Fic-1become2

[FIC] 1 become 2 ::1::

posted on 06 Nov 2007 20:58 by katere  in Fic-1become2
: Intro :





“สรุปก็คือ..นายเบื่อฉัน?”

“มันไม่ใช่อย่างนั้น...”

“ฉันรู้! ฉันมันน่าเบื่อ ขี้วีน โวยวาย นิสัยเด็กๆ เอาแต่ใจ ปากจัด ไม่มีเหตุผล ขี้หึง!!” เสียงแหลมสูงร่ายสารพัดข้อเสียของตัวเอง ไม่แม้แต่จะเว้นช่วงให้หายใจหายคอ พูดจบก็ทุบกำปั้นปึงลงบนโต๊ะตัวยาว สะเทือนจนโคมไฟสีชมพูสวยเอียงกระเท่พิงกับกองหนังสือ พร้อมๆกับที่กรอบรูปสวยตกกระทบพื้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ

กระนั้น ร่างบางเจ้าของลมหายใจรัวเร็วก็ไม่ลดละ มือยาวเอื้อมไปผลักอกกว้างของอีกคนแรงๆ

ร่างสูงแค่เซไปข้างหลังนิดๆ ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป ทำเพียงก้มหน้านิ่ง อึดอัด..อึดอัดกับความรู้สึกผิด แต่ทำไม เขาถึงไม่กล้าที่จะยอมรับมัน กลับคอยแต่จะโยนไปให้อีกฝ่ายทุกครั้ง...และครั้งนี้ ทงเฮคงเบื่อ เบื่อกับการจะต้องตามง้อคนที่ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกคนอื่นคนนี้

“ไม่มีฉันซักคน ชีวิตนายคงจะดีขึ้นนะ...” น้ำเสียงแข็งกร้าว เปลี่ยนเป็นราบเรียบจนคนฟังใจหาย..ยิ่งกับประโยคที่เพิ่งเอ่ยจบไปแล้วด้วย ความเย็นที่ไม่รู้ที่มาก็แล่นปล๊าบจากปลายเท้าสู่หัวใจ

“นายคงดีใจ ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีฉัน ไม่เจอหน้าคนที่เอาแต่ใจอย่างฉัน!!”


“ทงเฮ!!!”


ปึง!

คิมคิบอม..ทำอะไรไม่ได้แม้แต่นิด แม้แต่จะรั้งแขนเล็กๆนั่นเอาไว้เหมือนทุกครั้ง เขาปล่อยให้คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักวิ่งหนีไป โดยที่ตัวเองทำได้แค่เพียง..ยืนมองแผ่นหลังที่ลับไปกับขอบประตู

.

.

.


กา-เท่-เร่ ภูมิใจนำเสนอ
1 become 2 ย้ำ! 1 become 2
(?!)


: Part 1 :







ลานเอนกประสงค์ขนาดกว้างกลับคับแคบไปถนัดตา พื้นที่ว่างที่เคยเป็นที่วิ่งเล่นของเด็กประถมปรับเปลี่ยนเป็นเสตจน์เวทีขนาดย่อม เสียงหวานของพิธีกรสาวที่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ส่งผ่านไมโครโฟนออกมาตามลำโพง ก้องกังวานจนทั่วบริเวณงาน รอบนอกถูกประดับประดาไปด้วยลูกโป่งหลากหน้าตาและสีสันที่แข่งกันลอยเด่นกลางอากาศ ล่อตาล่อใจผู้คนได้เป็นอย่างดี แต่ไหนเลยจะสู้เหล่าสาวๆพริตตี้หน้าตาจิ้มลิ้มที่ยืนประจำบูธสินค้าได้เล่า ถ้าเรื่องเรียกลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าหนุ่มๆกระเป๋าหนักๆ คงต้องยกให้พวกเธอโดยไม่มีข้อยกเว้น

“ซึงเฮยังไม่มาอีกเหรอวะ?” คำพูดกับหน้าตาที่ดูจะขัดกันอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหล่อนยืนขมวดคิ้วโก่งได้รูปนั่นจนยับเยิน เรียวแขนเล็กยกขึ้นเท้าสะเอว เห็นท่าทางอย่างนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าเธอคงจะกำลังหงุดหงิดกับอะไรซักอย่าง

“มาแล้วๆ แฮ่กๆ”

ร่างโอดองค์อีกร่างวิ่งหอบเบียดเสียดออกมาจากฝูงชน บนเรือนร่างสวมใส่เสื้อผ้าพริตตี้แบบเดียวกันไว้ แต่กลับดูดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

“คิดว่าจะไม่มาละ หนิ่!เริ่มงานวันแรกก็เลทเลยนะ”

“ขอโทษจริงๆ ยูมี ไม่โกรธฉันนะ” เจ้าของลูกกะตากลมบ๊องแบ๊วก็ช่างใช้ประโยชน์ได้คุ้มเกินคาด แค่ทำตาอ้อนๆนิดหน่อย อีกคนก็ใจอ่อนทุกทีไป

“เออๆ แต่ไหน หมุนตัวให้ดูหน่อยดิ๊” จับไหล่เพื่อนให้หมุนไปรอบๆจนครบ 360 องศา “ดูว่ามีอะไรแล่บรึเปล่า”

“ไอ้บ้า!”

“ก็มันจริงนี่นา ถ้าผู้จัดการหน้าม่อนั่นรู้ว่านายเป็นผู้ชาย ฉันนี่แหละจะโดน! ข้อหาต้มตุ๋น” ประโยคหลังกระซิบติดใบหูเพื่อนหนุ่มในร่างสาว ขืนโหวกเหวกไปล่ะก็ ไม่เพียงแต่ ซึงเฮที่จะโดนตะเพิด เธอเองก็ไม่แน่ใจในชะตากรรมตัวเองเหมือนกัน “โอเคแล้ว เริ่มงานได้เล้ย!!!”


“Fighting!!!”



‘ซึงเฮ’ ชายหนุ่มหน้าหวานละม้ายคล้ายผู้หญิง แถมผิวพรรณก็บอบบางจนเกินจะเชื่อว่านี่แหละ ผู้ชายทั้งแท่ง! เพราะอย่างงี้ ซึงเฮถึงต้องคอยระแวดระวังพวกเพื่อนผู้ชายเป็นพิเศษ เพราะเวลาพวกนั้นมันหน้ามืดขึ้นมาเมื่อไหร่ ถึงจะมีตอ(?)ก็ไม่รอดถูกจับกด
แต่ก็นั่นแหละ..ถึงจะพยายามระวังตัวมากเท่าไหร่ ก็เห็นจะหนีไม่พ้นมือปลาหมึกที่ระรานไม่เลือกที่ จนเขาถึงกับต้องเปลี่ยนรสนิยมการแต่งตัวใหม่ มาเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว!!
แม้แดดจะร้อนจนตับแล่บก็เถอะ - -“

แต่ที่วันนี้ ที่เขายอมแต่งหญิง รัดติ้ว สั้นจุ๊ด แถมยังต้องออกท่าออกทางสะดิ้งสุดฤทธิ์ ไม่ใช่เพราะเกิดวิปริต หาแฟนไม่ได้ จนจะงาบเอาพวกเดียวกันหรอกนะ คนอย่างซึงเฮน่ะไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นแน่นอน

ถ้าไม่ใช่เพราะ ‘เงิน’ !!!

ฐานะที่บ้านก็ใช่จะร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี เขาถึงต้องทำงานหนัก หนักก็เอาเบาก็สู้ ไม่เลือกประเภท สถานที่ เวลา หรือแม้กระทั่ง เพศแบบนี้



“เป็นงัย สนุกป่ะ?” ยูมีออกปากถามเพื่อนหนุ่มที่พอเลิกงานปุ๊บก็ออกอาการทรุดทันที

“สนุกกะผีดิ่...ไอ้พวกผู้ชาย แม่ง...โคตรลามกเลยว่ะ นี่ขนาดฉันเป็นผู้ชายด้วยกันนะ ยังอดสยองไม่ได้ แล้วแกอ่ะ ไม่โดนบ้างเหรอ?”

พยักหน้ารับเฉยๆไม่ได้วิตกอย่างซึงเฮเลยซักนิด ...นี่มันเป็นผู้หญิงจริงๆรึเปล่าเนี่ย?...

“เออ! ซึงเฮ วันนี้ฉันสังเกตเห็นคนกลุ่มนึง เอาแต่จ้องนายเลยอ่ะ น่ากลัวโคตร!! นายเห็นป่ะ?”

“จริงเหรอ? ไม่อ่ะ” ส่ายหัวดิก ...ไม่เห็นจริงๆ...




“ทงเฮมันเล่นประหลาดอะไรของมันวะ พิเรนทร์ไปเป็นพริตตี้ซะงั้นอ่ะ” ซองมินเกาหัวแกร่ก

“นั่นสิครับ หรือว่า....พี่เค้าอยากเป็นผู้หญิงจริงๆหง่ะ?” เรียวอุกยกมือปิดปาก...ไม่อยากจะคิด...

“แต่ว่า พอทงเฮแต่งแบบนี้ มันเซ็กซี่ได้ใจเลยหง่ะ” ไม่พูดเปล่า มือก็เช็ดน้ำลายที่ไหลเยิ้มพัลวัน

“ไอ้หมีคัง เงียบไปเลย!!” เป็นลีดเดอร์สุดสวยที่ประเคนมะเหงกลูกเบ้อเริ่มให้คังอินจอมหื่นไม่เลือกที่ คนตัวโตแต่กลัวเมียที่หนึ่งยกมือขึ้นลูบหัวป้อยๆ

“อ๋อย~ แต่ลีทึกเซ็กซี่ที่สุดอยู่แล้วหง่า...โดยเฉพาะตอนที่...ผมเซะซี่ม๊ายค้าบ?”

“ไม่ต้องเลย”

“เลิกทะเลาะกันซักทีเหอะครับ มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะเอาตัวพี่ทงเฮกลับมายังงัย” เรียวอุกปรามสงครามผัวเมียที่ใกล้จะปะทุทุกทีๆ

“นั่นสิ นี่หนีออกจากบ้านมา 3 วัน คิบอมมันคลั่งยังกะ 3 ปี” ซองมินเสริม

“ใช่ๆ ชอบปาข้าวของด้วย ปาอะไรไม่ว่า ชอบปาของกิน...” ชินดงที่สองกระพุ้งแก้มเต็มไปด้วยแฮมเบอร์เกอร์ไม่วายบ่นอุบ ถึงพฤติกรรมขวางโลกของ คิมคิบอม

“เออๆ รู้แล้วหน่า คังอิน”

...เงียบ...

“ไอ้หมีคัง!!”

“คร้าบๆ แหะๆ ทงเฮอ๊วบอวบเน๊อะ?” มัวแต่นั่งจ้องร่างขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะตรงหน้าจนลืมภริยาเอกไปชั่วขณะ แต่ก็ซื่อสัตย์พอที่จะสารภาพ

“เอาที่เตียมไว้ออกมา!” ลีทึกแบมือ

คังอินยื่นแหวนเงินวงเล็กกลับมาให้ “แต่งงานกับผมนะ”

“ไอ้บ้า หมีคังบ้า..ขออะไรตอนนี้เล่า งุงิ” กำปั้นเล็กๆรัวเข้าที่ไหล่หนาเขินๆ

...เออ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ยังจะมีอารมณ์สวีท...

“พี่คังอิน พี่ลึทึกคร้าบ!!!” เป็นเรียวอุกอีกที่เรียกสติอันไม่ค่อยจะเต็มเต็งของทั้งคู่อีกรอบ

“เออ!” ลีทึกปั้นหน้าใหม่..มาดเข้ม “ไม่ใช่อันนี้โว้ย! หมายถึงที่เตรียมไว้อ่ะ!!”

“อ๋อๆ” คังอินชูผ้าเช็ดหน้าที่ถูกพับทบจนเหลือเป็นผืนสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆพอดีมือขึ้นมา

“ดีมาก”

“นะ...นั่นมัน...!!” ซองมิน เรียวอุก ชินดง ตาโตเท่าไข่ห่านไปแล้ว

“ยาสลบ หึๆ” รอยยิ้มชั่วร้ายผุดพรายที่มุมปากของลีดเดอร์นามว่า ลีทึก มันช่างแตกต่างกับอาการหน้าเหวอของเหล่าเมมเบอร์ที่เหลือ...นางฟ้า ได้กลายร่างเป็นซาตานไปแล้วหรือนี่??

.

.

.

“ไม่เปลี่ยนชุดอ่ะ...”

“ไม่ได้เอามา”

“อ้าว?”

“ลืม!”

“แล้วจะเดินกลับชุดเนี้ย?!”

“เออ! ไม่มีใครรู้หรอก!”

“โอเค งั้น...ฉันไปนะ บาย เดินระวังๆด้วย เดี๋ยวหมาเห่าเอา ฮิๆ^^”

“ไอ้บ้า! แกก็อย่าไปหาเรื่องกัดกับไอ้พวกหน้าปากซอยล่ะ บายเว้ย!!”

โบกไม้โบกมือล่ำลาให้กับยูมี และมองตามจนลับสายตาจากแผ่นหลังบางแล้ว ซึงเฮก็ก้มลงมองตัวเอง ใช้มือทั้งสองดันซิลิโคนที่ไหลไปกองอยู่ที่ท้องขึ้นมาให้อยู่ในระดับของผู้หญิงทั่วๆไป ก่อนจะพาดเป้ขึ้นหลังแล้วมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ขึ้นเป็นประจำ


ระหว่างทางที่ค่อนข้างเปลี่ยว จะมีก็แต่แมวสีน้ำตาลเข้มตัวนึงที่เดินเอื่อยๆเป็นเพื่อน ซึงเฮเดินร้องเพลงไปตลอดทาง หวังว่ามันจะช่วยลดระดับ ‘ความกลัวผี’ ลงไปได้บ้างไม่มากก็น้อย อย่างน้อยฟังเสียงตัวเองก็ดีกว่าฟังเสียงกิ่งไม้เสียดสีกันหรือเสียงลมหวีดหวิวเป็นไหนๆ

ทว่า..เขาจะรู้มั๊ยนะ ว่าเพราะไอ้โรคกลัวผีนี่แหละ มันถึงทำให้ลืมที่จะระวังตัวจากคนน่ะ!!

แคร็ก!


กึก...

ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าเอาไว้ ค่อยๆหันหลังกลับ...ช้าๆ
แต่กลับไม่พบอะไร...??...

ดวงตากลมๆสอดส่ายรอบๆอีกครั้ง

ตึกตั่ก..ตึกตึก..ตั่กตั่ก...หัวใจเจ้ากรรมก็ช่างฟ้องนิสัยตาขาวของเจ้าของเสียจริง เต้นแรงจนใกล้จะเป็นจังหวะร็อกอยู่แล้ว

“ไม่มีอะไรงัยเล่า” บอกตัวเองอย่างงั้น แต่แขนขามันก็สั่นขึ้นมาดื้อๆ ซึงเฮกำมือแน่นแล้วตัดสินใจหันหลังกลับ กะจะวิ่งหนีไปจากตรงนี้ทันที

ขวับ!

อุ๊บ!!

คนตัวเล็กดิ้นสุดแรง ทั้งมือไม้ที่เหวี่ยงไปทั่ว ขายาวก็ออกแรงถีบร่างใหญ่ที่ล็อกตนอยู่ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้แก่ฤทธิ์ของยาสลบจากผ้าเช็ดหน้าที่โปะลงบนจมูก...หมดสติไปในที่สุด

ลีทึกคลายฝ่ามือออกช้าๆ..ส่งยิ้มให้คังอิน


“ความสงบสุขของบ้านซูเปอร์จูเนียร์จะกลับมาอีกครั้ง ^^”



To Be continue >>


กา-เท่-เร่ 's talk :: มันมาอีกแล้ว อินิมาอีกแล้ว
ปั่นฟิคโคตรถี่ ((ยอมรับ)) นี่ขนาดจะเอนท์ ((มันยัง...))

แล้วนี่อะไร??

ฟิคยาว!!

ฮ่าๆ,, เขียนอะไรของมัน??

:: ก็คือเป็นฟิคยาวเรื่องแรกของข้าพเจ้าเน่อ
แต่คงไม่ยาวมากเกินไป
ยังไม่มีตอนจบ แต่คาดว่าน่าจะจบ ย้ำ! น่าจะ ((ดูมัน บั่นทอนกำลังใจคนอ่านได้อีก!!))

หลายคนเห็น คูเปิ้ล แล้วงงนิดๆ ฮ่าๆ,, เรื่องนี้แต่งมาเอาใจทั้ง สาวก คิเฮ
และผู้ที่กำลังพีค กยูด๊อง ((ซึ่งก็หมายถึงอิน้าม ไรท์เตอร์คนนี้นั่นเอง))

ยังงัยก็ติดตามกันด้วยน้า!

จะทยอยเอามาลงนะจ้ะ ให้กำลังใจด้วย

ที่สำคัญ อ่านแล้วเม้นนะจ้ะ จุ๊บๆ

โชวาเฮคนอ่าน ซารางเงคนเม้น

กิ๊ววววว~