Fic-waltz-in-a-major

[FIC] Waltz In A Major :Intro:

posted on 01 Jan 2008 17:25 by katere  in Fic-waltz-in-a-major

::เปลี่ยนธีมแล้ว กด F5 ด้วย:: ::บล็อกนี้ ดูใน IE เวิร์กที่สุด!!::

 

>>มาอิดิท ขอบคุณอิหนิงเพื่อนรัก ที่ทำให้รู้ว่า โทษ ษ สะกด มิใช่ ศ ไรท์เตอร์ขออภัยมา ณ ที่นี้ ((แก้แล้วน้า~))<< 

 

Waltz In A Major






:: Intro ::






ทั้งที่โรงเรียนยังว่างร้างผู้คน ทั้งที่นกกระจิบยังเพิ่งออกจากรัง ทั้งที่ภารโรงยังเดินเปิดประตูห้องเรียนไม่ครบด้วยซ้ำ แต่กลับมีร่างบางที่วิ่งกระหืดกระหอบอย่างกับว่า กลัวจะโดนครูเวรจับข้อหามาเรียนสายอย่างงั้นล่ะ เสียงตุ่บๆของกระเป๋าสะพายที่กระแทกแผ่นหลังดังเป็นจังหวะเดียวกันกับเสียงพื้นรองเท้ากระทบพื้นคอนกรีตไปตลอดทางที่วิ่งจากหน้าประตูไปยังตึกอำนวยการที่สูงเด่นเป็นสง่าอยู่กลางโรงเรียน

ขายาวๆที่สมส่วนกับส่วนสูงที่เลย 170 มาต้นๆพาเจ้าของร่างหัวฟูขึ้นบันไดมาทีละ 2 ขั้น จวบจนตาคู่โตทั้งคู่ปะทะเข้ากับเงาของตัวเองที่ประตูห้องจัดรายการบนชั้น 3 ดงเฮฉีกปากจนกว้างเกินคำว่า ‘ยิ้ม’ แล้วพุ่งปราดเข้าไปผลักมันให้เปิดออกทันที



|||ปึง!!!|||

“โอ๊ยยยย!!!” ความเจ็บที่แล่นจื๊ดมาเกาะกินหัวทุยทั้งก้อน หล่นตุ่บลงกับพื้นเมื่อคนตัวเล็กกระเด้งหลุดมาจากบานกระจก พร้อมๆกับที่ร่างของดงเฮก็กระแทกพื้นดังตุ่บเหมือนกัน


“เป็นบ้าป่ะเนี่ย อยู่ดีไม่ว่าดี เอาหัวไปโหม่งประตูซะงั้นน่ะ”


“ก็ใครจะไปรู้เล่า ว่าประตูมันล็อกอยู่ ฉันก็ผลักไปเต็มๆแรงน่ะสิ” เงยหน้าขึ้นแล้วเถียงกลับ ..มากล่าวหาว่าเค้าบ้าได้งัยกัน ก็แค่ซุ่มซ่ามนิดหน่อยเท่านั้นเอง…

“ซุ่มซ่าม!”

“เย้ย~” ดงเฮแทบจะยื่นมือไปพับหูพับหัวของคนหน้าหล่อตรงหน้าแล้วยัดลงคอเสื้อนักเรียนซะตรงนั้น แต่มันจะทำไม่ลงก็เพราะเขี้ยวเล็กๆที่โชว์แฉ่งเวลาเจ้าของของมันยิ้มส่งมาให้เนี่ยสิ..เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่ามั๊ย? สร้างศัตรูตั้งแต่เจอหน้า พ่อกับแม่ดงเฮไม่เคยสั่งสอน

“ห้องยังไม่เปิดเหรอ?”

“แล้วที่หัวปูดเนี่ย..ไม่รู้จริงเหรอว่าห้องเปิดรึยัง” คนตัวสูงยอกย้อน ขยับเป้มาไว้บนตักแล้วนั่งขัดสมาธิพิงกระจกข้างๆกัน

“พูดดีๆกับเค้า น้ำลายมันจะฟูมปากตายรึงัย?”

“นาย...ลีดงเฮใช่มั๊ย?”

...ช่วยคุยให้มันเป็นเรื่องเดียวกันหน่อยเถอะ...

ดงเฮเหลือบตามองไปทางซ้ายของตน ก่อนจะเงยหน้าให้อีกฝ่ายให้มองอย่างเต็มสายตา แขนเล็กๆซ้อนทับเข้าหากันเป็นท่ากอดอก

“อือม์ ส่วนนายก็คงเป็น...”


“ดีเจที่คู่กับนาย โจกยูฮยอน”
ดงเฮถึงกับโล่งอก คิดว่าจะได้ฟังคำตอบกวนส้นเหมือนไอ้ 2-3 ประโยคก่อนหน้านี้ แต่ที่ไหนได้ ดงเฮก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าการตอบดีๆของเพื่อนใหม่นามว่ากยูฮยอน มันทำให้ไมเกรนถึงกับกำเริบ

“ว่างัยนะ?”


|||เป๊าะ!!|||

ดงเฮสะดุ้งอีกรอบ เมื่อปลายนิ้วเรียวมาดีดเปาะอยู่ข้างหู แล้วก็เกือบจะได้ชกหน้าให้ได้เลือดอีกซักครุเพราะคำต่อไปที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางๆ

“ไม่ได้หูหนวกหนิ่” โจกยูฮยอนทะลึ่งตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ปล่อยประเป๋าเป้ให้ตกมาข้างตัว และมันก็ช่างเหมาะเหม็งเสียจริงๆ ที่ไอ้กระเป๋าตัวดีนั่นมันเพ่งเล็งจะตกลงมากระแทกหัวของดงเฮกลางกระหม่อม

“โอ๊ย!”

ดงเฮลูบหัวป้อยพลางมองตามร่างสูงที่ไปหยุดยืนเพื่อพูดคุยสองสามคำกับบุคคลที่ดงเฮไม่รู้จัก ก้มหัวประหลกๆ แล้วก็รับบางอย่างมาไว้ในกำมือ ชายแปลกหน้าหันมายิ้มให้ดงเฮ แล้วดงเฮเองก็ยิ้มกลับไปแบบงงๆ ไม่นานกยูฮยอนก็เดินดุ่ยๆเข้ามาหา

“เริ่มงานได้เลย วันนี้” เสียงนุ่มๆบอกผ่านใบหูก่อนจะงัดกุญแจที่เพิ่งได้รับมา แล้วผลักประตูกระจก ที่ดงเฮคาดโทษมันไว้โทษฐานทำให้ความน่ารักของเขาลดน้อยลง ด้วยลูกกลมๆที่ไม่ได้รับเชิญให้มาประดับเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33

มิกเซอร์ กับอิควอไลเซอร์แปลกตาทำให้เด็กหนุ่มไร้ประสบการณ์อย่างคนทั้งสองตาวาว สั่นหางดิ๊กๆ เป็นลูกหมาได้กระดูก ดงเฮวิ่งไปจับจองเก้าอี้ตัวหน้าคอมพิวเตอร์ก่อนจะตีตราจองโดยการเอาก้นแปะเอาไว้ โดยมีกยูฮยอนเดินตามมาติดๆ

“ใช้เป็นป่ะ?” ลมอุ่นๆที่พัดผ่านข้างๆหู บอกดงเฮว่าคนพูดอยู่ไม่ห่าง และมันอาจจะใกล้เกินไปด้วยซ้ำ

“หึ...”

“เชยชะมัด!” ไม่ใช่แค่หลอกด่าเปล่าๆ มือหนายังเหวี่ยงเก้าอี้หมุนตัวที่ดงเฮจับจองให้หมุนเป็นลูกข่าง

“โอ๊ย! แล้วนายใช้เป็นรึงัยเล่า!” แม้ว่าโลกใบเล็กๆของลีดงเฮยังคงหมุนติ้วๆ แต่ก็ไม่วายจะต่อความ

“ไม่อ่ะ”

“แล้วนายก็มาหาว่าฉันเชยเนี่ยนะ!!”

“อือม์ งั้นโทษที”

“ง่ายดีนี่” ใช่! มันง่าย ถ้าเทียบกับพลังงานหลายล้านกิโลแคลลอรี่ที่ดงเฮเสีย ไม่ว่าจะเสียไปกับการหน้ากระแทกหัวปูด หรือจะต้องมาปวดหัวเพราะคำตอบที่ไม่ตรงคำถาม หรือจะเมื่อตะกี๊ที่ไอ้ตัวยาวมันเล่นพิเรนทร์มาหมุนเก้าอี้จนหัวหมุน อ้อ! นี่ยังไม่นับที่หัวของเขาต้องมาเป็นตุ้มรับน้ำหนักกระเป๋าใบโตนั่นด้วยนะ ฮึ! เห็นๆอยู่ว่ามันไม่คุ้มกันเลย กับแค่คำขอโทษสั้นๆ!!


“สระโอ ทอทหาร ษอฤๅษี ทอทหาร สระอี โทษที ยากนะเนี่ย กว่าจะสะกดเสร็จ”
ดงเฮเพิ่งประจักษ์ว่ากยูฮยอนมีความสามารถพิเศษทำให้เขาหายโกรธทุกครั้งหลังการยั่วโมโห เพราะกวนตีนเสร็จเมื่อไหร่เป็นต้องฉีกยิ้มหวานตบท้ายอยู่เรื่อย ร่างบางเลยเดินเลี่ยงไปง่วนอยู่กับสวิตช์เปิดปิดไฟ ส่วนกยูฮยอนก็ไปจัดแจงกับไมโครโฟน ไม่นานทุกอย่างก็ดูเรียบร้อย เตรียมเริ่มรายการได้

“เอาเพลงอะไรเริ่มรายการดีอ่ะ”

“นายชอบเพลงไรอ่ะ?”

“อือม์? เอาเพลงหนุกๆ ต้อนรับเปิดเทอม ดีป่ะ?”

กยูฮยอนเลิกคิ้วสูงเหมือนนึกอะไรบางอย่าง แล้วร่างสูงก็หันหลังกลับไปค้นแผ่นซีดีออกมาจากกระเป๋า


…ลำโพงกระจายเสียงถูกใช้เป็นตัวกลางถ่ายทอดบทเพลงให้พื้นที่เล็กๆในโรงเรียนอบอวลไปด้วยท่วงทำนองไพเราะ เหมือนกับพวกเค้าที่เป็นสื่อกลางส่องมอบบทเพลงความหมายดีๆมาแต่งแต้มช่วงเวลายามเช้าให้สดใส



‘Waltz in a major’

.

.

.


“สวัสดีครับ พวกเราดีเจนีโม่ และ...
ดีเจฟอกซ์ครับ!”








TBC

กาเท่เร่'s คุย :: ลงฟิคยาวน่ารักๆรับปีใหม่ ,,ปีมิกกี้เม้าส์!!

คูเปิ้ลก็เป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก กยูเฮ คู่สุดรักสุดปลื้มของน้ามเอง

อยากให้เพื่อนๆติดตามเรื่องนี้นะ รับรองว่าอ่านสบายๆ ไม่ซีเรียสเหมือน 1become2 แน่นอน!

เรื่องนั้นมันตันไปแล้ว อิอิ

แต่เรื่องนี้ น้ามว่าไม่น่าจะตันนะ (ถ้ามีเวลาแต่ง) เพราะพล็อตเรื่องมันมาจากชีวิตจริงของน้ามกะเพื่อนคนนึง

คนที่รู้จักน้าม จะรู้แน่นอนว่าเค้าคือใคร

อยากแต่งให้มัน เพราะมันก็เคยแต่งให้เรา งืมๆ...??

Happy new year !!

สุขสันต์รับปีใหม่ ปีหนูมิกกี้นะจ้ะ