[FIC] 1 become 2 :P.12: END
posted on 26 Jan 2008 22:20 by katere in Fic-1become2
Part 12
“คุณเป็นใครน่ะ”
ความตั้งใจของทงเฮร่วงหายไปเพราะเพียงได้ยินประโยคๆนั้น คำพูดจากเสียงทุ้มต่ำเหมือนพายุหมุนที่ทำลายทุกอย่างลงได้เพียงไม่กี่วินาที
“คุณ.......? ผม........จำอะไรไม่ได้......”
“..........” เขาก็นึกอยากจะเข้าไปหาคิบอมให้ใกล้กว่านี้ อยากจะเดินเข้าไปใกล้ๆกว่านี้ แต่ทำไมกัน...เขาถึงได้รู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเขากับคิบอมมันกลับยิ่งห่างไกล
น้ำตาที่คิดว่ามันคงไม่มีเหลือให้ร้องไห้แล้ว กลับคลอรื้นอยู่ที่ขอบตา
...พระเจ้า กลั่นแกล้งเขาได้
แต่ไม่ควร ทำร้ายคิบอมแบบนี้...
“บอกผมได้มั๊ย ว่าคุณเป็นใคร?” คิบอมจ้องกลับมาที่ดวงตาของทงเฮ เขากำลังค้นหาบางอย่างจากข้างในนั้น
“..........” ทงเฮตอบอะไรกลับไปไม่ได้แล้ว ขาของเขากำลังถอยห่าง ...นี่เค้ากำลังจะหนีปัญหาอีกแล้วใช่มั๊ย?...
“ผมเชื่อว่า ผมจะต้องจำคุณได้.....”
“.........คิบอม...~” น้ำเสียงที่แหบแห้ง ดังลอดปนเสียงสะอื้นที่กำลังจะเริ่มต้น ทงเฮยกมือขาวซีดขึ้นตะปบปากตัวเอง ก่อนที่เสียงไม่น่าฟังจะหลุดรอดออกมา ...ไม่....เค้าไม่ควรให้น้ำตาเข้ามาวุ่นวายในตอนนี้ ไม่สมควรเลย...
“ผม.....ผมรู้ว่าคุณคงจะเสียใจที่ผมจำคุณไม่ได้ แต่ว่า............”
“...........” ทงเฮส่ายหัว พยายามกลั้นน้ำตาไว้แล้วแต่มันก็ยังไหลออกมา .....ไม่...ไม่ใช่เลยซักนิด....
ทงเฮไม่ได้เสียใจที่คิบอมจำอะไรไม่ได้
แต่ทงเฮเสียใจที่คิบอมลืมทุกอย่างไปแล้วต่างหาก!
เพียงแค่นึกถึงช่วงที่เวลาที่ทงเฮมีความสุขอยู่กับกยูฮยอน ช่วงเวลาเดียวกันกับที่คิบอมต้องเจ็บปวด
แค่นั้น ทงเฮก็รู้ว่าความเสียใจมันเป็นบทลงโทษที่น้อยเกินไปสำหรับคนอย่างเขา
ทงเฮรู้สึกถึงความร้อนในร่างกายที่มันพุ่งมารวมกันที่ขอบตา ทงเฮรู้สึกถึงความอุ่นที่เริ่มรินไหล เอาอีกแล้วสินะ.....ถึงยังงัย ลีทงเฮคนนี้ก็เป็นได้แค่คนขี้แพ้ กับคนเจ้าน้ำตาอยู่วันยังค่ำ!!
ทงเฮไม่รู้หรอกว่าเสียงสะอื้นของเขามันดังแค่ไหน ไม่รู้หรอกว่าเขาปล่อยให้น้ำตามันไหลหมดตัวไปแล้วหรือยัง ไม่รู้หรอกว่าจะมีใครได้ยินบ้าง
แล้วก็ไม่รู้เลย.....ว่าจะมีหนทางอื่นนอกจากวิธีนี้หรือเปล่า?
นอกจากจะร้องไห้ ร้องไห้จนไม่เหลือหยดน้ำตาแม้เพียงหยดเดียว
“คุณ.........ร้องไห้ทำไม?.......”
“อย่าแตะต้องฉัน! ฮึก..”
“คุณ......”
....ฉันมันโสมมเกินกว่าที่นายจะแตะต้องได้ อย่าได้มาแปดเปื้อนเพราะคนอย่างฉันอีกเลยนะ คิมคิบอม....
ทงเฮถอยห่างจากคิบอมที่พยายามทำในสิ่งตรงกันข้าม ไหล่บางที่สะท้านเพราะแรงสะอื้นกับเสียงร้องไห้ที่มันบาดลึกไปถึงหัวใจ คิบอมทนเห็นและทนฟังมันไม่ได้หรอก
“.........ฮึก.........................”
แต่ยิ่งหนีก็ยิ่งใกล้ ร่างแบบบางที่สั่นสะท้านของทงเฮตกอยู่ในอ้อมกอดของคิบอมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แค่เพียงตอนนี้ คิบอมกำลังกอดทงเฮ กอดเพราะบางอย่างที่อยู่ในใจของคิบอมมันสั่งให้ทำ
เสียงร้องไห้ที่คิบอมไม่อยากฟังกลับยิ่งดังขึ้นเป็นเท่าตัว ทงเฮร้องไห้อย่างหนัก ร้องจนอ้อมแขนแกร่งของคิบอมก็เอาไม่อยู่!!
.
.
.
กยูฮยอนถอยออกมาจากวงกบประตู และพิงแผ่นหลังไว้กับผนังห้อง ความรู้สึกของเขาไม่ต่างไปจากทงเฮเลยซักนิด
กยูฮยอนไม่คิดโกรธที่ทงเฮอยู่ในอ้อมกอดของคนๆนั้น
เพราะเขารู้ดี และก็ย้ำกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ว่าตัวเค้า ไม่มีสิทธิ์จะไปเทียบเคียงกับใครคนนั้นได้อยู่แล้ว!!
..
กยูฮยอนให้คำตอบกับความเงียบที่โรยอยู่รอบตัวได้เป็นอย่างดี คงเพราะสนิทสนมเพราะเจอกันบ่อยก็เป็นได้ แรกๆก็อึดอัดเป็นธรรมดา แต่ตอนนี้กลับเข้าใจแล้วก็มีความสุขที่ได้อยู่แบบนี้
แค่ได้ยืนอยู่ข้างคนที่รักหมดหัวใจ
แค่ได้ใช้อากาศหายใจร่วมกัน
แค่นั้น กยูฮยอนก็ไม่นึกอยากจะขออะไรไปมากกว่านี้แล้ว
ทงเฮเงียบเพราะเรื่องของคิบอม....เขารู้
“คิดจบแล้วหันมายิ้มให้ผมได้มั๊ย?”
ร่างของทงเฮที่เล็กกว่าเขาเกือบเท่าค่อยๆหันมา วาดยิ้มบนริมฝีปากสีซีดจนดูสดใส
“คิดจบแล้วเหรอ?”
“ได้ข้อสรุปยังงัย?”
กยูฮยอนเอื้อมมือไปโอบเอวบางไว้แนบตัว ปลายจมูกของทงเฮอยู่ชิดกับริมฝีปากของเขา มันใกล้เสียจนกยูฮยอนยังอยากจะหายใจให้เป็นจังหวะเดียวกัน
เรียวหน้าหวานค่อยเงยขึ้นเพื่อประสานสายตา หากแต่กยูฮยอนไม่คิดอยากสบตากับนัยน์ตาแสนเศร้าคู่นั้น ชายหนุ่มเลือกที่จะตัดเส้นทางโดยการใช้จมูกเป็นกำบัง แล้วกดจูบให้กับลีทงเฮ
จูบของเขากับทงเฮยังคงหวานเหมือนเดิม ปลายลิ้นยังหยอกเย้ากัน จังหวะการขบเม้นและเปลี่ยนมุมนั้นเชื่องช้า เนิบนาบ
รสจูบของเราไม่เคยมีความรู้สึกอื่นมาเจือปน นอกจากความรัก
กยูฮยอนใช้ฝ่ามือตระกองใบหน้าของพี่ชายตัวเล็กของเขาให้เชิดขึ้นเพื่อสบตา กดจูบอีกครั้งเพราะริมฝีปากแวววาวมันทำให้เขาห้ามใจไม่ได้ แต่แล้วก็ต้องเก็บปากเก็บลิ้นตัวเอง
เพราะบางอย่าง
คำถามที่ทงเฮส่งผ่านทางสายตา..............
“ผมเคารพการตัดสินใจของพี่นะ”
..
ลมเย็นตอนสาย กับหมอกบางๆต้นฤดูหนาวทำให้คิบอมรู้สึกโล่งหัวอยู่ไม่น้อย ซองมินยังคงหาข้ออ้างร้อยแปดกับจองซูเพียงเพราะอยากดูแลคิบอม
น่าแปลก...
ที่ซองมินเก็บความรู้สึกรักไว้ในใจได้เนิ่นนาน
น่าแปลกยิ่งกว่า...
ที่วันนี้ซองมินกลับเก็บมันไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
ชีวิตคนเรามันวนเวียนอยู่กับคำไม่กี่คำ และคำว่า ‘น่าแปลก’ ก็คงจะเป็นหนึ่งในนั้น อย่างน้อยตอนนี้มันก็กำลังลอยวนอยู่รอบๆหัวของซองมิน
“เมื่อไหร่ฉันจะจำอะไรได้”
อยู่ๆคิบอมก็โพล่งขึ้นมาแทรกกลางเสียงนกร้องยามเช้า ซองมินที่ไม่ทันฟังต้องถามซ้ำอีกครั้ง แล้วก็ชะงักไป
“ฉ..ฉันไม่ใช่คุณหมอซะหน่อย จะรู้ได้งัยเล่า ถามแปลก” ซองมินคิดแก้ปัญญาระยะสั้นด้วยการตอบติดตลก มันดูจะเป็นทางออกที่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจแต่ซองมินเองนั่นแหละ ที่ไม่สบายใจเอาเสียเลย
“ฉันหมายถึง......”
“??” ซองมินหยุดรถเข็นก่อนจะก้มมองกลุ่มผมสีดำสนิทของคิบอมที่นั่งอยู่ รอคอยว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป
“ถ้านายไม่ยอมเล่าอะไรบอกฉันเลยอยู่อย่างนี้ แล้วเมื่อไหร่กันที่ฉันจะรู้ว่าใครเป็นใคร รวมทั้งนายด้วยซองมิน.............”
คำถามของคิบอมถูกเชื่อมต่อด้วยมวลอากาศว่างเปล่า
ซองมินที่เหม่อมองแผ่นเมฆขาวสะอาดเลื่อนผ่านฟ้าครามไปอย่างเชื่องช้าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีสัมผัสอุ่นแตะต้องที่หลังมือ.....มือของคิบอม
ซองมินก้มหน้า จ้องมองใบหน้าคมคายไม่เปลี่ยนของคิบอม ซองมินคงไม่รู้ตัวว่าดวงตาของเขามันทรยศ...ดวงตาที่เหมือนปิดบังบางอย่างแต่ไม่มิดดวงนั้นมันกำลังส่งไปยังร่างสูงอีกคน
“ซองมิน นายเป็นอะไรกับฉัน”
“............”
“คือ.....ฉันแค่อยากรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน....ทำไมนายถึงได้ดีกับฉันขนาดนี้….”
“เพื่อน!” ซองมินตะโกนอย่างคนลืมตัว
“.............เราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน”
ประโยคหลังซองมินไม่ได้ตั้งใจจะลดระดับเสียงให้เบาเท่ากับเสียงลมหายใจ แต่มันก็เบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน
“พวกพี่ๆเค้าไม่ค่อยมีเวลาน่ะ พี่จองซูเป็นหัวหน้าวงงานก็เยอะอยู่แล้ว แต่พี่เค้ายังเป็นดีเจอีก เลยยิ่งไม่มีเวลาไปใหญ่ จะปลีกตัวแต่ละทีนี่ยากขาดใจเลย ส่วนฮยอกแจเค้าก็มีงานดีเจเหมือนกัน จัดรายการทียันค่ำ กลับมาก็เหนื่อย แล้วก็ซีวอนกับพี่ฮันเกิง สองคนนั้นถ่ายแบบถ่ายละครกันคิวแน่นเอี๊ยด แล้วก็พี่คังอิน เรียววุก พี่เยซอง......เอ่อออออ..........................ก็มีแต่ฉันที่ว่างงาน เลยอาสามาดูแลนายงัย”
“..............”
“ก็มันเป็นหน้าที่ของเพื่อนนี่นา จะให้ฉันหน้าบูดมาดูแลนายเหรอ? ฉันก็ต้องทำดีกับนายให้มากๆถึงจะถูก จริงมั๊ยล่ะ?”
“ทำไมต้องแก้ตัวซะยาวขนาดนั้น ฉันก็แค่สงสัย........” คิบอมเหล่ตามองซองมินที่กำลังถึงจุดอึ้ง อ้าปากค้าง
“.......เอ่อออออออออ......................!”
คิบอมพ่นลมออกจากจมูกเพราะถ้าขืนกลั้นหัวเราะต่อไป คิบอมอาจจะสิ้นชีพเพราะสำลักความขำก็เป็นได้
“หัวเราะเหรอ? มีอะไรน่าขำน่ะฮะ!!” ซองมินเหยียดแขนตรงชิดลำตัวแล้วโก่งคอเค้นคิบอม
คิบอมส่ายหัว “ฉัน....ไม่คิดว่านายเป็นแค่เพื่อนน่ะ ไม่รู้สิ......สายตานายมันบอกว่า มันมีอะไรมากกว่านั้น”
“......................” ซองมินปล่อยให้ลมเย็นๆพัดผ่านผิวบางใส เหมือนที่พัดผ่านใบหญ้า
เขาพูดไม่ได้หรอก ว่าคิบอมคิดถูก
ไม่สิ...แค่ไม่กล้าพูดก็เท่านั้น
“อยู่นี่นี่เอง คุณคิมคิบอมคะ ตอน 10 โมงนี้มีตรวจร่างกายอีกรอบนะคะ นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาแล้ว คุณหมอคงมาแล้วล่ะค่ะ” พยาบาลตัวเล็กโค้งหัวเป็นการเชิญคนทั้งคู่ แล้วเดินเข้าไปก่อนโดยมีซองมินเข็นรถเข็นของคิบอมตามไป
พยาบาลคนนั้นมาถูกเวลาเหมาะเหม็ง
โชคดีของลีซองมิน
.
.
.
“พรุ่งนี้ก็คงกลับบ้านได้แล้วล่ะครับ”
“จริงเหรอ?!!!” หน้าขาวใสอมชมพูเคลือบไปด้วยความสุขที่มันถูกกะเทาะออกไปเกือบสัปดาห์ ซองมินหันมายิ้มร่าให้คิบอมที่อมยิ้มขำอยู่บนเตียง
“คุณหมอ!” คิบอมร้องเรียกทัน ก่อนที่คุณหมอของเขาจะได้เดินออกไปจากห้อง
“มีอะไรหรือครับ?”
“ผม...........ผมสงสัยว่า..........เมื่อไหร่ผมจะจำอะไรได้”
ซองมินสาบานกับตัวเองว่าไม่ได้หูเฝื่อน ตาก็ไม่ได้ฝาด ..เขาเห็นรอยยิ้มมีเลศของคิบอมตอนเค้าถามคำถามนั้น!
“เรื่องนั้น คงขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม แล้วก็คนใกล้ตัว พวกเค้าจะค่อยๆทำให้คุณฟื้นความทรงจำ....แต่ดูคุณก็ไม่ค่อยกังวลกับอาการที่ว่าอย่างที่ผมคิดไว้เลยนะครับ ดีจริงๆเลย มันทำให้คุณจำอะไรได้เร็วขึ้น”
“แต่ว่า..จะให้ผมทำยังงัยดีล่ะครับ ในเมื่อคนใกล้ตัวของผมแต่ละคน ไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไรเลย” คิบอมทำแก้มป่องใส่คุณหมอ แต่ในหัวกำลังจินตนาการว่ามันคือหน้าของซองมินอยู่
นายแพทย์หน้าตาใจดียิ้มบางๆเหมือนล่วงรู้ความคิดของคนไข้ แล้วก็หันไปพยักหน้ากับพยาบาลเพื่อบอกว่า ‘หมดธุระแล้ว เราไปกันเถอะ!’
“ซองมิน!!”
เฮือก!!
เวอร์นะ แต่ซองมินก็หายใจเข้าเป็นเสียงอย่างนั้นไปแล้วตอนที่เสียงทุ่มต่ำของคิบอมร้องเรียกชื่อของเขา ซองมินค่อยๆหันหลังกลับไป
“อะไร?”
“หมอบอกว่า.......”
“รู้แล้ว”
“นายก็ควรจะเล่าให้ฉันฟัง”
“ไม่มีเรื่องจะเล่า......” ซองมินเห็นหน้าของคิบอมงองุ้ม ก็เลิกคิ้วสูงแล้วรีบแก้ตัว “นี่!!! นายแน่ใจแล้วเหรอคิดถูก? ที่จะให้คนความจำสั้นเล่าเรื่องให้คนความจำเสื่อมฟังน่ะ!!”
...แน่ใจแล้วเหรอ? ว่าจะรับมันได้น่ะคิบอม เรื่องบางเรื่อง ลืมๆมันไปก็ดีกว่าเก็บมันเอาไว้ให้หนักอก...
“งั้น.........ถามอย่างนึง แล้วจะเลิกเซ้าซี้”
“...........”
“เราไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆน่ะเหรอ?!!!”
...จะตอกย้ำให้มันได้อะไรกัน!!...
“เฮ้!!! ว่างัยคิบอม จำพวกฉันได้รึยัง?!!!” ฮีชอล จะเรียกว่าเสียงมาก่อนตัว หรือตัวมาก่อนเสียงดีล่ะ ก็ซองมินยังไม่ทันเห็นหน้า เสียงก็ดังมาซะแล้ว แต่ซองมินก็ยังได้ยินประโยคทักทายของฮีชอลไม่ทันชัดเจนดี ร่างโปร่งๆของฮีชอลก็กระเด็นมานั่งแหมะอยู่ขอบเตียงแล้ว??
“พี่คังอิน!!”
“อี๋!!!!~ ไอ้คิบอม จำว่าฉันเป็นไอ้หมีถึกนั่นได้ยังงัย ห๊า!!!? ใช้อะไรดูว่าฉันเหมือนไอ้หมีอืดพุงบวมนั่นน่ะห้ะ!!!!” ฮีชอลดีดตัวออกห่างจากคนไข้ที่ยังอ้าปากหวอ เหมือนกับเห็นคิบอมเป็นถังขยะยังงัยยังงั้น แต่ที่กลายร่างเป็นถังขยะไปแล้วจริงๆนั้น คงหนีไม่พ้นคิมยองอุนที่โดนเสียดสีเข้าอย่างจัง!
“งั้นพี่ก็คงเป็น........เออ....ซีวอน??”
“ถ้าฉันหล่อลาก ยิ้มมีเสน่ห์ได้อย่างมันก็ดีน่ะสิ ฉันจะได้ยิ้มให้ลักยิ้มมันบุ๋มจนทะลุแก้มไปเลย”
“งั้น..พี่เป็นใครล่ะ”
“เบื่อคุยกับคนกะโหลกบางซะจริง”
“ฮีชอลน่า...อย่าโมโหใส่น้องมันนักเลย” จองซูปรามๆคนตัวผอมที่ทำปากเบะ เสียดายที่ฮันเกิงไม่อยู่ ไม่งั้นป่านนี้พี่ๆน้องๆในห้องคงจะต้องเป็นโรคเบาหวานกันถ้วนหน้า
“อ๋อ! พี่ฮีชอล!!!!”
“ขอบใจย่ะ ที่สมองเสื่อมแต่ยังหูดี!”
จองซูอดที่จะถอนหายใจอย่างระอาออกมาไม่ได้ คิมฮีชอล ก็ยังเป็นคิมฮีชอลอยู่วันยังค่ำ ถึงจะมีแฟนเป็นคนสุขุมอย่างฮันเกิงก็เถอะ..แต่นิสัยคนเรามันไม่ใช่น้ำมันเครื่อง จะได้เปลี่ยนถ่ายกันเป็นว่าเล่น
คิบอมเกาหัวตัวเองแล้วก็แอบยิ้มขำ จริงๆเขาน่าจะไม่พอใจกับคำพูดกระแทกกระทั้นของฮีชอลถึงจะถูก แต่ความคิดจะโกรธคนแบบไร้เหตุผลนั้น ไม่ได้มีอยู่ในหัวของเขาในตอนนี้เลย
คิบอมอยากจะสร้างสัมพันธ์ที่ขาดหายไปของพวกเขา
ถึงจะยังจำอะไรไม่ได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อ เกินความจริงไม่ใช่หรืองัย?
“ซองมิน ทงเฮได้แวะมาหาบ้างรึเปล่า?”
“เออออ......??....มาสิ”
“อย่าแก้ตัวแทนทงเฮน่า”
“โธ่ ฮยอง..ซองมินจะโกหกทำไมกัน ทงเฮเพิ่งแวะมาเมื่อวาน” ซองมินยืนกราน ทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าทงเฮหายไป 2 วันแล้ว ซองมินกำลังยืนกรานอยู่บนจักรยานล้อเดียว
“ทงเฮ.....? คนๆนั้นคือทงเฮเหรอครับ เค้าเป็นใครกัน?” คิบอมนึกไปถึงภาพของวันนั้น วันที่คนตัวเล็กคนนั้นเข้ามา เอาแต่เงียบไม่ยอมพูดจา แต่แล้วก็ระเบิดเสียงร้องไห้เสียจนเขาทำอะไรไม่ถูก ถึงตอนนี้ เขาก็ยังนึกไม่ออกว่าคนๆนั้นเป็นใคร ทั้งที่รู้สึกคุ้นแต่กลับนึกเท่าไร่ก็ยิ่งมืดมิด
“เอ่อ........” ความรู้สึกที่เรียกว่ากระอักกระอ่วนพุ่งเข้าสิงแต่ละร่างภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวางนี้ ทว่ามีหนึ่งความรู้สึกที่แตกต่าง พุ่งเข้าสิงร่างของคิบอมแต่เพียงผู้เดียว
“นี่ทุกคน!” จนกระทั่งมีเสียงๆหนึ่งฟาดลงมากลางอากาศ..เสียงของลีซองมิน
“หมอบอกว่า พรุ่งนี้คิบอมจะกลับบ้านได้แล้วล่ะ!!”
“จริงเหรอ?” ดวงตาของทุกคนเปลี่ยนไปฉับพลัน ความสุกสว่างฉายอยู่ในดวงตาทุกคู่
“ไอ้น้องรัก แกต้องดูแลตัวเองดีๆนะเว่ย!!” คังอินตบไหล่ดังพลั่ก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความคลางแคลงใจหลุดออกไปจากใจของคิบอมเลย
และแล้วบรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป ทุกคนต่างเปลี่ยนเรื่องคุยไปเสียเฉยๆ แล้วก็ให้ความสนใจกับคิบอมมากเกินกว่าเหตุ คำถามและเรื่องเล่าถูกถ่ายทอดอย่างต่อเนื่องหวังจะให้คิบอมลืมเรื่องราวของลีทงเฮ...........
ซองมินใช้ช่วงเวลาที่ทุกคนชุลมุนอยู่กับคนป่วยเพิ่งฟื้นเพื่อหลีกหนีออกมา แต่กลับต้องชะงักเมื่อเดินมาถึงประตูแล้วพบกับทงเฮ!
ทงเฮยิ้มเบาบางให้ซองมินที่เดินเลี่ยงออกไปอีกทาง ทนเจอหน้ากันไม่ได้...นั่นแหละ ความรู้สึกของซองมินในตอนนี้
แต่พอลับไปเพียงไม่นาน เขาก็ต้องหันกลับไป แต่กลับโหวงเหวงในหัวใจเมื่อภาพที่เห็นคือแผ่นหลังของร่างบางที่เดินออกไปตามทางเดิน
.
.
.
“เร็วจัง” กยูฮยอนหันมาถามทงเฮที่เพิ่งเข้ามานั่งที่เบาะข้างคนขับได้ไม่นาน ท่อนแขนเล็กเอื้อมออกไปคว้าเอาประตูกระแทกปิด ทั้งที่สายตากลับเหม่อมองไปข้างหน้า
“คิบอมเป็นยังงัยบ้าง” เขาถามซ้ำจนเห็นทงเฮสะดุ้งน้อยๆ
“ด..ดีขึ้นแล้ว พรุ่งนี้ก็กลับได้แล้วล่ะ”
“เฮ้อ! ผมรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ ผมน่าจะเข้าไปเยี่ยมคิบอมบ้าง ไม่ควรหลบหน้าแบบนี้” พูดไม่ทันจบ กยูฮยอนก็ทำท่าจะผลักประตูออกไป จนทงเฮต้องดึงแขนเอาไว้
“ไม่ต้อง! ไม่ต้องไปหรอกกยูฮยอน”
“ทำไมล่ะครับ?”
“.........”
ทงเฮใช้ความเงียบเป็นคำอธิบายอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกแล้ว
“กลัวผมเสียใจ หรือว่ากลัวคิบอมเสียใจ” แต่กยูฮยอนไม่ใช่พวกที่หาประโยชน์จากทรัพยาการอากาศได้เก่งกาจอย่างทงเฮ เขาจึงถามออกไปอย่างนั้น
“นาย”
กยูฮยอนยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยว เพราะทงเฮตอบเขาทันทีที่คำถามจบ มันทำให้เขาชื้นใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“แล้วทำไมต้องทำหน้าอมทุกข์อย่างงั้นด้วยล่ะ”
“ไม่รู้สิ”
ทงเฮกลับไปจมอยู่กับความคิดตัวเองอีกแล้ว ความนิ่งเฉยของทงเฮทำให้ระดับความชื้นในใจกยูฮยอนลดไปบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ใจของเขาห่อเหี่ยว ไอเดียดีๆวิ่งเข้ามาในหัวของเขาอย่างรู้เวลา
ชายหนุ่มก้มมองคนตัวเล็กที่เหมือนไร้วิญญาณแต่ไม่ไร้หัวใจข้างๆ ก่อนจะค่อยๆโค้งตัวเข้าไปใกล้เพื่อคาดเซฟตี้เบลท์ให้..ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจของทงเฮ
ใกล้เพียงปลายจมูกแตะกัน
กยูฮยอนฝังจมูกโด่งลงบนเนื้อแก้มนิ่มแล้วสูดความหอมมากักไว้เต็มปอด ก่อนจะเว้นระยะห่างออกมา แต่ความน่ารักของทงเฮมันทำให้เขาหมันเขี้ยว เลยดึงจมูกโด่งรั้นนั่นไปที
“ยิ้มได้แล้ว ผมชอบให้พี่ยิ้มนะ น่ารักดี..ไม่ มันน่ารักมาก!” นิ้วเรียวบีบแก้มยุ้ยๆจนเป็นปื้นสีชมพู กยูฮยอนผละออกไปทำหน้าที่สารถีต่อ และไม่ลืมที่จะทิ้งสัมผัสอุ่นๆไว้บนกลีบปากแดงให้หัวใจดวงน้อยๆของทงเฮพองโต
หน้าใสๆของทงเฮขึ้นสีระเรื่อ เขาลี้หน้าไปทางกระจกเพื่อหลีกหนีสายตาจอมกะล่อนของไอ้ตัวยาวขี้ประจบ
ทงเฮไม่อยากโกหกตัวเอง ว่ากยูฮยอนทำให้เขายิ้มได้จริงๆ
..
ลมทะเลในฤดูหนาวพัดกระทบแก้มใสของทงเฮจนรู้สึกเหมือนเหน็บกินหน้า
ทงเฮสะดุ้งสุดตัวพอมือหนาของกยูฮยอนโอบเข้าที่เอวแล้วก็ออกแรงรัดจนแน่น
“อะไร?”
“รักนี่ กอดไม่ได้เหรอ?”
..หน้าด้าน!..
ถ้าทำได้ทงเฮจะตอกไปอย่างนั้นจริงๆ แต่ทงเฮทำไม่ได้ยังงัยล่ะ เลยต้องยืนนิ่งให้เจ้าตัวสูงมันโอบมือขึ้นสูงกว่าเดิม แล้วก็ปล่อยให้คางของกยูฮยอนวางลงบนไหล่ แล้วก็ยอมให้จมูกโด่งคุกคามข้างหูด้วย!!
เอาเปรียบกันจริงๆเลย….
“ชอบที่นี่มั๊ย?”
“ไม่ชอบก็กระโดดหนีกลางทางแล้วล่ะ” ทงเฮตกใจนิดหน่อย ที่กลับมาเล่นลิ้นได้เหมือนทงเฮคนเก่า ความเศร้ามันอันตรธานหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ?
ความรู้สึกลอยได้เป็นยังงัย ทงเฮไม่รู้หรอก แต่ถ้าทงเฮลอยได้จริงๆ ทงเฮก็คงจะลอยได้เพราะแรงฉุดของกยูฮยอน เพราะอยู่ๆหมอนั่นก็ออกแรงลากให้เขาวิ่งตามไป
ไปไหน? ไม่รู้......รู้แค่ว่าการที่ได้วิ่งเล่นกับกยูฮยอนท่ามกลางผืนทรายละเอียดกับลมเย็นๆ มันมีความสุขที่สุดในโลกเลยล่ะ!!
เส้นสีทองขีดเฉียงอยู่ที่ปลายขอบฟ้าสะท้อนลงบนผืนน้ำที่เคลื่อนไหวด้วยเกลียวคลื่น เงามือของทั้งคู่ที่จับจูงกันไว้ทอดเป็นสีเข้มลงบนหาดทรายสีขาว
จะเรียกว่าเป็นเดทครั้งแรกได้รึเปล่านะ?
“พี่ทงเฮ” เสียงนุ่มทุ้มเป็นเอกลักษณ์ของกยูฮยอนดังเบาๆที่ข้างหู เรียกให้ทงเฮหันไปสบตา แต่กลับถูกท่อนแขนยาวรวบเอวเข้ามาจนชิด เรียวหน้าหล่อจัดเลื่อนมาประชิดตรงปลายจมูกเหมือนลมพัด
“หือม์?”
“ผมได้แต่หวังลึกๆ ว่าวันนี้จะไม่ใช่วันสุดท้ายของเรา” เทียบกับเสียงซ่าของเกลียวคลื่น น้ำเสียงของกยูฮยอนคล้ายกับเสียงกระซิบแผ่วๆ
ท่อนแขนบอบบางกอดรับและซุกหน้าจมลงสู่อกกว้าง ทงเฮแนบแก้มเนียนกับเสื้อเชิ้ตของกยูฮยอนจนรู้สึกถึงแรงเต้นตุ่บๆจากก้อนเนื้อเท่ากำปั้นที่เต้นรัวจนฟังไม่ทันก้อนนั้น
“พี่ทงเฮ.......”
เขาผละออกมาแล้วก็ส่ายหัวแรงๆเป็นคำตอบ
“จริงเหรอ?”
“อื้มมมมมมมมม!!” ทงเฮผงกหัวจนคอแทบหลุด แต่สิ่งที่กยูฮยอนอยากจะได้ ไม่ใช่ท่าทางแต่เป็นคำพูดต่างหาก
คำพูดจากทงเฮที่บอกว่า ‘วันนี้จะไม่ใช่วันสุดท้าย’
“ถาม........”
“อือ”
“ให้ตอบ”
“อื้อ!~”
“ว่ายังงัย?”
“.....” ทงเฮส่งสายตาวิ้งๆ จนกยูฮยอนต้องกดจมูกแนบกับปลายจมูกเล็กของทงเฮแล้วสั่นหัวคล้ายขยี้เบาๆ
เสียงหัวเราะร่าเริงดังอยู่ตรงหน้า กยูฮยอนเลื่อนมือขึ้นมาอังแก้มเย็นเฉียบเพราะต้องลมของทงเฮ วันนี้ทงเฮยิ้มมากเป็นพิเศษ จริงๆกยูฮยอนก็ชอบ ยิ่งทงเฮยิ้มเยอะเท่าไหร่เขาก็จะยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น แต่มายิ้มผิดที่ผิดเวลาแบบนี้ โจวกยูฮยอนไม่ปลื้ม!
“วันนี้ไม่ใช่วันสุดท้ายของเรา......แต่เป็นวันแรก วันแรกระหว่างเรานะกยูฮยอน”
เขารู้สึกถึงความนุ่มจากริมฝีปากของทงเฮตอนที่ตะวันลาลับขอบฟ้า
ทงเฮเป็นฝ่ายจูบเค้า!
..
มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนักสำหรับการกลับเข้ามาในบ้านพักอีกครั้ง ความเย็นเยียบฉาบร่างของทงเฮไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผ่านพ้นกรอบประตูเข้ามา
“ทงเฮ แกหายไปไหนมา” ทงเฮยังคงนิ่งเงียบราวกับเสียงทุ้มของลีดเดอร์เป็นเพียงมวลอากาศ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว ใจจริงอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เลยด้วยซ้ำ
“ไม่รู้รึงัย ว่าคิบอมมันเป็นอะไร มันจำอะไรไม่ได้ แล้วแกก็เป็นคนสำคัญของมัน แต่แกกลับหายตัวไปตั้งแต่วันแรก ลีทงเฮ!!!” จองซูแผดเสียงเมื่อทงเฮยังคงทำเป็นไม่ได้ยินและตั้งท่าจะเดินหนีเสียให้ได้
ทงเฮไม่ได้หนีปัญญา
เค้าแค่ไม่อยากจะรับรู้
“ผมไม่มีค่าสำหรับคิบอมมากมายขนาดนั้นหรอก ให้เค้าลืมผมไปแหละดีแล้ว!!!”
เพราะทุกอย่างมันหมักหมมจนเป็นเศษสวะกองโต ทงเฮถึงได้ลั่นมันออกไปอย่างสุดจะทน
ให้มันตายไปเลยจะดีกว่าต้องมาทรมาน!!
บุคคลที่สามปรากฏขึ้นตรงทางเชื่อมระหว่างห้องครัว คิมคิบอมมองทงเฮด้วยสายตาตัดพ้ออยู่กลายๆ ทงเฮชะงักงันไปเพราะก้อนสะอื้นที่แล่นมาจุกอยู่ที่ลำคอ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ขาของทงเฮก็นำพาร่างบางพุ่งตรงไปที่ห้องนอนก่อนจะกระแทกประตูดังโครม
ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มแล้วซุกเข้ากับหมอนให้มันเช็ดน้ำตาที่ไหลเป็นเขื่อนแตก เขาใช้หลังมือปาดหยดน้ำทิ้งไปอีกแรง พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ร้องไห้
เขาต้องยอมรับความจริง
เตียงนอนนุ่มที่ยวบลงทำให้ทงเฮรีบดีดตัวขึ้นแล้วหันหาผู้บุกรุกทันที ทงเฮลืมหายใจไปชั่วขณะเมื่อรู้ว่าเขาคนนั้นเป็นใคร
“ทงเฮ” เสียงทุ้มของคิบอมเรียกชื่อเขา แต่ทงเฮกลับหันหน้าหนี เจ้าตัวสูดจมูกและเก็บเสียงสะอื้น
“พวกพี่ๆเค้าบอกผมว่า คุณคือคนรักของผม” คิบอมเว้นช่วงไประยะหนึ่ง ก่อนถามซ้ำ “ใช่มั๊ย?”
“..........”
“เล่าให้ผมฟังได้มั๊ย ว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ผมสับสนไปหมดแล้ว”
ทงเฮหลับตาและกลั้นหายใจอยู่ชั่วครู่ เขาก็สับสนเหมือนกับคิบอม ไม่สิ..ก็แค่ ‘เคย’ สับสน
“ฉันขอโทษคิบอม” คำขอโทษของทงเฮมันช่างไร้น้ำหนักเสียเหลือเกิน แต่ทงเฮก็ตั้งใจที่จะพูดมัน
คิบอมขมวดคิ้ว “ทำไม”
“เพราะฉันเป็นคนทำให้นายต้องเป็นแบบนี้ ฉันทำให้ทุกอย่างมันเลวร้าย แล้วฉันก็เป็นคนทำลายความรักที่เคยมีของเรายังงัยล่ะ” ทงเฮแค่นยิ้มให้กับตัวเอง มือบางยกขึ้นปาดปัดขอบตาเมื่อหยดน้ำเริ่มก่อตัว ลีทงเฮเริ่มเข้มแข็งแล้วสินะ
“ขอโทษนะ ที่ฉันรักษาความรักของนายไว้ไม่ได้ ทั้งที่นายกำลังเยียวยาให้กับมัน” ใช่....ความรักระหว่างทงเฮกับคิบอมมันเริ่มมีรอยร้าวตั้งแต่ตอนที่เขาหนีออกมาจากบ้านครั้งนั้น
ทงเฮสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเปิดช่องทางให้กับลำคอที่เริ่มตีบตันเข้าไปทุกทีๆ
“เรื่องของเรา.......................ให้มันจบตั้งแต่ตอนนี้จะได้มั๊ย คิบอม.....................”
คิบอมรู้สึกหายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนหัวใจมันหยุดเต้นไปเสียเฉยๆ คิบอมเจ็บจนปวดไปทั้งหัวใจ
“ผมโชคดีจัง ที่มาได้ยินคำบอกเลิกตอนที่จำอะไรไม่ได้แบบนี้ ไม่อย่างนั้น........ผมอาจจะเจ็บจนตายไปเลยก็ได้”
“..........” ว่าคิบอมเจ็บแล้ว แต่ทงเฮเจ็บมากกว่าเป็นล้านเท่า!!
ธารน้ำตาร้อนผ่าวไหลผ่านแก้มใสเหมือนลาวาที่ไหลผ่านแนวภูเขาไฟ ทงเฮพูดขอโทษไปอีกไม่รู้กี่ครั้ง จนกระทั่งถูกแผ่นอกกว้างปิดปากเพราะถูกรั้งเข้าไปกกกอด
“ไม่เอา ไม่ร้องไห้สิ......ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ ทงเฮ”
“ขอโทษ......”
“พอแล้ว ทงเฮไม่ผิด............ทงเฮ หยุดร้องเถอะนะ” มือหนายกขึ้นลูบเส้นผมนุ่มที่ยาวเคียงบ่าหวังจะปลอบให้สบายใจ
“ฉันผิด......”
“ผมต่างหากที่ผิด ปล่อยให้ทงเฮต้องเหงา ทำให้ทงเฮโกรธผมจนต้องหนีผมไป ปล่อยให้ทงเฮไปอยู่กับคนอื่นที่ดีกว่าผม”
“แต่ถ้าเป็นกยูฮยอน....ผมก็วางใจ”
ทงเฮผลักอกกว้างเพราะรู้สึกไม่เข้าใจ นัยน์ตาสีน้ำชาสบเข้ากับดวงตาสีรัตติกาลของร่างสูง
“หมายความว่ายังงัย?”
“ผมไม่เคยลืมทงเฮหรอกนะ”
“คิบอม......”
นิ้วมือหยาบที่ทงเฮเคยคุ้นชินแตะเบาๆที่หางตาเพื่อซับคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนออกจากเรียวหน้าใส
“อื้ม ผมไม่ได้เป็นอะไร หมอก็บอกแล้วว่าผมแค่ความจำเสื่อมระยะสั้น อาจจะจำบางเหตุการณ์ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะจำไม่ได้ว่าใครเป็นใครนี่นา....”
“ทำแบบนี้ทำไม”
“..........ไม่อยากให้ทงเฮเสียใจ”
“แต่ฉันเสียใจมาก เสียใจมากที่สุดรู้มั๊ย?” ทงเฮสวนกลับก่อนที่คิบอมจะพูดจบดี
“ทงเฮจะทั้งเสียใจ แล้วก็ไม่สบายใจ ถ้าเรื่องราวมันยังยืดเยื้อ ในเมื่อทงเฮหมดรักผมแล้ว ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องฝืน ทงเฮไม่ได้ใจร้ายที่เป็นฝ่ายบอกเลิกผม แต่มันสมควรแล้ว....คนอย่างคิมคิบอมไม่ดีพอที่จะดูแลทงเฮ ซักวันทงเฮก็ต้องร้องไห้เพราะผม ..........ผมไม่อยากเห็นน้ำตาของทงเฮอีกแล้ว”
คิบอมยิ้มอบอุ่นจนหัวใจของทงเฮเริ่มฟื้นไข้
“จริงอยู่ ที่วันนี้ผมเจ็บ เจ็บจนอาจจะตายไปเลยก็ได้ แต่ผมก็ไม่เป็นอะไร ผมยังอยู่ได้ ยังเป็นคิมคิบอมผู้แสนจะเย็นชาคนเดิม” มืออุ่นของคิบอมกุมมือเล็กเท่ามือเด็กของทงเฮเอาไว้
คิบอมกอดทงเฮอีกครั้ง อ้อมกอดครั้งสุดท้ายของทงเฮกับคิบอม....
..
คิบอมปิดประตูอย่างแผ่วเบา เขากะจะทิ้งรอยยิ้มไว้ให้ทุกคนที่นั่งรอฟังข่าวเก็บไปเดากันเล่นๆ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งดั่งใจเพราะจองซูดันเรียกเอาไว้
“คิบอม มีอะไรรึเปล่า?”
คิบอมยิ้มในแบบที่ทุกคนไม่เคยเห็น และไม่คิดว่าจะได้เห็นกับตาตัวเอง
“ไม่มีอะไรนี่ครับ ผมกับเค้า......เราก็แค่ ‘เลิกกัน’ ”
แน่นอน แม้คิบอมจะไม่ได้ทิ้งปัญหาให้เพื่อนๆเดา แต่คิบอมก็ทิ้งปมก้อนใหญ่ให้เพื่อนๆแก้ได้เหมือนกัน!!
..
อ้ะ!
ซองมินตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นจั๊กจี้พอโดนคางของคิบอมฝังลงกับไหล่อวบ
“จะอ้อนเอาอะไร?”
“เปล๊า!!~”
“โกหก วันนี้จะเอาอะไรอีกล่ะ?” ซองมินอ้าปากค้างตอนที่โดนคิบอมขโมยหอมไปฟอดใหญ่
“.........รู้ทัน.....” ปากมู่ๆของชายหนุ่มมู่มากขึ้นพอโดนจับไต๋ได้
“โด่ จะไม่รู้ได้ยังงัย ปกติเคยมั๊ยล่ะ...ไอ้อ้อนๆซุกๆแบบเนี้ย” ซองมินดันศอกพ่อคนตัวสูงออกแล้วหันมาเผชิญหน้า “ว่ามา อย่าอ้อมค้อม ให้ได้จะให้ ให้ไม่ได้ ไม่ให้!!”
“โหดดดดด!~” คิบอมลากเสียงยาว
“อย่ายืดเรื่อง”
“ซองมินอา........ฉัน.......เอ่อ......คืนนี้มีฉลอง...”
“ไม่ให้ไป!!”
“ซองมินอ่า!! ผมไม่ได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นเดือนแล้วนะ อยู่บ้านจนประสาทจะกินอยู่แล้ว ไม่เห็นใจกันมั่งรึงัย เฮอะ แต่ถ้าซองมินไม่ให้ไป....ผมจะแก่เป็นตาเฒ่าหัวหงอกให้ดูเป็นบุญตา คอยดูละกัน!!”
ช่างขู่ได้น่ากลัวซะเหลือเกินนนน!!
“ก็ลองดูสิ”
“คิดว่าไม่กล้ารึงัย?”
“ไม่เคยคิดอย่างนั้น”
คิบอมคอตก แล้วรีบโอบเอวนิ่มเอาไว้ก่อนที่เจ้าร่างนุ่มจะปัดก้นหนีไปซะก่อน “ซองมิน.....น้า นะ...วันเดียว แล้วหลังจากนั้น จะไม่ออกไปไหน 3 เดือนเลยเอ้า! จะอยู่เป็นกบจำศีลกินฟักทองอยู่บ้านทู๊กกกกกวัน!”
“ให้มันจริง”
คิบอมพยักหน้าจนผมยุ่ง ซองมินที่ก็ใจดีจนติดเป็นนิสัยเห็นหน้าตาออดอ้อนแบบนั้นก็ใจอ่อนไปซะทุกที..ให้ตายสิ
ฟอดดดดดดดดดดด!!!
“รักซองมินที่สุด!!”
เจ้าคนตัวสูงผิวคล้ำหน้าเข้มหอมเข้าให้ฟอดใหญ่ซะจนแก้มใสๆของซองมินขึ้นสีแดงช้ำ ซองมินกล้าสาบานว่า สีแดงนั่นมันเป็นเพราะคิบอมหอมแรงเกินไป
ไม่ได้เป็นเพราะว่าซองมินเขิน
ถ้าไม่เชื่อ ขอให้ ‘ซูเปอร์จูเนียร์’ ตกหลุมรักเลยเอ้า!!
ซองมินแทบไม่เชื่อว่านี่คือความจริง วันนี้ ซองมินกับคิบอมเป็นแฟนกัน!!
จริงๆมันมีความเป็นมานะ............
..................................
...........................
.....................
.............
.......
...
.
ซึงเฮก็แทบไม่เชื่อหูตัวเองเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นริมฝีปากสีอ่อนของเขาก็คลี่ยิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้า
“คุณรักคิบอม จริงๆน่ะเหรอ?” เขาเห็นซองมินพยักหน้าอย่างแน่วแน่และจริงจัง
มันเป็นไปได้ยากอยู่แล้ว ที่คนธรรมดาอย่างลีซึงเฮ จะไปลงเอยกับซุเปอร์สตาร์อย่างคิมคิบอม
แต่กับคนๆนี้ ลีซองมิน หนึ่งในสมาชิกซุเปอร์จูเนียร์ด้วยกัน.....
ความสุข ที่มาจากความรัก
ไม่ใช่การที่มีความสุขเพราะเห็นคนที่เรารักมีความสุขหรอกหรือ?
ถ้าอย่างนั้น ซึงเฮขอมีความสุขที่เกิดจากความรักซึ่งเรียกว่า ‘ความเสียสละ’ ได้มั๊ย?
.
.
.
ซึงเฮผลักประตูห้องฉุกเฉินซึ่งมีร่างของคิบอมนอนอยู่บนเตียงอย่างเบามือที่สุด เขาจ้องมองใบหน้าหล่อคมภายใต้เครื่องช่วยหายใจแล้วก็ยิ้มเบาบางท่ามกลางความมืด
เขาโค้งตัวลงต่ำจนริมฝีปากอยู่ในระดับเดียวกับใบหูของคิบอม
“คิบอม.......ซองมินเค้ารักนายมากนะ และเค้าก็เป็นคนดี.......เค้าเป็นคนดีมากจริงๆ”
.
.
.
คิบอมก็เชื่อคำนั้นด้วยหัวใจ และเขาก็พิสูจน์มันด้วยหัวใจของเขาเช่นกัน
The end (??)
เหรอ??
1 Become 2
“คิมคิบอม นายมันเลว นายมันเลวที่สุด!!! ปล่อยนะ!!” ซองมินพยายามดิ้นให้หลุดจากกำมือของอีกคนที่กำลังพยายามทำในสิ่งที่ตรงข้ามกัน
“ซองมิน ฟังฉันอธิบายก่อนได้มั๊ย?”
“ไม่มีอะไรจะต้องอธิบายแล้ว ไม่มี...ถึงมีก็ไม่อยากฟัง!!!!”
“ปล่อย!!!!”
ซองมินหลุดออกมาได้แล้ว เขาจ้องคิบอมด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ จนคิบอมรู้สึกปวดมวลขึ้นมาในช่องท้องอย่างประหลาด!
เหมือนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย!
ปึง!!
ใช่แล้ว ลางสังหรณ์ของคิบอมถูกเผง แล้วเขาก็ทำอะไรไม่ได้ซักนิด แม้แต่จะรั้งแขนเล็กๆนั่นเอาไว้เหมือนทุกครั้ง เขาปล่อยให้คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักวิ่งหนีไป โดยที่ทำได้แค่เพียง......ยืนมองแผ่นหลังที่ลับหายไปเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที
..
“ทำบ้าอะไรของมันเนี่ย!!!” ทงเฮปัดผมที่อ่อนจนยุ่งเหยิง เขาปัดมันแรงเข้าๆเมื่อมองไปเห็นภาพตรงหน้า
“ซ..ซ...ซ...ซองมิน......นั่นมัน ซองมินนี่!!!!” คังอินอ้าปากค้าง ถ้าไม่ได้ลีทึกตะครุบปากเอาไว้ก่อน สงสัยน้ำลายคงได้ไหล
“เล่นบ้าอะไรของมันเนี่ย!!!” จองซูอุทานลั่น
เสียงเพลงคึกคักดูจะเงียบเป็นเป่าสาก เพราะภาพที่เห็นตรงหน้า ภาพของร่างอันอวบอั๋นที่กำลังยักย้ายส่ายสะโพกในท่าเย้ายวนตรงหน้านั้นมัน!!!
“ซองมินหนีมาเป็นโคโยตี้อย่างงั้นเหรอ?!!!!!!”
The end!
กาเท่เร่’s talk :: สครีมมมมมมมมมมมมมมมม!!
ในที่สุดก็จบ (ยิ้ม+ถอนหายใจ+นอนแผ่)
อู้วววว 1 become 2 จบตอนที่ 12 ช่างเหมาะเหม็งจริงๆ =)
กล้าพูดว่าไม่ได้ตัดตอนและรวบรัดแต่อย่างใด ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้จริงๆ
ไม่รู้ว่าจะถูกใจมั๊ย?
แต่คิดว่าสาวกกยูเฮ(เรียกสาวกได้ยัง?) ต้องแอบยิ้มมั่งแหละ แต่กับสาวกคิเฮ น้ำตาตกในแล้วใช่มั๊ย?? ยอมรับๆ แต่น้ามก็ไม่คิดว่า คนที่หลงเหลืออยู่จะเป็นเป็นสาวกคิเฮหรอกนะ น้ามคิดถูกป่ะ? ฮ่าๆ
จบแบบค้างๆ สไตล์ถนัดกาเท่เร่แหละขอบอก
เฮ้อ...ในที่สุดก็หมดภาระไป 1 เรื่องแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องต่อไป waltz in a major เฮ้ย! ลืมไปยัง??
เรื่องนั้นมันตัน มันตัน ฮ่าๆ (กล้าพูดกล้ารัยน่ะ) แต่เว่...เอาน่า จะถูๆไถๆ ขัดสมองจนคลอดออกมาแหละ
งึ่มๆ ?? ไม่รู้จะคุยไรแล้ว แต่อยากคุยอ่ะ มีปัญหาป่ะ?
อ้อ ขอบคุณคอมเม้น แล้วก็คนที่ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากลางๆเรื่องมันจะดูทุลักทุเล แล้วน้ามก็จะจำในกบาลไว้เลยนะ ต่อไปจะไม่เขียนฟิคส่งเดช น้ามจะวางพล็อตไว้ก่อน ไม่งั้น มันได้ลงเป็นอย่างเรื่องนี้แน่ๆ ยังงัยก็ ขอบคุณ (โค้งงามๆ) คอมเม้นแต่ละอัน อยากบอกว่า ชอบมากกกกกกกกก!!
บางตอนนะ น้ามลงปุ๊บ ไม่กล้ามาเปิดคอมเม้นอ่ะ กลัวโดนด่า แต่ก็โดนมันทุกพาร์ทแหละ แต่ไม่เป็นไร น้ามชอบ.. ออกแนวซาดิสก์และมาโซ เรื่องนี้มีหลายคนนะ อ่านก่อนนอนแล้วนอนไม่หลับ เฮ้ยยย!!~ อันนั้นขอโทษจริงๆ คือจะบอกว่า อิไรท์เตอร์มันแต่งมันก็นอนไม่หลับเหมือนกันล่ะ อย่าคิดมาก เจ๊าๆกันเนาะ? คึๆ
โอ้ววววว ไม่รู้จะพล่ามอะไร นอกจากคำว่าขอบคุณ คล้ายๆทงเฮในเรื่องที่เอาแต่พูดขอโทษๆ แต่น้ามก็ตั้งใจจะขอบคุณนะ โว่วววๆ แหะๆ อยู่นานไม่ได้ละ เดี๋ยวจะเป็นบ้าเอา
อ๊า! ยังงัยก็ฝันดีกันนะ อ่านเรื่องนี้จบ คงจะนอนหลับสบายกันแล้วน้า
ฝันดีจ้า!!
![[ หน้าบ้าน]](http://img224.imageshack.us/img224/993/mylink06mp6.jpg)
![[ + ห้องนั่งเล่นของกาเท่เร่ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2691/mylink01uv4.jpg)
![[ + ไฮไฟของน้าม ]](http://img224.imageshack.us/img224/2468/mylink03xn7.jpg)
![[ + บล็อกฟิคคยูเฮ]](http://img146.imageshack.us/img146/9824/mylink12lj2.jpg)
![[ ไอดีของกาเท่เร่]](http://img224.imageshack.us/img224/6712/mylink07ah1.jpg)
![[ + บล็อกอิลิ้งค์ ]](http://img224.imageshack.us/img224/1165/mylink02kv7.jpg)
![[ + ไฮโกะของหนิง ]](http://img337.imageshack.us/img337/6716/mylink04op5.jpg)
![[ + ไฮไฟของอีฟ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2826/mylink05ja0.jpg)
![[ + คนรักฟิคชั่น ]](http://img525.imageshack.us/img525/1350/mylink08aj9.jpg)
![[ + ดินแดนใต้ดิน]](http://img224.imageshack.us/img224/7627/mylink09hd6.jpg)
![[ + Space]](http://img80.imageshack.us/img80/2805/mylink10bu3.jpg)
![[ + 4 Donghae ]](http://img221.imageshack.us/img221/5053/mylink11wf4.jpg)