SF-KiHae

final score,, fighting!!&[SF] To be possible P.1 ::KiHae::

posted on 04 Nov 2007 14:44 by katere  in SF-KiHae

เฮ้อ~ โล่งงงงงงง......

แว่กๆๆๆๆ ดีใจๆๆๆ !!

สคีมดังๆให้กับการสอบโควต้าที่เสร็จสิ้นไปแร้วววววว....^[]^

แล้วก็ถึงเวลาหวนกลับมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่หน้าคอมฯ เหมือนเดิม,,

ว่าจะเอาฟิคใหม่ แต่เป็นเรื่องเก่า(?)

แต่งไว้ตั้งแต่เมื่อเดือน เมษา โพ้น! ไปลง smfix

แต่..ประเดิม บล็อก ใหม่เลยดีกว่า ลงที่นี่แหละ ฮ่าๆ,,

แต่ยังไม่ลงตอนนี้ ((แกล้งคนที่หลงเข้ามาอ่าน สนุกดี^^))

เดี๋ยวค่อย edit อิอิ,,

ปล. ข้อสอบคณิตศาสตร์ขอนแก่น ยากกว่านี้..มีอีกมั๊ย??

ปล2. จะติดมั๊ย biotech ที่ร๊ากกกก~

e d i t  ::

To be possible : beautiful gift from the heaven
Ft. Kihae


Part 1
 





กลิ่นยา กลิ่นแอลกอฮอล์แสบจมูก เสียงล้อเตียงคนไข้บดไปตามทางเดิน ผมไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยจริงๆ 

โรงพยาบาล.. สถานที่ที่หลายๆคนไม่ประสงค์จะย่างกรายเข้ามา ถ้าไม่ติดว่าจนจะเป็นแพทย์ หรือพยาบาลเท่านั้น ก็ดูหน้าแต่ละคนที่นี่เข้าสิ ดูไม่มีความสุขเลยซักนิด.. 

คุณอาจจะกำลังคิดว่า 'ถ้าผมไม่ชอบ แล้วจะพูดถึงทำไม' อยู่ใช่มั๊ยล่ะคับ? ก็ตอนนี้น่ะ.. อึนฮยอกเพื่อนรักของผมกำลังลากตัวผมให้เข้ามาในโรงพยาบาลอยู่น่ะสิ ก็แค่ผมอาเจียนบ่อยกว่าปกติ แล้วก็ชอบบ่นปวดหัวอย่างไม่มีสาเหตุนิดหน่อย แล้วทำไมต้องเดือดร้อนขนาดนี้ด้วยนะ 

ฉันไม่ตายง่ายๆหรอกน่า ><
อยู่ปั่นหัวนายได้อีกนาน 

"โอ๊ย! ไอ้เพื่อนบ้า หยุดเดินทำไมห๊ะ??” ร่างเล็กกองอยู่ที่พื้น
พอเห็นสีหน้าบู้บี้บอกอารมณ์หงุดหงิดของคนตัวเล็กกว่า เพื่อนสนิทแสนดีอย่างอึนฮยอกก็รีบขอโทษขอโพยและพยุงร่างปวกเปียกแต่มือระรานขึ้นมาจากพื้น 

"ทงเฮ ฉันขอโทษ ขอโทษนะ ไม่เป็นอะไรใช่มั๊ย?" 

"เป็นดิ่ ! เจ็บด้วย" ปากก็โวยลั่นจนพยาบาลและญาติผู้ป่วยที่นั่งรอคิวหันมามองกันเป็นตาเดียว มือข้างหนึ่งก็ปัดหน้าอึนฮยอกให้ไปไกลๆ อีกข้างก็กุมข้อเท้าแน่น 

คนสำนึกผิดได้แต่พยายามพยุงร่างเล็ก ทั้งที่เจ้าของร่างออกอาการไม่พอใจสุดขีด 

 


ฉี่...~

น้ำสีเหลืองใสกำลังถูกส่งเป็นสายไปที่บีกเกอร์พลาสติกเล็กๆ

"น่าเบื่อชะมัดเลย ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย" ทงเฮสบถกับตัวเอง นึกโกรธอึนฮยอกที่มารบกวนเวลานอนของเค้าแต่เช้า

อ้ะ! บีกเกอร์ล้น ผมสลัดมือไล่น้ำสีเหลืองนั่นออก ก่อนจะออกไปล้างมือที่ก็อกน้ำด้านนอก


"เชิญนั่งรอซักครู่นะคะ" พยาบาลรับบีกเกอร์ที่ยื่นให้ และเดินจากไป ปล่อยให้เขากับอึนฮยอกนั่งรอที่เก้าอี้ด้านนอกอยู่เกือบครึ่งชม.โดยที่ไม่ได้พูดอะไรกัน ไม่มองหน้าด้วยซ้ำ
..ก็คนกำลังหงุดหงิด..

 


"คุณลีทงเฮคะ เชิญค่ะ"

เจ้าของชื่อนั่งคอง้ำ อึนฮยอกเห็นดังนั้นก็เดินเข้าไปหา แล้วออกแรงดึงแขนเล็กให้ลุกขึ้น "ทงเฮอย่าดื้อสิ เข้าไปหาหมอเถอะ"

"ถ้าฉันไม่ได้เป็นอะไร นายต้องเลี้ยงพุลโกกิ" ทงเฮออกกฏ ซึ่งน่าจะเรียกว่า พระราชกำหนดมากกว่า เพราะว่าออกอย่างฉุกเฉิน

"Ok~"

"สัญญาก่อน"

"สัญญา"อึนฮยอกเกี่ยวนิ้วก้อย "แต่ตอนนี้ ลุกขึ้น แล้วเข้าไปข้างในซะ"

"นายเนี่ย เป็นพ่อหรือเป็นเพื่อนฉันห๊ะ?"

"ก็.. ทั้งสอง" เมื่อคำตอบออกมาขัดใจคนถาม ทงเฮก็กระทืบเท้าใหญ่ แต่สุดท้ายก็แพ้เพื่อนสนิทแสนดีอยู่ดี

 

 

"เอ่อ..คุณลีทงเฮใช่มั๊ยคับ?" หมอถามคำถามที่ไม่น่าถามเอาซะเลย

"คร๊าบ.." ผมตอบเสียงเนือย

"หมอว่า..ผลที่ออกมามันแปลกๆ เอ่อ..แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่บ้าง.." จะวกวนเอาไปทำเขาวงกตเหรอ? หมอนี่ท่าทางจะเก่งวิทย์แต่ตกภาษา - -^

"แล้ว 'แปลกๆ' ที่ว่า มันคืออะไรครับหมอ?" ..อึนฮยอกดูท่าจะวิตกกว่าผมเยอะเลย.. ((..ถ้านายตรงกะสเปกฉันล่ะก้อ ฉันคงรักนายตายเลย แต่เสียใจนะ ฉันน่ะชอบคนผิวสีแทน แล้วก็พูดน้อยอย่าง คิมคิบอม มากกว่า คึๆ..))

"ผลที่ออกมา คือ ..." ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ บรรยากาศภายในห้องก็ดูเหมือนเวทีประกาศรางวัลออสการ์มากเท่านั้น "คือ คุณ..ลีทงเฮ..ตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว"

คิดว่าอะไรซะอีก ก็แค่ท้อง..

หา!!! ท้อง!!!

..

..

..


ทะ..ท้อง!?!?!?

หลังจากตั้งสติได้ ซึ่งใช้เวลาไปพักใหญ่ ทงเฮก็เอ่ยปากออกมา "แต่ผมเป็นผู้ชายนี่ฮะ แล้ว..แล้วจะท้อง...ได้ยังงัยกันน่ะ..?" นั่นล่ะ ปัญหาใหญ่ - -^

"อันนี้หมอก็ให้คำตอบไม่ได้ชัดเจนนัก แต่ผลการตรวจปัสสาวะมันออกมาอย่างนั้น" คิ้วบางใต้กรอบแว่นหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายบางอย่างที่ทำเอาคนฟังใจหายวาบ "มีผู้ป่วยอยู่ประมาณ 2 ราย จากสถิติ ที่ตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งคุณอาจจะเป็นอย่าง 2 กรณีนี้ก็ได้.."

ไม่อยากฟังแล้ว!!!

ปึง!! เสียงประตูกระแทกกรอบไม้ ก่อนร่างบางจะวิ่งหนีออกมา หนีความเป็นจริงที่แทบเป็นไปไม่ได้อันนั้น

"ฉันท้อง!" ประโยคนี้ดังอยู่ในโสตประสาท ฉันท้อง...

 

อึนฮยอกสัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่ให้สมาชิกคนอื่นรู้ โดยเฉพาะกับ คิบอม..ผมกลัวว่าเค้าจะไม่เชื่อ ก็คนอย่างคิบอมน่ะ คงไม่เชื่อเรื่องเหลือเชื่อแบบนี้ง่ายๆหรอก

ผมยังคงอาเจียนไม่หยุด

อ้วกกกก!!!
ทงเฮใช้อุ้งมือรับน้ำจากก๊อก กรอกเข้าปากเพื่อล้างความขมออกไป แววตาที่เคยมีแต่ความสุข บัดนี้มีแต่ความกังวล ความกลัว กลัวที่จะยอมรับความจริงข้อหนึ่งที่เหมือนจะขัดกับความเป็นจริง ผมใช้หลังมือปาดหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามคาง แล้วก้มหน้าซบลงกับขอบอ่างล้างมือ ปล่อยให้น้ำตาไหลลงสู่เบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วง

 


พักหลัง ทงเฮเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องนอน ไม่ออกมากินข้าวเย็น ไม่ออกมาพบปะเพื่อนๆ ทงเฮจอมซนได้หายตัวไปเกือบอาทิตย์แล้ว

"คิบอม นายกับทงเฮทะเลาะกันเหรอ?" อิทึกกี้ หัวหน้าวงพี่ใหญ่ใจดี ถามบุคคลที่น่าสงสัยมากที่สุด เมื่อสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หนุ่มผิวแทนก็เป็นห่วงทงเฮไม่แพ้คนถาม แต่ก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกัน เขาส่ายหัวช้าๆ ทั้งที่แววตายังแคลงใจ

"นายไม่เป็นห่วงทงเฮบ้างเหรอ?" ฮีชอลฮองเอ่ยถามอีกคน คำถามที่เหมือนตำหนิเขา คิบอมเบนสายตามองไปยังบันไดขึ้นชั้นบนก่อนจะเปลี่ยนทิศมาทางอึนฮยอก ที่มีสีหน้าแปลกๆ

 


ก๊อกๆๆ...

"ทงเฮ~" เสียงทุ้มส่งผ่านประตูเข้าไป "ทงเฮ" เรียกอีกครั้ง เผื่อว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ได้ยิน

"อย่ามายุ่งได้มั๊ย? ฉันจะนอน!!!"

คนฟังเมื่อได้ยินประโยคนั้นก็ถึงกับใจแฟ่บ แต่ก็ไม่อาจจะขัดใจอะไรได้ ได้แต่ผละตัวออกมาหลังจากทิ้งท้าย "งั้น...ฝันดีนะ ทงเฮ"

 


ฝ่ามือบางปาดน้ำตาอุ่นที่ไหลรินล้นขอบตาออกมาไม่ขาดสาย ปลายจมูกชื้นซุกอยู่กับผ้าห่มหนา ทงเฮกำลังพยายามกลั้นเสียงสะอื้น มือเล็กอีกข้างที่กำแน่นออกแรงทุบหน้าท้องที่ขดติดกับต้นขา

จริงๆแล้ว ทงเฮไม่ได้เสียใจถ้าหากเขาจะมีลูก เพียงแต่..เขากำลังกังวลใจ...

ไม่สบายใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

หากถึงวันที่ท้องโตขึ้นมา หากถึงวันที่เขาต้องคลอด หากถึงวันนั้น...เขาจะทำยังงัย??

 


ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้ว อาการอาเจียนก็ยังไม่หายไป แต่กลับทวีความรุนแรงมากขึ้น

 


ทงเฮอยู่บ้านพักเพียงลำพัง เนื่องจากไม่สามารถลุกไปทำงานแต่เช้าได้ ร่างบางเดินโงนเงนลงบันได ทั้งที่ตายังคงปรือๆ แล้วจู่ๆของเหลวในร่างกายก็ส่งแรงดันจนถึงคอ เขาใช้มือข้างหนึ่งกำลำคอไว้ ก่อนที่มันจะพุ่งออกมาเต็มแรง จนพื้นสกปรกไปด้วยของเหลวขุ่นสีขาว

"ทงเฮ~~" เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น คิบอมรี่เข้ามาพยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรง แต่ทงเฮกลับฝืนมันเอาไว้ และทรุดตัวลงนั่งพิงราวบันไดอยู่อย่างนั้น.. "ทงเฮ ขึ้นไปพักบนห้องเถอะ"

"ฉันไม่ได้เป็นอะไร"

รู้อยู่แล้วว่าเค้าคงไม่เชื่อ..คิบอมย่อตัวลงตรงหน้า มือหนาคว้ามือบางไว้"ทงเฮ นายกำลังโกหกฉัน..."

...
ผมก้มหน้า น้ำตารื้นขอบตาที่แห้งผาก รั้งมือออกจากสัมผัสอบอุ่นนั้น "ฉันไม่ได้เป็นอะไร!!!" ย้ำประโยคนั้นออกไปดังๆและผุดลุกหนีออกจากตรงนั้น ตรงที่ที่มีคิบอม..คนที่ผมไม่ต้องการให้เค้าต้องมากังวลกับผม

 


เย็นแล้ว แต่สมาชิกที่เหลือยังคงไม่กลับมา หลังจากที่สงบสติอารมณ์และสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำกับคิบอมได้แล้ว ผมก็พาร่างอ่อนแรงก้าวลงบันไดอย่างระมัดระวัง เศษอาหารจากการอาเจียนถูกเก็บกวาดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว คงเป็นฝีมือคิบอมสินะ ที่แน่ใจก็เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของแม่บ้าน ซึ่งปกติแล้ว วันนี้จะเป็นวันเดียวที่พวกเราจะเกี่ยงกันเรื่องทำความสะอาด หรือไม่ก็จะไม่ยอมทำอาหารกินเองโดยเด็ดขาด

"อ้าว? ทงเฮ ตื่นแล้วเหรอ?" คิบอมออกมาในสภาพที่ขำที่สุดเท่าที่เคยเห็น ขนาดที่คนมองยังอดหัวเราะออกมาไม่ได้

ตรงหน้าผาก มีผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กคาดอยู่ตัดกับสีผิวบนใบหน้าที่ออกจะคล้ำแดด เลื่อนสายตามองลงต่ำประมาณช่วงตัวก็จะเจอกับผ้ากันเปื้อนสีชมพู ที่สงสัยจะแอบจิ๊กซองมินมา ถ้ามองลงต่ำไปอีก ก็จะยิ่งฮา..รองเท้าบูทสีแดงเลือดหมู

"ฮึ..~~"

"ยิ้มอะไร?" คิบอมยกมือขึ้นลูบท้ายทอย ส่งรอยยิ้มที่ถูกขนานนามว่า "Die Smile" ให้ผ่านริมฝีปากบาง เล่นเอาคนรับสารใจกระเจิง

 

"กินเยอะๆนะ ตั้งใจทำให้นายคนเดียวเลยนะเนี่ย" ซุปสาหร่ายถ้วยเล็กที่มีไอลอยกรุ่นถูกวางลงตรงหน้า ร่างสูงจัดแจงวางผ้าเช็ดปากลงบนตักของทงเฮ และนั่งลงตรงข้าม

..ผมมองหน้าตาอาหารในถ้วยนั้น น่ากินใช่ย่อย..

อ้ำ^^
รสชาติใช้ได้เลยนะเนี่ย!

"อร่อยมั๊ย?" เดาแล้วว่าต้องถามอย่างนี้ กำลังจะผงกหัวตอบ แต่แล้วซุปที่เพิ่งกลืนลงไปก็ถูกดันกลับออกมา

อึ่ก !! ใช้มือข้างหนึ่งปิดปากไว้ กันมันหกเลอะเทอะ และรีบวิ่งขึ้นห้องทันที

ดันประตูห้องไว้ เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าคิบอมจะต้องตามขึ้นมา พยายามกลั้นหายใจและกลืนของเหลวขมคอกลับลงไป ไม่อยากจะสูญเสียความหวังดีของคิบอม แม้จะต้องฝืนใจก็ตาม

"ทงเฮ นายเป็นอะไรรึเปล่า?"

"คิบอม~"

"ทงเฮ!! เปิดประตูสิ" คิบอมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ละความพยายามง่ายๆ เค้าทั้งเคาะทั้งตะโกนเรียกชื่อ "ทงเฮ..นายอย่าทำให้ฉันเป็นห่วงได้มั๊ย?"

น้ำตาร้อนชื้นอาบแก้มทั้งๆที่พยายามกลั้นมันเอาไว้ให้ได้มากที่สุด..แต่ก็กลับทำไม่ได้

 

ประตูไม้ถูกเปิดออกช้าๆ "คิบอม..."

"ทงเฮ นายเป็นอะไร" สีหน้าคนถามดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาบอบช้ำ "นาย..ร้องไห้"

"อื้อ.." ผงกหัวพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังตามออกมาแทบจะทันที มืออุ่นหนารีบเลื่อนเข้าไปแนบกับแก้มใสที่ถูกชะล้างด้วยน้ำตา ใช้นิ้วโป้งซับน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา กลัวว่าแก้มบางนั้นจะช้ำเสียให้ได้

คิบอมพยุงร่างเล็กให้นั่งลงตรงขอบเตียงนอน "ทงเฮ มีอะไรรึเปล่า?" มือหนายังคงกุมข้างแก้ม ปลายนิ้วลูบไล้ซับน้ำตาอย่างอ่อนโยน คนตัวเล็กทำเพียงแค่ส่งสายตาซึ่งแสดงออกถึงความกลัว หากแต่ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าความกลัวนั้น คืออะไร?

"ไม่ไว้ใจฉันแล้วเหรอ?" น้ำเสียงแผ่วเบากระซิบอยู่ไม่ห่าง "ฮึ? ทงเฮไม่ไว้ใจคิบอมคนนี้แล้วเหรอ?"

ทงเฮส่ายหัว "ฉันกลัวว่า ถ้าบอกไป นายจะ..ไม่เชื่อ" เขาพูดตะกุกตะกัก คิ้วหนาของคิบอมขมวดติดกันแน่น

"ถ้าทงเฮพูดเรื่องจริง แล้วทำไมคิบอมจะไม่เชื่อล่ะ?"

"ก็.." คนตัวเล็กสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะทิ้งร่างบางลงซบกับแผ่นอกกว้างปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอีกครั้ง และเสื้อบางของคิบอมก็รู้หน้าที่ของมันดี นั้นก็คือซับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มใสอย่างอ่อนโยน มืออุ่นเลื่อนขึ้นลูบผมหนาอย่างนุ่มนวลและเบามือ คิบอมกดริมฝีปากลงบนปอยผมนุ่มนั้น

"คิบอม.." เสียงของทงเฮอู้อี้อยู่ในลำคอและใช้มือเล็กดันอกอีกฝ่ายเพื่อผละตัวเองออก

"หืม?"

"สัญญาก่อนสิ ว่าจะเชื่อฉัน" ทงเฮยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้า ร่างสูงยิ้มอบอุ่นและเกี่ยวก้อยกับคนตัวเล็กโดยไม่รีรอ

"เชื่อสิ"

ร่างเล็กเงียบไปอีกครั้ง "ฉัน..." เอ่ยได้ 1 คำ เสียงก็เลือนหายไป "ฉัน..ท้องได้ 3 เดือนแล้ว"

..

..

..

"ฉันรู้ ว่ามันไม่น่าเชื่อเท่าไหร่ แต่ว่ามันเป็นความจริง!! ฉันไม่ได้โกหก! ฉันไม่ได้โกหกจริงๆ" ก่อนที่ทงเฮจะพูดจบประโยค มือหนาก็รั้งร่างบางให้ซบลงกับแผ่นอกอุ่น โอบรัดให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คิบอม.." เสียงเล็กดังลอดปนเสียงสะอื้น "ฉันไม่ได้โกหก.."

"ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันเชื่อนายนะ..คิบอมเชื่อทงเฮเสมอ"

ร่างเล็กเงียบเสียงสะอื้นไป หากแต่คิบอมกลับรับรู้ถึงความอุ่นจากน้ำตาของทงเฮที่ซุกอยู่ตรงไหล่ได้อย่างชัดเจน..นั่นคงเป็นน้ำตาแห่งความสุข ทงเฮจะไม่ต้องทนทุกข์คนเดียวอีกต่อไปแล้ว

มือเรียวโอบรัดเอวหนาของเขากลับ " ฉัน ไว้ใจนายเสมอนะ คิบอม"

ให้ตายสิ ถ้ารู้ว่านายเชื่อใจฉันมากขนาดนี้แล้ว ฉันไม่น่าเก็บมันไว้คนเดียวเลย ฉันกลัวแทบแย่ นอนร้องไห้ทุกคืน..แต่ตอนนี้ นายได้พังกำแพงความกลัวของฉันลงไปแล้ว ฉันภูมิใจนะ แล้วก็ดีใจที่ได้รักคนอย่างนาย...

ผมกระชับอ้อมกอดเล็กๆให้แน่นมากขึ้น ความอบอุ่นจากร่างสูงถูกส่งผ่านการสัมผัส..ไม่อยากให้มีวินาทีต่อไปเลย..จริงๆนะ

"ทงเฮ..."คิบอมค่อยๆผละตัวออกช้าๆ เหมือนกลัวว่าสายใยสัมพันธ์ระหว่างเขาทั้งสองจะขาดออกจากกัน มือหนาค่อยเลื่อนจากปอยผมนุ่มมาที่ข้างแก้ม แล้วหยิกพวงแก้มยุ้ยที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเบาๆ "รู้ตัวว่าตัวเองท้องอยู่แท้ๆ แล้วทำไมไม่ลงไปกินข้าวเย็นห๊ะ?"

น้ำเสียงที่ฟังดูดุดัน หากแต่ลึกๆแล้วกลับแฝงไปด้วยความห่วงใย แววตาดำขลับที่คนอื่นอาจมองว่ามันเฉยเมย แต่สำหรับทงเฮแล้วมันมีความหมายมากมาย.. คิบอมปล่อยมือจากพวงแก้มสีชมพูระเรื่อเพราะแรงหยิก และเลื่อนมือนั้นต่ำลงไปสัมผัสช่วงท้องของคนตัวเล็ก สัมผัสที่อบอุ่น...

"จะได้เป็นพ่อคนแล้วนะ^^" ร่างเล็กพูดหยอกเย้า พลางเลื่อนมือไปวางทับบนมือใหญ่ คิบอมส่งยิ้มให้

"ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ.. ทงเฮ" เรียกชื่อพร้อมกับเงยหน้าจ้องมองใบหน้าเรียวที่ห่างกันเพียงคืบ

"หืม?"

มือหนาแต่อุ่นนุ่มเปลี่ยนมาเกาะกุมอยู่ข้างแก้ม "นายก็..จะได้เป็นแม่แล้ว ต้องดูแลตัวเองดีๆน๊ะ"

"ไม่เห็นจะต้องกังวลเลย ก็มีคิบอมคอยดูแลอยู่แล้วนี่"

"นายก็ต้องดูแลตัวเองเหมือนกัน.. แล้วดูทำเข้าสิ ท้องแล้วเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ยอมกินอะไรเลย ไม่สงสารลูกบ้างเหรอ?"

ทงเฮยังยิ้มระรื่น …เค้าน่ะเหมาะที่จะเป็นพ่อจริงๆเลยนะ..คิม คิบอมคนนี้

"ยิ้มอะไร?"

"เปล่าซะ.." ริมฝีปากแดงอิ่มถูกครอบครองโดยที่ยังปฏิเสธไม่จบ ความอุ่นถูกส่งผ่านสัมผัสเบา ของเหลวอุ่นละเลียดริมฝีปากบางแผ่วๆ เพราะเป็นจูบที่ยังไม่ทันตั้งตัว คนตัวเล็กเลยพยายามฝืนไว้ด้วยกำปั้นเล็กที่ดันอกกว้างไม่ให้แนบชิดไปมากกว่านี้

แต่เพราะความหวานละเมียดละไมและอบอุ่นนั้น ทำให้ทงเฮต้านมันไม่ไหว ร่างสูงได้ทีถือวิสาสะควานลิ้นอุ่นเข้าไปขโมยความหวานภายใน มือหนาประคองข้างแก้มและท้ายทอยของคนตัวเล็กอย่างทะนุถนอม และรั้งเข้ามามากขึ้น เพื่อปิดช่องว่างระหว่างกลีบริมฝีปาก คนตัวเล็กขี้เล่นก็กระหวัดลิ้นกลับไปอย่างเขินอาย กำปั้นที่เคยต่อต้านการเกาะกุมเปลี่ยนเป็นฝ่ามือนุ่มที่สอดประสานกัน โอบรอบคอร่างสูง แม้จะเป็นจูบที่เคยลิ้มลองรสชาติจนนับครั้งไม่ถ้วนก็เถอะ แต่ทงเฮก็ยังต้องการจะเก็บความรู้สึกดีๆนี้ไว้ให้นานเท่านาน ความอุ่นที่ครอบครองริมฝีปากอิ่ม ก็เหมือนความรักที่ครอบครองหัวใจของเขาอยู่

ไม่อยากสูญเสียมันไปเลย...

"อื้อ.." แต่ถ้าขืนไม่ยอมถอนจูบออกตอนนี้ล่ะก้อ...มีหวังได้ขาดออกซิเจนตายแหงๆ "เนี่ยเหรอ? คนเป็นพ่อเค้าทำอย่างงี้เหรอ?"คนตัวเล็กขมวดคิ้ว และติติงคนตัวสูง ทำเอาคิบอมถึงกับหน้าเสีย

"ถ้าลูกขาดอากาศหายใจ ทำยังงัยล่ะ?"

ว่าที่คุณพ่อขำคิกกับคำตอบนั้น แก้มเนียนใสที่อมชมพูอยู่แล้วซับสีแดงสดเข้าไปอีก คงจะเขินแย่สินะ^^ ว่าที่คุณแม่

To be continue >>

กา-เท่-ร่ talk :: ได้ลงซะที จริงๆเคยลงใน เด็กดี แล้ว แต่กะจะเอามารวมที่นี่ใหม่,,

ใครเข้ามา แล้วก็เป็นแฟนคลับ เอสเจ ก็ลองอ่าน เม้นให้กำลังใจกันด้วยนะ ^^