยู่บนใบหน้าหากแต่มันไม่ได้ช่วยให้น่ามองขึ้นมาอย่างเครื่องประดับชนิดอื่นๆ มีแค่คนเดียวเท่านั้นล่ะ...


ลีทงเฮ

ร่างสูงหันไปบอกทั้งสอง “ให้เค้าเข้ามา”

ทันทีที่คำพูดเรียบๆแต่กลับมีอิทธิพลจากคนพวกนี้ดังมาจากปากเรียวๆของกยูฮยอน ทงเฮก็วิ่งโร่เข้าไปหาเจ้าของอวัยวะชิ้นนั้น ฉุดกระชากลากถูกจะให้ตามตัวเองออกมาให้ได้

แต่กยูฮยอนก็ไม่ใช่ลูกแมวเชื่องๆที่ใครนึกจะลากไปไหนก็ได้อย่างที่ทงเฮคิด

“อะไรเล่า!!”

“โจวกยูฮยอน นายต้องไปติวฟิสิกส์กับฉัน!!” ตะเบงสุดเสียง ถ้าเกิดกระจกมันเกิดร้าวขึ้นมา เห็นจะต้องมาเรียกค่าเสียหายจากคนตัวเล็กคนนี้ล่ะ

“ก็บอกว่าไม่ว่างงัยเล่า!! พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องรึงัย”

“ไม่ว่างบ้านนายสิ คอนเสิร์ตก็เล่นเสร็จแล้ว จะหาข้ออ้างไปไหนอีกห้ะ!!!??”

มือหนาตะปบเข้าที่มือบางๆของเด็กสาวหน้าตาดีที่เกาะหนึบท่อนแขนเขาอยู่ข้างๆ

“มีนัดกับ แทฮยอน!” พูดจบก็ทำท่าจะเดินหนีไปซะอย่างนั้น

“หยุดเลยนะ หยุด!!!! นี่! นาย!” ทงเฮกระโดดโหยงมาดักหน้ากยูฮยอน กางแขนออกขวางต่างไม้กางเขน “นายต้องไปติวกับฉัน!!”

“พี่คะ..พี่กยูฮยอนเค้าก็บอกอยู่ ว่าไม่ว่าง มีนัดกับฉัน พี่จะยังเซ้าซี้อีกนานมั๊ยคะ?”

“ยุ่งน่า! นี่จะบอกให้เอาบุญเลยนะ ไอ้โจวกยูฮยอน ผู้ชายสุดฮอตที่น้องกรี๊ดนักกรี๊ดหนาเนี่ย ที่แท้มันก็แค่ผู้ชายหัวขี้เลื่อยคนนึงก็เท่านั้นแหละ ไอ้เราก็อุตส่าห์หวังดีอยากให้มีรอยหยักในมันสมองมากขึ้น แต่ดูละกัน..คนมันไม่มีสมองนี่นะ!!”

“ลีทงเฮ!!”

“อะไรล่ะ??”
คนตัวเล็ก แม้จะตัวเล็กกว่าอยู่หลายเท่า แต่ก็ใช่ว่าจะสู้คนไม่เป็นนี่ แข็งมาก็แข็งกลับ!

“จะไปไหน!!” กยูฮยอนส่ายหัวระอาจนผมสีทองยุ่งเหยิง ก่อนจะพากันควงแขนเดินออกไปกับแม่สาวนักเต้น เดือดร้อนทงเฮที่ต้องยื้อเอาไว้อีก

“เรื่องของฉัน!!”

“ฉันจะไปด้วย!!!” ยื่นคำขาด เชิดหน้าให้รู้ว่า เอาจริง!!

“นาย...”


“เออ ได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันบอกว่าฉันจะไปด้วย จะดื่มจะกินจะเมาเท่าไหร่ มันเรื่องของนาย ส่วนเรื่องของฉัน ก็คือ...ติวหนังสือให้นาย!!!”

 

..









เบียร์หลากยี่ห้อที่ทงเฮไม่คุ้นตาเอาเสียเลย ถูกเสิร์ฟให้เรื่อยๆเพราะออเดอร์ของชายหนุ่มที่ชื่อ โจวกยูฮยอน จนเกลื่อนโต๊ะกลมขนาดเล็กจนแทบไม่มีที่ว่าง

เสียงดนตรีบรรเลงแข่งกันหวังจะเพิ่มความคึกคะนองให้กับเหล่าวัยรุ่น แต่กับทงเฮ มันมีแต่จะเพิ่มความกดดันจนแทบทะลุปรอท!!

แต่ถึงยังงัย ก็ดึงดันมาถึงขนาดนี้แล้วนี่..เลิกกลางคัน ก็อาจจะโดนกล่าวหาว่า ไม่แน่จริง!!

ปากบางๆตะเบงแข่งกับเสียงเพลงแดนซ์กระตุกหัวใจ เพื่อจะอ่านโจทย์ให้กยูฮยอนฟัง “นายตอบฉันมาซิ ว่าข้อนี้ต้องใช้ทฤษฏีของใครแก้ปัญหา?”

ทว่าคนถูกถามกลับไม่สะทกสะท้านใดๆ แม้แต่เสียงพูดของทงเฮก็อาจจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

“โจวกยูฮยอน!! ฉันถามว่าข้อนี้ใช้ทฤษฏีของใครแก้ปัญหา!!!! หูหนวกรึงัย ห้า!!??” เรียวแขนเล็กยื่นไปกระตุกใบหูแข็งๆของอีกฝ่ายที่นั่งยิ้มร่า คุยสนุกอยู่กับแทฮยอน

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ..”

“ตอบมาสิ”

“นิวตันมั้ง” ตอบปัดๆ รำคาญจะแย่อยู่แล้ว

“ถูก นี่แล้วใช้ข้อไหนล่ะ” ถามย้ำเมื่อเห็นว่าลูกศิษย์จำเป็นทำท่าจะเบนความสนใจไปหาเด็กสาวข้างๆอีกครั้ง

“ลีทงเฮ นายจะยุ่งกับฉันอีกนานมั๊ย?”

“ก็จนกว่านายจะสนใจที่ฉันสอนบ้าง”

“ก็มันน่าเบื่อ”

“ก็นายไม่ตั้งใจ”

“รู้ว่าไม่ตั้งใจ แล้วจะยังมาเซ้าซี้กันอยู่ทำไมเล่า!!”

“ก็รู้ว่าไม่ตั้งใจน่ะสิ ถึงได้ต้องเซ้าซี้อย่างงี้!!”

“ลีทงเฮ”

“โจวกยูฮยอน”

ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ลดละ





เป็นกยูฮยอนที่ยอมให้ก่อน เพราะไม่รู้จะเถียงกันเอาไปทำถ้วยน้ำพริกทำไม ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างนึกรำคาญใจ ชาติที่แล้วเค้าไปทำเวรทำกรรมอะไรกับคนๆนี้รึยังงัยกันนะ ถึงได้ตามจองล้างจองผลาญไม่เลิกแบบนี้..ขนาดว่าเพิ่งจะรู้จักกันวันเดียว ยังทำได้ขนาดนี้!!
ถ้าลองได้รู้จักกันเป็นปี ไม่ติดหนึบเป็นปลิง..
ก็คงจะได้เป็นแม่คนที่สองของเขาอย่างแน่แท้

“อย่ามาถอนหายใจใส่หน้าฉันนะ!”

“เฮ้อ~ เฮ้อๆๆๆๆ!!” ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ใบหน้าหล่อจัดถูกยื่นเข้ามาเพื่อถอนหายใจรดหน้าหวานๆอย่างเอาเป็นเอาตาย

กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งกับกลิ่นบุหรี่จนผสมปนเปกันไปหมด

“ไอ้...ไอ้บ้าโจวกยูฮยอน!!”








..






แทนที่จะเป็นแทฮยอนที่ต้องมาแบกคนตัวหนักๆเพื่อกลับบ้าน กลับกลายเป็นภาระของเขาที่ต้องทำแบบนั้น..กยูฮยอนที่เมาไม่ได้สติเดินตุปัดตุเป๋ไม่ดูทาง พลอยแต่จะทำให้ทงเฮโซเซตามไปด้วย

ก็ใช่ว่าเค้าจะตัวใหญ่นักหนานี่นะ!

“ฉันไม่ได้เมา!”

“ไม่ได้เมาบ้านนายล่ะสิ กลิ่นเบียร์หึ่งขนาดเนี้ย โกหกไม่ขึ้นซักนิด!! โอ๊ยย!! เดินดีๆเซ่!!”

“คนเมาจะให้เดินดีๆยังงัยเล่า!!”

..ดูมัน ลื่นไหล กลับกลอกยิ่งกว่าปลาไหล.. ทงเฮกระชับแขนยาวๆที่พาดคอให้แน่นขึ้นเพื่อจะได้ลากร่างสูงนี้ได้ถนัด

เออ! บ้านช่องก็ไม่รู้จัก แล้วจะเอาไอ้บ้านี่ไปทิ้งไว้ที่ไหนล่ะ...
สถานีรถไฟ??
โรงแรม??
หรือกองขยะ??

ทงเฮผลักร่างสูงจนเซถลาล่องแก้วล้มไม่เป็นท่าอยู่กับพื้นคอนกรีต เท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง ทั้งที่อีกคนอยู่ในสภาพที่ไม่น่าต่อกรอะไรได้เลย
“ไอ้บ้า!!”

“เจ็บน้า~”

“นอนอยู่นี่แหละ ตอนเช้าก็คงมีรถขยะมาเก็บเอง..ไม่ต้องห่วงว่านายจะกลายเป็นขยะสังคมหรอกนะ โจวกยูฮยอน”

“ลีทงเฮ!!”

ที่ว่าไม่มีปัญญาต่อกร เห็นทีทงเฮจะคิดผิดถนัด เมื่อร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง แล้วจ้องหน้าหวานเขม็ง

นิ่งราวโดนฉาบไปด้วยน้ำแข็ง..คนตัวเล็กมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาสั้นๆของตน

“พาฉานกลับบ้าน~ อ่อก...”

“เฮ้ย!” ร่างบางสะดุ้งโหยงเมื่อร่างสูงล้มตึงใส่อ้อมอก ..อยากจะจับกัดหูให้ขาดเชียว!

“แล้วฉันจะไปหาบ้านนายได้ที่ไหนล่ะ??”





ฝ่าเท้าหยุดลงที่หน้าบ้านขนาดปานกลางที่ทงเฮคุ้นกับมันดี...
ใช่..
นี่คือบ้านของเขาเอง

บ้านที่มีเพียง แม่ พี่ชาย และเขา อาศัยอยู่เพียงสามคนเท่านั้น

ทงเฮเหลือบมองเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบสงัดและมืดสนิท..คนในบ้านคงหลับกันหมดแล้ว
ที่ไม่มีใครนึกเป็นห่วงเขาก็เพราะ




‘แม่ฮะ วันนี้ผมอาจจะกลับดึกหน่อยนะฮะ พอดีมาทำรายงานที่บ้านฮยอกแจ’
‘ไม่รู้เลยฮะ ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่’




คำโกหกที่ใช้ฮยอกแจมาเป็นข้ออ้างยังงัยล่ะ!

ร่างเล็กค่อยๆแง้มประตูเข้าไป ก่อนจะลากคนตัวใหญ่ให้ตามไปด้วย ตรงแหน่วไปที่หน้าต่างห้องนอน โชคดีที่บ้านของเขาเป็นบ้านชั้นเดียว ดังนั้น..การจะปีนเข้าปีนออกจึงเป็นเรื่องง่าย และเขาก็ค่อนข้างชำนาญกับมันพอสมควร

ไม่เห็นจะต้องแปลกใจนี่ครับ!

เด็กเรียนแว่นหนาเตอะอย่างผม ก็หนีออกบ้านเป็นเหมือนกัน
ไอ้แว่นเนี่ย..ถ้าสายตาไม่สั้นตั้งเกือบ 300 ก็คงไม่คิดจะใส่หรอก

จะให้เป็นกบในกะลาอย่างนั้นน่ะเหรอ? อาจจะใช้ได้กับฮยอกแจแต่กับทงเฮคงใช้ไม่ได้




|||ตุ่บ!!|||


กระโดดเข้ามาก่อน ผิดท่า..ล้มกลิ้ง แต่พอตั้งตัวได้ ก็รีบผลุนผลันไปที่หน้าต่าง


|||อ๊าก!!|||


ชู่วว์~

ไอ้ตาย..คนเมามันรู้เรื่องขนาดนี้เลยเรอะ? ก็เล่นโผล่ขึ้นมาจากขอบหน้าต่าง แล้วยังจะแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกหลอนคนขวัญอ่อนอย่างเขาอีกแน่ะ แต่ก็ต้องเชื่อละมั้งว่าเมาจริง เพราะพอพ้นบานหน้าต่างเข้ามาได้ ก็นอนเกลือกกลิ้งกับพื้นไม่เป็นท่า
ลำบากทงเฮต้องลากให้ขึ้นมานอนเป็นเรื่องเป็นราวบนเตียงอีก

..อุตส่าห์สละเตียงให้แล้วนะ ยังจะมาทำให้กันต้องเหนื่อย...



“ฮื่อ...” เสียงลมหายใจหนักๆ ดังออกมาจากกยูฮยอน หน้าอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงเพราะแรงหอบ ทงเฮไม่ได้คิดที่จะไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้อย่างที่ควรจะทำ แต่กลับนั่งอยู่ที่ขอบเตียงเพื่อพินิจพิเคราะห์ร่างสูง ไม่ได้อยากจะเชยชมความหล่อเหลาไม่เกรงใจชาวบ้าน แต่เพราะสมเพชในสภาพต่างหาก

“นอนไปเลยนะ นอนให้ตายไปเลยยิ่งดี” ได้ทีขี่แพะไล่ มือเล็กๆยื่นไปผลักหัวคนที่นอนไม่รู้เรื่อง ตามด้วยบีบจมูกแรงๆจนเป็นรอยช้ำ
“เคยสงสารพ่อแม่ม้ะ ที่หาตังค์ให้ใช้น่ะฮะ?”
“ไอ้หน้าตา ทรงผมนี่ก็เหมือนกัน หล่อแต่เฮงซวย จ้างให้ชาตินี้ก็ไม่มีใครเอา!!” ขยี้หัวที่ปกคลุมด้วยเส้นผมหนาสีทองจนกระเซิงเซอะ
ยิ่งเห็นอาการของคนหมดสภาพที่นอนไม่รู้สึกตัว ก็ยิ่งนึกหมันไส้เลยตบแก้มใสๆนั่นให้อีก 2 ป๊าบ!

“โอ๊ย!” มือหนายกขึ้นมากุมแก้มทันควัน และก็คว้าเอามือเล็กนั้นไปได้ด้วยอีกต่างหาก

“โอ๊ย!!” คราวนี้เป็นทงเฮบ้างที่ต้องร้องออกมาแบบนั้น ก็จะเพราะอะไรซักอีกล่ะ ...

เพราะโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างแบบบางก็กระเด็นเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวโตเพราะแรงฉุดที่ข้อมือซึ่งกยูฮยอนเพียงแค่ออกเล็กนิดๆเท่านั้น
ทงเฮดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขนแกร่งนั้น แต่จนแล้วจนรอด ปลาน้อยก็ต้องตกเป็นเหยื่อของหมาจิ้งจอกอยู่ดี กยูฮยอนรัดกอดนั้นให้แน่นจนคนข้างในแทบหายใจไม่ออก และจับพลิกเหมือนกับว่าน้ำหนักตัวของทงเฮเท่ากับตุ๊กตาหมีเพียงตัวเดียว

ตอนนี้ทงเฮกำลังเสียเปรียบ..อย่างร้ายกาจ!!

ไม่มีประโยคคำพูดให้รู้ว่าอีกคนคิดจะทำอะไร ไม่ทันที่ทงเฮจะได้มองเห็นแววตาของร่างสูงเลยด้วยซ้ำ ริมฝีปากหยักสวยก็ประกบปิดสนิทแนบแน่นกับกลีบปากแดง
ไม่..ไม่ได้จาบจ้วง รุนแรง
ไม่ได้นิ่มนวล อ่อนโยน
แต่ทงเฮก็รู้ว่านี่เป็นจูบที่เริ่มต้นโดยที่เขาไม่ได้เต็มใจซักนิด!!
ทั้งที่ทงเฮพยายามปิดปากให้สนิทที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เรียวลิ้นชื้นปะปนกลิ่นแอลกอฮอล์และควันบุหรี่ก็ดุนดันให้มันเปิดออกจนได้

ทงเฮแทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าเมื่อไหร่ที่ตนหลงเผลอไผลไปกับรสจูบนั้น ..หลงเพราะมันเป็นจูบแรกที่ไม่ใช่จูบแบบเด็กๆ...

ทั้งคู่แลกลิ้นกันอย่างไม่รู้เบื่อ..จนกระทั่งเป็นกยูฮยอนที่ผละออกไป
คนตัวเล็กที่อยู่เบื้องล่าง แม้จะรู้สึกกลัวนิดๆ แต่กลับไม่ได้ผลักไสไล่ส่ง ปล่อยให้ปลายจมูกโด่งรั้นซุกไซ้ไปทั่วซอกคอ ปล่อยให้ฟันคมขบเม้นจนเกิดร่องรอยแดงช้ำ และปล่อยให้มือซุกซนลูบไล้ผิวนุ่มลื่นมือนั้นต่อไป


ทว่า..บทรักที่ทำท่าจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลับมอดดับลงเมื่อการเคลื่อนไหวที่ข้างใบหูหยุดนิ่ง









.

.

.










คร่อก~






..







อกบางสะท้อนขึ้นลงน้อยๆเพราะหอบ มองดูร่างสูงที่หลับใหลบนร่างของตน แล้วก็สะดุ้งรู้สึกตัว..เกือบ เกือบไปแล้ว...

ถ้าเกิดว่าโจวกยูฮยอน ไม่ใช่ คนที่เมาแล้วหลับ
ทงเฮคงไม่รอดมานั่งหลบมุมมองผู้ชายคนนี้แบบนี้หรอก...


หลังมือถูกยกขึ้นปาดเบาๆที่ริมฝีปาก แปลก..ที่ตัวเขาเองไม่ได้รังเกียจสัมผัสนั้นเลยซักนิด












..













ทงเฮกระทืบเท้าเข้าโรงเรียนอย่างหัวเสียสุดขีด เสียงส้นเท้ากระแทกกระทั้นไปกับพื้นหินอ่อนดังตึงตัง เรียกใบหน้าสลอนของเหล่านักเรียนที่โผล่ออกมาจากประตูห้องได้เป็นแถบ

ภาพเมื่อเช้า..มันยังติดตา!!
และจะไม่มีวันไหนที่ ลีทงเฮ คนนี้จะลืม!!

ห้อง 2C ชั้นเรียนของทงเฮ ถูกเจ้าตัวเดินผ่านไปอย่างไม่คิดจะเหลียวกลับมามอง ตอนนี้ที่ๆอยากไปที่สุดไม่ใช่ห้องเรียนที่มีเพื่อนซี้อย่างลีฮยอกแจรอเม้าท์ยามเช้า แต่กลับเป็นห้องซ้อมดนตรีที่ท้ายตึกต่างหาก!!




..




ภาพที่เค้าตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าตัวเองเปลือยเปล่า ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ติดตัวซักชิ้น
แถม ไอ้โจวกยูฮยอน คนที่เขาหวังดีพามานอนพักที่บ้าน
ก็ดันหายหัว!!

มันแปลความหมายได้อย่างเดียวล่ะ

ว่าเขา
โดนข่มขืน!!






..



เขาคงไม่เล่นพิเรนทร์ นอนละเมอถอดเสื้อผ้าตัวเองหรอกจริงมั๊ย??
และผู้ต้องหาหมายเลข 1 ก็จะเป็นใครไม่ได้เลย
นอกจาก


โจวกยูฮยอน!!



ถีบบานประตูห้องซ้อมจนเต็มแรงที่มี ทว่าภายในห้องมีเพียงอากาศที่ทักทายกลับมา ทงเฮขยี้ผมจนหัวฟู แต่ก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อมีมือๆหนึ่งแตะลงบนไหล่


|||ไอ้เลว!!|||



ทงเฮ ฉันเอง...”

“ฮยอกแจ..”

“มาทำอะไรที่นี่อ่ะ ไม่เข้าเรียนเหรอ? อีก 5 นาทีจะเริ่มคาบแรกแล้วนะ”

“เอิ่ม...?? พอดี....เบลอน่ะ เลยเดินเลย”

แก้ตัวไปได้น้ำขุ่นๆ (-*-)a





..





ทำไมวันนี้ต้องเป็นวันพุธด้วยนะ!!
เพราะอะไรถึงทำให้ทงเฮเกลียดวันนี้ได้อย่างที่ไม่เคยเป็น ก็เพราะคาบที่อัดแน่นจนไม่มีเวลาปลีกตัวออกจากห้องมากกว่าวันอื่นๆ เนื่องมาจากวันนี้เป็นวันกลางสัปดาห์น่ะสิ
และมันก็ยิ่งทำให้ทงเฮหัวเสียมากขึ้นไปอีก เพราะมันทำให้เขาไม่มีเวลาออกไปตามเอาเรื่องเอาความกะไอ้คนฉวยโอกาส ที่ชื่อ โจวกยูฮยอน หลังจากที่คนๆนั้นขโมยกินของฟรีจนอิ่มหนำสำราญ

พอเสียงเมโลกี้ที่ไพเราะกว่าทุกวันบรรเลงบอกว่าถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว คนตัวเล็กก็ผลุนผลันพาดเป้เดินออกไปจากห้องทันที

“ทงเฮ..~”

เท้าเล็กๆนำพาคนตัวเล็กขนาดพกพาสะดวกมุ่งแหน่วไปยังห้องซ้อมดนตรีสากล


|||ปึง!!!|||


“โจวกยูฮยอน!!!”

สิ่งมีชีวิตนับได้คร่าวๆ 5 ชีวิตหันคอมามองต้นเสียงเป็นตาเดียวกัน หากแต่อีก 1 ชีวิตที่เหลือกลับทำหูทวนลม ยืนดีดกีตาร์ต่อหน้าตาเฉย

แต่ทงเฮคงไม่รู้ว่ากยูฮยอนกำลังแอบอมยิ้ม

“โจวกยูฮยอน!!!” คว้าหมับที่ปกเสื้อออกแรงกระชากเท่าที่จะพอพกติดตัวอยู่บ้าง แต่นั่นมันก็ยังน้อยกว่าไอ้คนตัวสูงตรงหน้าที่แค่ยืนนิ่งๆอยู่ดี

“วันนี้ไม่ว่าง ไปติวไม่ได้” ปั้นหน้าขรึมก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากันตรงๆ

“ไม่ได้จะมาติว แต่จะมาเอาเรื่อง”

“เอาเรื่องงั้นเหรอ ว่าแต่..ฉันไปทำอะไรให้นายล่ะ?” ส่งสายตาวิบวับมาให้ จนทงเฮหน้าแดงหูแดงไม่หมด ไม่ใช่อาย! แต่กำลังโกรธขั้นสูงสุด เดอะโกรธเทส!!

“ก็นาย!! นาย!! นาย...ฮึ่ย!”
“มานี่เลยนะ!!” ทงเฮลากตัวนายตัวดีออกมาอย่างเกรงสายตาใคร ก่อนจะเหวี่ยงหวังจะให้ร่างสูงชิดฝา แต่กลับกลายเป็นตัวเขาเองที่เหวี่ยงตัวเอง

“โอ๊ย!”

“อะไร? ฉันทำอะไรนาย หืม??”

“นาย!!..นาย!!..ลวนลามฉัน!!”

“แล้วงัย??” ลูกกะตาหมาจิ้งจอกกำลังจ้องมองเขาอยู่ ..อยากจะจิ้มให้ตาแตกเลยจริงๆ ให้ตาย!

“แล้วงัย!! ไอ้บ้า ไอ้เลว ไอ้โคตรเลว ไอ้บรมโคตรเลว ไอ้ๆๆๆๆๆ ฉันอยากจะด่าให้นายหายไปจากโลกนี้เลยด้วยซ้ำ!!”

ท่อนแขนยาวๆของชายหนุ่มยกขึ้นยันกำแพง คร่อมร่างเล็กจนไม่มีทางหนีทีไล่ ยื่นหน้าเข้าไปหารินรดลมหายใจอุ่นๆลงบนปลายจมูกของทงเฮอย่างยั่วโมโห
“ฉัน..ข่มขืนนายเหรอ?”

“ไอ้....”

“หรือว่านายสมยอม?”

“ไอ้...ออกไปห่างๆเลยนะ!!”

“นายต่างหากที่ตามติดฉันแจ...เมื่อคืน” คนตัวเล็กหดคอจนแทบจะกลายเป็นเต่าเพราะใบหน้ากวนบาทาที่ลอยเข้ามาใกล้เรื่อยๆ “หรือว่าที่จะมาเอาเรื่อง เพราะอยากให้ฉันรับผิดชอบ เหมือนตอนที่ล้มไปจูบนาย?”

“ไม่ใช่!”

“แววตานายมันบอก”

“อย่ามามั่ว! ที่ฉันมาหานาย ฉันจะมาเอาเรื่องจริงๆ!!”

“กล้าเหรอ?” มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและหยิบบางอย่างมาโชว์หราตรงหน้า..โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด “แต่ฉันมีนี่นะ..”

“ไม่ต้องมาอวด”

ชายหนุ่มยักคิ้ว “เฮอะ..มันน่าอวดออกจะตาย มีคลิปลีลาเด็ดของนายอยู่ทั้งที”

“ไอ้เลว!!”

“เลิกยุ่งกะฉันได้มั๊ยล่ะ แลกกะคลิปนี้นะ”

“อย่าบอกนะว่า ที่นายทำเรื่องแบบนั้นกับฉัน แค่เรื่องที่ไม่อยากให้ฉันติวฟิสิกส์!!!”

“ก็...ประมาณนั้น”

“ไม่มีทาง!! แล้วฉันก็ไม่คิดว่านายจะกล้าประจานคลิปนั่นด้วย เพราะในนั้นก็มีนาย ไม่กลัวเสียแฟนคลับเหรอ~”

...คิดว่าขู่แบบนั้นแล้วจะกลัวจนตัวหงอเรอะ?...

“หรือถ้าไม่เลิกยุ่ง มีอีกทางเลือกนะ.....เป็นแฟนกะฉันงัยล่ะ”

ดูจะเป็นทางออกที่ต่างกันลิบลับราวฟ้ากับเหว....ไอ้หน้าเจ้าเล่ห์นี่ ไม่น่าไว้ใจซักนิด!!...

“แต่ดูนายอยากเลือกข้อสองเนอะ?”

“ไม่!”

“งั้น ฉันเลือกแทน เอาข้อสอง ตกลงนะ?!”

“ไอ้....~”

กยูฮยอนดูดกลืนคำด่าของคนตัวเล็กด้วยริมฝีปากของตนจนหมดสิ้น สอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปขโมยน้ำหวานพลางรั้งท้ายทอยอีกคนเข้ามารับจูบอย่างดูดดื่ม ก่อนจะผละออก

“นาย!!”

“ฉันเป็นแฟนนายแล้ว ทำแบบนี้ไม่ผิดใช่มั๊ย?”



…ช่วยไม่ได้นะลีทงเฮ นายอยากหาเรื่องเข้ามาในชีวิตฉันเอง แล้วฉันจะทำให้นายหัวหมุนเลยคอยดู....














To be continue >>

 

กา-เท่-เร่ 's talk :: จริงๆแต่งไว้ 2 ตอน ลงเอสเอ็มแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงที่นี่

ไม่เข้าใจอ่า เวลาก๊อปจากเวิร์ดมาลงแล้วทำไมต้องมาเคาะเว้นบรรทัดใหม่หมดเลยอ่า

บางทีมันขี้เกียจเคาะ ((ยาวอ่ะ)) ใครมีวิธีแก้ไขก็บอกด้วยน้า

เพิ่งมาเล่นบล็อกอ่าค่ะ -*-

edit @ 2 Dec 2007 21:46:22 by กา-เท่-เร่