[FIC] I'm fine thank you, and you? [02]
posted on 05 Mar 2008 21:28 by katere in Fic-Im-fineกาเท่เร่ :: ใครที่เพิ่งเข้ามา กด F5 ด้วยจ่ะ ^[]^
Chapter 2
ทงเฮจรดปลายปากกาคาไว้ที่หน้ากระดาษแผ่นเดิมตั้งแต่เมื่อ 10 นาทีที่แล้ว เขาไม่ได้มีสมาธิอยู่ที่เอกสารเบื้องหน้า แต่กลับปล่อยให้มันล่องลอยไปกับมวลอากาศจากแอร์คอนดิชันเนอร์ภายในห้องกระจก
ติ๊ด..
//คุณลีทงเฮคะ คุณลีฮยอกแจมาขอพบค่ะ//
“ให้เข้ามาได้เลย”
เจ้าเพื่อนสนิทเดินหัวยุ่งตั้งแต่หน้าประตู เขาโวยวายยกใหญ่ถึงเรื่องที่ผู้ถือหุ้นครึ่งหนึ่งของบริษัทอย่างเขาต้องขออนุญาตเพื่อเข้าพบผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกครึ่งหนึ่ง
“มีอะไร?” ทงเฮช้อนสายตาขึ้นถามร่างผอมที่ทำหน้าเป็นแผนที่โลกค้ำหัวอยู่
“ฉันมาหานาย ต้องมีอะไรด้วยงั้นเหรอ?”
“ก็ไม่จำเป็นหรอก”
“แต่นายก็สั่งให้เลขาฯของนายทำแบบนั้น”
“เค้าก็ทำตามหน้าที่ของเค้า” ทงเฮรวบเอกสารที่กองระเกะระกะเต็มโต๊ะเข้าด้วยกันแล้วเลื่อนมันไปวางไว้ตรงมุม ร่างบางลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง เบนสายตามาทางฮยอกแจที่ยืนจังก้าอยู่กลางห้องพลางเลิกคิ้ว
“ตกลงมีอะไร?”
“แล้วนั่นจะไปไหน?” ฮยอกแจเปลี่ยนคำถามและมองตามคนตัวเล็กที่คว้าสูทขึ้นสวมด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะตัดสินใจเดินตามไปเป็นเงาเพราะไม่ได้รับคำตอบ
“คุณคิมเรียวอุก ผมขอลางานครึ่งวันนะ ถ้ามีลูกค้าก็เลื่อนนัดออกไปก่อน” ทงเฮสั่งรวดเดียวจบ คิมเรียวอุก เลขาฯส่วนตัวพยักหน้ารับทั้งยังสงสัย
เจ้าของใบหน้าอิดโรยนั้นหรุบต่ำเพียงนิด วันนี้ลีทงเฮไม่ใช่หงส์แต่เขากลายร่างเป็นลูกเจี๊ยบตัวกะจ้อย
แปลก..
“ทงเฮ นายเป็นอะไรรึเปล่า ไม่สบายงั้นเหรอ?”
“ไม่ได้เป็นอะไร”
ฮยอกแจชะลอฝีเท้าเพื่อมองตามแผ่นหลังแบบบางที่จ้ำอ้าวไปข้างหน้าลูกเดียว ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามและรั้งท่อนแขนอีกคนเข้าหาตัว “ทงเฮ! บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ”
“ฮยอกแจ ฉันบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ฉันก็แค่อยากจะไปขับรถเล่น แค่เบื่อกับบรรยากาศอึดอัดในห้องกระจกนั่นน่ะ ไม่ได้มีอะไร” ทงเฮตอบเสียงเครียด เขาผ่อนลมหายใจออกเพื่อขยายช่องว่างในอกให้เพิ่มมากขึ้น
ลีทงเฮพลิกแขนออกจากกำมือไม่เล็กไม่ใหญ่ของอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาไปข้างหน้าเพียงก้าวก็ต้องชะงักเมื่อพบกับร่างสูงคุ้นตา
“ซีวอน....”
เชวซีวอน คือชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่ง ดูสง่าผ่าเผย เขาพ่วงตำแหน่งนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ประธานบริษัทคู่แข่งของ Lee group คนที่ลีทงเฮไม่เคยคิดอยากจะเจอหน้ามากที่สุด
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบคุณ คุณลีทงเฮ ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับสองของโซล Lee Group” ร่างสูงผายมือหวังจะทักทายอย่างเป็นทางการ แต่ลีทงเฮทำเพียงชายหางตามองมือใหญ่สกปรกอันนั้นแล้วเก็บมือตัวเองไว้แนบตัว
ซีวอนยิ้มในแบบที่เรียกเอาฝ่าเท้าจากทงเฮได้ภายในหนึ่งวินาทีถ้าหากไม่มีฮยอกแจใช้สายตาดุๆปรามเอาไว้
ประธาน Lee group คนที่ 1 กัดฟันสะกดกลั้นอารมณ์ฉุนเฉียว และเลือกที่จะเดินออกไปเผชิญหน้า
“นายเนี่ย ใจกล้าหน้าด้านมากเลยนะ ที่กล้าเอาหน้าห่ามๆโผล่มาถึงที่นี่ ถามจริงๆเถอะ ตั้งแต่ผ่านประตูเข้ามา ไม่รู้สึกละอายใจมั่งรึงัย?”
คนถูกถามทำเพียงยิ้มเยาะในที เขาขยับตัวจนประชิด
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ นาน จนผมคิดไปว่า Lee group มีคุณลีฮยอกแจเป็นประธานคนเดียวซะอีก”
“หึ” ทงเฮพ่นลมออกจมูก “มังกรน่ะ มันไม่ออกมาเรื่อยเปื่อยเหมือนพวกจิ้งเหลนหรอกนะ ไอ้พวกที่ชอบผลุบๆโผล่ๆ อยู่ตามรูน่ะ”
“ว้าว นี่ขนาดไม่ได้เจอกันตั้งนาน ลีลายังเด็ดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”
“ออกไปจากบริษัทของฉัน เดี๋ยวนี้!!” ลีทงเฮตะโกนลั่น กำมือของทงเฮสั่นระริก ถ้าในนั้นมีระเบิด ทงเฮเชื่อมั่นว่าเขาจะต้องเลือกขว้างมันใส่ไอ้หน้าหล่อใจทรามตรงหน้าคนนี้แน่!
“วางใจเถอะ ผมแค่ผ่านมาทำธุระ แล้วก็กำลังจะกลับ...” ใบหน้าหล่อคมดุจเทพเจ้ากรีกโน้มลงกระซิบชิดริมหู “แล้วถ้าว่างเมื่อไหร่ ผมจะลองพิสูจน์อีกครั้ง..ให้แน่ใจ”
“เชวซีวอน!!” คนตัวเล็กกัดฟันกรอด เขามองตามร่างภูมิฐานของซีวอนที่เดินจากไปหลังจากทิ้งดวงตาดุจเพชรตาแมวไว้ให้ทงเฮได้จดจำ
“ใจเย็นๆ ทงเฮ คนอย่างหมอนั่น ไม่มีวันได้ดีหรอก ซักวันบัลลังก์ของมันก็ต้องล่ม เชื่อฉัน” ฮยอกแจลูบหลังตบไหล่เพื่อนเป็นการใหญ่ เขามองใบหน้าแดงก่ำที่กำลังหายใจหอบ และก็อดไม่ได้ที่จะถอนใจออกมาบ้าง
:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::
คิบอมเงยหน้ามองดูนาฬิกาแขวนเรือนหรูตรงเสากลางร้าน แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน
“ถ้าเอาเวลาไปแข่งวิ่ง คงจะกวาดเหรียญทองรวดแน่ๆ”
“หืมม์” ชายหนุ่มตัวสูงที่กำลังง่วนกับผ้าขี้ริ้วในมือเป็นต้องเงยหน้าแล้วทำตัวเป็นของขวัญมีโบว์ผูก ..ไอ้บ้านี่ ชาติที่แล้วเกิดเป็นกวีรึยังงัย?..
“เวลามันก็เดินของมันอย่างงี้ทุกวันนี่หว่า ว่าแต่มึงเหอะ ไปทำอะไรมาล่ะ ถึงได้ดูหมดเรี่ยวแรงซะขนาดนั้น” คิบอมชะงักมือที่บรรจงเช็ดแก้วทรงสูงในมือทันทีที่เพื่อนยิงคำถามได้ตรงเป้า
“เฮ้! เมื่อคืนมึงต้องมีอะไรดีแน่ๆ บอกกูมานะเว้ย!!” คยูฮยอนเอื้อมมือมาดึงไหล่เพื่อนจนตัวเอน ชายหนุ่มยื่นหน้าหล่อเจ้าเล่ห์เข้าประกบหน้าหล่อเข้มของอีกคน “หรือว่าจะเป็น คุณคนรวยคนนั้น?”
คิบอมหันขวับจนคยูฮยอนยังได้ยินเสียงกระดูกมันกลับเข้าล็อก ตาคล้ายสุนัขจิ้งจอกหรี่ตาเล็กตาน้อยจะเค้นเอาคำตอบให้ได้
“รู้ได้งัย?”
“เหอะ อย่างกูน่ะ เค้าเรียกเรดาห์หน้าหล่อเว้ย!” ร่างโปร่งกอดอกตีหน้าภาคภูมิใจเสียเต็มประดา แต่โชคร้ายของคิมคิบอมที่โจคยูฮยอนเป็นพวกเลือดนักข่าวสูง เขาทิ้งความภูมิใจเล็กๆน้อยๆนั้นได้ภายใน 2 วินาทีถัดมาแล้วกลับมาจ้องตาเป็นมันหาคำตอบ เหมือนเหยี่ยวจ้องตะครุบเหยื่อไม่มีผิด
คิบอมทำเพียงขุดเอานิสัยมัธยัสถ์ขึ้นมาใช้ เขาเลือกที่จะประหยัดคำพูดกับไอ้เพื่อนปากสุนัขให้มากที่สุด
และแน่นอน เพราะคิบอมกับคยูฮยอนเป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งเกือบทศวรรษ ดังนั้น จะเงียบหรือจะพูด คยูฮยอนก็ล่วงรู้มันทุกอย่าง “เงียบแบบนี้ ต้องใช่ชัวร์ๆ”
คิบอมเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แต่เขากลับต้องหลบลี้สายตาเป็นพัลวันเมื่อสบเข้าตรงๆกับไอ้หมาจิ้งจอกในร่างคน
“เฮ้ย~ นี่เพื่อนกูจะได้ตกถังข้าวสารแล้วเหรอวะเนี่ย อิจฉาหว่ะ มึงทำยังงัยวะ” คยูฮยอนกระแทกไหล่ปึงเข้าให้ นิ้วชี้ยาวๆก็จ่อชิดปลายจมูกอย่างล้อเลียน “ได้รถมาก็แบ่งกูขับด้วยนะเว้ย”
“คนรวยอย่างเค้าน่ะ จะมาสนใจเด็กเสิร์ฟกระจอกๆอย่างพวกเราได้ยังงัยวะ มึงเลิกฝันกลางวันซักที”
“เออ แม่ง” คยูฮยอนตบกะโหลกตัวเองเป็นการลงโทษ โทษฐานลืมกำพืดของตัวเองไปเสียสนิท “โลกนี้แม่งไม่ยุติธรรมเลยซักนิด ใครมันบัญญัติคำว่าชนชั้นขึ้นมาวะ อย่าให้กูรู้เชียว”
“มึงจะทำอะไรเค้า?”
“กูจะใช้หมัดทะลวงโลกซัดซะให้หงาย” ร่างโปร่งตอบขันๆ เขาส่งยิ้มก่อกวนให้คิบอมทีก่อนจะย่อตัวลงจัดของใต้เค้าน์เตอร์
“สรุป นี่รู้เรื่องกูได้ยังงัย” คิบอมตะล่อมถาม ซึ่งผลที่ได้ก็นับว่าน่าพอใจอยู่ทีเดียว
“ซองมินน้องมึงน่ะสิ วิ่งวุ่นหาพี่ชายมันทั้งคืน กูงี้แทบไม่ได้นอน”
“พี่คิบอม!!!”
“นั่นงัย อายุยืนจริง น้องมึงเนี่ย”
“พี่คิบอม!!” เสียงหวานใสดังก้อง มันแพ็คคู่มาพร้อมกับรอยยิ้มหวานฉ่ำกับร่างอวบๆในเสื้อยืดลายการ์ตูน
เจ้าของชื่อหันไป และเมื่อพบว่าเป็นใคร เขาก็ยิ้มซะจนแก้มแทบแตก “ว่างัยซองมิน”
“เค้าเอาข้าวกล่องฝีมือเค้ามาให้ อร่อยนะ ก็เค้าคิดสูตรเองนี่นา นี่..เค้าไม่ได้ซื้ออะไรมาเพิ่มด้วยนะ ใช้ทุกอย่างที่มีอยู่ในตู้อ่ะ เค้าเก่งป่ะ?” ซองมินยอตัวเองไปก็ม้วนตัวเป็นโรตีไปด้วย จะรักพี่ชายแก้มป่องอะไรกันนักกันหนา เห็นแล้วโจคยูฮยอนหมันไส้
“คุณน้องสาว เอ๊ย น้องชายผู้น่ารักครับ” คยูฮยอนโงหัวฟูๆที่ซองมินสาบานว่าจะไม่ตัดผมเลียนแบบเด็ดขาด ต่อให้ตัดฟรีแถมฟักทองอีกครึ่งไร่ ซองมินก็สาบานซ้ำสองว่า ‘ไม่มีทาง’ โผล่ขึ้นมาจากขอบเค้าน์เตอร์ รอยยิ้มที่มีผลเสียต่อต่อมยิ้มของซองมินกำลังโชว์หราอยู่เต็มหน้าไอ้ตัวยาว
ซองมินเท้าเอวทำหน้าหาเรื่องเต็มที่ เขางับมุมปากล่างเป็นเชิงเปิดศึก
“นายจะกวนฉันหาส้นเท้าเหรอ โจคยูฮยอน!”
“โอ๋ยๆๆๆ คนน่ารักทำไมโหดเงี้ย คิบอม มึงให้น้องมึงแดกน้ำตาลมากไปป่ะวะ?”
“ฉันไม่ใช่หมา”
“อ้าว? รู้ด้วยอ่ะ”
“กวนตีน!!” ซองมินแผดเสียงแปร๋นใส่จนคยูฮยอนต้องเอี้ยวตัวหลบรัศมีคลื่นความถี่สูงเป็นพัลวัน
“แล้วไม่คิดเผื่อแผ่ของอร่อยมาให้ฉันเลยรึยังงัย” คนตัวสูงเอามือรองคางแล้วทำตาแป๋ว
“ฝันไปเถอะ”
“คนสวยใจดำ”
“หุบปาก แล้วก็ห้ามชมฉันว่าสวยอีกเด็ดขาด ไม่งั้นนายตายแน่!!” ซองมินปัดก้นใส่คนกวนตีนที่ตัวเองว่า แล้วเดินกระแทกส้นไปหลังร้านเพื่อขอจานเปล่ากับเชฟใจดีมาหนึ่งใบ!
:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::
ซองมินโดนคิบอมไล่ตะเพิดให้กลับบ้านไปตั้งแต่ 1 ทุ่ม รายนั้นงอแงเป็นเด็กๆแต่ก็ยอมกลับบ้านแต่โดยดี คยูฮยอนยังหงุดหงิดนิดหน่อยที่พี่ชายมันดันห่วงน้องชายที่ดันน่ารักเหมือนน้องสาวเกินเหตุ จนทำให้เขาอดไปส่งซองมินที่หออย่างน่าเสียดาย
“ห้องแม่งก็อยู่ข้างกัน มึงก็ยังไม่เลิกป้อน้องกูซักที” คิบอมว่าอย่างนั้น คยูฮยอนก็เลยต้องมานั่งหางตกหูตูบอย่างนี้
“เฮ้ยๆ คิบอม นั่นมัน..คุณคนรวยเมื่อวานนี่หว่า” เพื่อนตัวสูงชี้ไม้ชี้มือไปยังร่างบางที่เดินฝ่าความวุ่นวายของแสงสีเข้ามา แต่วันนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว “ใครวะที่มาด้วยอ่ะ คงไม่ใช่แฟนกันนะ”
คิบอมเผลอคิดตามอย่างที่คยูฮยอนตั้งข้อสงสัย
..แล้วเรื่องที่สองคนนั้นจะเป็นอะไรกัน หรือจะไม่เป็นอะไรกัน มันใช่เรื่องมั๊ยล่ะ คิมคิบอม!..
คิดได้อย่างนั้น ก็รีบสลัดตัวฟุ้งซ่านออกจากหัวโดยไว
ทงเฮสั่งเครื่องดื่มโดยไม่ต้องคิด ผิดกับฮยอกแจที่ขมวดคิ้วแล้วขมวดคิ้วอีก และสุดท้ายก็มาลงเอยที่น้ำเปล่า เพราะฮยอกแจสัญญากับตัวเองไว้แล้ว ว่าคืนนี้เขาจะเป็นคนดูแลทงเฮและจะไม่ปล่อยให้เพื่อนสนิทหายไปกับใครอีกเด็ดขาด
“มาผับแล้วสั่งน้ำเปล่าเนี่ยนะ น้องเปลี่ยนเป็น Chiquita Cocktail ละกัน”
“แกสั่งอะไรให้ฉันวะ?” ฮยอกแจหน้าเหวอ
“ฉันไม่สั่งยาถ่ายมาให้นายกินหรอก” ทงเฮตอบเสียงเรียบ แต่บริกรหนุ่มกลับยืนนิ่งไม่ยอมขยับ “ฉันสั่งเสร็จแล้ว!” ทงเฮย้ำแต่ฝ่ายนั้นก็ยังคงเฉย จนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง
ทงเฮอึ้งไปเพียงนิด เขาพยายามหรี่ตามองใบหน้าของบริกรตรงหน้าผ่านแสงไฟขมุกขมัว
คนๆนี้...?
“ยังยืนบื้ออยู่อีก หรือคราวนี้จะต้องให้ฉันเรียกผู้จัดการร้านมาพบ!”
คิบอมเหมือนเพิ่งฟื้นคืนสติ เขารีบโค้งหัวให้และเดินจากมา
“สงสัยเด็กเสิร์ฟร้านนี้คงห่วยแตกกันทุกคน คราวก่อนก็เป็นอย่างเงี้ย ขัดใจเก่งชะมัด” ร่างบางเอนหลังพิงกับเบาะนุ่ม เขายักไหล่พร้อมกับพูดประโยคต่อไป “แต่ก็ดีอ่ะ ตวาดมันส์ดี”
ความรู้สึกที่ติดสอยห้อยตามคิบอมมาด้วยหลังจากที่ก้าวเท้าเดินออกห่างจากโต๊ะที่มีใครคนนั้นนั่งอยู่คือความผิดหวัง ...
ใช่..ความผิดหวังทั้งที่เขาคิดว่าไม่เคยหวังอะไรจากคนๆนั้นเลย
“เฮอะ กูว่าแล้วเชียว คนรวยนี่จำได้แต่ตัวเลขจริงๆ”
คิบอมยิ้มปลอบใจตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วเอื้อมมือไปตบบ่ากว้างๆของโจคยูฮยอนพ่อหนุ่มเลือดร้อน “ไม่เห็นแปลกนี่หว่า ถ้ากูเป็นดาราก็ว่าไปอย่าง”
“เวลากูเสียใจมึงจะปลอบใจกูอย่างงี้มั๊ยเนี่ย?” คิบอมรู้เจตนาที่แท้จริงของเจ้าเพื่อนคนนี้ดี แต่เขาก็จะทำตัวเป็นคนซื่อบื้อตามมุขมันไม่ทันอยู่อย่างนี้..สบายใจดี
:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::
ยิ่งดึก นักตระเวนราตรีก็ยิ่งชุก คยูฮยอนมองดูลูกค้าที่อัดแน่นเต็มร้านแล้วถอนใจ เขากำลังจะเดินไปเก็บโต๊ะที่เพิ่งเชคบิลแต่กลับถูกมือหนารั้งไหล่ไว้ก่อน
“เดี๋ยวกูทำเอง มึงช่วยดูแลโต๊ะนั้นแทนกูหน่อย”
ทั้งที่ปกติคยูฮยอนคงจะแค่นยิ้มเยาะเย้ยใส่เพื่อนอย่างปกติที่ชอบทำ แต่คราวนี้เขากลับไม่มีอารมณ์ไปกวนเพื่อน เพราะอะไรน่ะเหรอ?
ก็เพราะแววตาที่คิบอมจับจ้องผู้ชายคนนั้นมันสั่งห้ามเขาเอาไว้น่ะสิ
คยูฮยอนเองเพิ่งเข้าใจความรู้สึกเป็นห่วงของเพื่อนก็ตอนที่เขาสับเปลี่ยนหน้าที่กับคิบอม คนรวยคนนี้ดื่มหนักจริงๆ จนบางทีเขาก็คันปากยิกๆอยากจะขัดอกขัดใจอยู่เหมือนกัน
“ทงเฮ นายดื่มมากเกินไปแล้ว” คยูฮยอนถึงกับพ่นลมออกปาก ที่มีคนรู้ใจเขาและปรามคนตัวเล็กนี่ไว้แทน แต่ทว่าคนดื้อก็ยังดื้อหัวชนฝา เจ้าตัวยกขวดเหล้าที่เหลือของเหลวเพียงก้นขวดเทลงแก้ว พอพบว่ามันว่างเปล่าก็ตวาดใส่ร่างสูงเสียงดังลั่น
“เอามาอีก ไปเอามาให้ฉันอีก!!”
“หมด..”
ทงเฮเบิกตาโพลง ..ไอ้บริกรหน้าโฉดมันพูดว่าอะไรนะ?..
“หมดครับ”
ฮยอกแจชักจะอยากเลียนแบบนิสัยหน้าทนของบริกรหนุ่มขึ้นมา เป็นเพราะนายนั่นคนเดียวเชียวที่ทำให้ทงเฮยอมวางมือจากแก้วเหล้าได้ และมันก็ดูจะเป็นเรื่องน่ายินดีหนึ่งเรื่องของวัน
คนตัวเล็กเดินขาปัดไปเข้าห้องน้ำ โดยทิ้งเพื่อนไว้ที่โต๊ะลำพัง ทงเฮรู้ลิมิตตัวเอง แล้วก็รู้ด้วยว่าถ้าเผลออาเจียนออกมาเมื่อไหร่ สติเป็นต้องสั้นกุด เขาจึงเลือกที่จะบ้วนปากเอาน้ำกลั้วคอแล้วก็วักน้ำล้างหน้าพอให้ชุ่มเท่านั้น
เฮ้อ!
ทงเฮลืมตาเงยหน้าเอาหัวพิงผนังกระเบื้อง แล้วจู่ๆน้ำตาก็ไหลมาเป็นสาย ทั้งที่เขาพยายามกลั้นมันไว้ให้ลึกที่สุด
ลีทงเฮยังคงอ่อนแอ ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งอ่อนแอมากกว่าเดิม เขายกมือขึ้นกุมใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวจะระเบิดนั้นไว้ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หวังแค่จะให้มันเก็บกลืนเอาก้อนสะอื้นให้กลับคืนลงไปด้วย
คนตัวเล็กผ่อนลมหายใจยาว มันเป็นครั้งแรกที่เขากลั้นน้ำตาสำเร็จ
ทงเฮผลักประตูห้องน้ำออกมา และบังเอิญว่ามันดันเหมาะเหม็งกับจังหวะที่คิบอมเดินถือถาดแก้วน้ำใช้แล้วผ่านมาพอดี เลยทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มไปกองกับพื้น
โอ๊ย!
เพล้ง!!
“โอ๊ย! ซี๊ด!” จากที่จะยันตัวเองให้ลุกกลับต้องนั่งแหมบลงไปที่เดิม ขาของเขาแพลง
“เป็นอะไรมั๊ยครับ คุณ...” คิบอมชะงักไปเมื่อพบว่าคนที่ล้มอีกคนนั้นก็คือคนที่เขาพยายามหลบหน้าตลอดค่ำคืนนี้ ลีทงเฮ
“ฉันไม่เป็นอะไร นายไปจัดการเรื่องของนายเถอะ” ทงเฮหมายถึงเศษแก้วที่กระจัดกระจายเต็มพื้น เจ็บกว่านี้ร้อยเท่า ปวดกว่านี้พันเท่า ทงเฮก็ฝืนมันมาหมดแล้ว กับอีแค่ขาแพลงนิดๆหน่อยๆ คงไม่ทำให้คนอย่างลีทงเฮต้องคลานกลับโต๊ะหรอกมั้ง
คิบอมมองตามร่างบางที่ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลและเผลอเอื้อมมือไปพยุงแขนเล็กนั่นไว้
ทงเฮสะดุ้งเฮือก!
..สัมผัสแบบนี้..
ทั้งคู่ประสานสายตาท่ามกลางแสงไฟสีแดง มันคุ้นอยู่ในความรู้สึกของทงเฮอย่างบอกไม่ถูก แต่สุดท้าย คนที่เป็นฝ่ายล้างสมองตัวเองก็คงไม่ผิดไปจาก..
“บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร!!”
คิบอมหลุดจากภวังค์ตอนที่เสียงแหลมนั้นตวาดใส่ เขามองตามทงเฮที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
..เขาสงสารผู้ชายคนนั้น ทุกครั้งที่ได้เห็นแววตาแสนเศร้าคู่นั้น..
ไม่รู้ทำไม?
:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::
“เป็นอะไรน่ะ”
คนถูกถามส่ายหัวก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟาตัวเดิมที่จับจองมากว่า 3 ชั่วโมงแล้วและเป็นฝ่ายถามกลับซะเอง “กี่ทุ่มแล้ว”
“อีก 5 นาทีเที่ยงคืน ถามทำไม”
ทงเฮส่ายหัว เขาคว้าเอาแก้วน้ำเปล่ากรอกเข้าปาก
“หมดฤทธิ์แล้วล่ะสิ” ฮยอกแจมองตามทุกการเคลื่อนไหวของคนตรงหน้า และเขาก็มั่นใจว่าที่พูดออกไปมันถูกเผง หากแต่คนหัวรั้นคนนี้น่ะสิ ที่พยายามดึงดันปฏิเสธตัวเองอยู่เรื่อย
“ยัง อยู่ต่อได้ยันเช้า”
“ไม่ไหวก็บอกมาเถอะ”
“ฉันยังไหว” ไม่พูดเปล่า ทงเฮยืนยันคำตัวเองด้วยการยกมือขึ้นสั่งเหล้ายี่ห้อดีอีก 1 ขวดให้เป็นขวัญตา
:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::
เสียงดนตรีปรับเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของดีเจ และตอนนี้ดีเจหนุ่มรูปหล่อคงกำลังเหงา
ทงเฮเขี่ยปลายนิ้วกับขอบแก้ว เขาช้อนดวงตาฉ่ำปรือขึ้นมองร่างสูงที่เดินง่วนระหว่างเค้าน์เตอร์กับหลังร้านบ่อยจนฮยอกแจยังสังเกตได้
“สนใจเค้าเหรอ?”
ทงเฮเพียงชายหางตามองเพื่อนสนิทที่กำลังทำตัวเป็นปาปารัซซี่ จนอีกฝ่ายต้องยักไหล่ “ก็เห็นนายมองเค้าบ่อยนี่หว่า ฉันก็แค่สงสัย แต่ถ้าไม่ได้สนใจก็ดีแล้ว วันนี้ฉันอยากให้แกกลับไปพักผ่อน” ฮยอกแจอธิบายเหตุผลเสียงยาวยืด ก่อนจะปิดท้ายลงที่รอยยิ้มบางๆที่ริมฝีปาก
ทงเฮตวัดสายตาไปที่ร่างสูงนั้นอีกครั้ง แต่แค่ไม่นานก็เบนกลับมายังแก้วเหล้าในมือ เขาสั่งการให้ยกมันขึ้นกระดกรวดเดียวหมด แล้วจึงช้อนสายตาขึ้นมองเพื่อนตัวบางอย่างแน่วแน่
“คนอย่างฉันน่ะ ไม่สนใจเด็กเสิร์ฟชั้นต่ำพวกนั้นหรอก”
ฮยอกแจได้แต่เออออไปด้วยอย่างไม่คิดอยากขัดใจ
แต่สำหรับ ‘เด็กเสิร์ฟชั้นต่ำ’ คนนึงอย่างโจคยูฮยอนแล้ว ไม่มีวันที่เขาจะเห็นว่าคำพูดดูถูกเหยียดหยามพวกนั้นเป็นแค่มวลอากาศอย่างใครบางคน เขากัดฟันกำมือแน่น ทั้งที่อีกใจกลับสงสารเพื่อนสนิทที่ชื่อคิมคิบอมขึ้นมาจับใจ
TBC
![[ หน้าบ้าน]](http://img224.imageshack.us/img224/993/mylink06mp6.jpg)
![[ + ห้องนั่งเล่นของกาเท่เร่ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2691/mylink01uv4.jpg)
![[ + ไฮไฟของน้าม ]](http://img224.imageshack.us/img224/2468/mylink03xn7.jpg)
![[ + บล็อกฟิคคยูเฮ]](http://img146.imageshack.us/img146/9824/mylink12lj2.jpg)
![[ ไอดีของกาเท่เร่]](http://img224.imageshack.us/img224/6712/mylink07ah1.jpg)
![[ + บล็อกอิลิ้งค์ ]](http://img224.imageshack.us/img224/1165/mylink02kv7.jpg)
![[ + ไฮโกะของหนิง ]](http://img337.imageshack.us/img337/6716/mylink04op5.jpg)
![[ + ไฮไฟของอีฟ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2826/mylink05ja0.jpg)
![[ + คนรักฟิคชั่น ]](http://img525.imageshack.us/img525/1350/mylink08aj9.jpg)
![[ + ดินแดนใต้ดิน]](http://img224.imageshack.us/img224/7627/mylink09hd6.jpg)
![[ + Space]](http://img80.imageshack.us/img80/2805/mylink10bu3.jpg)
![[ + 4 Donghae ]](http://img221.imageshack.us/img221/5053/mylink11wf4.jpg)