SF-KiHae

[SF] Déjà vu :KiHae: NC-18

posted on 19 Apr 2008 21:42 by katere  in SF-KiHae

:: ประกาศก่อนอ่าน ::

ตอนนี้น้ามเปิดบล็อกใหม่อีกบล็อกนึงแล้วนะคะ เป็นบล็อกฟิคคยูเฮโดยเฉพาะ

ถ้าใครสนใจ คลิ๊ก ได้เลยนะจ้ะ! 

 

Warning NC-18  

Déjà vu    :KiHae:

 

 

เดจา วู เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า เคยพบเห็นมาแล้ว


มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เป็นปรากฏการณ์ที่มนุษย์ทุกเพศทุกวัย ทุกชนชาติแห่งหนเคยพบพานมาแล้วทั้งนั้น และคำอธิบายที่เรามักอ้างกับตัวเองก็คือ “คิดไปเองน่า”

 

ว่าแต่ว่า เราคิดไปเองจริงหรือ?

 

 

D é j à    v u …………………….
…………………………..
…………………………………………….
………………….

 

 

ลิ้นแลกลิ้น เนื้อสัมผัสเนื้อ...รุ่มร้อน คลั่งไคล้ เผลอไผล
ริมฝีปากประกบดูดดึงกันราวมีแรงดึงดูด เรียวลิ้นผลัดกันไล่ต้อนรวดเร็ว เร่าร้อน หายใจแทบไม่ทัน
ลมหายใจร้อนระอุรินรดผิวแก้ม ซ้าย ขวา สับเปลี่ยนหมุนเวียนไม่ซ้ำมุมมอง รุกล้ำ ข้ามเส้น

เสียงครางแล้วครางเล่าดังผะแผ่วอยู่รวยรินจวนขาดใจ ทว่ากลับหยุดยั้งต้านทานไม่ไหวเมื่อแรงราคะมันมากกว่ามหาศาล มีแต่จะถลำลึก...ลึกลงไป.....มากกว่าเก่า

มือไม้ป่ายปัดแนวสัดส่วน จากเอวคอดลามสะโพกอิ่ม...........เคลิบเคลิ้มเกินถอดถอน

 

 


“เฮ้ย...”

“เฮ้ย!!!!”


“ฮะ...หา??” คนที่เพิ่งหลุดจากภวังค์มองหน้าเพื่อนสนิทล่อกแลกคล้ายจะถามว่ามีอะไร

“เป็นไรอ่ะ ทงเฮ หมู่นี้สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเลย” คยูฮยอน เพื่อนสนิทคณะเดียวกันที่อาศัยอยู่ห้องติดกันถามขึ้น เขาจ้องตากับคนตัวเล็กอย่างจับผิด แต่ก็ดูเป็นห่วงในคราเดียวกัน

ทงเฮชี้มือมาที่ตัวเอง และเลิกคิ้ว “ฉ..ฉันเหรอ? ฉันเป็นอะไรไปอีกแล้ว” ถามพร้อมเกาหัวให้รู้ว่าไม่ได้รู้เรื่องอะไรจริงๆอย่างที่ว่า ทำเอาเพื่อนตัวโตอย่างคยูฮยอนย่นคิ้วเข้าหากันจนชิด

“ไม่สบายเหรอ?” เขาถาม และมือก็ไวพอที่จะยื่นมาอังหน้าผากซึ่งเจ้าของเค้าก็เต็มใจจะให้ตรวจวัดไข้โดยไม่มีอิดออด “ตัวก็ไม่ร้อนหนิ่” เสียงทุ้มต่ำดังเบาๆคล้ายพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่า

“ตกลงฉันเป็นอะไร?”

“ก็นาย...เหม่ออีกแล้ว เรียกก็ไม่ตอบ”

“เหม่อเหรอ?!!” ทงเฮดูจะตกใจมากกว่าจำเป็น คยูฮยอนจึงรีบเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กที่ทำท่าจะทุบโต๊ะนั่นไว้

“อย่าโวยวายน่า บางทีนายอาจจะนอนน้อยก็ได้”

แต่ทงเฮไม่ได้สนใจคำพูดของคยูฮยอน เขากำลังคิด...ใช่ บางทีเขาอาจจะเหม่อ มีบางครั้งที่เขาพบว่าตัวเองอยู่ที่ซูเปอร์มาเก็ตทั้งที่ไม่รู้ว่าอยากจะมาซื้ออะไร แต่ทำไมเขาถึงไม่รู้ตัวเลยล่ะ?

“คยูฮยอน.....”

“ฉันว่านายไปนอนดีกว่านะ เดี๋ยวงานพวกนี้ฉันเคลียร์ต่อเอง” ทงเฮพยักหน้าหงึกหงักทั้งยังจมอยู่ในความคิดไปเสียครึ่งหนึ่ง ปล่อยให้คยูฮยอนเก็บกวาดเอากองรายงานตรงหน้าลงกระเป๋าและขอตัวกลับห้อง “นอนเยอะๆล่ะ แล้วก็อย่าคิดมาก เข้าใจมั๊ย?” คยูฮยอนเอื้อมมือมากดกระหม่อมทงเฮไปที ก่อนจะยอมผละกลับห้องไปจริงๆ

ทงเฮทิ้งตัวนอนลงบนเตียงนุ่มหลังจากจัดการกับธุระส่วนตัวจนเรียบร้อยแล้ว ไม่นานก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

 

 


และตื่นขึ้นมาด้วยความเมื่อยขบ และปวดล้าไปทั้งร่างกาย....ในทุกๆเช้า

 

 


*

 

 

เช้านี้ก็เช่นกัน ทงเฮรู้สึกว่าเปลือกตาของเขาหนักอึ้งจนลืมมันแทบไม่ไหว มันหนักเสียจนทงเฮคิดว่าตัวเองตาบอดไปเสียแล้ว ร่างบอบบางลุกทั้งยังตัวเอนๆ ฝืนสังขารจนสามารถอาบน้ำแต่งตัวได้

ทงเฮมายืนรอรถเมล์ที่ป้ายเดิม ความจริงเขาจะเดินไปมหาวิทลัยก็ได้ ในเมื่อเขาย้ายหอมาแล้ว แต่นิสัยติดนั่งรถมันทำให้ทงเฮขี้เกียจที่จะเดิน และนั่นก็ทำให้ถูกคยูฮยอนดุเอาได้บ่อยๆ ก็หมอนั่นน่ะขี้งกอย่างกับอะไรดี....คยูฮยอนบอกว่า ถ้าเราเก็บเศษเงินค่าตั๋วรถไปหยอดกระปุก ปลายเดือนเราจะสามารถซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คได้อย่างสบายๆหนึ่งเครื่อง


ผู้คนบนรถยังแน่นขนัดเหมือนเคย ทงเฮเบียดแทรกตัวเองไปตามช่องว่างของแต่ละคนที่พอจะมีอยู่บ้าง ไม่นานก็เห็นที่นั่งประจำของตัวเองอยู่ตรงมุมด้านหลัง น่าแปลกที่ไม่มีใครคิดจะนั่งลงตรงนั้นเลย


“โอ๊ะ!!”


รถเมล์เบรกกะทันหัน ส่งผลให้ร่างของทงเฮเซถลาและพาเอาหน้าผากมนๆของเขาไปฟาดเอากับเสาเหล็กกลางรถ


ภาพบางอย่างผุดขึ้นมาตอนนั้น

เสียงแทบห้าวที่ดังโหวกเหวก
เสียงกรีดร้องของผู้คนรอบข้าง
และการขับเคลื่อนของรถที่คดเคี้ยวและโงนเงน


“น้อง..ขอทางหน่อย” เสียงเล็กๆดังข้างหูเรียกเอาสติของทงเฮกลับมารวมกันอีกครั้ง ไม่มีเสียงเอะอะโวยวายอะไรทั้งนั้น ทุกคนยังคงตั้งหน้าตั้งตาที่จะไปทำงาน หรือไม่ก็ไปมหาวิทยาลัย ทุกอย่างยังคงปกติไร้ซึ่งความโกลาหลใดๆทั้งสิ้น


‘คิดไปเองอีกแล้วเหรอ?’


มีลมประหลาดพับกระทบใบหน้าของเขา ทงเฮรู้สึกถึงความไม่ไว้ใจและความไม่ปลอดภัยในเวลาเดียวกัน

 


อ่อดดดดดดดดดดดดดดดดด!!

 


ทงเฮตัดสินใจกดปุ่มลงจากรถ และทันใดรถเมล์ก็จอดสนิทที่ริมฟุตบาท เขาก้าวเท้าลงมาอย่างหวั่นๆ มันทั้งสั่นแล้วก็ชาแปลกๆ

จนกระทั่งรถเมล์คันนั้นเคลื่อนผ่านไป ทงเฮเงยหน้าและมองซ้าย-ขวา มีนักศึกษาเดินกันขวักไขว่เนื่องจากเป็นย่านมหาวิทยาลัย ตามร้านกาแฟก็แน่นขนัดไปด้วยเหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ยังพอมีเวลานัดเจอกันยามเช้าก่อนเข้าเรียน

“ว่างัย!” ท่อนแขนหนักๆวาดล้อมลำคอของทงเฮจนเขาสะดุ้ง

“คยูฮยอน..!”

“เฮ้ย แค่นี้ก็ตกใจเหรอ?” คยูฮยอนจ้องใบหน้าซีดๆของเพื่อนหนุ่มเขม็ง เขารีบยกมือทั้งสองขึ้นอังหน้าผาก แล้วก็เลื่อนมากุมแก้มทั้งสองเอาไว้ในอุ้งมือ “เมื่อคืน..ไม่ได้นอนเหรอ?” เขาทำเหมือนกับว่าแก้มของทงเฮจะขึ้นสีชมพูฝาดได้ถ้าหากเอาเอานิ้วมือรีดมัน

“น..นอน....นอนสิ” ทงเฮรั้งหน้าตัวเองออกจากการเกาะกุมนั้น คยูฮยอนเป็นพวกชอบถึงเนื้อถึงตัว พูดนิดมือก็ตามมาอย่างกับติดจรวด

“แน่ใจนะ”

“อืม แน่” ทงเฮโกหกหน้าด้านๆ ก่อนจะยอมโดนคยูฮยอนกึ่งลากกึ่งจูงให้ไปมหาวิทยาลัยพร้อมกัน


จริงๆแล้วเมื่อคืนทงเฮแทบไม่ได้นอนเลย
ไม่ใช่สิ...เค้านอน เพียงแต่ว่าฝันไม่รู้จักหยุดจักหย่อน แน่นอนมันเป็นความฝันที่เล่าบอกคยูฮยอนไม่ได้จริงๆ
แต่มันก็ทำให้เขาเหนื่อย..จริงๆ

 

 


*

 

 

สายน้ำเย็นเฉียบไหลผ่านร่างกายเปลือยเปล่าของทงเฮไปตามเส้นทางของมัน เขาลูบฝ่ามือเข้าที่ใบหน้า ล้างเอาเหงื่อไคลที่ผจญกับมันมาทั้งวัน เวลาที่เหนื่อยๆและได้มาอาบน้ำเย็นๆแบบนี้มันรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาจริงๆนั่นแหละ

ทงเฮปล่อยให้สายน้ำเย็นชโลมความเมื่อยล้าให้ออกจากไปจากตัว มันเย็นสบาย..ผ่อนคลาย

สัมผัสอุ่นๆที่แทรกผ่านมากับสายน้ำมันให้ความรู้สึกอย่างนั้น ทงเฮรู้สึกว่าแผ่นหลังของเขาโดนครอบครองและลามปามไปถึงหน้าท้องซึ่งมันก็แขม่วรับสัมผัสนั้นอย่างดี


อื้มมม....................


เขารับรู้ถึงแรงกดที่หัวไหล่ เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ผิวของมันสากไม่เรียบรื่นถูไถไปกับผิวเนื้อ บางทีมันก็เคลื่อนมาที่ติ่งหู บางทีก็เลื่อนไล้ไปตามแนวลำคอ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนโดนลามเลียและขบกัด ขนสีอ่อนลุกชูชันต้านทานสายน้ำ....หวาบหวามเหลือเกิน

ทงเฮได้ยินเสียงตัวเองครางเบาๆ และสัมผัสถึงฝ่ามือร้อนที่ลากไล้และบีบเฟ้นอยู่ทั่วหน้าอก

“ทงเฮ....ทงเฮอา......”

ไอร้อนพุ่งผ่านทุกส่วนของร่างกาย ขาเขาแทบไม่มีแรงจะยืน ถ้าหากไม่มีอ้อมกอดที่เร่าร้อนนั่นคอยประคองไว้เขาอาจจะล้มพับไปแล้วก็ได้

“อื้ม.........อื้ม....................อ้ะ!”

 

โลกของเขาหมุนติ้วแล้วร่างทั้งร่างก็โถมเข้าใส่ผนังกระเบื้องสีขาวสะอาดตรงหน้า หัวของเขาวูบโหวงไปหมด เขากุมหัวตัวเองไว้และพยายามทรงตัวยืนอย่างเก่า

รอบตัวคือกำแพงห้องน้ำที่ล้อมรอบ เสียงที่ได้ยินตอนนี้มีเพียงเสียงน้ำที่รินไหล ทงเฮสำรวจร่างกายของตัวเอง และไม่พบร่องรอยใดๆที่บ่งบอกว่าเขาเพิ่งผ่านกิจกรรมอย่างว่ามา


นายเป็นอะไร..ลีทงเฮ!!

 

 

*

 


ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกวางแปะไว้บนหัวโดยไม่เกิดการเคลื่อนไหวใดๆ ทงเฮย้ายตัวเองมาลงหลักปักฐานอยู่ที่โซฟาหน้าทีวีนานแล้ว แต่เขาไม่คิดจะเปิดทีวีหรือจะเช็ดผมที่หยดน้ำเริ่มทิ้งตัวลงทำให้คอเสื้อนอนชุ่ม

“ทงเฮ.....”

“ฮะ....หา??” อีกครั้งที่ทงเฮขานรับคยูฮยอนไปแบบนี้ เขารู้สึกเหมือนเพิ่งกลับมาหายใจหลังจากที่กลั้นไปนาน ใบหน้าของคยูฮยอนอยู่แค่ใกล้ๆเขาจ้องเข้ามาในดวงตาของทงเฮแป๊บหนึ่งก่อนจะผละออกไปเปิดทีวีจนเสียงนักข่าวแว่วเข้าหู

“ใจลอยอีกแล้ว”

“ฮื่อ”

ทงเฮตอบเหมือนเป็นการผ่อนลมหายใจ เขาปล่อยให้คยูฮยอนใช้ที่วางแขนของโซฟาเป็นที่นั่งเพื่อเช็ดผมให้กับตัวเขาเอง มีบางครั้งที่นิ้วมืออุ่นๆของคยูฮยอนแตะโดนใบหูหรือตามลำคอ...แต่ทุกการสัมผัสมันไม่เหมือนที่เกิดในห้องน้ำเลยซักนิด

“คยูฮยอน...”

“หืม?”

“เรียกชื่อฉัน”

“......”

“เรียกชื่อฉัน”

คยูฮยอนงุนงงกับคำสั่งนั้นไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามทั้งยังไม่เข้าใจ “ทงเฮ....ทงเฮ”


ไม่เหมือน!


ทงเฮนิ่งเงียบไปพักใหญ่จนคยูฮยอนแปลกใจ เขาสางผมให้ทงเฮจนเรียบร้อยแล้วจึงเอี้ยวตัวลงมาถาม “เป็นอะไร”

อีกครั้งที่ทงเฮตกใจในเรื่องที่ไม่ควรตกใจ ไหล่ของทงเฮกระตุกนิดๆจนคยูฮยอนยังเห็น แต่เจ้าตัวก็ยังเลือกที่จะส่ายหัวแล้วไล่คยูฮยอนให้ลงไปนั่งดีๆ

“ไม่มีอะไร นี่...ลงไปนั่งข้างล่างดีๆสิ ได้ทีแล้วเอาใหญ่เลยนะ”

“โหยย ก็กลัวเป็นหวัดนี่หว่า รัยว้า...ทำดีไม่มีใครเห็น” คยูฮยอนบ่นงึมงำๆจนหายเข้าไปในครัว ทงเฮพาดผ้าขนหนูไว้ที่คอ พลางเหลือบไปมองถ้วยรามยอนที่เส้นคงจะนุ่มแล้ว ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาคีบเส้นขึ้นชิดริมฝีปาก

 

“”ต่อไปเป็นข่าวอาชญากรรมนะคะ เมื่อช่วงสายของวันนี้ เกิดเหตุโจรปล้นรถโดนสารประจำทางสาย 3 ที่ผ่านมหาวิทยาลัย xx โดยผู้ร้ายเป็นผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมนับไม่ถ้วนที่เพิ่งหนีออกจากเรือนจำไปค่ะ โดยผู้ร้ายกระทำการอย่างอุกอากมาก ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึงสองรายด้วยกัน มีหญิงหนึ่งและเด็กชายอีกหนึ่ง...””

 


เคร้ง!

 

ตะเกียบตกลงพื้น พร้อมกับถ้วยกระดาษที่หลุดมือตามไปด้วย มันหกเรี่ยราดอยู่ที่พื้นแต่เจ้าของห้องไม่ได้สนใจ ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดพุ่งพรวดไปที่หน้าจอทีวีพร้อมๆกับความเย็นประหลาดก็แล่นไปทั่วร่างกาย

ลีทงเฮนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ แต่เขาได้ยินเสียงคยูฮยอนชัดเจน


“นั่นมัน...รถเมล์สายที่ไปมหา’ลัยเรานี่!”

 

 

ทงเฮผุดลุกขึ้นจนเต็มความสูง เขาดันไหล่คยูฮยอนให้ถอยหลังไปยังหน้าห้อง พร้อมกับบอกทั้งยังก้มหน้า “นายกลับห้องไปก่อนเถอะ นะ” ทงเฮยืนก้มหน้าเอานิ้วกดหว่างคิ้วเหมือนคนคิดมาก มืออีกข้างยกขึ้นเป็นเชิงไล่คยูฮยอนออกจากห้อง หากแต่อีกฝ่ายไม่คิดจะทำตาม เขาเดินเข้าไปหาเพื่อนตัวเล็กและพยายามรั้งไหล่ให้ทงเฮหันมาสบตา

“เป็นอะไร ทงเฮ”

“ไม่ได้เป็นอะไร นาย..กลับห้องไปเถอะ” ทงเฮยังคงไม่มองหน้า ขาหลับตาแน่นและดึงดันที่จะดันอกคยูฮยอนไว้แบบนั้น และแน่นอนคยูฮยอนที่รูปร่างสูงใหญ่กว่าและเรี่ยวแรงที่มีเยอะกว่านั้นเอาชนะเขาได้ ร่างสูงรั้งไหล่บางให้หันหน้าเข้าหากันและพยายามงัดคางของคนตัวบางกว่าให้เงยขึ้นมาสบตากัน

“ถามว่าเป็นอะไร บอกฉันไม่ได้เหรอ ทงเฮ”

“บอกว่าไม่มีอะไร” ถึงจะยอมเงยหน้าแต่เจ้าตัวกลับตอบโดยลี้สายตาไปที่อื่น คิ้วบางขมวดเข้าหากันเพียงนิดและสีหน้าของทงเฮดูจะตกใจกับอะไรบางอย่างจนมันดูซีดไป

ถ้าคยูฮยอนมีไหวพริบดีพอ เขาน่าจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ตั้งแต่เมื่อซักครู่ที่นักข่าวเล่าข่าวโจรปล้นรถเมล์แล้ว

“เรื่องข่าวนั้น....หรือ?”

แววตาของทงเฮดูไม่สบายใจที่จะตอบ เขาจึงผละออกมาแล้วลูบหัวคนตัวเล็กแทน “ให้อยู่เป็นเพื่อนมั๊ย?” ทงเฮส่ายหัว “งั้นก็รีบนอน” ทงเฮพยักหน้ารับ ก่อนที่คยูฮยอนจะยอมออกไปจากห้อง ก่อนไปเขายังส่งสายตาห่วงใยมาให้ทงเฮอีกครั้งด้วย


คยูฮยอนเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ

 

 

ทงเฮนอนไม่หลับอย่างที่คาดไว้ มันตกใจ..ตั้งตัวไม่ทัน ความไม่เข้าใจไม่ช่วยขับกล่อมให้เขานอนอย่างเป็นสุขได้ ทงเฮไม่อาจคิดว่าเรื่องที่เกิดวันนี้มันเป็นแค่ความบังเอิญ หรือเรื่องปกติทั่วไป

มีลางบอกเหตุอยู่ในตัวเขางั้นหรือ??


แล้วภาพลวงตาที่เกิดซ้อนกับปัจจุบันนั่นมันอะไรล่ะ?

 


ทงเฮออกมารับลมที่ระเบียง เขานั่งที่ขอบประตูซึ่งเปิดกว้างให้ลมพัดผ่านเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ท้องถนนยังคงลายตาไปด้วยแสงไฟจากยวดยานพาหนะที่โลดแล่นยามราตรี ตึกสูงยังแข่งกันส่องแสงผ่านหลอดนีออนหลากสีที่ขดม้วนเป็นตัวอักษรต่างๆ ทงเฮมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย

จนกระทั่งสัมผัสอบอุ่นค่อยๆคืบคลานเข้ามาหา เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นโอบกอดเขาอยู่ที่เอว เหมือนทงเฮกำลังนั่งอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน....ก่อนที่คนๆนั้นจะค่อยๆซุกใบหน้าจากหัวไหล่มนที่หมิ่นเหม่จากคอเสื้อตัวย้วยไล่ไปตามแนวกระดูกไหปลาร้า เข้าสู่ซอกคอที่หอมกรุ่น

“รักคุณนะ....”

ทงเฮได้ยินคำๆนั้นชัดเจน มันใกล้เพียงติ่งใบหู

“อืม....รัก........รัก” เขาได้ยินตัวเองพร่ำบอกคำๆนั้น แผ่วเบา ...สัมผัสนุ่มหยุ่นที่ทงเฮเดาว่าอาจเป็นริมฝีปากประทับลงที่กลางขมับและสูดดมเอาความหอมไปจากพวงแก้ม ทงเฮรู้สึกเหมือนร่างกายของเขากลายเป็นนุ่นที่พร้อมจะปลิดปลิวไปทุกหนทุกแห่ง

 

ทงเฮรู้ว่าตัวเขาเคลื่อนมาถึงขอบเตียงนอนนุ่มแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงหลุดออกจากสัมผัสวาบหวามนี่ไม่ได้เลย ริมฝีปากหนาอันนั้นยังตามไล่ต้อนเขาไปทุกการเคลื่อนไหว ทงเฮพยายามลืมตาขึ้นมองคนๆนั้น แต่เขากลับทำมันได้อย่างยากลำบาก เมื่อเขาเอาแต่ซุกใบหน้าเข้ากับแผ่นอกเพื่อสร้างรอยรักให้พร่างพราวไปทั่วร่างขาวเนียน อีกครั้งที่ทงเฮเพิ่งจะรู้ตัวว่าเสื้อนอนอันตรธานหายไปจากตัวแล้ว


อื้อ................


ริมฝีปากถูกประกบและครอบครอง กลีบปากล่างถูกขบเม้มอย่างหมันเขี้ยวพร้อมกับที่เรียวลิ้นอุ่นอันนั้นหาจังหวะเพื่อชอนไชเข้าไป สองลิ้นชื้นไล่เกี่ยวกระหวัดราวมีมนต์ดึงดูด เมื่ออีกฝ่ายผละออก ทงเฮก็จะเป็นฝ่ายเกี่ยวคอเขาเข้าหาตัวเองแทน จูบแล้วจูบเล่า ไม่มีช่องว่างให้หายใจเลยด้วยซ้ำ

ร่างกายแบบบางบิดเร่าเพราะฝ่ามือร้อนที่ถือวิสาสะลูบไล้ไปทั่วทุกตารางนิ้ว เสียงครางอื้ออึงดังกังวานในโสตประสาทที่ใกล้จะขาวโพลน เขากระตุกแรงและเผลอแอ่นกายรับสัมผัสที่ช่วงล่าง ความรู้สึกอึดอัดเข้าครอบงำไปทั้งร่าง ต้องการปลดปล่อย..ในหัวของทงเฮมีเพียงคำๆนี้


อื้อ...อื้อ........................


ทงเฮแทบจะอยากตะโกนลั่นไปทั้งห้องเมื่อการเคลื่อนไหวหยุดชะงัก แต่กลับต้องเกร็งไปทั่วตัวเมื่อสัมผัสหยุ่นชื้นคลอเคลียอยู่ที่ยอดอก

“ย.....อย่าแกล้ง....”


ริมฝีปากเล็กถูกครอบครองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทงเฮดิ้นหนี เขาไม่ต้องการมันสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ตรงนี้ “อื้อ.....ย....อย่าแกล้ง................อ๊า!!” มันเร็วมากจนเขายังไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ช่วงล่างถูกปลดปล่อยด้วยปลายนิ้วหัวแม่มือที่บดขยี้และรูดหนักๆอีกเพียงแค่ 2-3 ครั้ง ทงเฮกลายเป็นคนหูหนวกไปชั่วขณะ เขาได้ยินเสียงนุ่มทุ้มจากอีกฝ่าย แต่ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขาพูดว่าอะไร แต่ต่อจากนั้น...ทงเฮก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น


เรียวขาขาวเนียนถูกแยกออกและยกให้ตั้งฉากกับเตียงนอน มือเล็กป่ายปัดไปทั่วแต่กลับคว้าเอาอะไรไม่ได้เลย ทำได้เพียงขยุ้มเอาผ้าปูสีขาวสะอาดด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ไม่ได้หวาดกลัว....สิ่งแปลกปลอมเคลื่อนตัวเข้ามาทางด้านหลังเบาๆทีละนิดๆ แต่มันกลับเจ็บปวดรวดร้าวราวร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

“เจ็บ....เจ็บ................”

ทงเฮร้องลั่น ทว่าปลายเสียงกลับกลืนหายแต่ส่วนหน้าท้องของเขากลับกระตุกแรงและสั่นเกร็งขึ้นมาแทน ปลายนิ้วสะกิดโดนจุดๆนั้น ทงเฮเคลื่อนไหวสะโพกไปมาอย่างต้องการ “เข้ามา......อย่าแกล้ง........อื้อ..อื้อ....อย่าแกล้ง!!”


คราวนี้ทงเฮมั่นใจว่าเขาได้ยินเสียงหัวเราะของอีกฝ่าย มันเบามากจนแทบจะไม่ได้ยิน เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและลื่นหู ไม่ได้เสียดหูเลยแม้แต่นิด ทงเฮรู้สึกว่าขาถูกยกสูงขึ้นและรู้ถึงสิ่งที่เติมเต็ม มันใหญ่กว่านิ้วนั่นหลายเท่า และมันก็เข้ามาลึกจนรู้สึกอึดอัด อีกฝ่ายนำทางด้วยความเชื่องช้าเหมือนจะคอยให้ทงเฮปรับตัวแต่ไม่นานจังหวะรักก็ร้อนแรงขึ้น....จนกลายเป็นเร่าร้อนและดุดัน


อื้อ...อื้อ...อื้อ......!


ทงเฮควานสะเปะสะปะหาที่ยึด สุดท้ายก็ได้บ่ากว้างตรงหน้า ทงเฮโผกอดรัดจนแน่นเมื่อการกระแทกกระทั้นนำพาให้เข้าใกล้ฝั่งฝัน ปลายเท้าของเขาเกร็งอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่ถึงบทสิ้นสุดของรักร้อนแรงครั้งนี้ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังคลอไปกับเสียงออดแอดของเตียงนอน ทงเฮได้ยินเสียงครวญครางของเขาดังไปพร้อมๆกับพวกมันด้วย ฟังดูน่าอายแต่ก็น่าฟังเมื่อมันบรรเลงไปพร้อมกับเสียงครางต่ำในลำคอของอีกฝ่าย

ทงเฮรู้สึกตัวเบาโหวงเมื่อโน้ตคีย์สูงตัวสุดท้ายกังวานก้อง


“อา.......คิบอม!”

 

 

*

 

 

เหมือนทุกวัน เช้านี้ทงเฮตื่นมาด้วยหัวที่หนักอึ้งราวสิบตัน กว่าเขาจะลืมตาได้ก็ทำเอามิสคอลบนหน้าจอโทรศัพท์เด้งไปเกือบ 10 สาย

“คยู.......วันนี้....ฉันคงไปเรียนไม่ไหว”

“ไม่ได้นะเว้ย วันนี้เรามีเข้าแล็บ แล้วนายก็คู่กับฉัน”

ทงเฮย่นคิ้วเข้าหากันจนเกือบจะกลืนหายไปกับหน้าผากที่ยู่ยี่ ฝีสิบเม็ดขึ้นที่หัวรู้สึกยังงัย ทงเฮคิดว่าเขารู้....เขาบ่นกระปอดกระแปดใส่คยูฮยอนก่อนจะรับปากแล้วกดวางสาย

 

คิ้วของทงเฮจะได้กลายเป็นเส้นเดียวก็วันนี้ เจ้าตัวขมวดคิ้วติดกันแน่นเมื่อพบว่าร่างกายของเขายังถูกปกคลุมไปด้วยชุดนอนครบชุด ไม่มีส่วนไหนหายไป และเตียงนอนก็ยังเรียบตึงไม่ได้ยับยู่ยี่อย่างที่ควรจะเป็น


‘ฝันอีกแล้ว!’


ทงเฮพยายามไล่ความคิดฟุ้งซ้านออกจากหัว แต่ท้ายที่สุด ชื่อที่เขาเอ่ยไว้เป็นชื่อสุดท้ายก็ผุดขึ้นมาในหัว

“คิบอม??”

 

 

*

 


วิชาแล็บยังเป็นอะไรที่น่าเบื่อเหมือนเคย ทงเฮไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ทั้งที่ตัวเขาเองไม่ได้ชอบด้านนี้เลยด้วยซ้ำ

หลายครั้งที่คยูฮยอนก็ถามคำถามเดียวกันนี้

และดูเหมือนเขาเองก็จะตอบไม่ได้


“ก็แม่อยากให้เป็น”

 

“ต้องหยดสารนี้กี่หยดนะ” ทงเฮถามคยูฮยอนที่กำลังง่วนกับการตวงสารใสๆสีฟ้าประกายในมือ เขาละสายตาจากที่จดจ้องอยู่กับขีดสเกลบนถ้วยตวงหันมาทางทงเฮ

“2”

ทงเฮหยดตามที่คยูฮยอนบอก ตอนนี้ที่หัวของเขามันตื้อไปหมด ทงเฮยันแขนเข้ากับโต๊ะป้องกันไม่ให้ตัวเองล้มเอาหน้าทิ่มสารที่ทดลอง เมื่ออาการหน้ามืดหายไป ทงเฮก็เงยหน้าขึ้นมาอีกหน เขาเห็นคยูฮยอนกำลังเตรียมสารอยู่อีกฝั่งซึ่งไม่ใช่ของเหลวสีฟ้า

ทงเฮก้มดูสารในมือของตัวเอง มันเป็นของเหลวสีเขียวมรกต


...2หยด...


ทงเฮจำได้ว่าคยูฮยอนบอกอย่างนั้น เขาจึงหย่อนหลอดดูดสารไปตรงกลางของหลอดทดลองในมือ

ติ๊ง!~

 

“ทงเฮ!!!!”


เขาหันขวับคิดว่าคยูฮยอนเรียก แต่เขายังคงหน้างุ่นอยู่กับสารในมือไม่ได้หันมาทางเขาแต่อย่างใด

 

ฟิ้วววววววววววววววววววว!!!

 

 

*

 

 

เพดานสีขาวสะอาดตา และวอลเปเปอร์สีครีมมีดอกไม้เล็กๆสีชมพูแต่งแต้มประปราย....ทงเฮไม่คุ้นเลยซักนิด เขารู้สึกปวดแสบปวดร้อนขึ้นที่มือข้างซ้ายและรีบยกมันขึ้นมาดู มือของเขามีผ้าพันแผลสีขาวพันอยู่ ทงเฮทิ้งหัวลงกับหมอนเมื่อมันสมองด้านในเริ่มเอียงตัวอีกแล้ว


“ฟื้นแล้วเหรอ?”


คยูฮยอนชะโงกหน้ามาดูเขาในระยะประชิด ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มโล่งอกแฝงอยู่

“ฉันมาที่นี่ได้ยังงัย?”

ทงเฮพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นโดยมีคยูฮยอนช่วยพยุงหลังเอาไว้ เขายิ้มอย่างสบายใจก่อนตอบ “นายหยดสารเกินจำนวนจนน้ำยามันระเบิดขึ้นมาน่ะสิ มือนายโดนสะเก็ดมันแต่คงไม่เป็นอะไรมากหรอก แผลไหม้นิดหน่อยมั้ง”

ทงเฮมองตามคยูฮยอนที่เคลื่อนตัวเองไปยังมุมห้องเพื่อหยิบแอปเปิ้ลมาสองลูกและมีดอีกหนึ่งด้าม เขาโยนลูกแอปเปิ้ลเล่นในมือตามประสา

“ทงเฮ......”

ทงเฮเลิกคิ้วถาม

“นายไม่ได้นอนเลยใช่มั๊ย?”

คนถูกถามนิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรจนคยูฮยอนวางผลแอปเปิ้ลลงแล้วเอื้อมมือมากุมมือของเขาข้างที่ไม่เจ็บเอาไว้แน่น “ทำไมถึงไม่ดูแลตัวเองเลยล่ะฮะ ฉันเป็นห่วงนายนะ”

“ฉะ......ฉัน...พยายามนอนแล้ว”

คยูฮยอนส่งเสียงฮึเบาๆพลางเอียงคอ เขาขยับมืออีกข้างมาลูบผมและจับปลายผมที่ตกลงระแก้มไปทัดใบหูให้ด้วย ก่อนที่มือข้างนั้นจะลามปามไปลูบไล้ที่ผิวแก้ม “ทงเฮ...”

“คยูฮยอน!!”

คยูฮยอนเลิกลากข้อนิ้วไปตามสันกรามของคนตัวเล็กเปลี่ยนมาจ้องเขม็งด้วยสายตา “หืม?”

“ฉันอยากรู้” เหมือนปากของทงเฮติดตั้งมอเตอร์ มันกำลังสั่งการให้ทงเฮถามคำถามออกมาอย่างบ้าคลั่ง “คยูฮยอนนายตอบฉันได้ใช่มั๊ย?”

“เรื่องอะไรล่ะ”

“เรื่องของคนที่ชื่อคิบอม!!”

“ห....เห?” คยูฮยอนดูตกใจในทันทีที่ทงเฮเอ่ยชื่อนั้น ปากของเขาสั่นน้อยๆคล้ายจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด จนทงเฮต้องระเบิดออกไปอีกครั้ง

“คยูฮยอน นายรู้จักคนที่ชื่อคิบอมใช่มั๊ย?”

“....” คยูฮยอนปล่อยมือออกจากเขา และพยายามจะเดินหนี

“ใช่มั๊ย??! คยูฮยอน!!” ทงเฮไวพอที่จะเอื้อมมือไปดึงแขนเพื่อนสนิทเอาไว้ได้ คยูฮยอนใช้ความเงียบเป็นตัวคั่นเวลาก่อนจะยอมหันหลังกลับมา นั่งลงที่เดิมและสบตากับทงเฮ

“ใช่มั๊ย คยูฮยอนตอบฉันมาสิ คยูฮยอน!!!!”

ทงเฮเขย่าตัวคยูฮยอนจนเขาตัวโอนเอนตามแรงไปด้วย สีหน้าของคยูฮยอนตอนนี้เป็นสิ่งที่ทงเฮไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นมัน....สีหน้าของคนรู้สึกผิด คยูฮยอน..นี่มันอะไรกัน!?


“ใช่....ฉันรู้จักเค้า”

“เค้าเป็นใครคยูฮยอน” น้ำเสียงของเขาสั่นจนทงเฮยังไม่อยากเชื่อตัวเอง

คยูฮยอนเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาและเอื้อมมือมากุมรอบมือของเขาไว้ทั้งสองข้าง “ทงเฮ....นายต้องไม่โกรธฉันนะ”

“โกรธ?”

คยูฮยอนสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ทงเฮใจเย็นพอที่จะรอให้เขาทำแบบนั้นจนเสร็จ “นายเคยประสบอุบัติเหตุ..ทงเฮ”

“.....”

เขาเล่าต่อเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเงียบ “มันร้ายแรงจนทำให้นายสูญเสียความทรงจำ”

“คิบอมล่ะ?....ผู้ชายคนนั้นเค้า.......เค้าเป็นใคร” ทงเฮกำลังรอคำตอบให้ตรงกับที่เขาคิดเอาไว้ในใจ คยูฮยอนหลบสายตาเขา แต่ทงเฮกระตุกมือเขาให้หันมาเผชิญหน้ากันอีกหน


“คิบอม....เป็นคนรักของนาย........ทงเฮ”


“เค้าอยู่ที่ไหน คยูฮยอน...เค้าต..ตายหรือยัง??”

ทงเฮถามเสียงสั่นเครือ เขากำลังคิดกลัวไปต่างๆนานา เหตุการณ์ที่ผ่านมา...มันจะใช่.....อย่างที่เขาคิดไว้มั๊ย??


ทว่าคยูฮยอนกลับส่ายหัว “เขายังไม่ตายหรอก”

“อ...อะไรนะ??”

คยูฮยอนย้ำ “เค้ายังไม่ตาย”

“ม..หมายความว่ายังงัย? คยูฮยอน แล้วทำไมเค้า......ทำไม.....เค้าอยู่ที่...เค้า.....” ทงเฮเรียบเรียงคำพูดของตัวเองไม่ถูกแล้ว ความไม่เข้าใจกำลังทำสงครามกับความเข้าใจที่เริ่มจะผุดขึ้นมาทีละนิดๆ


“ฉันขอโทษทงเฮ แต่มันเป็นเพราะว่า....เพราะว่าฉันรักนายมาก ฉันถึงต้องทำแบบนี้ ฉันไม่อยากให้นายกลับไปหามัน ฉันอยากให้นายอยู่กับฉัน อยากให้นายรักฉัน....ทงเฮ...ฉันรักนาย ฉันรักนายจริงๆนะทงเฮ ได้โปรด อย่าโกรธฉันเลยทงเฮ ฉันขอโทษ!!!”

เรียวร่างแบบบางนั้นถูกดึงเข้าไปกอดด้วยแรงมหาศาล ประโยคที่คยูฮยอนพูดออกมาขณะกกกอดเขาอยู่มันทำให้ทงเฮอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก....อะไรนะ....คยูฮยอนกำลังพูดว่าอะไรนะ?

“เพราะฉันรักนายทงเฮ ฉันรักนาย”

“คยูฮยอน....” ทงเฮกำลังผลักร่างสูงออกจากตัวด้วยมือข้างเดียวที่ไม่เจ็บ “คยูฮยอน...ปล่อยฉัน”

“ทงเฮ ได้โปรด อย่าทิ้งฉัน”

“คยูฮยอน”

“ทงเฮ”

“ปล่อยฉัน!!!”

คยูฮยอนน้ำตาไหลพราก มือไม้ยังไขว่คว้าหามือเล็กที่เขาถวิลหาและเมื่อจับต้องมันได้ก็รีบคว้าไว้แนบอก ทงเฮมองภาพนั้นก่อนจะหันหน้าหนี “เค้าอยู่ที่ไหน?”

“อย่าไปหาคิบอม ได้โปรด” ทงเฮรับรู้ถึงความร้อนชื้นที่หลังมือตัวเองจากการที่คยูฮยอนแนบมือเขาไว้กับแก้มของตัวเอง ทงเฮพยายามรั้งมันออกมาแต่ก็ยากเหลือเกิน “ทงเฮ...”

“คยูฮยอน ฉันไม่เคยคิดกับนายมากกว่าความเป็นเพื่อนได้เลยนะ ฉันเสียใจที่รักนายไม่ได้....แต่ฉันสัญญาว่าจะไม่โกรธนายเลย ฉันไม่โกรธนายซักนิด”

ทงเฮพูดทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าว ใช่..เขากำลังโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาตั้งสติอีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าปอดจนลึกสุดใจก่อนจะถามอย่างใจเย็น “คิบอมเค้าอยู่ที่ไหน?”

 

 

*

 


“”217””


ห้องที่ติดกับห้องของทงเฮฝั่งที่ไม่ใช่ห้องของคยูฮยอน


หมอบอกกับเขาว่า คนที่มีอาการความจำเสื่อมจะเริ่มจำอะไรได้เมื่อได้สัมผัสกับความรู้สึกเก่าๆ และเมื่อเขาลองย้อนความคิดดู เรื่องราวแปลกประหลาดก็เพิ่งจะเริ่มขึ้นเมื่อเขาย้ายหอมาอยู่ที่นี่ และแน่นอน...เกินความคาดหมายจริงๆ ที่มันจะอยู่ใกล้กันเพียงแค่นี้

 

ก่อก..ก่อก...

 

“มาแล้วครับ มาแล้ว”


หัวใจของทงเฮพองโตเพียงแค่ได้ยินมัน แม้จะได้ยินกันคนละที่คนละเวลา หากแต่น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงอยู่ในนั้นมันเคยคุ้นจนทงเฮมั่นใจ


ภาพของบุคคลข้างหลังบานประตูคือภาพที่ทงเฮรอคอยมาทั้งคืน และแล้ว...ก็ได้พบกันเสียที

 


“ทงเฮ!!”


เขาทักด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทงเฮไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรลงไป เขารู้แค่ว่าน้ำตามันไหลออกมาจากหน่วยตาราวสายน้ำ และร่างของเขาก็ตกอยู่ภายใต้อ้อมกอดของคิมคิบอม...คนรักของเขา


อบอุ่น กว่าในภาพพวกนั้น
และมัน....สัมผัสได้จริง

 

“ทงเฮ ฉัน..ฉันดีใจที่ได้เจอนาย ทงเฮ.....ฉัน..คิดถึงนายนะทงเฮ นายไปไหนมา”

ปลายนิ้วชี้เรียวแตะเข้าที่ริมฝีปาก ทงเฮส่ายหัวช้าๆก่อนจะเขย่งปลายเท้าเพื่อกดจูบแนบแน่นให้กับคิบอม


ฉันคิดถึงมากกว่า
มากกว่าเป็นหมื่นเป็นแสนเท่า คิมคิบอม


ทงเฮย้ำความคิดถึงให้กับคิบอมผ่านริมฝีปากบางที่และเล็มไปทั่วปากหยักหนาของคนตัวสูง เขาเอาชนะภาพซ้อนความทรงจำพวกนั้นด้วยการเดินแต้มรุก ทงเฮเขย่งปลายเท้าให้สูงมากขึ้นและรั้งท้ายทอยอีกฝ่ายเข้าหาจนจุมพิตเปลี่ยนเป็นรสลึกล้ำ

แต่สุดท้ายทงเฮกลับพ่ายแพ้ราบคาบเมื่อคิบอมรั้งเอวเล็กเข้าหาแล้วดันจนติดกำแพงหน้าห้อง


คำว่าอายหายไปจากจิตใต้สำนึกแล้ว ใครจะเห็นก็เห็น....ทางที่ดี ถ่ายรูปไว้ให้หน่อยก็ดีนะ!

 

คิบอมถอนริมฝีปากเพื่อกดจูบซ้ำลงไปอีกครั้ง เขาตะแคงใบหน้าหลบปลายจมูกโด่งรั้นและประกบปากจนแน่นสนิทไม่มีที่ให้อากาศเล็ดรอด ปลายลิ้นที่ชำนาญทางกว่าบุกเบิกเข้าไปภายในได้อย่างง่ายดาย มันไล่ต้อนและเกี่ยวกระหวัดรัดพันกันแน่นแบบไม่ให้เหลือทางหนีทีไล่ เขากวาดเอาน้ำหวานมากักเก็บไว้จนเต็มรักและฝากรอยจูบบางๆไว้ที่มุมปากเป็นการปิดท้าย

“รักทงเฮ.....”


“เหมือนกัน” ทงเฮตอบเสียงปนลมหายใจ เขาหายใจหอบหน่วงหลังจากจูบกับคิบอมเสร็จ...ยอมรับว่ามันเหนื่อยกว่าในมโนภาพตั้งเยอะ


และเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กได้อากาศไปสำรองไว้จนเต็มที่แล้ว คิบอมก็จูบต่อ....จูบแล้ว...จูบอีก

 

 


The end

 

 

กาเท่เร่ :: เพลงหลอนดีม้ะ? คริๆๆๆ ขอบคุณ Epik high สำหรับเพลงประกอบฟิคที่ได้ใจมากๆ

วิ้วๆๆๆ ฟิคเรทอีกเรื่องแล้วววว รับไม่ได้ (เหรอ?) มาในคูเปิ้ลคิเฮ แต่...ฮ่าๆ ดูก็รู้ว่าไรท์เตอร์คลั่งคยูเฮอย่างแรงอ้ะ!

หมวยมาไทยวุ้ยๆๆ เมื่อกี๊ดูในแคม หมวยใส่เสื้อสีชมพูวิ้งๆ เลิ๊ดมาก รัศมีความน่ารักเปล่งประกาย

เสียดายอ่ะ บ้านไม่น่าอยู่ไกลเลย เซ็ง,, ชริ

อาๆ...มาว่ากันเรื่องฟิค น้ามโคตรงงว่าทำไมคนอ่านคิเฮในบล็อกน้ามน้อยจัง -*- แต่งคู่นี้ไม่หนุกเหรอ? หรือว่ายังงัย บอกได้นะ หรือว่าคยูเฮมันเจ๋งกว่า ถ้าเจ๋งนี้เอาเลยนะ..เอาเลยนะ หมายถึง จะเอาฟิคคยูเฮมาลง เขียนไว้เต็มล็อตอ่ะ รอคิวลงอยู่ ตอนแรกจะให้ต่อ แอมไฟน์ แต่ตอนนี้ไม่รอแล้วนะ ฮ่าๆๆๆๆ!!

โย่ว คยูเฮที่ร๊ากกลับมาเถิดวันวาน ฮ่าๆๆๆ เป็นบ้าไปแล้ว ล่องลอยออกจากบล็อกดีกว่า

อ้อ! เม้น อ่านถึงบรรทัดนี้แล้วจงเม้น ไม่งั้นแช่ง เอิ๊กๆๆ