Fic-waltz-in-a-major

[FIC] Waltz In A Major :P.1:

posted on 04 Jan 2008 22:51 by katere  in Fic-waltz-in-a-major

*มาดิทแปะรูปอีกแล้น~

เอาไว้จิ้นๆๆๆ 

 

:: 01.00 MHz ::








เอาเข้าจริงๆ โรคตัวขี้เกียจเรื้อรังมันก็ไม่ยอมย้ายสำมะโนครัวออกจากร่างกายของดงเฮอยู่ดีนั่นแหละ
ขนาดดงเฮอุตส่าห์ทุบหมูกระปุกไปซื้อนาฬิการาคาแพงที่เสียงปลุกดังลั่นสามบ้านแปดบ้านก็แล้ว ตั้งเวลาไว้กับมือถือก็แล้ว บอกแม่ให้โทรขึ้นมาปลุกก็แล้ว แต่ทั้งหมดทั้งปวงมันก็ยังส่งผลให้ดงเฮต้องวิ่งหัวซุกหัวซุนมาโรงเรียนอยู่วันยังค่ำ


แฮ่กๆ!!


“ดงเฮ!!” เจ้าของชื่อเบรกกึกจนหน้าคว่ำ เส้นผมสีคาราเมลปลิวตามใบหน้าที่หันกลับมา ดงเฮเก็บสายกระเป๋าที่ร่วงจากไหล่ให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะถามเพื่อนร่างอวบทางสายตาเพราะปากมันถูกใช้เป็นจมูกอันที่สองไปซะแล้ว

“ทำไมยังไม่ไปจัดรายการล่ะ” ซองมินถามกลับตาแป๋ว ดงเฮถึงกับตัวอ่อนยวบพับครึ่งท่อน

...เรียกมาเพื่อถามแค่เนี้ย...

ดงเฮไม่ได้ตอบ ก็มันเหนื่อยเกินจะตอบไหวนี่นา ซองมินหันซ้ายหันขวาเหมือนหาอะไรซักอย่างที่ดงเฮกำลังจะได้รู้ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย

“ฮยอกแจเนี่ย ชอบมาสายอยู่เรื่อย นี่ขนาดโทรไปปลุกตั้งแต่ตีห้าครึ่งแล้วนะ”

“หา? ปลุกอะไรเช้าขนาดนั้นอ่ะ!”

“ก็....” ซองมินดูจะอ้ำอึ้ง ถ้าดงเฮตาไม่ฝาด เขาก็จะเห็นว่ามือขาวๆของเพื่อนตัวอวบกำลังประสานกันแล้วก็บิดข้อมือจนม้วน “ดงเฮ นายรีบไปจัดรายการเถอะ เดี๋ยวสายนะ”

“อ๊า!! ลืมไปเลยแฮะ!!” ยกข้อมือที่มีนาฬิกาสีดำขลับผูกเอาไว้หลวมๆ จนหน้าขาวๆนั้นต้องก้มมองลอดแขน แล้วก็รีบวิ่งแจ้นหน้าตื่นไปเลย

ซองมินมองตามร่างผอมจนเห็นตัวเท่ามด เห็นดงเฮถอดรองเท้าด้วยวิธีสลัดทิ้งสลัดขว้างจนต้องวิ่งล่กๆไปเก็บเพราะดันกะระยะผิด แล้วก็หัวเราะขำอยู่คนเดียว ซองมินเกือบจะได้หัวเราะท่ากระโดดขึ้นบันไดของดงเฮอีกระลอก ถ้าหากว่าจะไม่มีมือดีมาตบเข้าที่ไหล่

“เฮ้!!”

“เบาดิ่ เดี๋ยวฉันก็เดินไหล่เอียงกันพอดี”

“รีบโทรไปปลุกทำไมวะ?” ซองมินเอามือจับไหล่ฮยอกแจที่ทำหน้ายุ่งเอาไว้ แล้วก็ออกแรงผลักให้ก้นติดเก้าอี้หินอ่อน ร่างอวบขยับตัวมานั่งฝั่งตรงข้าม ไม่พูดไม่จา เอาแต่ท้าวคางแล้วก็ทำตาวิบตาวาว

“ไม่ตอบ งั้นฉันนอนก่อน” ฮยอกแจทำท่าจะทิ้งหัวลงเขกกับโต๊ะแข็งๆนั้นเสียให้ได้ จนซองมินต้องรีบเอามือมาห้ามเอาไว้ ไม่ได้เป็นห่วงกลัวหัวมันแตก แต่ลีซองมินมันพวกกลัวเลือด!!

“ไอ้บ้า เออๆบอกแล้วๆ”

แม้จะไม่ได้ฟุบกับโต๊ะอย่างที่ใจมันเรียกร้อง แต่คางแหลมๆก็กำลังจดลงกับผิวโต๊ะเย็นเฉียบ มีเพียงลูกกะตากลมๆที่ช้อนขึ้นมองคนฝั่งตรงข้าม

“ปลุกให้นาย...เอ่อ....ฟังดงเฮจัดรายการน่ะ”

“........”

“เพราะนะ เสียงดงเฮเพราะมากๆเลยแหละ ไม่เชื่อก็ฟังดูดิ่”

“โอ๊ะ โอ๊ยๆ” ฮยอกแจร้องลั่นเพราะซองมินกำลังกระทำกับหูของเขาเหมือนเป็นตระกร้าช้อปปิ้ง ที่จะถือไปไหนมาไหนก็ได้ “ปล่อย...ปล่อย!”

“ฟังเองได้เว้ย!” สลัดหูจนผมปลิว แต่ทว่าก็ไม่เห็นจะมีเสียงอะไรลอยเข้าหูพอจะให้ฮยอกแจได้ยินได้ฟัง นอกเสียจากเสียงลูกนกกระจิบร้องหาแม่

“รายการยังไม่เริ่มเหรอ?”




..




ดงเฮกำลังใช้ประโยชน์จากปลายเท้าให้ได้มากที่สุดด้วยการย่อง..ย่องแล้วก็ย่อง บางทีไอ้กริยาที่ไม่น่าจะเอามาใช้อย่างการทำตัวเยี่ยงแมวขโมยมันก็อาจจะเป็นทางเลือกสุดท้ายอยู่ก็ได้ ไม่ใช่ว่าลีดงเฮกำลังจะคิดมิดีมิร้ายไปขโมยของๆใครเข้าหรอกนะ เขาก็แค่อยากจะไปปรากฏตัวอยู่ภายในห้องจัดรายการอย่างเงียบเชียบที่สุดก็เท่านั้น

มือบางค่อยๆคลำที่จับประตูแล้วผลักมันเข้าไปเบาๆอุปมาเหมือนใช้แรงมด เมื่อเห็นว่าร่างสูงยังคงงุ่นง่วนอยู่กับกองซีดีตรงหน้า ขายาวๆก็เลยได้โอกาสย่างกรายผ่านวงกบประตู

ดงเฮห่อปากจนจู๋ทำท่าพ่นลมที่ไม่มีลมฟุ้งออกมาซักแอะเดียว พลางใช้ปลายเท้าในการเคลื่อนไหวต่อไป จนในที่สุดเก้าอี้บุกำมะหยี่หน้าคอมพิวเตอร์ตัวเดิมก็ได้แตะต้องก้นของดงเฮ เป็นอันว่าแผนย่องเงียบ สยบความเคลื่อนไหวของดงเฮสำเร็จ!!


“สายอีกตามเคย”


“ห้ะ?!” ถ้าคำพูดของกยูฮยอนเป็นน้ำผสมก้อนน้ำแข็ง ดงเฮก็จะขอรับรองเลยว่าเขาจะต้องเป็นปอดบวมตายเพราะการฟังคำจิกกัดของไอ้หมอนี่แน่ๆ

การถอดกระเป๋าสะพายออกจากหลัง แล้วเอามารูดซิปเพื่อควานหาอะไรเรื่อยเปื่อย...ดงเฮเพิ่งรู้ว่ามันเป็นหนทางบ่ายเบี่ยงความผิดได้เป็นอย่างดีก็วันนี้
“จัดถึงไหนแล้วอ่ะ?” ส่วนไอ้ที่เอาปากงับกล่องใส่ซีดีแล้วทำตาแป๋ว พูดนอกเรื่องแบบนี้ มันเป็นทฤษฎีลีดงเฮอีกรึเปล่านะ?

“........”

“จัดถึงไหนแล้ว!?”


“เมื่อไหร่จะหัดมาแต่เช้า”
ถามเสร็จก็สวมหูฟังเข้ากับหัวที่บรรจุหน้าหล่อๆนั้นทันที

“ก็คนมันสายแล้วนี่ จะให้ย้อนเวลากลับไปรึงัย”

“ถ้าทำได้ ฉันก็ยินดีจะให้นายทำ”

“หา!! นายนี่มัน...กวนตีนที่สุดเล้ย!”

“ก็ถามว่าเมื่อไหร่จะหัดมาเช้าๆ” ลีดงเฮขอแนะนำให้ไอ้หล่อไร้สมองคนนี้ ไปสมัครงานเป็นนักข่าวเผื่อจะได้ตีตื้นเป็นคู่แข่งกับสรยุทธเมืองไทย...จะถามให้มะม่วงมันออกดอกเป็นแตงโมเลยรึ??!!

“ไม่รู้” ดงเฮจำต้องตอบไปแบบเซ็งๆ

“ไม่รู้? ทำไมถึงไม่รู้?”

“ก็ไม่รู้นี่!”

กยูฮยอนเลื่อนนิ้วไปปรับอิควอไลเซอร์ให้ลงมาอยู่ระดับต่ำสุดโดยไม่คิดจะเถียงต่อให้เมื่อยปาก!

“เออ พรุ่งนี้ก็ได้!!” ดงเฮตะโกนลั่นเป็นอันตัดบท กยูฮยอนหันมายิ้มให้ก่อนจะครอบ ไม่สิ..เรียกว่ากระแทกหูฟังลงเต็มๆหัวดงเฮเลยจะดีกว่า

โชคดีที่เสียงสะเทือนแก้วหูของดงเฮเงียบทัน ก่อนที่มันจะเล็ดลอดออกอากาศผ่านไมโครโฟน

“สวัสดีครับ เช้าวันอังคารที่อากาศดีๆแบบนี้ ไม่มีอะไรดูจะเหมาะสมเกินไปกว่า การมาโรงเรียนแต่เช้า อ่านหนังสือไปด้วยแล้วก็ฟังเพลงเพราะๆที่คัดสรรโดยพวกเรา ดีเจฟอกซ์ และ....”

“และ....”

“และ.....?”

กยูฮยอนถลึงตาจนล้นเบ้า แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กหัวรั้นอย่างลีดงเฮคิดจะทำอย่างอื่นนอกจากจะส่ายหัวจนคอเกือบหลุดท่าเดียว จนฝ่ามือหนาต้องตะครุบเอาหัวทุยๆมาจ่อไมค์นั่นแหละ เสียงหวานถึงได้หลุดออกมา

“ดะ....ดีเจนีโม่ครับ!” ดงเฮพยายามแกะมือกาวออกจากหัวสุดแรงเกิด แต่กยูฮยอนกลับยิ่งลงหลักปักแรงที่จะใช้ฝ่ามือต่างหมุดยึดลีดงเฮให้อยู่นิ่งๆ ริมฝีปากบางหยักสวยขยับเป็นคำสั่ง ‘พูดต่อสิ’ แล้วก็ได้รับการขยับฝีปากกลับมาเป็นคำว่า ‘พูดเองสิ!!’




..




“ทำไมเงียบไปอ่ะ...นี่! อย่าเพิ่งนอนสิ เมื่อกี๊เสียงดงเฮจริงๆนะ” ซองมินเขย่าตัวฮยอกแจอย่างกับจะเชกให้เครื่องในมันเข้ากันให้จงได้

“เออๆ โอ๊ย! เจ็บเป็นนะเนี่ย”

“ก็เสียงดงเฮจริงๆ”

“สรุป นี่ให้ฉันแหกขี้ตาตื่นแต่ไก่โห่ เพื่อมาฟังดงเฉมันจัดรายการเนี่ยนะ!!”

“อื้ม...” ร่างอวบกอดอกเชิดหน้า ยิ้มระรื่น “นี่งัยๆ ฟังเร็ว!! ดงเฮกำลังพูด!!”




..




“โอ๊ย!!” คนตัวเล็กที่พาดเป้ขึ้นหลังกำลังจะแจ้นออกจากห้องกระจกเป็นต้องปลิวหวือกลับมาตามแรงดึงหูกระเป๋าจากคนข้างหลัง

“อะไรเล่า!” เสียงไม่แหลมไม่ทุ้มตวาดแหวใส่ ไม่ต้องบรรยายว่าสีหน้าที่ใช้ประกอบคำพูดนั้นจะดูไม่ได้ขนาดไหน จมูกแท่งเล็กย่นขึ้นไปอยู่ระดับเดียวกับลูกกะตาสวย คิ้วที่ปกติมันต้องมี 2 เส้นซ้ายขวา ตอนนี้ก็ผสมกันให้วุ่น

“ทวงสัญญา”

“สัญญาอะไร” ถ้ากยูฮยอนยังไม่กระตือรือร้นที่จะไขความให้ดงเฮกระจ่าง รับรองได้ว่าลีดงเฮจะต้องกลายเป็นตาเฒ่าล้านปีหน้าย่น

“เรื่องจะมาจัดรายการแต่เช้า”

“ก็บอกว่าพรุ่งนี้งัย”

“สัญญา” นิ้วที่เล็กที่สุดของกยูฮยอนยื่นมาตรงหน้า ดูจะเป็นท่าที่ดงเฮก็ยังแอบถามในใจว่าทำไมถึง ช่างกล้าทำ!!

ร่างเล็กชั่งใจพินิจคนหน้าหล่อไว้ใจไม่ได้อยู่นาน กว่าจะตัดสินใจส่งนิ้วก้อยไปเกี่ยวด้วย

นิ้วที่ว่าเล็กของกยูฮยอนยังดูใหญ่ในพริบตาพอมาเกี่ยวกระหวัดอยู่กับนิ้วของดงเฮ
แล้วสัญญาที่ใช้นิ้วของคนทั้งคู่เป็นพยานล่ะ


ลีดงเฮจะทำตามได้รึเปล่า?


“อืม ถ้านาฬิกาไม่เสีย” หันหลังกลับเตรียมจะก้าวขาออกจากห้องอีกรอบและคราวนี้ก็ต้องทำให้ได้ด้วย!

แต่ดงเฮก็ล้มเหลว เพราะมือยาวๆนั่นยังไม่เลิกที่จะดึงหูกระเป๋าสีเทาสวยของเขา

“โอ๊ย! เจ็บนะ เรียกดีๆก็ได้นี่ ทำไมต้องดึงกันด้วยเล่า!!”

กยูฮยอนยักคิ้วนิดหน่อยก่อนจะส่งกล่องซีดีมาให้

“อะไร”

“ข้าวกล่องมั้ง”

ตอนนี้เองที่ไอเดียมันดีดเปาะเข้ามาในหัวของดงเฮ..กะว่าพอกลับไปที่ห้องจะพนันกับฮยอกแจซักหน่อย ถ้าวันไหนโจกยูฮยอนคนนี้ไม่ตอบคำถามที่มีฤทธิ์เป็นไม้พายกวนอวัยวะเบื้องล่าง วันนั้นลีดงเฮจะยอมเสียงตังค์ 20,000 วอนเลยเอ้า!!


“ท่าทางอร่อยนะ”

ขอกวนซักทีเหอะ! ..หวังว่าตัวกวนบาทามันจะไม่กระโดดมาติดหนึบฉันหรอกนะ..




..




กยูฮยอนมองตามร่างเล็กๆขนาดพกพาที่วิ่งลงบันไดไปแล้วยิ้มเผละ ได้ก่อกวนคนแต่เช้ามันมีความสุขอย่างนี้นี่เอง

ร่างสูงเช็คความเรียบร้อยของสวิตช์ไฟทุกตัว จัดซีดีเข้าชั้น ก่อนจะคว้าเป้คู่ใจเหวี่ยงมันคล้องไหล่ ล็อกประตูเป็นอันเสร็จสรรพ กยูฮยอนโยนรับลูกกุญแจเล่นก่อนจะวิ่งลงบันไดเตรียมเข้าเรียนคาบแรก


เป็นปีสุดท้ายแล้วสำหรับการเป็นนักเรียนม.ปลายที่ต้องใส่ยูนิฟอร์ม เชิ้ตขาว สูทน้ำเงิน เน็กไทกับกางเกงแสล็ก พอนึกถึงช่วงเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้า กยูฮยอนก็ชักจะรำคาญเครื่องแบบพวกนี้ขึ้นมาตะหงิดๆ ขายาวๆที่วิ่งอยู่ดีๆกลับผ่อนความเร็วลง จากวิ่งเร็วเป็นวิ่งช้า เป็นเดินแล้วก็กลายมาเป็นทอดน่อง

“วิ้ววว~ วิด.....” ริมฝีปากหยักสวยห่อจนเหลือรูให้อากาศเข้าได้เท่าไส้ดินสอ ปล่อยให้ลมเสียดสีริมฝีปากสีอ่อนออกมาเป็นตัวโน้ตไปตลอดทาง



|||ก่อกๆ!!|||

“โจกยูฮยอน รู้ตัวรึเปล่าว่าเข้าห้องสายไป 10 นาที!!” อาจารย์หัวสีเงินทรง ‘อัลเบิร์ต ไอสไตน์’ ขู่กรรโชกเอารอยยิ้มไปจากกยูฮยอนโทษฐานเข้าห้องเรียนสายด้วยน้ำเสียงอันดัง ท่ามกลางเสียงฮือฮาเพราะความแปลกใจจากนักเรียนในห้อง

“รู้คร๊าบ~” ลากเสียงยาวก่อนจะนำพาร่างสูงของตนไปทิ้งแหมะลงบนเก้าอี้ตัวเกือบหลังห้อง


การเปลี่ยนห้องเรียนเพราะข้อหาก่อเรื่องทะเลาะวิวาทกับนักเรียนในห้องเมื่อวานนี้ มันทำให้ภาพพจน์ของกยูฮยอนติดลบไปตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในชั้นเรียนใหม่

สังเกตได้จากทุกสายตาที่จ้องมองเขาอย่างกับหัวของเค้ามีเสาอากาศโผล่!!




อ้ะ!

ดงเฮล่ะอยากจะเอาหน้าผากขาวๆโขกกับพื้นเสียให้มันแดงเถือก เบื้องหน้าที่เห็นก็คือ พื้นที่บนเก้าอี้ตัวประจำของเขากำลังถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตา!!


“นี่นาย~”

“หืม?” กยูฮยอนต้องแหวกม่านตาให้พื้นที่ของลูกกะตากลมๆเพิ่มเป็น 2 เท่ากับภาพที่เห็น ลีดงเฮในท่าคลานสี่ขา กำลังเอานิ้วมาเขี่ยเอวเขายิกๆเหมือนลูกหมาขอเศษกระดูก เห็นอย่างนั้น จึงถามรอดไรฟันกลับไป “มีอะไร?”

“นี่มันที่ของฉัน!” ดงเฮเหมือนจะเลียนแบบกยูฮยอน ตอบกลับรอดไรฟันเหมือนกัน

กยูฮยอนยกคิ้วสูงแล้วก็วางมันลงตำแหน่งเดิมในวินาทีถัดมา แต่แทนที่จะลุกให้ กลับกลายเป็นหันหลังกลับไปทางกระดาน ทำทีเป็นตั้งใจเรียน โดยเห็นดงเฮเป็นเหมือนเจ้าลูกหมาน่าสงสารตัวกะจ้อย

“นั่นมันที่ฉัน นายมาจากไหนอ่ะ อยู่ๆก็มาแย่งที่..ออกไปเลยนะ” ดงเฮคว้าจับเอาชายเสื้อมากระตุกแรงๆอย่างไม่ยอมแพ้

“ออกไปนะ ออกไปเลย”

“จะบ้ารึงัย ฉันจะเรียน” กยูฮยอนดุเสียงเบา ดูท่านายนี่จะไม่สนใจต่อการมีตัวตนของลีดงเฮด้วยซ้ำ!

“บอกให้ออกไป ออกไป๊!! โอ๊ย! เจ็บนะ ตีมือทำไมเล่า?!!”

“นายนั่นแหละ ออกไป...”

“ได้งัยเล่า ฉันเป็นเจ้าของที่นะ นายน่ะเซ่ที่ต้องออกไป ออกไป๊!!”

มือเล็กไม่เลิกตีป๊าบๆเข้าให้ที่เอว มือใหญ่ก็ไม่เลิกที่จะตีกลับไม่ลดละ



“โจกยูฮยอน!!!”

กยูฮยอนที่กำลังรวบมือของดงเฮอยู่สะดุ้งโหยง ปล่อยมือทันควัน ส่งผลให้ร่างเล็กที่ก็กำลังถีบตัวเองออกจากการเกาะกุมนั้นอยู่แล้ว กระเด้งแปดทิศมาติดแหง่กอยู่ที่ขาโต๊ะอีกฝั่ง


“ลีดงเฮ!!!”
“พวกเธอสองคนเล่นอะไรกัน!!!”


ถ้าดงเฮไม่กลัวว่าจะถูกตัดคะแนนจิตพิสัย ที่ก็น่าจะโดนตัดไปซัก 5 คะแนนจากวีรกรรมครั้งนี้ เขาก็จะตะโกนตอบกลับไปว่า

‘เล่นชักเย่อมั้ง!!’


แต่ทำงัยได้ ดงเฮถูกอบรมบ่มนิสัยมาว่า เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ควรก้าวร้าวกับผู้ใหญ่ เขาก็เลยต้องพุทโธ ธัมโม แล้วก็สงบนิ่งอยู่ที่เดิม...


สายตาคมกริบของอาจารย์มองสลับไปมาระหว่างนักเรียนชายสุดเฮ้วทั้งคู่
พอมองไปที่ดงเฮ กยูฮยอนก็จะเบะปากล้อเลียนดงเฮ
พอมองไปที่กยูฮยอน ดงเฮก็จะแลบลิ้นปลิ้นตาแบร่ๆใส่กยูฮยอน!!




..




กยูฮยอนกับดงเฮกลายสภาพเป็นตาชั่งจำเป็นไปเสียแล้ว

“เมื่อย!”
“เหมือนกัน”
“หนัก!”
“เหมือนกัน”
“ไม่ต่อซักประโยคจะตายมั๊ย!!”
“เหมือนกัน”

กยูฮยอนยักคิ้วยั่วโมโหไปที ดงเฮก็ดิ้นพราดๆโมโหกลับไปที คนตัวเล็กทุ่มถังน้ำที่แขวนอยู่กับมือทั้งสองลงกับพื้นแล้วเท้าสะเอวมองหน้าหาเรื่องอีกฝ่าย

“อู้นี่หว่า!” ร่างสูงปรายสายตาพูด

“เรื่องของฉัน” ดงเฮก็ทำแบบเดียวกัน เพราะตอนนี้หน้าของทั้งคู่กำลังทำมุม 180 องศาต่อกัน

“งั้นฉันทำมั่ง”

“ได้งัย!!”

“ทีนายยังทำได้เลย” กยูฮยอนจัดการวางถังน้ำไว้กับพื้นปุ๊บก็กอดอกกระดิกเท้าใส่ดงเฮปั๊บ

“ไม่แน่จริงนี่!!”

“ใครไม่แน่จริงก่อน”

“แน่จริงเอาขึ้นมาถือดิ”

“เรื่อง” ไอ้คนตัวยาวมันเหยียดยิ้มมุมปาก ทำหน้ามึนใส่

“ด๊ายยย~” ร่างบางโก้งโค้งตัวแล้วก็อุ้มเอาถังน้ำขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด แรกๆกยูฮยอนก็ยิ้มกริ่มคิดว่าดงเฮจะยอมแพ้ แต่กว่าจะรู้ตัวว่าคิดผิด ก็ตอนที่โดนน้ำเย็นๆสาดเข้าให้ฉาดใหญ่เต็มๆหน้านั่นแหละ


ฉันไม่ใช่ตัวอัคคีภัย ไม่ต้องมาทำตัวเป็นนักดับเพลิงหรอก ลีดงเฮ!!


แล้วอย่างกยูฮยอนหรือ? จะไม่คว้าเอาถังน้ำของตัวเองแล้ววิ่งเข้าใส่ดงเฮที่วิ่งหนีอุตลุดเพื่อเอาคืน


“ไอ้บ้า!! ไม่เอา เฮ้ย!!”
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!!”




|||หมับ!!|||

กยูฮยอนเพิ่งรู้สึกภาคภูมิใจที่เกิดมาแขนขายาวก็วันนี้นี่เอง เขาคว้าหมับเข้าให้ที่ข้อแขนเล็กแล้วออกแรงรวบเอาไว้ได้ เพียงเสี้ยววินาที ร่างเล็กๆพอดีมือของดงเฮก็ถูกท่อนแขนแข็งแรงของกยูฮยอนล็อกเอาไว้ได้

“ปล่อยยย!!” ดงเฮดิ้น ดิ้น ดิ้น ดิ้น..ทั้งเอาศอกกระทุ้ง ทั้งสลัดขาพราด แต่แรงกยูฮยอนมันเยอะมหาศาล

“อาบน้ำๆ”

“ไม่เอา!!.....”



|||โครม!!!|||

น้ำทั้งถังถูกกยูฮยอนใช้เพียงมือเดียวในการเทมันลงมาราดตัวดงเฮ กยูฮยอนรู้สึกภูมิใจขึ้นมาอีกนิดกับผลงาน ‘แปลงลิงซนให้เป็นลูกหมาตกน้ำ!’

ดงเฮร้องเสียงหลงปนเปไปกับเสียงหัวเราะของกยูฮยอนที่พอแก้แค้นได้ก็ลงไปแดดิ้นขำจนจุกหน้าแดงก่ำอยู่ที่พื้น คนตัวเล็กไม่รอช้า กระโดดหมับตะลุมบอนในทันใด


เสียงหัวเราะสนั่นตึกที่ดังปนไปกับเสียงโวยวายไม่ได้ศัพท์ มันอาจจะทำให้วิญญาณลิงของทั้งคู่ฮึกเหิม กลับกัน มันก็ทำให้วิญญาณยักษ์ของอาจารย์
ปกครองสุดโหดฟื้นคืนชีพได้เหมือนกัน!!



“เธอทั้งคู่ ไปพบฉันที่ห้องปกครอง!!!”



ถ้าจินตนาการว่าทั้งคู่เป็นตัวการ์ตูนญี่ปุ่น ตอนนี้หน้าของพวกเค้าก็คงมีขีดสามขีดเขียนไว้ตรงหน้าผาก




..




กระทงความผิดที่กองบานตรงหน้า มันย้ายขึ้นมาอยู่บนหัวดงเฮตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดงเฮเดินคอตกหัวหนักอึ้งออกมาจากห้องปกครองเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับกยูฮยอนที่มีอากัปกิริยาต่างกันราวฟ้ากับเหว

นอกจากจะไม่สะทกสะท้านกับคำดุด่า หมอนั่นยังยิ้มหน้าระรื่นแบบพวกไม่รักตัวกลัวตาย

แล้วในที่สุดเป็นยังงัยล่ะ!!

“ดงเฮ~ อาจารย์ว่างัย?” ซองมินวิ่งเข้ามาถามไถ่ด้วยสีหน้าเป็นห่วง


“โดนทำโทษให้ทำความสะอาดตึก B น่ะสิ!!”

เจ้าตัวจงใจจะตอบคำถามของซองมินโดยการตะโกนใส่หน้ากยูฮยอน ดงเฮที่จ้องหน้าคนตัวสูงไม่กระพริบเริ่มทนไม่ไหวที่ไอ้หน้าหล่อๆนั่นไม่มีวี่แววจะสะทกสะท้าน กำปั้นเล็กๆจึงถูกส่งออกไปอัดตรงไหปลาร้า

“เพราะนายคนเดียว!!!”

“คิดว่าตัวเองถูกรึงัย ฮะ?”

“ฮึ!! ไอ้....” ซองมินที่เห็นว่าอาการเพื่อนรักเริ่มหนักจึงรีบคว้าตัวเล็กๆนั่นไว้แล้วแยกออกมา ส่งยิ้มแหยๆให้กับร่างสูง “ปล่อยนะ ซองมิน ฉันจะตะบันหน้ามัน!!”

“ดงเฮ ไม่เอาน่า เดี๋ยวก็ได้เข้าห้องปกครองรอบสองหรอก”

“ฮึ่ย!” ดงเฮฮึดฮัดไม่เลิก ซองมินจับไหล่เพื่อนให้หันเข้าหาตัว แล้วมองสำรวจตั้งแต่หัวจดเท้า

“ตัวเปียกหมดเลย ไป..ไปเปลี่ยนชุดก่อน” ดงเฮทำท่าจะไม่เชื่อฟัง แต่พอเจอสายตาดุๆของซองมินไป เลยจำต้องกระทืบเท้าปึงปังนำไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แม้ท่าทางดื้อดึงเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่งของดงเฮมันจะดูแย่ในสายตาใครๆ แต่กับซองมิน..ดงเฮในทุกรูปแบบ ยังงัยก็น่ารัก





..

 

 

เส้นผมสีอ่อนถูกแรงขยี้จากฝ่ามือใหญ่ๆจนมันยุ่งเหยิง เจ้าของผมสีเก๋เงยหน้าขึ้นมองหาคนมือดีทั้งที่ตายังปรือ

“ตื่นได้แล้ว” ฮยอกแจนั่นเอง.. ดงเฮผงกหัวออกจากโต๊ะเรียนแล้วมองไปรอบๆห้อง เพื่อนในห้องเริ่มทยอยกันออกจากห้องเพราะออดดังบอกเวลาเลิกเรียนแล้ว ตากลมๆไม่ลืมที่จะตวัดไปมองที่นั่งด้านหลัง ซึ่งเป็นโต๊ะเรียนตัวใหม่ของกยูฮยอนหลังจากที่โดนอาจารย์ที่ปรึกษาไล่ให้ไปนั่ง

“วันนี้มีภารกิจไม่ใช่เหรอ?” ฮยอกแจถามต่อ

“อืม....นายนั่นไปแล้วเหรอ?” นายนั่น..หมายถึงกยูฮยอนนั่นแหละ

“ก็โดนทำโทษเหมือนกันหนิ่?”

“โอ๊ยยยย!!! คิดเรื่องโดนทำโทษแล้วเซ็งจิต ขี้เกียจ ขี้เกียจที่สุดเลย!!”

“ให้ฉันไปช่วย เอาป่ะ?” ซองมินแหย่หน้าที่เปื้อนยิ้มสดใสมาข้างๆ จนดงเฮยิ้มตามไปด้วย แต่ไม่ได้ยิ้มเพราะรอยยิ้มหวานๆนั่นหรอกนะ เขายิ้มเพราะข้อเสนอของซองมินต่างหาก

“ไม่ต้องเลย ทำเป็นเนียนนะ...เมื่อกลางวันพนันกันไม่ใช่เหรอ? ใครแพ้เลี้ยงไอติมน่ะ” ฮยอกแจทวงสัญญาขึ้นมาดื้อๆ ซองมินหน้ายู่เหลือเซนต์เดียวพอได้ยิน

“โหย...ทีงี้ล่ะ ความจำดีขึ้นมาเชียว”

“ไปเลยๆ ปล่อยให้ดงเฮมันหัดทำอะไรเองซะมั่งเหอะ เอาใจมันจนจะเป็นง่อยอยู่แล้ว” ดงเฮหน้าหงิกไปอีก ก่อนจะฟาดงวงฟาดงาใส่ไอ้สองคนที่ยืนค้ำหัว ดงเฮผุดลุกขึ้นกวาดข้าวของลงกระเป๋าแล้วก็จงใจเดินกระแทกไหล่แหวกกลางเพื่อนทั้งสองไปเลย

“เออ ทำเองก็ได้!!!”


ฮยอกแจกับซองมินได้แต่มองหน้าโทษกันไปโทษกันมา แล้วก็สะดุ้งโหยงเมื่อร่างเล็กๆของดงเฮเดินละลิ่วกลับมา

“ลืมของ!!” พูดจบก็เอากระดูกหัวไหล่กระแทกไปอีกรอบให้ฮยอกแจได้หัวเสีย ก่อนจะกระทืบเท้าออกไปจากห้องจริงๆ





..




กยูฮยอนที่กำลังสาละวนอยู่กับการถูห้องเงยหน้าทันทีที่ประตูไม้หน้าห้องถูกกระแทกเข้ามากระทบฝาผนังเสียงดังสนั่น ดงเฮกระฟัดกระเฟียดเข้ามาไม่คิดมองหน้าคนที่ยืนหัวโด่แล้วก็ตรงดิ่งไปคว้าเอาไม้กวาดข้างๆ

“ไม่เห็นรึงัย คนกำลังถู”

ดงเฮมองหน้ากยูฮยอน ก่อนจะวางไม้กวาดไว้ตามเดิม “จะให้ฉันทำอะไร?”

“อืมม์??” กยูฮยอนทำท่าใช้ความคิด โดยมีดงเฮยืนเท้าเอวหัวเสียอยู่ตรงหน้า “ปัดชั้นวาง ทำได้ป่ะ?”

“หึ..จิ๊บจ้อย” ว่าแล้วก็ตรงลิ่วไปคว้าเอาไม้ปัดขนไก่ แล้วก็เดินไปปัดฝุ่นชั้นวางของโดยไม่มีการเกี่ยง

“พูดง่ายๆอย่างนี้ค่อยดีหน่อย”

“แล้วฉันมันพูดยากตรงไหน” มือก็ขยับทำหน้าที่ไป ปากที่ว่างก็ต่อล้อต่อเถียงไป

“ทุกตรงนั่นแหละ”

“พูดอย่างกับนายพูดง่ายนักนี่ พูดที ถ้าไม่วอนโดนส้น ก็วอนโดนรุมกระทืบ!”

กยูฮยอนแค่หัวเราะคนเดียวอย่างสนุกสนาน ไม่ได้เล่นลิ้นกลับไป เค้ามันพวกชอบหาเรื่อง แล้วดงเฮก็ดันมีเรื่องให้เค้าหาซะด้วย

ภายในห้องเก็บอุปกรณ์ที่ไม่กว้างขวางแต่ก็ไม่ได้เล็กพอที่จะใช้เวลาทำความสะอาดเพียง 20 นาทีให้เสร็จนั้นอยู่ในความสงบได้ไม่นาน ปากของดงเฮที่ชอบส่งเสียงเจื้อยแจ้วก็เริ่มทำงาน เจ้าคนเอาแต่ใจแล้วก็ใจร้อนเป็นที่หนึ่งปัดชั้นวางเสร็จก็ต้องมาเช็ดอุปกรณ์ให้สะอาด แล้วไอ้งานที่ต้องใช้ความมือเบาอย่างนี้นี่เองมันทำให้ดงเฮเกิดอาการทนไม่ไหว

ล้านคำบ่นลอยละล่องมาตามลมเย็นๆที่พัดไหวอยู่ด้านนอก กยูฮยอนเช็ดไปก็ขมวดคิ้วไปเพราะดูท่าดงเฮจะไม่ยอมหยุดบ่น ไม่ว่าจะหยิบบีกเกอร์ เทอร์โมมิเตอร์ หลอดทดลอง ขวดวัดปริมาตร หรืออะไรก็แล้วแต่ คนตัวเล็กก็มักจะมีเรื่องมาบ่นได้ไม่หยุดปาก

“ไม่เข้าใจจริงๆ พวกเด็กวิทย์นี่ทนกันได้ยังงัย แค่เห็นก็ปวดหัวแล่ว!”
“แล้วเคยคิดทำความสะอาดกันมั่งมั๊ยเนี่ย? ทำไมมันขัดยากอย่างงี้อ่ะ”

“เบาๆดิ่ เดี๋ยวแตก” กยูฮยอนเหลือบตามองคนขี้วีนแล้วก็ส่ายหัวระอาใจ

“โอ๊ยยยย!! ก็มันยากอ่ะ ดูดิ่ ก้นนี่ดำปิ๊ด!!”
“ไอ้นี่อีก จะทำให้รูปทรงมันพิสดารไปถึงไหนเนี่ย?”
“ไอ้นี่ทำยังงัยอ่ะ ทำแบบนี้มันจะแตกม้ะ?”
“เซ็งอ่ะ เมื่อไหร่จะเสร็จเนี่ย เมื่อไหร่ เมื่อไหร่ เมื่อ...โอ๊ยยยย!! เจ็บ!”

ดงเฮแหกปากลั่นพอโดนนิ้วยาวๆบีบแรงๆเข้าให้ที่ปลายจมูกโด่ง หน้าขาวๆกลายเป็นสีแดงก่ำ มือบางตามมาตีป๊าบที่หลังมือของกยูฮยอน

“เจ็บนะ จมูกนะไม่ใช่..”

“เงียบเถอะน่า เอาแต่บ่นแล้วเมื่อไหร่มันจะเสร็จ” เป็นครั้งแรกที่คนตัวสูงตรงหน้าพูดอะไรเป็นจริงเป็นจังกะเค้าซักที ดงเฮเบะปากชายตามองร่างสูงนึกหมันไส้ แล้วก็คันปากยิบๆเป็นที่สุด

“แหวะ ทำเป็น...”

“อะไร?”

“ทำเป็นพูดดี!!” ดงเฮตอบให้ แต่คนตัวสูงก็แค่ยกยิ้มก่อกวนก่อนจะคว้าเอาขวดชมพู่ในมือของดงเฮมาเช็ดต่อ


เวลาที่ใช้ไปมันนานเท่าไหร่ ดงเฮก็เดาไม่ได้เพราะไม่มีนาฬิกาดู รู้แต่ว่า มันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและทรมานที่สุดในชีวิตคุณหนูของเค้าที่มีทั้งเมทส่วนตัว แล้วก็มีเพื่อนดีๆอย่างซองมินคอยดูแลเทคแคร์ตลอดเวลา

ดงเฮกำลังจะทิ้งตัวอันหนักอึ้งเพราะความเมื่อยล้าลงกับเก้าอี้เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ก็โดนกยูฮยอนกระชากแขนเอาไว้

“โอ๊ยยย!! จะกวนกันถึงไหนเนี่ย!!”

“อยากเป็นผีเฝ้าโรงเรียนรึงัย?”

“ผี!!!???” ดงเฮทำตาโต อ้าปากค้าง

“เออ!! ภารโรงจะปิดประตูแล้ว ถ้าไม่รีบออกไป เราต้องนอนที่นี่ทั้งคืนแน่ๆ” กยูฮยอนว่า แต่เขากลับปล่อยมือดงเฮแล้วยังทำท่าจะวิ่งหนีอีก ดงเฮที่ยืนเอ๋ออยู่นาน กว่าจะรู้ตัวว่ากำลังจะโดนทิ้ง ระยะห่างของเขากับกยูฮยอนมันก็เพิ่มมากขึ้นไปหลายเมตรแล้ว

“เฮ้ย!! รอด้วยดิ”

.

.

.


“อ้าว!! เจ้าหนู 2 คนนี่ ยังไม่กลับกันอีกเหรอ?”

“แฮ่ก...ก็กำลังจะกลับเนี่ยแหละฮะ!” ดงเฮละล่ำละลักตอบออกไปอย่างยากลำบากเพราะการหายใจที่หอบเหนื่อย ตึก B ที่เป็นห้องเก็บอุปกรณ์หลังโรงเรียนกับประตูโรงเรียนมันไม่ได้ใกล้ๆเลยนะ อย่างกับต้องวิ่งจากท้ายซอยมาปากซอยอย่างงัยอย่างงั้น

“เอ้อ..ลุงก็กำลังจะปิดประตูพอดีเลย โชคดีนะเนี่ยที่ไม่โดนขังเอาไว้”

“ฮะ......” กยูฮยอนก็เหนื่อยไม่แพ้กัน เจ้าของร่างสูงยืนหอบจนตัวงออยู่ข้างๆ ชายวัยกลางคนยิ้มใจดีให้ทั้งสองคน แล้วจึงจัดการล็อกแม่กุญแจเข้ากับประตูเหล็กก่อนจะเดินจากไป

ดงเฮยืดตัวขึ้นจนสุด มองคนตัวสูงด้วยความโล่งอกสุดขีด “โชคดีที่ทันนะเนี่ย”

“ขอคำขอบคุณหน่อยดิ่”


..ชกปากสวยๆนั่นให้เลือดซิบ พ่อแม่ของไอ้หมอนี่จะเอาเรื่องดงเฮมั๊ยเนี่ย??..


“ไม่เห็นจำเป็น ขาที่ใช้วิ่งก็ของฉัน นายไม่เห็นจะมาวิ่งแทนฉันได้เลย”

“รู้งี้ปล่อยให้นั่งตูดบาน แล้วหนีออกมาคนเดียวซะก็ดี” ไม่วายบ่นอุบ น้อยใจ

และด้วยเพราะขี้เกียจรำคาญ ปากสีสดของดงเฮเลยขยับบอกขอบคุณไปส่งๆที่แอบจิดกัดอยู่กลายๆ “แล้วฉันจะไม่ลืมพระคุณของนายเลย โจกยูฮยอนผู้แสนดี”

สมใจอยากกับการกลั่นแกล้งคนตัวเล็ก กยูฮยอนก็เดินล้วงกระเป๋าสบายใจ โดยมีร่างบางของดงเฮเดินตามโดยไม่ต้องเอ่ยปากชวน

ดงเฮเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีส้มอ่อนแล้วก็ยังเดาเวลาไม่ถูกอยู่ดี แต่ตามทางเดินกลับบ้านมันดูโหวงเหวงร้างผู้คนผิดปกติ จะมีก็แต่ลูกหมาสีขาว สีดำที่วิ่งตัดหน้าเขาไปมาดูเพลินตาไปอีกแบบ

“ทำไมเมื่อเช้าต้องคลานเข้าห้องด้วยล่ะ” เสียงทุ้มๆเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาจนดงเฮต้องย่นคิ้วด้วยความไม่เข้าใจเจตนา ..อยากจะชวนคุยจริงๆ หรือว่ากำลังจะเปิดศึก!?..

“จะเอาคำตอบจริงดิ่”

“ไม่เอาคำตอบแล้วจะถามให้โง่เหรอ?”


ดงเฮอยากกัดลิ้นตัวเองตาย!!

“ก็มาสาย ไม่อยากให้จารย์เห็น”

“แล้วทำไมถึงมาสายล่ะ”

ดงเฮต้องตอบดีๆใช่ม้ะ? เพราะสังเกตจากหลายๆครั้งที่คุยกัน ถ้าเขาเผลอตอบไม่ดีไปก่อน กยูฮยอนก็จะตอบแบบไม่ดียิ่งกว่าทุกครั้ง!

“เมื่อเช้ารีบมาโรงเรียนงัย ไม่ได้กินข้าวเช้า ไปหาข้าวเช้ากิน”

ใบหน้าหล่อเหลาหงกหัวรับรู้ “อ้อ...”

“ว่าแต่นายเหอะ ทำไมถึงได้ย้ายมาอยู่ห้องฉันล่ะ?”

เว้นช่วงให้ดงเฮใจตุ้มๆต่อมๆว่าไอ้คนตัวยาวข้างๆมันจะยอมตอบดีๆให้เขามั๊ย? แล้วก็เป็นครั้งแรกที่กยูฮยอนยอมตอบดีๆกลับมา

“มีเรื่องกะเพื่อนในห้อง”

“ชกกันเหรอ?”

“หึ” เขาส่ายหัว ดงเฮทำหน้ายุ่งขี้สงสัยแล้วถามต่อ

“อ้าว แล้วทำไมถึงต้องขนาดย้ายออกเลยล่ะ?”

“ต่อยกันต่างหาก” ตอบได้หน้าตาย เชิญชวนให้หมัดหนักๆของดงเฮได้เข้าไปทำความรู้จักกับสันจมูกโด่งนั่นเหลือเกิน

“เชื่อเลย กวนตีนไม่เลิกจริงๆ” คนตัวเล็กบ่นอุบ เชิดหน้าหนี แต่แล้วสายตาคมกริบก็ดันไปประสบพบเข้ากับชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ก็บังเอิญว่าพวกนั้นดันมองมาที่เขาพอดี ดงเฮหยุดกึกทำให้คนตัวสูงชนเข้ากับแผ่นหลังเบาๆ

กยูฮยอนมองดงเฮอย่างสงสัย แต่พอก้มมาแล้วเห็นว่าตาโตๆของดงเฮกำลังโฟกัสไปข้างหน้า เค้าเลยมองตามไปด้วย ไม่ทันที่กยูฮยอนจะได้ปรับสายตาให้เห็นหน้าค่าตาของคนพวกนั้นได้ชัดเจนในระยะห่างเกือบ 50 เมตร คนตัวเล็กก็คว้าแขนของเขาเสียก่อน

“กยู วิ่ง!!”

ออกคำสั่งแล้วก็วิ่งนำไปทันที กยูฮยอนเพิ่งรู้ว่าขาสั้นๆของดงเฮไม่ได้มีประโยชน์ไปน้อยกว่าขายาวๆของเขาเลย เสียงตึกตักดังตามมาติดๆจากข้างหลังของคนทั้งคู่ ทำให้ดงเฮต้องเร่งฝีเท้ามากขึ้นไปอีก

“ไอ้เด็กบ้าลีดงเฮ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!!”

“คิดว่าฉันจะหยุดงั้นสิ” ดงเฮพูดกับตัวเอง แต่หูดีๆของกยูฮยอนก็ดันไปได้ยิน

“เถียงไม่เลิก”

เรียวหน้าสวยได้รูปหันขวับมาคาดโทษทางสายตาให้ร่างสูง ก่อนจะทำปากบิดปากเบี้ยวแล้วก็ออกแรงวิ่งให้มากกว่าเดิม




“ทางตัน!!” ดงเฮร้องเสียงหลง

“ใช่! ทางตัน”

ดงเฮพ่นลมฟึดฟัดใส่คนตัวสูงที่ก่อกวนไม่รู้จักเวล่ำเวลา แต่ตอนนี้เรื่องที่ทำให้เค้ากระวนกระวายมากที่สุดไม่ใช่การมีเพื่อนร่วมชะตากรรมที่กวนตีนสุดฤทธิ์แต่เป็นเรื่องที่คนพวกนั้นจะตามเขามาทันต่างหาก

“หึ!! หนียังงัยก็ไม่รอดหรอก ไอ้ตัวแสบ!!” นั่นงัย..ดงเฮว่าแล้วว่าเสียงมันต้องมาก่อนตัว เขาหันหลังกลับไปประสานสายตาอย่างไม่กลัวตาย

ทั้งที่จริงๆหัวใจมันก็เต้นไม่เป็นส่ำ แถมแขนขายังสั่นไปหมด นี่โชคดีที่ไม่ฉี่ราดกางเกงนะเนี่ย..ไม่งั้นขายหน้าแย่!

“หนีไม่รอด ก็เอากันซึ่งๆหน้าเนี่ยแหละ ย้ากกกก!!” คนตัวเล็กกระโดดเตะลอยฟ้าแล้วก็แม่นเป้าจนกยูฮยอนไม่เชื่อสายตา 1 ใน 3 ของชายร่างหนาพวกนั้น หงายไปกลิ้งอยู่กับพื้น ไม่รอช้าชายตัวโตคนถัดมาก็โถมเข้าใส่ดงเฮ ส่วนอีกหนึ่งก็กำลังจัดการอยู่กับกยูฮยอน

ดงเฮอัดศอกให้เต็มๆคอหอยจนร่างหนาเซถลาไปชนหลังกยูฮยอนที่เพิ่งจะซัดหมัดให้กับอีกคนที่หงายหลังกระแทกพื้นไปแล้ว ร่างสูงหันกลับมาเตะอัดหน้าท้องให้อีกดอกจนหน้าขี้เหร่ของพวกมันเป็นสีม่วง อีกหนึ่งที่เพิ่งฟื้นจากลูกถีบของดงเฮ ตรงแหน่วมาทางคนตัวเล็กที่กำลังหัวเราะสะใจกับผลงานของตัวเอง

“ระวัง!!” กยูฮยอนร้อง แต่เจ้าตัวก็มีสติรีบตรงดิ่งไปช่วยโดยการถีบยันเข้าให้เต็มๆ ดงเฮยิ้มขอบคุณแล้วก็ต้องหน้าเหวอเพราะชายคนแรกที่กยูฮยอนเพิ่งซัดไปมันดันฟื้นขึ้นมา กยูฮยอนรู้ดีว่าสีหน้าแบบนั้นมันหมายความว่ายังงัย ชายหนุ่มถองซอกเข้าให้จนมันร้อง อ่อก! ก่อนจะใช้ศิลปะป้องกันตัวเทควันโดปิดท้ายเป็นอันหมดสภาพ

“เก่งใช้ได้แฮะ!!”

ร่างสูงโค้งหัวรับคำชมด้วยรอยยิ้มกริ่ม

“แต่น้อยกว่าฉัน ฮ่าๆ” ดงเฮยังคงหัวเราะร่วนโดยที่ไม่รู้ชะตากรรมตนเอง ชายร่างหนาที่เพิ่งโดนกยูฮยอนถีบ กลับลุกขึ้นมาและวิ่งเข้าใส่ดงเฮพร้อมกับไม้หน้าสามในกำมือ


“ดงเฮระวัง!!!” ด้วยระยะกระชั้นชิดที่แม้แต่ท่อนขายาวๆของกยูฮยอนก็ยังไปไม่ถึง เขาเลือกที่จะรั้งไหล่ของดงเฮแล้วเหวี่ยงร่างเล็กหลบการจู่โจมโดยใช้ตัวเองเป็นโล่ป้องกันแทน



|||ตุ๊บ!!!|||

ใบหน้าของกยูฮยอนสะบัดตามแรงจนล้มลงกองอยู่กับพื้น ดงเฮรีบตามไปดูอาการทันที


เสียงหวอของรถตำรวจดังขึ้นช่วยชีวิตเอาไว้ทันเวลา ชายหนุ่มใจร้ายคนนั้นหน้าเหวอหันหาต้นตอของเสียงอย่างขาดสติ ก่อนจะทิ้งไม้หน้าสามที่กำลังจะตามไปฟาดดงเฮแล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุน



“พี่ชาย เป็นอะไรมั๊ยฮะ?” เสียงเล็กๆของเด็กชายดังขึ้นใกล้ๆ ดงเฮหันไปก็พบกับรอยยิ้มไร้เดียงสา ในมือมีของเล่นที่เป็นสัญญาณไฟของรถตำรวจ

ดงเฮยิ้มดีใจ แล้วหันเหหน้ามามองกยูฮยอนในอ้อมกอด จากที่จะทำสีหน้าให้ดูเป็นห่วงเป็นใยก็ต้องชะงักงันไปเพราะรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของไอ้ตัวโย่ง

“ไม่ได้เป็นอะไร ระบมนิดหน่อย” บอกอาการตัวเองหน้ายิ้มแย้ม พลางยักไหล่จนดงเฮควันออกหู เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มที่ยืนทำหน้าเหรอหรา

“มันไม่เป็นอะไรหรอก กระโหลกมันหนา!!” ตอบน้องชายแก้มแดงด้วยถ้อยคำจิกกัดเจ้าคนดีแต่กวนตีนข้างๆ! คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนโดยทิ้งขว้างร่างสูงไว้ที่พื้น

“น้องรีบกลับบ้านเถอะครับ ค่ำแล้วอันตรายนะ” ลูบหัวเด็กน้อยแล้วไล่ต้อนตีก้นให้เด็กกลับบ้านปลอดภัย และก็ไม่ลืมที่จะตะโกนไล่หลัง

“ขอบใจนะจ้ะ!!!”


กระทั่งร่างเด็กหนุ่มลับหายไป กยูฮยอนก็ร้องโอดโอย “เจ็บนะเนี่ย ไม่เห็นขอบอกขอบใจฉันบ้างเลย”

“เฮอะ!! น่าจะความจำเสื่อมซักหน่อย แล้วฉันจะได้ป้อนข้อมูลให้นายเป็นไอ้เฉิ่มเบ๊อะไปเลย”

“คนอย่างฉันน่าคบจะตาย!! ยอมเจ็บแทนนายได้ด้วย”

“ขอบคุณ!!” ดงเฮกระแทกๆไป แต่กยูฮยอนก็ยังอมยิ้มกับคำขอบคุณแบบไม่เต็มใจครั้งที่สองนั้น


“ว่าแต่ พวกนั้นมันเป็นใครน่ะ ทำไมทำยังกะจะฆ่านายให้ตายยังงั้น” กยูฮยอนถาม ในใจก็ตั้งข้อสงสัยไปเรื่อยเปื่อย มือหนาก็กุมหัวปูดๆนั่นไปด้วย

“อยากรู้จริงดิ่........หยุด..ไม่ต้องตอบ” ก็เพราะดงเฮรู้อยู่แล้ว ว่ากยูฮยอนจะต้องตอบอะไรที่มันยียวนกวนประสาทก็เลย
ยกมือห้ามเอาไว้

“ฉัน..........??...........อืม.........ไปแย่งผู้หญิงกะคนพวกนั้น.....”


กยูฮยอนทำหน้าไม่ค่อยเชื่อซักเท่าไหร่ จนดงเฮต้องเสริม “แล้วฉันก็ดันหล่ออะนะ ผู้หญิงก็เลยติดตรึมเลย”

“ถ้าตอบว่า นายไปเหยียบเท้าพวกนั้น แล้วพวกนั้นตามมาเอาเรื่องก็จะน่าเชื่อกว่านี้” ร่างสูงเปรยลอยๆ แต่กลับทำให้ดงเฮฉุน กระทืบเท้าปึง!


“โอ๊ยยย!!” เป็นดงเฮที่ร้องโอดโอยซะเอง

“เป็นอะไร?”

คนตัวเล็กก้มลงดูที่เท้าของตนแล้วก็ต้องถอดรองเท้าออกโดยไว

เท้าของดงเฮแดงก่ำ!

“ขาแพลงเหรอ?”

“อืม ตั้งแต่กระโดดถีบลูกแรกเลย” ดงเฮตอบเสียงหงอยๆ กระโดดเหยงๆด้วยขาข้างเดียว เห็นดังนั้น กยูฮยอนก็หันหลังให้ท่ามกลางสีหน้างวยงงของคนตัวเล็ก
“อะไร?”


“ขี่หลัง!!”


“หา!!!??”

“โอย~ ไม่แก่แต่หูตึงชะมัด”

“ไม่ใช่!! หมายถึง.....มัน....น่าเกลียดอ่ะ ผู้ชายขี่หลังผู้ชายด้วยกัน!”

“จะเป็นไร”

ดงเฮส่ายหัวดิก มือเล็กๆคว้าไหล่คนตัวโตให้หันกลับมาหา กยูฮยอนเอียงคอสงสัยนิดหน่อย ก่อนที่ดงเฮจะดึงมือของเขามาจับที่เอวเล็กๆ
“แค่พยุงก็พอ”

กยูฮยอนส่งเสียงหึในลำคอ แต่ก็ทำตามข้อเสนอแต่โดยดี มันดูจะลำบากไปนิดแล้วยังจะเสียเวลาในการเดินกลับบ้านไปหน่อย แต่ดงเฮก็สบายใจมากกว่าการไปเกาะอยู่บนหลังของกยูฮยอนแล้วตกเป็นเป้าสายตาของคนทั่วไป


นานพอดูกว่าที่จะพยุงกันมาถึงป้ายรถเมล์ กยูฮยอนแหงนหน้ามองดูนาฬิกาแขวนที่บอกเวลาว่าทุ่มกว่าแล้ว

“กลับบ้านดึก แม่ไม่ว่าเหรอ?”

“โตแล้ว จะว่าอะไร”

“นี่โตแล้วเหรอ?” ไม่วายจะกระตุกหนวดเสือ(น้อย)อีกจนได้ ดงเฮหน้ามุ่ยแล้วเปลี่ยนใจไม่คิดต่อความเป็นชะเง้อชะแง้มองดูรถแทน ดงเฮกระตุกเสื้อกยูฮยอนพอเห็นว่ามีรถกำลังแล่นมา

ดงเฮผละออกจากร่างสูงแล้วเขย่งขึ้นรถไปก่อน แต่กลายเป็นว่ากยูฮยอนเร็วกว่าพอกระโดดขึ้นบันไดตามหลังมาได้ ก็รี่ไปจองที่นั่งที่ข้างหน้าต่าง ทำเอาดงเฮหน้ามุ่ยไปอีกรอบ

คนตัวเล็กยืนเล็งอยู่ซักพักก็โถมน้ำหนักลงทับร่างสูงมันทันทีทันใด

“โอ๊ย!! ที่นั่งมีตั้งเยอะ ทำไมต้องมานั่งทับฉันด้วยล่ะ!!”

“พอใจ” ตอบง่ายๆ เลยโดนกยูฮยอนผลักจนร่วงจากตัก แต่ไหล่ก็ยังเกยอยู่บนอก

“เถิบไป มันเบียด”

“ไม่เอา จะพิง มันเมื่อย”

“ฉันก็เมื่อยเหมือนกัน”

“เมื่อยกว่า” นิสัยเอาชนะของดงเฮวิ่งออกมาโบกมือทักทายกับกยูฮยอนให้เขาต้องพ่นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทิ้ง ยอมแพ้

“อีก 4 ป้าย ปลุกด้วยนะ”

กยูฮยอนไม่ได้ต่อความกับดงเฮอีกเลยเพราะเจ้าตัวเล็กดันหลับไปซะก่อน เขาแกล้งเอามือดีดหัวทุยๆนั่นหลายครั้ง แต่ก็ยากที่คนขี้เซาจะตื่นขึ้นมาโวยวาย หลายครั้งที่ร่างเล็กๆนั่นต้องเอนไปตามแรงเหวี่ยงของรถตอนที่มันหักเลี้ยว และทุกครั้งกยูฮยอนก็ต้องรวบดงเฮเอาไว้ กลัวว่าหัวรั้นๆนี่จะไปกระแทกเข้ากับพื้นสมองเสื่อม

บ้านของกยูฮยอนอีกแค่ 2 ป้ายก็ถึง แต่เขาอยากลงพร้อมกันกับดงเฮมากกว่า

ไม่รู้สิ..แต่เขากำลังกลัวว่าถ้าขืนปล่อยให้นายตัวเล็กคนนี้นั่งคนเดียว มีหวังได้เลยป้ายจนได้เข้าอู่ไปแน่ๆ!!


นิสัยขี้เซาเกินอัตราของดงเฮเปิดประตูมาทักทายกับกยูฮยอนอีกรอบก็ตอนที่กยูฮยอนต้องใช้พลังงานจากการกินข้าวกลางวันทั้งหมดเพื่อปลุกให้ดงเฮตื่น

“ถึงแล้วเหรอ?”

“ถ้าอีก 2 วิ นายไม่ตื่น มันจะเลย”

ตาคู่สวยเปิดกว้างพร้อมกับตัวที่ดีดผึงตั้งฉากกับเก้าอี้ ดงเฮลุกพรวดพราดแล้วเดินลงรถไปโดยลืมความเจ็บที่ข้อเท้าไปสนิท บทจะอเลิร์ตขึ้นมา!!

“บ้านอยู่ไกลป่ะเนี่ย?”

กยูฮยอนถามดงเฮที่เอาแต่ยืนโงนเงน ขยี้ตาจนหนังกำพร้าเกือบหลุด

“ถามเนี่ย ได้ยินป่ะ?”

“ก็ตอบแล้ว!!”

“ไม่เห็นได้ยิน”

“ตอบแบบนี้งัย” ดงเฮทำท่ายืนก้มหน้าขยี้ตาแล้วส่ายหัวให้กยูฮยอนดูอีกรอบเป็นขวัญตา แล้วก็กระชับกระเป๋าสะพายหลังหันตัวไปอีกทาง กยูฮยอนเท้าเอวมองอาการกึ่งหลับกึ่งตื่นของดงเฮแล้วก็มีอันต้องสลัดหัวเป็นรอบที่สามของวัน

“อ้อ! ที่นายบอกว่านายน่าคบ..........” อยู่ๆดงเฮก็หันหน้ากลับมา




“ตกลงฉันจะคบนาย!!!”




ร่างสูงยืนงงเป็นไก่ตาแตก พลางนึกย้อนไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้...ก่อนที่เจ้าตัวจะยิ้มออกมาพร้อมการส่ายหัวเป็นรอบที่สี่

...สู้จำได้อีกนะ ลีดงเฮ...






TBC




กาเท่เร่'s talk ::
ไม่เข้าใจตัวเอง ว่าถ้าเป็นกยูเฮเมื่อไหร่ ทำไมเขียนได้ยาวจัง
เป็นงัยคะ นี่แค่เริ่มตอนแรกเท่านั้น กยูกี้กวนกันมันส์เลยรึเปล่า?

น้ามบอกแล้ว ว่าน้ามชอบกยูมาดนี้ที่ซู๊ด!! หมวยแบบนี้ก็ชอบ เพราะมันเขียนง่ายที่สุด(ฮ่าๆ หัวเราะปากกว้าง)
ส่วนซองมินกับฮยอกแจออกมาให้พอชุ่มฉ่ำ(เหรอ?)

เรื่องนี้ แต่งอย่างมีความสุข อิอิ

อากาศหนาวกันอีกแล้ว ห่มผ้าหนาๆ ทางที่ดี หาคนมากอด!! ฮ่าๆ
รักษาสุขภาพด้วยนะ

สุดท้าย อ่านแล้วเป็นยังงัย เม้นบอกกันด้วยน้า!!