Fic-1become2

[FIC] 1 become 2 ::2::

posted on 10 Nov 2007 15:31 by katere  in Fic-1become2

: Part 2 :







ปึง!

ประตูรถฝั่งข้างคนขับถูกกระชากออกอย่างแรงก่อนจะกระแทกตัวกลับสู่ล๊อกดังเดิมด้วยเสียงอันดัง พร้อมกับร่างแบบบางที่ตามขึ้นมา โดยไม่มีคำพูดใดๆให้คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วได้หายข้องใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่กำลังจะเกิดต่อไป
มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ดังขาดห้วงเบาๆคลอไปกับเสียงสูดน้ำมูกฟืดๆเป็นระยะ...ถึงใบหน้าใสด้านข้างซึ่งแสงไฟสลัวไม่อาจทำให้เห็นได้ชัดเจนเท่าใดนัก แต่กยูฮยอนก็รู้อยู่ดีว่าคนๆนี้คือใคร

‘ทงเฮ’ พี่ชายตัวเล็ก.. ที่มักจะมีแต่รอยยิ้มหวานที่อยู่เป็นเพื่อนสนิทกับดวงตากลมโต
แต่แปลกที่วันนี้ ความซึมเศร้ากลับทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านจนความสดใสไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโผล่หัวมาทักทายอย่างเช่นทุกครั้ง

“เซ่ออยู่ทำไมเล่า ออกรถสิ!!!”

ห้ะ?

เสี้ยวหน้าแดงๆ เงยขึ้นมาเพื่อตวาดเสียงเล็กจนลั่นรถ ไม่นานก็ตวัดกลับไปทางเดิม กยูฮยอนผงะน้อยๆเพราะนึกไม่ถึงว่าอยู่ๆ วิญญาณจอมวีนจะเข้าสิงร่างเล็กข้างๆ ก่อนจะตอบกลับไป

“แต่นี่มันรถของบริษัทนะฮะ”

“ก็บอกให้ออกรถงัย!!! ไปซี่!!! ไอ้บ้า!!” กำปั้นเท่าค้อนทุบป๊าบเข้าที่ไหล่หนา และก็ไม่จบแค่ครั้งเดียว ตามซ้ำมาอีกหลายระลอกจนกยูฮยอนต้องยกมือขึ้นปัดป้อง

“โอ๊ย..ไปแล้ว..ไปก็ได้”

ต้องจำยอม ถึงจะสงบ.. จบประโยคที่แสดงออกว่ายอมแพ้รุ่นพี่ตัวแสบเสียเต็มประดาของน้องสิบสาม ทงเฮก็ตวัดหน้าเรียวสวยไปทางหน้าต่าง เกยคางมนได้รูปกับขอบหน้าต่างที่ถูกเลื่อนกระจกเปิดจนสุด

..อยากตากลมอย่างนั้นหรือ?... กยูฮยอนตั้งคำถามอยู่ในใจ ก่อนจะเบนหน้าหล่อๆให้โฟกัสไปเบื้องหน้า ขายาวออกแรงกดฝ่าเท้าลงกับแป้นคันเร่ง หมุนพวงมาลัยรถไปทางซ้ายเพื่อมุ่งสู่ถนนสายหลัก







.






เราสองคนปล่อยให้ความเงียบคุยจ้อ โดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรกัน จะได้ยินก็แต่เสียงลมหวือที่ดังเข้ามาเพราะกระจกที่ถูกเปิดไว้ ทงเฮที่เงียบเสียงสะอื้นไปได้พักใหญ่ก็เอาแต่นั่งเงียบ บ้างก็ยื่นแขนยาวออกมาล้อกับสายลมเย็นเฉียบในค่ำคืนฤดูใบไม้ร่วงเป็นบางครั้ง แล้วก็ยึดมือกลับมารองคางตามเดิม ซ้ำๆแบบนี้ตลอดทาง

กยูฮยอนตัดสินใจกดเปิดเครื่องเล่นซีดีภายในรถ หวังว่ามันจะช่วยทำลายความอึดอัดนี้ลงไปได้บ้าง

ดีกว่านั่งฟังเสียงถอนหายใจอย่างหมดอาลัยตายอยากของคนข้างๆที่ดังจนจะครบครั้งที่โหลอยู่แล้ว

ทว่าพอเสียงเพลงคลาสสิคเริ่มบรรเลง นิ้วชี้เรียวเล็กก็จิ้มปุ่มอ็อฟ ปิดกั้นเสียงเพลงอันน่ารำคาญในความคิด คิ้วหนาขมวดติดหนึบ ไม่เข้าใจกับอากัปกิริยาของคนตัวเล็กเลยซักนิด

“พี่ทงเฮ มีปัญหาอะไรรึเปล่า”

“.............”

“พี่ทงเฮ...”

“จอดรถ”

ผู้เป็นน้องย่นหน้าจนเป็นเครื่องหมายคำถาม สมองยังแปรผลคำสั่งที่อยู่ๆก็ดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยไม่ได้

“จอดรถ!! ฟังภาษาคนไม่ออกรึงัย!!”

“คร้าบๆ”


กึก...


เบนพวงมาลัยเข้าเลนขวาและจอดเทียบฟุตบาทเตี้ยๆ ไม่ทันได้ดับเครื่อง ไม่สิ..รถยังจอดไม่สนิทด้วยซ้ำ ร่างบางก็พุ่งออกจากรถ เดินดุ่ยๆตรงไปที่ซุ้มบุลโกกิใกล้ๆ

“พี่ทงเฮ!!”

ตะโกนเรียก แต่อีกคนน่ะสิ ทำหูทวนลมเดินตัวปลิวหายเข้าร้านไปแล้ว

“กินเหล้าแน่ๆ”

กยูฮยอนบอกกับตัวเองอย่างนั้น ..ล็อกรถเสร็จก็วิ่งฉิวตามไปติดๆ นึกหวั่นๆกับชะตาชีวิตของตัวเองที่กำลังจะถูกกำหนดโดยรุ่นพี่ตัวแสบที่ชื่อ ลีทงเฮ ขึ้นมาตะหงิดๆ

มือหนายกขึ้นบีบหัวคิ้วที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อจัด

..ไอ้หางตาเจ้ากรรมก็กระตุกยิกๆชวนแต่จะให้สยอง ~

..ทีนี้จะทำอะไรอีกล่ะ ปั่นหัวจนยุ่งขนาดนี้ยังไม่พออีกเหรอ?!!..




.







เสียงหวานตะโกนสั่งเหล้าผลิตในประเทศดังลั่นร้านเล็กๆ กยูฮยอนที่วิ่งตามมา ไม่ทันจะได้คัดค้านก็ชะงักไปเพราะดวงตาดุที่ส่งมาให้ คล้ายจะบอกเป็นนัยๆว่า ‘อย่ายุ่ง!!’

ทงเฮยกแก้วใบเล็กที่บรรจุน้ำสีใสแต่ฤทธิ์ไม่ใสขึ้นกรอกปากวัดได้อัตราเร็วละเกือบ 3 แก้วต่อนาที โดยที่กยูฮยอนได้แต่นั่งมองอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“ทะเลาะกับคิบอมมันเหรอ?”

หน้าใสๆที่เจือสีแดงเพราะดีกรีที่เพิ่มขึ้นสูงทุกวินาทีส่งคำตอบมาให้ด้วยการกระดกเหล้าเข้าปากติดๆกันอีก 2 แก้ว พร้อมกับดวงตาฉ่ำเยิ้มที่ใกล้จะปิดลงทุกที

“ยุ่ง!”

“เอ๋า?” กยูฮยอนปัดผมจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง “นี่ผมเป็นห่วงพี่นะเนี่ย..ไม่ๆ ผมห่วงตัวเองมากกว่า ทะเลาะกับคิบอม แต่ดันหนีมากับผมแบบเนี้ย~...” หน้าหล่อๆยื่นไปหาคนตรงข้าม ให้ได้เห็นกันชัดๆ “ผมนี่แหละจะซวย!!”

เน้นหนักที่ประโยคสุดท้าย ตอกเข้าเต็มๆหน้าพี่ชายหน้าสวย ให้ได้รู้กันไปเลย ว่ามันทนไม่ไหวแล้ว!!!

เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา ไอ้น้องคนนี้แหละจะประสาทแดกเอา!!!

“เออ!”

กระแทกกลับมาพร้อมๆกับเสียงปึกของก้นแก้ว มือบางคว้าหมับที่ขวดเหล้าสีเขียวมรกต กะจะเทอีกสักแก้วถ้าหากมันไม่หมดเกลี้ยงเสียก่อน

“เมาพอยัง?”

ตาขวางๆถูกส่งไปให้โจกยูฮยอนอีกครั้ง..

มือหนายกขึ้นเท้าคาง เหล่ตามองคนตรงหน้าเพียงหางตา ... กับอีกคน ที่จ้องเขม็งจนลูกกะตาจะหลุดออกจากเบ้า มือบางกำแน่นแล้วทุบลงบนโต๊ะ

ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ก่อนตอบ

“ยัง!!!!”



ดวงตาปรือกระพริบถี่ๆ ถึงไม่บอกก็รู้ ว่าฝืนสังขารอยู่เต็มลิมิต





.
คร่อก! zZ~




.





ทำปากดี..
จริงๆก็แค่ผู้ชายตัวเล็กๆที่อ่อนต่อโลกแล้วยังอวดเก่ง เจอน้ำเมาเข้าปากแค่แก้วก็โหลงเหลง นี่ซัดเข้าไปขวดใหญ่ ไม่สลบหมดสภาพก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว!!!

ร่างกายเก้งก้างของเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะแตกเนื้อ กลับต้องมาแบกร่างขาวๆที่เมามายไม่ได้สติ..เวรกรรมอะไรของโจกยูฮยอนวะ??

ถ้าอยู่นิ่งเป็นตุ๊กตา กยูฮยอนก็จะไม่บ่นซักนิด หากแต่นี่...มันคือพี่ชายหน้าหวาน..หรือลิงหลุดสวนสัตว์กันแน่ กยูฮยอนคนนี้ก็ชักจะไม่มั่นใจ แขนขาป่ายปัดไปทั่ว ไม่เว้นแต่หัวทุยๆที่ปกคลุมด้วยผมสีอ่อนยุ่งเหยิง ลีทงเฮ..ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานแฮร์ดีไซน์ ยุ่งอยู่แล้วให้ยุ่งขึ้นไปอีก พอเบื่อของเล่นที่เป็นแหล่งบรรจุสมองของรุ่นน้อง ก็เปลี่ยนมาเตะอากาศแทน

สุดท้าย ก็มาดิ้นจนเกือบหลุดตอนใกล้จะถึงจุดหมาย

“โอ๊ยยยย!!! พี่ทงเฮ นิ่งๆหน่อยสิครับ หลังผมจะหักแล้ว!!!”

“ปล่อยช้าน!!! ปล่อย! ปล่อยๆ”

“รู้แล้วๆ กำลังจะปล่อย เฮ้ย!”

เพราะความซนที่มันแทรกซึมอยู่ทุกอณูขุมขนของลีทงเฮ บวกกับแรงดิ้นที่คล้ายจะเป็นแรงควายอยู่กลายๆ ส่งผลให้ร่างเล็กกระเด้งเกือบตกหัวฟาดพื้น ดีที่กยูฮยอนพลิกตัวมารับไว้ทัน

แต่ก็ใช่ว่าเขาจะตัวใหญ่โตมโหฬารเสียเมื่อไร หลังที่เพิ่งหายจากบาดเจ็บเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อไม่นาน มันก็ยังไม่สนิทดีเสียด้วย แม้จะรองรับคนตัวเล็กไว้ได้ แต่เขาเองก็เซถลาไปเหมือนกัน

สุดท้าย ภาพที่เห็นก็คงหนีไม่พ้น ผู้ชายสองคนที่นอนกอดกันอยู่บนทางเท้า!!!

“ไอ้บ้า!! ลุกเลยนะ”

ทงเฮไม่ปล่อยให้ภาพแบบนั้นออนแอร์ได้เกิน 5 วิ. ก็จัดการดันร่างสูงออกห่าง และกลับกลายมาเป็นคนพยุงร่างสูงที่ว่านั้นให้ลุกขึ้นเสียเอง

“โด่เอ๊ย ก็บอกแล้วงาย ว่าช้านไม่เมา แกนั่นแหละที่มาว~”

นิ้วชี้เล็กๆเท่านิ้วก้อยของกยูฮยอนจิ้มแหมะที่อกกว้าง

“ไปเลย ไปนั่ง ช้านจะขาบ~”

“วะ..ว่างัยนะ?...”

เพิ่งรู้ก็วันนี้แหละ ว่าแอลกอฮอล์นี่มีสมบัติช่วยเพิ่มแรง ทงเฮออกแรงดันหลังกยูฮยอนให้ตรงดิ่งไปที่ประตูรถฝั่งข้างคนขับ ผลักจนก้นติดเบาะ แล้วก็ปิดประตูปังทั้งๆที่แขนขายาวๆของเด็กหนุ่มยังไม่พ้นขอบประตูเลยด้วยซ้ำ

“โอ๊ยๆ!”

กระชากกุญแจรถไป ก่อนจะหันหลังกลับตรงแหน่วไปหวังจะทำหน้าที่เป็นสารถี


แน่นอนล่ะ! กยูฮยอนไม่มีวันปล่อยให้พี่ชายตัวแสบต้องไปนอนตบยุงอยู่ในคุกข้อหา ‘เมาแล้วขับ’ เป็นแน่ ท่อนแขนแกร่งรั้งเอวเล็กๆนั่นเอาไว้ แล้วดึงเข้าหาตัวจนแผ่นหลังนุ่มๆแนบติดกับอก

ตักของเขาก็กลายเป็นเบาะนั่งสำหรับร่างบางไปเสียแล้ว

“พี่จะบ้ารึงัยเล่า!!พี่เมามากแล้วนะ ไม่สงสารผมก็สงสารตัวเองมั่งสิ!!”

“.............”

ที่คิดว่าจะได้รับเสียงเล็กแวดกลับมา กลับไม่มี กยูฮยอนรับรู้ได้ว่าคนในอ้อมกอดนั้นหายใจถี่รัวเพียงใด

ปรับเปลี่ยนจากเสียงลมหายใจหอบแรงเป็นเสียงสะอื้นหนักๆ โดยที่กยูฮยอนเองก็คาดไม่ถึง

“พี่ทงเฮ..พี่เป็นอะไร”

“ฉันมันบ้า ฉันรู้!! อยู่กับใครก็มีแต่คนเบื่อ รำคาญ!! ปล่อย..ปล่อยฉันเลยนะ ฮึก!”

คนตัวเล็กดิ้นรนจะออกไปจากการเกาะกุมนั้นให้ได้ หากแต่อีกคนกลับกอดแน่นยิ่งกว่าเดิม


อวดเก่งแม้กระทั่งเวลาที่น้ำตาไหลอาบแก้มเนี่ยนะ?

ไม่สมควรเลยซักนิด..


“ปล่อยยย!!!”





.






“ไม่ ผมไม่ปล่อย”











..
ร่างขาวจัด อวบอิ่มค่อยๆถูกวางลงบนเตียงที่ปกคลุมด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด ท่ามกลางสายตานับ 10 คู่ที่จ้องมองมาเป็นจุดเดียวกัน

“ขาวหง่า...”

“ไอ้ซีวอนเงียบไปเลย แล้วก็กรุณาเช็ดน้ำลายด้วย”

หนุ่มหล่อลูกครึ่งสิงโต-ปลาหมึกหน้ายู่เมื่อหันไปเจอะเข้ากับตาดุๆของฮีชอล

“เพิ่งรู้อ่ะ เวลาทงเฮมันแต่งสาวแบบนี้โคตรสวยเลย” เสี่ยเยเอ่ยชมอีกคน ทำเอาน้องเล็กหน้างอเป็นตะขอ แล้วก็ป้อนค้อนเข้าให้คำโตจนคนรับจุกกึก

“เฮ้ยๆ พวกนายเนี่ย หื่นไม่เลือกที่จริงๆ เอาผ้าห่มมาดิ๊” ฮยอกแจคว้าผ้าห่มผืนหนาจากเตียงของตนมาคลุมทับร่างขาวๆนั่นเอาไว้

“ทำเป็นหวงก้าง เดี๋ยวฟ้องคิบอม!” ฟักทองน้อยยกมะเหงกขู่

ไก่ก็ไม่อยากสารภาพหรอกนะ..

ว่ามันก็แอบหวงอยู่เหมือนกันล่ะ
แล้วก็อาจจะอดใจไม่ไหว..ถ้าเกิดว่าได้มองขาขาวๆที่โผล่พ้นขอบกางเกงสีขาวที่ยาวแค่หนึ่งคืบกับเอวคอดๆที่เผยให้เห็นเพราะเสื้อที่เปิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจเกิน 10 วินาที



“แล้วจะเอายังงัยอ่ะ” ซองมินถามทำลายความเงียบในห้องที่ถูกทับอีกชั้นด้วยความหื่น (-*-)

“เอายังงัย?” ลีทึกถามซ้ำ

“เรื่องคิบอม”

ลีดเดอร์ทำท่าครุ่นคิดเพียงครู่ เสียงเล็กๆก็ดังออกมาเพื่อออกความเห็น

“คงต้องรอให้พี่เค้าตื่นก่อน แล้วก็ค่อยเกลี้ยกล่อมเค้าอ่าครับ”

“เอาอย่างที่เรียวอุกพูดก็ดีเหมือนกันนะ” ลีทึกสรุปง่ายๆ




อื้อ~ เฮ้ย!!! พวกนายเป็นใครอ่ะ!!!??”







To be continue >>




กา-เท่-เร่'s talk :: เอามาลงแล้ว ตอนที่ 2

ไม่อยากจะบอกเลย ว่าตัน!!

ฮ่าๆ,, แต่ว่าจะพยายามปั่นเอามาลงให้ได้

ติดตามตอนต่อไปนะจ้ะ