Fic-Im-fine

[FIC] I'm fine thank you, and you?

posted on 27 Feb 2008 14:04 by katere  in Fic-Im-fine

 //ขาประจำ กด F5 (อีกแล้ว)

 

::warning  --> NC-17:: 

 

คำหยาบคายไม่ดีต่อสุขภาพนะจ้ะ ไม่ควรใช้เกินวันละ 2 คำ โปรดอ่านฟิคกาเท่เร่ก่อนใช้ทุกครั้ง(?)

 

 

I’m fine thank you, and you?  

 

Chapter 1

 


แสงแดดในช่วงเวลาเข้าใกล้เที่ยงอย่างตอนนี้ ใครๆก็บอกว่ามันเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด มันจะร้อนระอุจนอาจเผาสีผิวจนไหม้เกรียมก็เป็นได้

ร่างเล็กซึ่งนอนหลับใหลขยับตัวเพียงนิด เปลือกตาบางค่อยขยับเปิดขึ้นเพื่อต่อสู้กับรังสียูวีตัวฉกาจ แต่พอจะขยับหัว กลับต้องทิ้งลงหมอนนิ่มใบเดิมอย่างเสียไม่ได้ หัวของเขาหนักอึ้งราวสิบตัน เพียงแค่จะกระดิกเบาๆยังร้าวไปถึงแกนสมอง

ฟันคมซี่เล็กงับริมฝีปากล่างอย่างเคยชิน มันเป็นอย่างนี้ในทุกเช้าที่ลืมตาตื่นเพื่อพบเจอกับความเป็นจริง

“พี่ทงเฮ....” เสียงทุ้มข้างหูช่วยทำให้ร่างบางมีแรงฮึดจนสามารถลุกขึ้นนั่งครึ่งตัว เขาเหลือบตามองร่างเปลือยเปล่าของผู้ชายบนเตียงเดียวกันเพียงนิด ก่อนจะฝืนร่างกายอันอ่อนล้าให้เลื่อนลงจากเตียง

“พี่ทงเฮ ผมรักพี่นะครับ” ท่อนแขนแข็งแรงวาดล้อมเอวบางไว้หลวมๆ แต่เรี่ยวแรงที่ลดหดหายไปของทงเฮมันทำให้อีกฝ่ายรั้งเขาเข้าแนบชิดกับแผ่นอกกว้างได้อย่างง่ายดาย ปลายจมูกโด่งเริ่มไล้ไปตามสันกราม และลามปามไปถึงซอกคอ

คนตัวเล็กหลับตานิ่ง ก่อนจะยอมเปิดตาพูดเสียงเรียบกลับไป “แต่ฉันไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นกับคนอย่างเธอ”

“ม...หมายความว่ายังงัย?”

ทงเฮแกะมือของ ‘คู่นอนหนึ่งคืน’ นั้นออก โดยไม่คิดจะใส่ใจ ไม่สิ..ทงเฮไม่มีความรู้สึกมากพอจะแบ่งไปให้คนอื่นต่างหาก

เขาคว้าเอาชุดคลุมอาบน้ำข้างเตียงขึ้นมาสวมและผูกเอวไว้ลวกๆ ชายตามองชายหนุ่มหน้าเข้มที่นั่งทำหน้าประหลับประเหลือกอยู่บนเตียงกว้าง ก่อนจะหยิบเอากระเป๋าเงินขึ้นมา เกลี่ยธนบัตรไปมาอย่างชั่งใจ

“เมื่อคืน....นายทำให้ฉันมีความสุขสุดๆไปเลย หวังว่านี่คงจะเพียงพอกับเรี่ยวแรงที่ใช้ไปนะ”

พูดจบ ธนบัตรปึกย่อยๆก็ถูกวางแหมะลงปลายเตียง เสียงทุ้มโวยวายดังตามหลัง แต่กลับได้รับเพียงแผ่นหลังบางที่ลับหายไปในห้องน้ำเป็นคำตอบเท่านั้น

“โธ่เว้ย!!!”

 


ผ่านไปอีกหนึ่งคืนแล้วสินะ
กับความรักจอมปลอมเพียงชั่วข้ามคืน
กับความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่มีแค่ร่างกายเป็นเดิมพัน
กับหัวใจที่มันด้านชา

 


แต่ใครเล่าจะรู้ ว่าเจ้าของหัวใจดวงนั้น คือคนที่อ่อนแอที่สุดในโลก!!

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน” จริงๆมันคงเป็นเรื่องปกติที่พนักงานลูกจ้างกินเงินเดือนจะต้องโค้งหัวให้ผู้เป็นเจ้านาย แต่มันจะแปลกก็ตรงที่ เป็นเวลานับเดือนแล้ว ที่เขาไม่ได้เดินเชิดหน้ารับการทำความเคารพเข้าบริษัทอย่างวันนี้

ท่าทางการเดินที่ดูสง่าเหมือนหงส์ กับใบหน้าที่ติดจะเรียบเฉยไร้ความรู้สึก คือฉากบางๆที่กั้นความเชื่อมั่นกับความอ่อนแอให้ตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง

เพราะเขาคือ ลีทงเฮ หนึ่งในหุ้นส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่ Lee Group

“งัย คุณลีทงเฮ”

“ไม่ต้องเรียกฉันซะเต็มยศหรอก ฉันรู้ตัวเองดีว่าฉันเป็นใคร ไอ้ลีฮยอกแจ” เขาตอกกลับเข้าให้อย่างเผ็ดร้อนสมราคา ทำเอาอีกคนจำต้องถอนหายใจออกเฮือกเบ้อเริ่ม

“เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวแบบนี้ซักที” ใช่..ที่ฮยอกแจพูดถึง เขารู้ดีว่ามันหมายความว่ายังงัย แต่เขาก็ยังคงเลือกที่จะละเลยกับคำถามซ้ำซากนั้น

ในทางตรงกันข้าม ยิ่งฮยอกแจเห็นทงเฮตีสีหน้าชินชากับเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นไปในค่ำคืนที่แสนสั้นนั้น เขากลับยิ่งเจ็บ เพราะรู้ดี ว่าหัวใจของทงเฮกำลังป่วยหนัก ไม่ได้เฉยชาไม่สะทกสะท้านอย่างที่เห็นภายนอก

“นายควรจะรักตัวเองให้มากๆนะ ทงเฮ”

“ทำไมไม่บอกตัวเองล่ะ ว่าควรจะรักตัวเองให้มากๆ ไม่ควรเสียเวลามายุ่งเรื่องของคนอื่น” ทงเฮพูดทั้งไม่มองหน้า เขากำลังทำทีเป็นวุ่นวายกับเอกสารตรงหน้าเพื่อหาเหตุผลที่จะไม่สบตาเข้ากับเพื่อนสนิทอย่างลีฮยอกแจ


ทงเฮก็แค่ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเห็น ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร


“นายมันก็อย่างงี้อยู่เรื่อย ยอกย้อนทุกคำพูด”

“ลีฮยอกแจ ตอนนี้ฉันกำลังยุ่ง ไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระของนายหรอกนะ”

“นายก็รู้ ว่าความสุขที่นายได้จากคนพวกนั้นมันจอมปลอม”

“แล้วไอ้ความสุขที่แท้จริงที่นายว่ามันอยู่ตรงส่วนไหนของโลกล่ะ!!!” ร่างบางลุกพรวดทำเอาแฟ้มเอกสารบางเล่มตกกระแทกพื้นดังปึง

“.......” อีกฝ่ายอ้าปากค้าง พูดไม่ออก

“ถ้านายเองก็ยังหามันไม่เจอ ก็เลิกสั่งสอนฉันได้แล้ว เอาเวลาไปหาความสุขในแบบที่คนทั้งโลกต้องการให้ได้ก่อนเถอะ เพราะตราบใดที่นายยังไม่พบมัน ฉัน...ก็จะใช้เงินซื้อความสุขเน่าๆนี่ต่อไป!!!”

ปึง!

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวของประตูไม้ที่ทงเฮเพิ่งปิดกระแทกมันด้วยแรงทั้งหมดที่มี ช่วยตอกย้ำให้คนที่ยืนอยู่เพียงลำพังในห้องสี่เหลี่ยมกว้างตัดสินใจเลิกล้มความคิดเสียที ความคิดโง่ๆ...ที่จะดึงลีทงเฮให้หลุดออกจากบ่วงกามารมณ์นั่น

เพราะเขาอยู่ลึกจนเกินกว่าจะเอื้อมถึง

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


“ออนเดอะร็อคแก้ว!”

ทงเฮคร้านที่จะทนฟังคำดุด่ากึ่งโน้มน้าวใจของฮยอกแจเต็มทน เจ้าตัวลางาน ไม่ใช่สิ..เขาแค่เดินออกมาจากบริษัทลิ่วๆตั้งแต่ช่วงบ่าย ขับรถผลาญน้ำมันเล่นจนสาแก่ใจ เมื่อนาฬิกาบอกเวลาอันสมควรก็แล่นฉิวเข้าเทียบลานจอดรถเฉพาะลูกค้า VIP ย่านผับหรู จัดแจงเลือกที่นั่งซึ่งสะดวกแก่การสั่งน้ำเมา จนได้มานั่งคอพับหมดสภาพอยู่อย่างตอนนี้

อึก...

น้ำสีอำพันไหลรินผ่านโพรงปาก ซึมซับเข้าสู่กระแสเลือดเป็นแก้วที่เท่าไหร่ ทงเฮก็ไม่มีสติพอที่จะนับมัน รู้เพียงว่า แก้วนี้หมด ก็ต้องตะโกนสั่งแก้วต่อไป

“เอามาอีกแก้ว”

“แต่ว่า...”

“บอกให้เอามาอีกแก้ว หูหนวกรึงัยวะ!!!”

“แต่ว่าคุณดื่มมากเกินไปแล้ว นี่มันก็ดึกแล้วด้วย ผมว่า..คุณควรกลับบ้านได้แล้วนะครับ”

ดวงตากลมโตหากบัดนี้หรี่ปรือจนเกินจะเชื่อว่าภายในซ่อนเร้นนัยน์ตาน่ามองเอาไว้ชำเลืองผ่านหางตาไปยังบริกรหนุ่มหน้าบื้อในชุดเชิ้ตขาวกับเครื่องแบบเบสิคของพวกบริกรทั่วไปอย่างมึนตึง

“มีสิทธิ์อะไรมาสอนฉัน ห้ะ!!?”

“.......”

นิ้วชี้เรียวเล็กจิ้มแหมะลงบนหน้าอกอีกฝ่ายอย่างนึกเหยียดหยาม “เป็นแค่เด็กเสิร์ฟ อย่าสะเออะมาทำเป็นสอนฉันหน่อยเลย หน้าอย่างนายน่ะ แค่ฉันเอาเงินฟาดให้ซักก้อน ก็คงสั่งได้เหมือนหมา!!”

บริกรหนุ่มยิ้มบาง เขาไม่คิดติดใจถ้อยคำดูถูกพวกนั้นเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าพูดออกมาเพราะความขาดสติ เขาเอื้อมมือไปพยุงร่างเล็กที่โงนเงนได้ที่และเตรียมจะประเคนหน้าให้กับพื้นหากไม่มีเขารั้งเอาไว้

“ปล่อยฉัน!!!”

“ไอ้คิบอม! ทำบ้าอะไรของมึงวะ นั่นลูกค้านะเว้ย เค้าสั่งอะไรก็ทำๆไปเถอะน่า!” คยูฮยอนที่เพิ่งว่างจากออเดอร์เต็มมือได้โอกาสเหมาะก็รีบมาเคลียร์พื้นที่ในทันที

ทงเฮสะบัดตัวออกมาจากวงแขนของผู้ชายคนละระดับด้วยท่าทีฉุนเฉียว คิบอมเม้มปากชั่งใจเพียงนิด ก็ยอมส่งเครื่องดื่มตามสั่งไปให้

“แล้วก็จำไว้ด้วย ว่าลูกค้าคือพระเจ้า!!”


คิบอมถอนใจหลังจากที่เจ้าของดวงหน้าสวยเบนหน้าหนีพร้อมเดินเลี่ยงไปอีกเกือบ 3 เก้าอี้ ก่อนจะกลับมาง่วนกับการรับออเดอร์ที่มีมาให้ไม่ขาดสาย

และแม้เสียงดนตรีจะดังแค่ไหน ประโยคที่เพื่อนสนิททิ้งท้ายไว้ก่อนแยกไปก็ยังคงชัดเจน

“คนรวยก็เป็นอย่างเงี้ย ทำใจเหอะว่ะ!”

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


ในช่วงเวลาที่เข็มสั้นเดินมาจูบกับเลข 2 บนหน้าปัดนาฬิกาแบบนี้ มันช่างเป็นเวลาที่คิมคิบอมใฝ่ฝันในทุกๆคืน เขาแยกกับโจคยูฮยอนที่วันนี้ยิ้มหน้าแป้นกลับบ้านเพราะได้ทิปจากลูกค้ามากเป็นพิเศษ แต่ก่อนกลับ เจ้าไตเล็กๆของเขาก็อยากจะทำงานขึ้นมาเสียดื้อๆเลยต้องแวะห้องน้ำพลอยให้เสียเวลากลับบ้านไปหลายนาที


เขาล้างมือเมื่อเสร็จธุระ หันหากระดาษทิชชูก็พบว่ามันเกลี้ยงกล่อง เลยป้ายมือเข้ากับกางเกงพลางนึกปลอบใจว่ายังงัยก็ต้องซัก

แต่วันนี้ คิมคิบอมคงไม่ได้กลับบ้านง่ายอย่างเช่นทุกวัน


อ้วกกกก!!


เขาเบ๊หน้าทันทีที่ได้ยินเสียงไม่พึงประสงค์ ก่อนจะเพ่งสายตาผ่านความสลัวของแสงไฟสีแดงอ่อนๆ

มีร่างๆหนึ่งยืนโก่งตัว เขาทรุดอยู่ตรงนั้น!

ด้วยสัญชาตญาณของคนดีที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันมาแฝงตัวอยู่ในหลืบจิตใจเค้าตั้งแต่ตอนไหน คิบอมสาวเท้าเข้าไปใกล้ และถามผู้ชายตัวเล็กอย่างเป็นห่วง

“คุณ..ไหวมั๊ย?”

ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา เขาก็จำได้ ผู้ชายคนนี้ก็คือ ‘คนรวย’ ที่คยูฮยอนว่า ใบหน้าของเขาซีดกว่ากระดาษ เนื้อตัวของเขาเย็นจนน่าตกใจ

“คุณ!”

ทักไปได้แค่นั้นก็มีอันต้องใบ้กิน ร่างแบบบางโน้มเข้าซบกับแผ่นอกกว้างและกอดรัดไว้จนแน่น ใบหน้าหวานราวหญิงสาวถูไถอยู่กับไหล่ ชายแปลกหน้าพึมพำไม่ได้ศัพท์อยู่ข้างหู

“คุณ..คุณครับ” คิบอมรั้งไหล่คนเมาไม่ได้สติเพื่อดันร่างนั้นออกจากตัว แต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่คงจะเล่นงานคนตัวเล็กเสียจนโคม่า คิบอมจึงต้องใช้ผนังบุกำมะหยี่เป็นที่พิงหลังให้กับเขา

ฝ่ามือหนาตบเบาๆที่แก้มเนียนเพื่อเรียกสติ แต่กลับได้รับเพียงเสียงงึมงำแผ่วเบาแทบไม่ได้ยินกับดวงตาฉ่ำปรือนั้นกลับมาแทน

ในเมื่อถามไถ่เอาจากปากไม่ได้ คิบอมก็จำเป็นจะต้องล่วงเกินสิทธิส่วนบุคคลโดยการค้นกระเป๋าของอีกฝ่าย แต่โชคช่างไม่เข้าข้าง เมื่อโทรศัพท์ของพ่อคนรวยดันแบตฯหมด จะติดต่อเพื่อนสนิทให้มารับก็ยังทำไม่ได้..


เขารู้ชื่อคนตัวเล็กคนนี้จากนามบัตร

‘ลีทงเฮ’

 

:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


ตุ่บ!


คิบอมคิดว่านี่เป็นหนทางที่ดีที่สุด เขาพบคีย์การ์ดคอนโดฯที่คนๆนี้พักอยู่ และเขาก็ยังมีเงินติดกระเป๋าพอที่จะเรียกแท็กซี่ให้มาส่งจนถึงที่หมาย

เขามองร่างอ่อนปวกเปียกของลีทงเฮ และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


“อกหักมางั้นเหรอ?” ข้อสังเกตแรกที่ดูเหมือนจะเข้าท่าที่สุด


ชายหนุ่มเคลื่อนตัวไปยังห้องน้ำใกล้ๆ เขาตื่นตาตื่นใจอยู่เหมือนกันที่เพียงห้องน้ำห้องเดียวของทงเฮแต่กลับกว้างกว่าห้องนอนเท่ารูหนูของเขาเกือบ 2 เท่า คิบอมเก็บอาการน้อยใจโชคชะตาของตัวเองไว้ให้ลึกที่สุด เพื่อที่จะหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้กับเจ้าของห้องที่นอนครางอยู่ข้างนอก

 

ดีที่ผ้าขนหนูไม่มีชีวิตจิตใจ เพราะถ้าหากเป็นเขาที่ได้ลูบไล้ผิวเนียนของร่างบางตรงหน้าคนนี้ เขาก็คงจะตอบได้ไม่เต็มปากเต็มคำ ว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษที่แท้จริง

คิบอมเบนหน้าหนีเมื่อมือของเขาเองเริ่มเคลื่อนผ้าชุบน้ำในมือผ่านสาบเสื้อที่ถูกแหวกออก แต่ถึงแม้จะไม่ได้เห็นด้วยตา แต่ความคิดมันก็ยากที่จะห้ามจริงๆ


เฮือกกก!!


ใจของคิมคิบอมกระตุกวูบ ตอนนี้ปลายจมูกของเขาได้กลิ่นฉุนของบรั่นดีจากริมฝีปากบางชัดเจน ท่อนแขนเล็กคล้องอยู่แค่ลำคอของเขา ร่างบางกำลังส่งสายตาเย้ายวนและเผยอปากเชิญชวนให้ลิ้มลอง

เสียงหายใจถี่กระชั้นดังก้องในโสตประสาท

“ช่วยฉันที.....”


คิบอมหลับตาแน่น สะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านไปทั้งร่าง แต่กลับตัวปลิวหวือจมเตียงนอนนุ่มเมื่ออีกฝ่ายดึงไหล่เขาและขึ้นคร่อมเสียเอง

ไม่รอให้อากาศได้เข้าไปทำความรู้จักโพรงปากของคิมคิบอม ทงเฮก็รวบรัดปิดด้วยปากตัวเองและทักทายลิ้นชื้นด้วยลิ้นเล็กซุกซน เขาชำนาญกว่าคิบอมเสียด้วยซ้ำ เพราะทุกการดูดเม้ม และเกี่ยวกระหวัดลิ้นอย่างเร่าร้อน มันพังความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคิมคิบอมจนไม่เหลือซาก

และก่อเป็นกำแพงกามารมณ์รอการปะทุขึ้นมาแทนที่

มือเล็กรวบใบหน้าคมคายของคิบอมไว้เต็มอุ้งมือ ทงเฮหมุนเปลี่ยนมุมจนดูดดื่ม เขาครางอื้ออึงในลำคอราวจะสั่งให้คิบอมทำตามใจตัวเองบ้าง

คิบอมเลื่อนมือหนาไปกระตุกเสื้อเชิ้ตเนื้อบางที่หมิ่นเหม่นั้นออกจนเผยหน้าอกเรียบเนียนท้าสายตา คิบอมไม่รอช้าที่จะลากมือไปตามผิวเนียนของคนข้างบน โดนที่ลิ้นก็ยังคงทำหน้าที่ไม่มีบกพร่อง

ทงเฮละใบหน้าออกมา ก่อนจะโน้มลงซุกไซ้ซอกคอจนร่างสูงขนลุกซู่

แต่มีหรือที่คิบอมจะยอมให้ เขารั้งเอวเล็กไว้แน่นและเหวี่ยงร่างแบบบางนั้นแนบลงกับเตียงสีอ่อน ริมฝีปากหยักสวยปิดประกบแย่งลมหายใจกับคนข้างใต้ มือไม้ไต่ระไปตามแนวเอวและลามปามไปถึงใต้ขอบกางเกง เสียงลมหายใจกระตุกเรียกเอารอยยิ้มบางๆจากคิบอมได้ไม่ยาก

 

 

อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดออกจากร่างขาวอย่างง่ายดาย ทงเฮเชิดหน้าและครางยาวเมื่อคิบอมปรนเปรอจนถึงจุดสิ้นสุด ยังไม่ทันที่จะได้กอบโกยเอาอากาศเข้าปอด ร่างเล็กก็เป็นต้องร้องครางไม่เป็นภาษาเมื่อถูกสัมผัสร้อนลากไล้ผ่านหว่างขา

เขารั้งท้ายทอยร่างสูงลงเพื่อกดจูบลึกล้ำ คิบอมเล่นลิ้นกลับอย่างรู้ใจ ถึงตอนนี้..เขาถลำลึกมามากเกินจะหันหลังกลับแล้ว ร่างขาวเนียนกับผิวกายร้อนระอุมันกำลังเล่นงานเขาจนโงหัวไม่ขึ้น


ผมขอโทษนะครับ


สะโพกมนแอ่นรับร่างสูงอย่างช่ำชอง เขาเริ่มบรรเลงบทเพลงรักด้วยท่วงทำนองเนิบนาบ คลอด้วยเสียงครึมครางหวานหู ก่อนจะเร่งจังหวะจนเร่าร้อนพาให้สติหลุดลอยไร้ทิศทาง

สองเสียงลมหายใจหอบถี่ดังปะปนกันจนแยกไม่ออก ทงเฮจิกปลายเล็บเข้ากับแผ่นหลังกว้างเพื่อปลดปล่อยอารมณ์คุโชนที่เริ่มทวีมากขึ้นเรื่อยๆ คิบอมเลื่อนเรียวหน้าหล่อคมลงดุนดันแผ่นอกบาง โดยที่มือทั้งสองยังเค้นคลึงสร้างความกระสันไม่หยุดหย่อน

บทเพลงรักร้อนแรงจบลงด้วยโน้ตตัวสุดท้ายที่ปลดปล่อยเอาทุกหยาดหยดแห่งความสุขให้อีกคนได้กักเก็บไว้จนเต็มรัก

คิบอมเงยหน้าขึ้นก็เห็นแก้มสีแดงเรื่อ เขาอังหลังมือเข้ากับผิวแก้มนั้น จุมพิตแผ่วเบาที่ขมับชื้น ก่อนจะถอนตัวออกมาอย่างอาลัยอาวรณ์


ร่างสูงจ้ำเท้าไปยังตู้เสื้อผ้าและค้นเอาเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งออกมา เขาบรรจงสวมให้กับร่างบางอย่างอ่อนโยน ดึงผ้านวมหนาขึ้นห่มให้ถึงอก เขาจ้องมองดวงหน้าหวานนั้นอยู่นาน นานพอที่จะให้ความรู้สึกผิดที่หายไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเคลื่อนตัวกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ..มันกลับมารวมกันจนกลายเป็นปมแน่นหนาที่จะเกาะหัวใจของเขาไปจนชั่วชีวิต


เพราะเรื่องคืนนี้ มันก็เป็นแค่ความสัมพันธ์ชั่วคราว
ที่เมื่อแสงอาทิตย์ทอทับก็เลือนหาย
แต่มันจะชัดเจนในค่ำคืนที่มืดมิด

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 

 

ความรู้สึกปวดตึ่บที่เกาะกินหัวยังคงเป็นความรู้สึกแรกในแต่ละเช้า ทงเฮยันตัวเองขึ้นและกระพริบตาปริบสู้แสง เขาสลัดหัวแรงๆหนึ่งครั้งเพื่อไล่ความหนักอึ้งให้หลุดออกจากตัว

คนตัวเล็กค่อยหันหน้าไปทางด้านข้าง


ผู้ชายคนนั้นจะเป็นใครอีกล่ะ?

ใครคือผู้ชายคนที่จะได้รับเงินของเขาแล้วก็ถูกเฉดหัวทิ้ง!!


หัวคิ้วคู่สวยร่นเข้าหากันทันทีที่เบื้องหน้ามีเพียงความว่างเปล่า ทงเฮก้มลงสำรวจตัวเองและก็พบกับเชิ้ตขาวตัวบางที่ปกคลุมร่างกาย เขากลับไปครุ่นคิดอีกครั้ง ภาพเมื่อคืนยังคงเลือนรางจนไม่อาจแน่ใจ


แต่ที่มั่นใจ...คือเรื่องเมื่อคืน มันไม่ใช่ความฝัน

 

 


TBC

กาเท่เร่'s talk :: มันมาอีกแล้ว กาเท่เร่ มาอีกแล้ว งืม..ฟิคเก่า เล่าใหม่

เนื้อเรื่องดราม่าสุดๆ จริงๆที่บอกว่าจะไม่แต่งฟิครันทดอีกแล้ว น้ามถอนคำพูดค่ะ 55+

หวังว่าจะถูกใจนะ

ปล. ฉากเอ็นซีคงไม่แรงไปนะคะ เพราะน้ามคิดหนักมากเลย กว่าจะตัดสินใจลงได้ =)