[FIC] I'm fine thank you, and you? [04]

posted on 16 Apr 2008 19:54 by katere  in Fic-Im-fine

+กด F5 กันด้วยนะ 

Chapter 4

 


ความรู้สึกที่หายไปนานเวียนกลับมาซ้ำเติมลีทงเฮอีกแล้ว

ปวดหัว
เมื่อยล้า
อ่อนเพลีย


เตียงนอนนุ่มยุบยวบไปตามแนวท่อนแขนที่ทงเฮใช้เท้ามันเพื่อยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ปรับม่านสายตาให้ชินกับแสงสีส้มที่ถูกกรองด้วยผ้าม่านผืนบาง แล้วจึงสะบัดหัวให้ก้อนตุ่บๆหลุดออกไป

....กลับมาที่นี่ ได้ยังงัย?....


ความทรงจำสุดท้ายของเขาหยุดอยู่ที่รสจูบนั้น เหตุการณ์อย่างอื่นอาจเลือนรางทว่ากับจุมพิตอ่อนโยนครั้งนั้น....มันชัดเจน

ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆที่ริมฝีปากสีอ่อน แค่แตะเบาๆ อุ่นไอที่ไม่ได้จางหายไปก็ทำให้หัวใจฟื้นไข้ เสียงเปิดประตูเบาๆสั่งให้ทงเฮหยุดความคิดทุกอย่างแล้วหันหาต้นเสียง

กลิ่นของอาหารมื้อเช้าลอยเตะจมูกก่อนที่ร่างผอมบางของเพื่อนคนสนิทจะโผล่พ้นขอบประตูเสียอีก “ฮยอกแจ?”

“เมื่อคืนนายเมามาก โชคดีที่มีคนเค้าหวังดีโทรหาฉันให้ไปรับ....ก็เลยไม่ต้องไปเสียตัวอยู่ที่ไหน” จริงๆแล้วฮยอกแจเป็นห่วงทงเฮแบบที่ไม่เคยเกิดความรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน แต่จะด้วยฟอร์มหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ประโยคแรกของวันที่ทงเฮได้ยินติดจะประชดประชันอยู่กลายๆ

“ใคร?”

ทงเฮถามเบาๆ ระหว่างที่ฮยอกแจกำลังตักแฮจังกุก(ซุปแก้อาการเมา)ขึ้นเป่าลมระบายความร้อน เพื่อนตัวบางจึงจำต้องละจากที่ทำอยู่ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา

“ผู้ชาย.......ใครก็ไม่รู้ หน้าเค้าคุ้นๆนะ แต่ฉันนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน?”

“........”

“ว่าแต่ นายไปอยู่กับเค้าได้ยังงัย?”

ทงเฮทำเป็นไม่ได้ยินคำถามของเพื่อน และเสหน้ามองไปยังมุมอื่นที่ไม่ได้ประจันหน้ากับฮยอกแจ

“อือ ช่างเหอะ...อ้ะ กินซะ จะได้มีแรง” ความเงียบและการลี้สายตาคือสิ่งที่ลีฮยอกแจเรียนรู้จนเข้าใจแล้วว่า เพื่อนสนิทของเขาไม่มีใจที่จะให้คำตอบมากนัก เขาจึงหันไปให้ความสนใจกับถ้วยซุปและตักมันมาจ่อปากบางๆนั่นแทน

 

คุ้น.....


ทงเฮก็คุ้นเหมือนกัน คุ้นมากกว่าฮยอกแจหลายพันเท่า แต่น่าแปลก ที่พยายามนึกเท่าไหร่กลับนึกไม่ออก

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


ห้องนั่งเล่นกลางบ้านถูกจับจองพื้นที่ด้วยเศษกระทะหมูย่าง แก้วน้ำ จานชาม ขวดไวท์แล้วก็กระป๋องเบียร์ที่วางอยู่เกลื่อนกลาดไม่น่าดู ยังดีที่ไม่มีสองร่างมานอนเกลือกกลิ้งคลุกเคล้ากับความสกปรกให้มันไม่น่ามองขึ้นไปอีก

เมื่อคืนคิบอมกลับบ้านตอนเกือบเช้ามืด การเดินไปเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมายคือสิ่งที่เขาเลือกทำเพื่อฆ่าเวลา และเมื่อกลับมาจึงเห็นว่าสองคน หนึ่งเป็นน้องชาย หนึ่งเป็นไอ้เพื่อนตัวแสบ มันนอนก่ายกัน ทั้งห้องคลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ที่เขาแยกยี่ห้อไม่ออก เหนื่อยคิบอมที่ต้องเปลืองแรงแบกสองคนนี้ให้ไปนอนก่ายกันในห้องต่อ


....เล่นพิเรนทร์อะไรกัน....


โชคยังดีที่พากันเมาแอ๋อยู่ที่บ้าน ถ้าเกิดว่าไปเมาไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้อยู่ที่อื่น ก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาปะทะริมฝีปากกันได้อีกรึเปล่า อาจจะโดนลากไปขมขื่น หรือไม่ก็อาจจะโดนหลอกไปขอทานทั้งคู่

 

คิบอมกำลังก้มๆเงยๆกับกองขยะบนพื้น แต่ก่อนที่จะได้ลงมือเก็บกวาดทำความสะอาดให้เรียบร้อยดี เสียงร้องเรียกจากหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นขัดให้คิบอมต้องลุกออกไปดู

 

 


อือ...~

เสียงงอแงเหมือนเด็กเพิ่งตื่นนอนดังแว่วผ่านลำคออวบๆของซองมิน ตามด้วยเสียงแจ่บๆจากการเลียริมฝีปากด้วยลิ้นเล็กๆ ท่อนแขนที่อวบกำลังดีเคลื่อนเข้าฟาดกลางลำตัวของอีกคน ท่อนขาไม่ยอมแพ้ตามไปกอดก่ายอีกแรง


ท่านอนของซองมิน ณ ตอนนี้ เสี่ยงต่อการเสียตัวเป็นที่สุด

ยิ่งถ้าอีกฝ่ายขึ้นชื่อว่าเป็นโจคยูฮยอนแล้วด้วย!!

 

คยูฮยอนตื่นตั้งนานแล้ว แต่ไอ้ความคิดที่จะลุกไปอาบน้ำหาอะไรกินอย่างชาวบ้านเค้าคงไม่มี นานๆจะได้ตุ๊กตาตัวนุ่มมากอดทั้งที ขอกอดกลับให้หนำใจหน่อยเถอะ

แขนยาวๆที่กอรปด้วยกล้ามเนื้อสมชายวาดล้อมตัวกลมๆของกระต่ายน้อยแล้วออกแรงกดกอดให้จมหน้าอก ปลายจมูกโด่งรั้นเข้าชอนไชหาความหอมจากไรผมยุ่งๆที่ยังหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นแชมพูจางๆ คนตัวเล็กร้องงึมงำๆเป็นเด็กถูกขัดใจแต่กลับไม่ดิ้นหนี ตรงกันข้ามยังซุกหน้าซุกตาเข้าตรงแผงอกจนคยูฮยอนได้รับสัมผัสอุ่นๆจากลมหายใจ


เสียดายโว้ย!!
เมื่อคืนไม่จับปล้ำไปเลยละวะ!!


เขากร่นด่าตัวเองอยู่ในใจ ไม่อยากจะยอมรับความจริงที่ว่า-เขามันก็พวกคออ่อน- แต่มันก็เป็นความจริงที่หลบหนีไม่ได้ โว้ยยย!! ยิ่งคิดก็ยิ่งเซ็ง พี่มันอยู่มั๊ยวะ? กินกระต่ายตอนเช้าทันมั๊ยเนี่ย!!??


ท่อนขาอวบๆที่ยกขึ้นพาดเอวของเขามันกำลังทำให้คยูน้อยตื่นตัว ....ซองมิน นายมันร้ายที่สุดเลย!

คยูฮยอนรั้งร่างนิ่มออกจากตัวเล็กน้อยเพื่อจะได้มองรูปหน้าใสได้เต็มสายตา เปลือกตาที่ปิดสนิท จมูกเล็กที่พ่นลมหายใจเข้าออก ริมฝีปากที่เจ่อนิดๆแบบคนหลับลึก อดไม่ไหว...ไม่ไหวแล้วนะ......


หอมดีมั๊ย?
หรือว่า.....จะจูบเลย?


หรือจะลุกไปล็อกประตูห้องก่อน เผื่อไอ้คิบอมมันจะโผล่เข้ามา หรือยังงัย? ใครก็ได้บอกที!!

 

อ้ะ!!

“ไอ้บ้านี่!! ออกไปเลยนะ!!” ซองมินหลุดจากห้วงความฝันเอาเสียดื้อๆ ทำเอาคยูฮยอนใจแป้วแบบว่ามันหลุดไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่ปลายเท้าแล้วเรียบร้อย และโดยที่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว หรือทำใจใดๆทั้งสิ้น ฝ่าเท้าอวบๆก็บรรเลงวิชาเฉินหลงเข้าใส่ทันที

 

โอ๊ยยยยย!!


ความชาวาบแล่นจากก้นกบสู่แนวสันหลัง ซองมินถีบคยูฮยอนตกเตียง....บ้าเอ๊ย!!

“ซองมิน เธอ..เธอถีบฉัน!!”

“ก็เออน่ะสิ ก็นายมัน...ไอ้ลามก นาย....คนฉวยโอกาส!!” ซองมินจะรู้มั๊ยว่าตัวเองชักจะเหมือนผู้หญิงเข้าไปทุกวัน ดูท่าเข้า...ชี้หน้า ถลึงตาโต มืออีกข้างดึงผ้าห่มคลุมถึงอก ดูละครน้ำเน่ามากไปรึเปล่า?

“อื้อหือ ฉวยโอกาส......” คยูฮยอนพยายามทรงตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล มือขวากุมเอว มือซ้ายก็ยันพื้น ก่อนจะเดินกะย่องกะแย่งมาทางเตียงเล็กๆที่ๆเคยเป็นจุดที่เกือบจะทำให้คยูฮยอนได้กินกระต่าย!!

สายตาเฉียบคมส่งประกายวิบวับไม่น่าไว้ใจมาทางร่างอวบๆที่เริ่มขยับตัวเข้าชิดหัวเตียงอย่างจนมุม ริมฝีปากหยักโค้งเหยียดยิ้มเป็นรอยยิ้มไม่น่าดูซักนิด “เมื่อคืน....ใครกันน้า ที่กอดฉันซะแน่นเชียว”

“นี่นาย!! อย่ามากล่าวหากันนะ คนอย่างฉันไม่มีวันเอาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับคนอย่างนายหรอก อี๋!! น่าเกลียดที่สุดเลย”

“กล่าวหา? เกลือกกลั้ว? น่าเกลียด?” ซองมินไม่เคยมีความรู้สึกว้าวุ่นใจแบบนี้มาก่อนเลย เขาเพิ่งรู้ตัวว่าทำผิดครั้งใหญ่ไปแล้ว เมื่อพบว่าการร่นหนีชิดหัวเตียงมันคือการขยายพื้นที่ตรงปลายเตียงให้กับโจคยูฮยอน!

“อย่าเข้ามานะ!!!”

“จะทำอะไร? ฟ้องไอ้คิบอมเหรอ?” เรียวหน้าหล่อร้ายอยู่ห่างไม่ถึงคืบ คำถามที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหนานั่น...มันสบประมาทกันสุดๆไปเลย ซองมินยอมไม่ได้หรอก

“ฉันจะต่อยนาย....ด้วยหมัดของฉัน!!”

“เหลือเชื่อ”

“ไม่เชื่อก็ลองดู!!”

“ก็อยากลองอยู่นะ”

“ฉันเอาจริงนะ!!!”

“อื้ม...ฉัน--ก็--เอา--จริง”


จากคืบถูกลิดรอนจนไม่ถึงคืบ หมัดเล็กๆของซองมินกำเข้าหากันแน่น ลูกกะตากลมๆหลับปี๋หลังจากที่เล็งสันจมูกโจคยูฮยอนภายในเวลา 2 วินาทีก่อนหน้านั้น ...คราวนี้.....ซองมินเอาจริง จริงๆนะ!!

 

 


“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!”


“ตอนนี้เรื่องที่ใหญ่ที่สุดของซองมิน คือการได้อัดหน้าไอ้บ้าหื่นกามนี่ต่างหาก!!!! นี่แน่!!!!!”

 

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!

 

เสียงกระดูกสะโพกกระทบพื้นบ้านดังสนั่นอยู่ในโสตประสาทก่อนที่ซองมินจะลืมตา ลมหายใจที่กลั้นไปนานปล่อยพรูออกมาเหมือนแก๊สพิษ มันเป็นอะไรที่โล่งสุดๆไปเลย

“ซองมิน!!”

“หะ....หา?!!”

เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังมาจากประตูห้องทำให้ซองมินหันคอไปมองเร็วจนเหมือนลมพัด พี่คิบอมของซองมินคือเจ้าของเสียงนั้น ลูกตาของคิบอมเบิกกว้าง เสียงเรียกนั้นเรียกชื่อซองมินก็จริง แต่โฟกัสของดวงตาคมรีคู่นั้นกลับเป็นร่างสูงๆของเพื่อนสนิทคนโปรดที่แอ้งแม้งอยู่กับพื้น

“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทะเลาะอะไรกันอีก!!”

 

:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 

อาการของโจคยูฮยอนไม่มากไม่น้อย แค่เลือดกำไหลออกจมูกใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงถึงจะหยุด กับสะโพกเดาะที่ทำให้ต้องเดินเป๋ไปซัก 2-3 วันเป็นอย่างน้อย แต่มันก็โอเคอยู่ล่ะ....อย่างน้อยๆมันก็ดูจะสมน้ำสมเนื้อกับพฤติกรรม หื่น-กาม หาใดเปรียบของคยูฮยอนอย่างไม่มีที่ติ


ซองมินคงจะมีเวลามานั่งหัวเราะก๊ากๆสะใจให้กรามค้างได้ ถ้าเกิดว่าเรื่องใหญ่ที่คิบอมว่าจะไม่ใช่เรื่องนี้....ที่ทำให้เขากับคยูฮยอนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมุ่งหน้ามายังผับที่คิบอมกับคยูฮยอนทำงานอยู่แทบไม่ทัน


“ผับเราโดนปิด!!!”


ประโยคสั้นๆอันนั้นที่ทำให้ความรู้สึกชาร้าวที่ร่างกายซีกซ้ายของคยูฮยอนอันตธานหายไปชั่วขณะ

“ว่างัยนะ!!”

“ที่ฟังไปคราวแรกน่ะ ไม่ผิดหรอก”

 


และคยูฮยอนก็ได้ประจักษ์กับความเป็นจริงเมื่อเบื้องหน้าคือป้ายปิดถาวรของผับซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินแหล่งเดียวของเขากับคิมคิบอม รอบข้างคือเพื่อนร่วมงานที่ล้วนก็ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน สีหน้าแต่ละคนบอกบุญไม่รับกันทั้งสิ้น

มันอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่หากบางคนจะทำงานพวกนี้แค่เป็นงานพาร์ทไทม์ แต่มันจะเป็นปัญหาถึงเรื่องปากเรื่องท้อง ถ้าหากบางคนทำมันเป็นงานประจำที่ต้องหาเงินเลี้ยงดูคนทั้งครอบครัว แต่สำหรับคิบอมกับคยูฮยอนมันก็ไม่ได้ต่างอะไร ในเมื่อพวกเขาก็ทำงานนี้เลี้ยงปากท้องของตัวเองโดยไม่มีรายได้ทางอื่นอยู่แล้ว


เด็กกำพร้าที่ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย ไม่มีปัญญาหางานที่ดีกว่านี้ทำได้หรอก!


“นี่มันคราวซวยอะไรของกูวะเนี่ย!!!”


คิบอมก็อยากจะระบายด้วยการตะโกนเสียงดังๆให้เหมือนกับคยูฮยอน แต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะเปล่งเสียงใดๆออกมาอีกแล้ว

“ค่าหน่วยกิตกู ค่าเช่าห้องกู เวรแล้วมั๊ยล่ะ ชีวิตกู!!”

“โอ๊ยยย!! เงียบๆหน่อยได้มั๊ย? คนเค้าก็เครียดเหมือนกันทั้งหมดนั่นแหละ ไม่เห็นมีใครเค้าโวยวายบ้านแตกเหมือนนายซักคน” ซองมินที่ขีดจำกัดความอดทนอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ยิ่งถ้าอริเป็นคยูฮยอนด้วยแล้ว ไอ้ความอดกลั้นดูเหมือนจะมลายหายไปได้ในพริบตา เขาวีนแตกขัดขึ้นกลางลำ แต่แทนที่จะได้ยุติเสียงโหยหวนได้ กลับกลายเป็นเพิ่มมลพิษทางอากาศให้ยิ่งติดลบไปอีก

“คนเรามันจะเหมือนกันทุกคนได้มั๊ยเล่า ก็ฉันเครียดนี่ เครียดๆๆๆๆโว้ย เธอไม่ได้หาเงินแล้วจะรู้อะไรวะ!!”

“นี่หาว่าฉันทำตัวไม่มีประโยชน์ แบมือขอตังค์พี่ใช้ไปวันๆใช่มั๊ย หา?”

“ยังไม่ได้พูด!! หรือว่าร้อนตัว มันแทงจึ๊กโดนใจดำเลยละสิ”

“โจคยูฮยอน!!!”

“เด็กอยู่วันยันค่ำ”

“โจคยูฮยอน!!!!”

“อะไรวะ!!?”

 

 

 


จาจังมยอน ดูจะเป็นอาหารยอดฮิตสำหรับการแก้กลุ้ม อย่างน้อยเวลาที่จะใช้ขบคิดให้เส้นสมองมันพันกันตายก็ถูกเอามาใช้ในการเช็ดปากให้คราบซอสดำๆเป็นมันหลุดออกไปแทน

“ไม่เข้าใจว่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ร้านเราแขกก็มากันออกเยอะแยะ เรื่องเงินเดือนก็ไม่เคยแพร่งพรายให้รู้ว่าขัดข้อง แล้วอยู่ๆก็ปิดปึงกะทันหัน....เชี่ยเอ๊ย...” ท้ายสุดเหมือนเจ้าตัวจะสบถกับตัวเองมากกว่า โจคยูฮยอนใช้หลังมือปาดมุมปากตบท้ายด้วยน้ำเปล่าที่เขาดูดมันจนเกลี้ยงเป็นเสียงดังฟืด

คิบอมที่กินอะไรแทบไม่ลงอยู่แล้ววางตะเกียบลง ก่อนจะเหลือบตามองดูเพื่อน เลยไปถึงซองมินที่ก็ช้อนลูกตากลมๆขึ้นมองเขาราวกับจะถามคำถามเดียวกัน

“ไม่รู้หว่ะ”

คยูฮยอนพ่นลมออกจมูกไม่ค่อยพอใจกับคำตอบเท่าไหร่นัก รัศมีความกลัดกลุ้มฉายเต็มพื้นที่ใบหน้าหล่อจัดอีกครั้ง

“เรื่องของผู้ใหญ่เค้า เรามันก็แค่คนทำงานที่ต้องรับเคราะห์”

“คนตกงานต่างหาก!” คยูฮยอนแก้ให้จนถูกต้อง พลันความเงียบก็เข้าครอบคลุมโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมให้ได้ยินเพียงเสียงยวดยานบนท้องถนน จนกระทั่งเสียงดูดน้ำจากหลอดของซองมินดังขึ้นทำลายความอึดอัดนั้นลง สองหนุ่มเบนสายตามาที่หนุ่มน้อยอีกคนที่กำลังทำหน้ากึ่งๆยิ้มกึ่งๆไม่มั่นใจ

“ซองมินคิดว่า!”

แหย่พอให้เห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายแล้วจึงพูดต่อยาวเหยียด “ซองมินก็มีความสามารถเรื่องทำอาหารอยู่เหมือนกันนะ เราก็น่าจะเปิดร้านอาหารกัน เดี๋ยวซองมินจะเป็นเชฟเอง ให้พี่คิบอมเป็นผู้ช่วยเชฟ เออ...ที่คอยหยิบโน่นหยิบนี่ให้ซองมิน คอยซื้อของเข้าครัวน่ะ ส่วน....” สายตากลมแบ๊วเบนมาทางคยูฮยอนที่กำลังทำหน้าทำตาไม่ยินดียินร้ายใดๆทั้งสิ้น “นาย!! เป็นเด็กเสิร์ฟก็แล้วกันนะ เด็กเสิร์ฟ..ก็ต้องเสิร์ฟอาหาร เช็ดโต๊ะ ล้างถ้วยล้างจาน ถูพื้นด้วย”

“เฮ้ย!! ไม่ยุติธรรมเลยนี่หว่า อะไรหง่ะ ไอ้คิบอมเป็นอะไรนะ ผู้ช่วยเชฟ สบายแม่งขนาดนั้นไม่เป็นนางกวักคอยนั่งกวักให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะฮะ!!”

“คิดว่าฉันอยากให้นายมาทำงานร้านเดียวกับฉันมากรึงัยห้ะ บุญแค่ไหนแล้วที่ไม่เฉดหัวทิ้งให้ไปเป็นขอทานหรือไม่ก็ขายตัวเพราะมันออกจะเหมาะกับนายดี ไอ้พวกหลงตัวเอง!!”

“เฮ้ย!! หน้าตาก็ดีแต่ปากร้ายเป็นบ้า คิบอม..มึงดูน้องมึงสิ กูยังไม่ได้ว่าอะไรซักคำเลยนะ” คยูฮยอนชี้นิ้วไปที่หน้าขาวๆของซองมินที่กำลังลอยหน้าลอยตาอย่างคนมีชัย แล้วหันมาตะโกนใส่หน้าพี่ชายสุดที่รักของนายตัวเล็ก..ฟ้องเสียยกใหญ่

“เออ หยุดทะเลาะกันซักทีเหอะน่า แค่นี้ยังปวดหัวไม่พออีกรึงัย”

 


ความเงียบเข้ามาทักทายคนทั้งโต๊ะอีกครั้ง คิบอมถอนหายใจเฮือกใหญ่แบบที่ซองมินไม่เคยได้ยินมันมานานแล้วก่อนจะพูดสั้นๆง่ายๆแต่ได้ใจความ “แล้วเราจะหาทุนมาจากที่ไหน?”

“เอ่อ!!....??”

ซองมินกำลังจะอ้าปากตอบเหมือนที่เด็กๆชอบทำ แต่แล้วก็ต้องงับปากเข้าตามเดิม เพราะเหตุผลเดียว....หาคำตอบที่ดีที่สุดไม่ได้

คยูฮยอนแลบลิ้นใส่อย่างผู้ชนะบ้าง แน่นอน..ซองมินไม่ยอมแพ้ที่จะมู่หน้าปะทะกลับไป

“คิดอะไรเป็นเด็กๆ”

“ก็ดีกว่าพวกไม่คิดละกัน!!”

“อ้อเหรอ? พ่อนักคิด”

“ไอ้บ้าคยูฮยอน!”

“เงียบเถอะน่า!!”

 

คิบอมตะคอกใส่ทั้งสองคนอีกครั้งและคราวนี้คงเป็นคราวสุดท้ายแล้วจริงๆ เพราะซองมินก็ดูจะหง่อลงทันตาเห็น คยูฮยอนก็เริ่มสังเกตเห็นความไม่สบายใจที่ฉายชัดอยู่เต็มใบหน้าของเพื่อน

“โทษทีหว่ะเพื่อน” เขาเอื้อมมือไปตบบ่าคิบอมอีกแรงหวังปลอบใจ แต่กลับได้รับเสียงถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่กลับมา

“มีทางเดียว........ต้องหางานใหม่ทำให้เร็วที่สุด อีกสองเดือนก็จะเปิดเทอมแล้ว”

“เออ.....กูก็คิดงั้น”

“ซองมินก็จะหางานทำ จะได้ช่วยพี่อีกแรงนะ!”

“ไม่ต้อง!!”

“เห?”

“พี่บอกว่าไม่ต้อง!!” คิบอมเน้นคำหนักจนซองมินหน้าเจื่อนลง

“ทำไมล่ะ?”

“มันอันตรายเกินไป แล้วหน้าที่หาเงินมันก็เป็นหน้าที่ของพี่ ซองมินมีหน้าที่เรียนอย่างเดียวก็ต้องตั้งใจเรียน” เหตุผลเดิมๆที่คิบอมมักจะใช้อ้างเวลาที่ซองมินอยากจะก้าวเดินในวิถีชีวิตแบบผู้ใหญ่ ครั้งก่อนเขาอาจจะยอมเพราะว่าเขายังเด็กเหมือนที่คิบอมว่า แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ซองมินสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว และซองมินก็อยากจะหาเงินเรียนเองบ้าง!!

“แต่ซองมินโตแล้ว ซองมินเรียนมหา’ลัยแล้ว ซองมินก็มีสิทธิ์หาเงินเรียนเองได้”

“พี่บอกว่าไม่ก็ไม่ ถ้าซองมินกล้าขัดคำสั่งล่ะก็......”

“พี่คิบอมอย่าขู่ซองมินนะ!!”

“พี่ไม่ได้ขู่”

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


ถ้าพี่คิบอมไม่ได้ขู่ ซองมินก็ไม่อยากจะท้าเหมือนกัน!!


งั้นวันนี้ซองมินจะขอสลัดคราบน้องชายผู้น่ารักน่าชัง ว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังคำสั่งสอนของพี่ชายเสมอมาแบบไม่ให้เหลือคราบเลยละกัน!!


ซองมินด้อมๆมองๆคิบอมอยู่นานสองนานแล้วตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน รอดูว่าเมื่อไหร่ที่พี่ชายจะเลิกทำหน้าเครียดแล้วคว้าแฟ้มหรือกระเป๋าเป้หรืออะไรก็ได้มุ่งหน้าออกจากบ้านเพื่อไปสมัครงาน เขาจะได้ใช้เวลานั้นหนีออกจากบ้านไปหางานทำด้วยเหมือนกัน

และแล้วมันก็มาถึง หลังจากที่ซองมินเสียรอยหยักบนคลื่นสมองในการขบคิดว่าจะทำอย่างไรให้พี่คิบอมเลิกระแวงในตัวเขา และเดินออกจากบ้านไปได้เสียที ซองมินเลือกที่จะแกล้งหลับอุตุอยู่ในห้อง


และมันก็เป็นอย่างที่ซองมินเดา คิบอมระแวงเขาอย่างยิ่งยวด เขาแง้มประตูเข้ามาดูภายในห้องนอนสีชมพูอ่อนของน้องชาย


เขาสังเกตการน้องชายอยู่ซักครู่แล้วจึงตัดสินใจผละออกไป ไม่ลืมที่จะทิ้งโน้ตในเชิงข่มขู่ไม่ให้ซองมินคิดทำอะไรที่เข้าข่ายขัดคำสั่ง

 

“”ถ้าจับได้ว่าหนีออกจากบ้านไปหางานทำล่ะก็
คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าจะเจออะไร       ..พี่คิบอม””

 

“คิดว่าคนอย่างซองมินจะต้องกลัวหัวหดทุกครั้งรึงัย คิดผิดแล้ว!”

 

 

กระเป๋าสะพายสีชมพูสดถูกเหวี่ยงขึ้นหลังเจ้าของของมันที่ตอนนี้ก็เป็นเจ้าของรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าด้วย ซองมินผูกเชือกรองเท้าอย่างแน่นหนา เตรียมจะผลักประตูไปเผชิญกับโลกใบกว้างที่ซองมินไม่เคยเห็นมาก่อน แต่แล้วความฝันของเขาก็จำเป็นจะต้องดีเลย์อยู่นานพอสมควร


กึก....


ประตูถูกล็อกจากด้านนอก


ซองมินลองใช้สีข้างออกแรงกระทุ้งมันอีกครั้ง แต่ก็พบว่ามันเปล่าประโยชน์สิ้นดี ครั้งสุดท้ายร่างเล็กยันฝ่าเท้าขวาเข้ากับประตูเต็มแรงก็แต่ไม่เป็นผล แม่กุญแจด้านนอกยังคงล็อกอย่างแน่นหนา

เขาเกือบจะถอดใจเมื่อหมดเรี่ยวแรง แต่หนทางสุดท้ายที่ผุดขึ้นมากลางหัวนั้นส่งแรงผลักดันให้ซองมินฮึดสู้

 

ปีนหน้าต่าง!!!

 

ห้องของซองมินอยู่ชั้นสอง ข้างล่างมีแต่หญ้าเต็มไปหมด......ลงไปดีมั๊ยนะ?

ถ้ายอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ นายก็จะเป็นเด็กชายซองมินที่เกาะก้นพี่ชายแจไปจนวันตาย
แต่ถ้านายใจกล้ากระโดดลงไป อาจจะต้องแลกด้วยอาการระบมที่ข้อเท้าหรืออาจจะสะโพกซ้นเหมือนคยูฮยอน แต่ถ้าคิดให้ไกล มันก็นับว่าคุ้ม ถ้าซองมินจะได้เลี้ยงตัวเองด้วยลำแข้ง


คิดให้ดีๆนะซองมิน!!

 


ปึกกกกก!!!

 

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!

 

ซองมินเลือกข้อหลัง แม้ผลที่ได้มันจะแย่กว่านั้นก็ตรงที่ซองมินทั้งข้อเท้าแพลง ทั้งก้นกระแทก ทั้งหน้าคะมำ!

โชคดีที่มีพุ่มไม้เล็กๆรองรับเอาไว้เหมือนเบาะสตั๊นจ์ แต่มันก็เจ็บใช่ย่อย....โอย...~


ซองมินกวาดสายตาไปรอบๆ พอเห็นสีชมพูลิบๆหลังกอหญ้าก็รีบคว้ามันมา เหวี่ยงข้ามไหล่ไปสะพายบนหลังอย่างลวกๆแล้วก็เดินขาเป๋ไปตามทางเท้า


อุปสรรคข้อแรก เขาผ่านมันได้แล้ว!
ซองมินนี่ เก่งจริงๆเลย

 

:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


หางานมันไม่ใช่เรื่องง่ายซักนิด นี่แหละเหตุผลที่ว่าทำไมคยูฮยอนถึงโวยลั่นซอยอย่างเมื่อตอนเช้า

เพราะจนป่านนี้ ที่เวลามันล่วงเข้าไปตั้งเกือบบ่ายสามแล้ว...แต่ก็ยังไม่ได้งานทำซักงานเดียว


รองเท้าผ้าใบคู่เก่าๆของเขาตอนนี้ถูกเจ้าของมันเหยียบย่ำจนส้นเละไม่ได้รูปทรงไปแล้ว คยูฮยอนกระชับสายเป้ที่ไหลหลุดจากบ่าพลางปาดเหงื่อให้พ้นหางคิ้ว

แดดก็ร้อน
แถมเมื่อยแทบตาย
อนาคตก็มีแต่จะริบหรี่ลงในทุกย่างก้าวที่เดินอย่างไร้จุดหมาย

ใครจะโชคร้ายแบบโจคยูฮยอนหาไม่ได้แล้วโว้ย!

 

แฮ่ก!!

ร่างสูงทิ้งก้นลงนั่งกับม้านั่งข้างทางที่พอจะมีร่มไม้ร่มรื่นไว้กรองแสงแดดที่รุนแรงเพิ่มขึ้นทุกเมื่อ ปาดเหงื่อทิ้งอีกหนก่อนจะคว้าเป้มารูดซิบควานหาขวดน้ำดื่มที่รัก


คยูฮยอนปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านทั้งท่ออาหารและลำคอผ่านลงไปยังใต้สาบเสื้อให้มันนำพาความชุ่มชื่นให้กับร่างกาย ดับอุณหภูมิที่สูงเฉียด 30 องศาเซลเซียสที่ใกล้จะเผาผลาญเขาให้กลายเป็นเนื้อย่าง(หนุ่มหล่อ)เกาหลีในเวลาไม่ช้าไม่นานนี้

ชายหนุ่มร้องฮ่าอย่างกระชุ่มกระชวยก่อนจะเอนหลังทิ้งหัวให้หงายเงยไปกับพนักพิงและหลับตาลง

 

ตอนเช้าก็มีเนื้อน่ากินอยู่ตรงหน้าแต่ก็ชวดไปต่อหน้าต่อตา
สายก็มีข่าวร้าย กลายสภาพเป็นคนตกงาน
บ่ายก็เดินตากแดดตากลมตระเวนหางานทำแต่กลับไม่ได้มาซักงาน
เย็นก็มานั่งเป็นหมาไร้ประโยชน์อยู่ริมถนน

ซวยตั้งแต่เช้า สาย บ่าย เย็น


นี่แหละ นิยามชีวิตของโจคยูฮยอนในวันนี้!


“เซ็งชิบ!!!” เขาสบถเสียงดัง ก่อนจะคว้าเป้พาดบ่าและออกเดินทางกันอีกหน!!

 

 

 


“เซ็งที่สุดเลย!!”


เป้สีชมพูสดใสถูกมือเล็กจับเหวี่ยงลงจากหลังมาห้อยต่องแต่งไล่เลี่ยพื้นทางเท้า ตั้งแต่บ่ายที่เขาเสี่ยงหนีออกจากบ้านเพื่อจะได้เอาชนะคำขู่ของพี่ชายจน ณ บัดนี้ ซองมินก็ยังไม่ได้งาน นอกจาก - “”ประสบการณ์เธอยังน้อยเกินไป”” - “”ดูเธอไม่เหมาะกับงานนี้หรอก”” - “”เรียนจบอะไรมาแล้วล่ะ”” - ซองมินก็ไม่ได้ยินถ้อยคำหรือประโยคอื่นๆที่จะทำให้หัวใจดวงน้อยๆในหน้าอกข้างซ้ายกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาเลยซักนิด!!


สรุป ซองมิน ยังเด็กอย่างที่ใครๆเค้าว่ากันว่าจริงๆใช่มั๊ย?!!


คิดมาถึงตรงนี้น้ำตาก็พาลจะไหลเอาเสียดื้อๆ ความร้อนที่ปริ่มๆขอบตาบอกเขาอย่างนั้น หลังมือบางจึงรีบยกขึ้นปาดมันทิ้งเสียก่อนที่จะได้อวดตัวต่อสาธารณชน แสงแดดเปรี้ยงปร้างที่สะท้อนมาจากท้องฟ้าอย่างไม่ปราณีส่งผลให้ร่างนิ่มขมวดคิ้วจนหน้าไม่เหลือเค้าความน่ารัก อยากจะนั่งพักหลบแดด แต่เวลามันไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย ซองมินตัดสินใจจ้ำเท้าเร็วๆไปที่หน้าร้านสะดวกซื้อที่เขาเล็งมาตั้งแต่อยู่ถนนฝั่งตรงข้าม ก่อนจะปรี่เข้าไปผลักประตูอย่างรวดเร็ว

 


ปึงงงงงงงง!!!!

 

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!

 

รอบที่ล้านแปดแล้วมั้งที่เสียงแบบนี้ดังขึ้นภายในวันๆเดียว ซองมินร้องโอด กุมหน้าผากที่ดูเหมือนจะเริ่มมีก้อนผิดปกติปูดขึ้นมา เขาเห็นดาวพราวระยับลอยอยู่เหนือหัวราวกับจะล่อให้เอื้อมมือไปคว้า แต่มันกลับหายไปเสียก่อนที่จะได้กระดิกมือเสียอีก

“จ....เจ็บ!~”

“ซุ่มซ่ามเข้าโล่ห์เลยเชียว”

“เห????” ทำเค้าเจ็บแล้วยังมีหน้ามาด่าคำหยาบๆคายๆใส่เค้าอีกเหรอเนี่ย? ซองมินรีบเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อมองหน้าคนนิสัยไม่ดีที่พ่อแม่สั่งสอนแล้วไม่เคยจำ แต่แล้วก็มีอันต้องอ้าปากกว้างค้างกลางอากาศ คิดคำด่าตอบไม่ถูก

“หาว่าฉันซุ่มซ่าม..ทั้งที่....นายนั่นแหละที่เปิดประตูไม่ดูตาม้าตาเรือ โจคยูฮยอน”

“ไม่ต้องเรียกเต็มยศขนาดนั้นก็ได้หรอก ยัยหมูอ้วนซุบซอสหอย” ร่างที่สูงเฉียดขอบประตูไปเพียงเส้นยาแดงตะคอกเสียงดังใส่หน้า

หมูอ้วน...??.....หมูอ้วน!!  หนอยยยยยย!!!!


“ไอ้จิ้งจกเสียบไม้ขาย!!!”


“เหอะ อย่างน้อยฉันก็ขายออก ไม่ค้างสต็อกอย่างใครบางคนก็แล้วกันล่ะ ยัยหมูอ้วนค้างปี”

“หนอย!! นายนี่มัน นิสัยเสีย ปากก็ทุเรศเหมือนหน้าตา” ซองมินรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็ตอนนี้แหละ ตอนที่เขาต้องมายืนเขย่งเท้าด่าเพื่อนพี่ชายที่เป็นผู้ชายด้วยกัน สวรรค์กลั่นแกล้ง...ทำไมต้องลำเอียงให้ส่วนสูงหมอนี่มากกว่าเขาด้วยก็ไม่รู้!!!

“เธอ.....” นิ้วชี้เรียวของคยูฮยอนชี้มาตรงกลางหน้าผากขาวๆของซองมิน เรียวตาเหมือนนกเหยี่ยวที่ซองมินมองผ่านนิ้วมือนั้นมันน่ากลัวจนแข้งขาสั่นไปหมด


“อย่าเข้ามานะ!”

 


ปึกกกกกกกกกกกกกก!!!!

 

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!

 

“หลีกทางสิวะ คนจะเดิน มาเถียงอะไรกันหน้าร้านอย่างนี้ฮะ!!”

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


“ซวยซวยซวย ซวยซวยซวย!!”

“หยุดพูดได้แล้ว นั่นมันคำอัปมงคลนะ จะย้ำอะไรนักหนา!!”

คยูฮยอนละมือจากห่อน้ำแข็งที่ประคบอยู่ที่หลังหัวเปลี่ยนมาจ้องเขม็งเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อน้องของเพื่อนที่นั่งทำหน้าแบ๊วเครียดอยู่ข้างๆ

“ย้ำให้รู้ ว่าใครบางคนแถวนี้มันเป็นตัวซวย”

“เห??? หาว่าฉันเป็นตัวซวยงั้นเหรอ!!”

คยูฮยอนหันซ้ายหันขวา เลิกคิ้วชวนหมันไส้ ก่อนจะวกสายตากลับมาอยู่ที่เรียวหน้าใสอีกครั้ง “หนึ่งในสอง นอกจากฉัน...ก็คือเธอ” เขาชี้นิ้วลงมาจิ้มกลางหน้าผาก ไม่พอยังออกแรงผลักให้ซองมินได้หงายหลังแล้วก็หันไปประคบเย็นต่อหน้าตาเฉย

“น...นาย!!”

“หืม??”

หน้าด้าน หน้ามึน หน้า.....หน้าปูนซีเมนต์โบกทับสามร้อยชั้น!!!

คยูฮยอนหันหน้าทำมุมประมาณ 30 องศาพลางยักคิ้วให้หนึ่งข้าง ซองมินได้ยินเสียงกำหนดลมหายใจเข้าออกของตัวเองชัดเจน

“นายทำให้ฉันต้องเสียเวลา แทนที่ฉันจะได้เข้าไปสมัครงานที่นั่น แต่ต้องกลับถูกไล่ออกมาก็เพราะนาย”

“หึ....”

“ยังมีหน้ามาหัวเราะ บอกฉันมาซะดีๆว่านายเข้าไปทำอะไรในร้านสะดวกซื้อร้านนั่น”

“ไปดูลาดเลา วันหลังจะได้ยกพวกมาขโมย”

คิ้วคู่สวยบรรจงผูกเป็นโบว์อย่างสวยงาม ซองมินจิ๊ปากรำคาญในความปากหมาไม่รู้กาลเทศะของคนตรงหน้า มู่ปากไปกองตรงมุมแล้วตั้งหน้าตั้งตาหาเรื่องต่อ

“มีสิทธิ์อะไรมาสมัครงานร้านเดียวกับฉันหา!!!”

“อ้าวเฮ้ย นี่สมัครร้านเดียวกันยังผิดเหรอเนี่ย?”

“ใช่!! ร้านมีออกตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมไม่ไปล่ะ มาเป็นตัวขวางดวงฉันทำไมกันน่ะฮะ?!!” ซองมินไม่สะทกสะท้านกับน้ำเสียงเย้ยหยันที่เป็นน้ำเสียงสุดแสนจะปกติของคยูฮยอนอีกต่อไป เขากอดอกเชิดหน้าขึ้นจนปลายจมูกเล็กๆนั่นดูรั้น

“เหอะ ทำไมไม่ถามตัวเองล่ะ ว่าทำไมถึงไม่ไปร้านอื่น....อีกอย่าง ฉันก็มาก่อน”

“มาก่อน...มาก่อนอย่างนั้นเหรอ?? เออออ????...ถ้าอย่างนั้น” ดูเหมือนว่าความมั่นใจของซองมินจะลดหดหายไปเกือบครึ่ง แต่เจ้าตัวก็ยังทำทีอวดเก่งด้วยการกระชับอ้อมกอดที่กอดตัวเองให้แน่นขึ้นและเชิดปลายคางทำมุมมากขึ้นด้วย “หน้าเป็นจิ้งจกหงอยแบบนี้ เค้าคงไม่รับเข้าทำงานสินะ”

“อย่ามาดูถูก”

ซองมินอ้าปากค้างเติ่งอีกแล้ว …อย่าบอกนะว่า!!

 


“อือ ฉัน..สมัครงานไม่ติดจริงๆนั่นแหละ”

 

 

“หา ว่างัยนะ!!”

คยูฮยอนหันมาฉีกยิ้มกว้างใส่พร้อมลูกกะตาที่วิบวับๆเหมือนมีเพชรน้ำหนึ่งฝังอยู่ก็ไม่ปาน “ฉันถึงบอก ว่าอย่ามาดูถูก เพราะนายดูไม่ผิดซักนิด ฮ่าๆ”

“นายนี่มัน....สนุกมากนักใช่มั๊ยที่แกล้งให้ฉันกลัวได้แบบนี้น่ะ!” ซองมินทำท่าจะก่อสงครามกำปั้นเท่าเด็กกับโจคยูฮยอนหากเขาไม่มือไวคว้าเอาข้อมือเล็กนั้นไว้ในอุ้งมือได้เสียก่อน

“กลัวฉันเหรอ? ที่แท้ก็อวดเก่งสินะ”

“นาย!! เลว..เลวที่สุดเลย” ซองมินกระทืบเท้าครืนจนดูเหมือนหมูกระปุกใส่ถ่านอัลคาไลน์ ก่อนจะวิ่งหนีโดยไม่หันมามองโจคยูฮยอนเลยซักนิด เหนื่อยคนตัวสูงขายาวที่ต้องวิ่งตาม เขาคว้าเหนือศอกของซองมินได้พอดี

“นี่...ไหนคิบอมมันบอกว่าไม่ให้มาสมัครงานงัย”

“อ...เออออออ......??” ซองมินไม่มองหน้าเขา กลับสะบัดแขนทิ้งแล้วทำท่าจะวิ่งหนีอีกครั้ง แต่โจคยูฮยอนมือยาวคว้าเอาปลายแขนมาได้ คราวนี้เขาออกแรงกระชากจนซองมินลอยหวือติดมือมาด้วย

“ถามก็ตอบสิ”

“อย่าเอาไปฟ้องพี่คิบอมนะ”

คยูฮยอนเหล่สายตามองคนตัวเล็กอย่างเหยียดๆ เขาเบ้ปากจนดูน่าเกลียดก่อนตอบไปว่า “ก็ไม่แน่นา...”

“น...นาย!!”

“คนที่ไม่เคยพูดดีกับเรา เป็นเธอ เธออยากจะช่วยเค้ามั๊ยล่ะ?”

“คยูฮยอน น..นาย......”

น้ำเสียงที่ดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเรียกเอารอยยิ้มให้มาวิ่งพล่านกันเต็มใบหน้าหล่อร้ายของเขาโดยที่คนตัวเล็กไม่รู้ซักนิด เขาหันหน้าไปช้าๆคราวนี้ปล่อยมือจากแขนนุ่มๆแล้วสอดมันไว้ใต้กระเป๋ากางเกงยีนส์แทน “ว่ายังงัย? หืม??”

“อ....เออ.......ฉ..ฉัน.....นายอย่าบอกพี่คิบอมนะ ถือว่าฉันขอร้องล่ะกัน นะนะน้า เห็นแก่ฉันหน่อยเถอะนะ” ซองมินกระโดดมาเกาะแขนคยูฮยอนแทน ทั้งที่ใจอยากตะบันหน้าให้ความหล่อมันเหือดหายไปให้หมด แต่ซองมินต้องอดทนไว้....นี่คงเป็นอุปสรรคด่านสองสินะ

“ทำไมฉันถึงต้องช่วยเธอด้วยล่ะ?”

“ฉ..ฉัน..ฉันขอโทษละกัน ที่เคยว่านายทุกอย่างเลย ขอโทษนะๆ แต่นายต้องช่วยฉันนะ”

“แลกกับอะไร”

“แลก..แลกเหรอ?” ซองมินเม้มริมฝีปากเข้าหากันพลางกลอกตาเหมือนกับกำลังใช้ความคิด ปล่อยกิริยาของตัวเองให้เป็นเด็กงงไปพักใหญ่ก็ค่อยยกมือขวาขึ้นเขี่ยขมับตัวเองราวกับว่ามันจะช่วยขุดความคิดให้ทะลุติดมือมาด้วยให้ได้อย่างนั้น

คยูฮยอนเห็นท่าทางสมองตื้อตันของซองมินแล้วก็ถอนลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ เขาคว้าเอามือขวาของซองมินมาแล้วออกแรงฉุดให้เดินตามไปด้วยกัน

“เฮ้....นายจะพาฉันไปไหน?”

“เออน่า” คนตัวสูงเหนื่อยที่จะต้องมาต่อปากต่อคำกับคนตัวเล็กคนนี้แล้ว เขาออกแรงลากซองมินไปตามฟุตบาทท่ามกลางเสียงโวยวายตลอดทางที่เขาไม่คิดจะแปลความหมาย หรือแม้กระทั่งจับใจความเลยด้วยซ้ำ

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


อย่าว่าแต่คยูฮยอนหรือซองมินที่ประสบความล้มเหลวกับการเดินทางหางานเลย คิมคิบอมก็ไม่ต่างอะไรจากพวกเขามากนัก

ก้อนหินคือเป้าหมายในการเตะให้พ้นทางเมื่อเดินอยู่ริมฟุตบาท ส่วนกระป๋องน้ำอัดลมที่บุบแบนคือเป้าหมายเมื่อเขาเดินไปตามทางเดินที่โรยด้วยหินกรวด

บริเวณนี้อัดแน่นไปด้วยบ้านเล็กๆลักษณะเดียวกัน ตัวบ้านเป็นอิฐสีมอๆ มีบันไดทอดสู่ชั้นดาดฟ้า ต้นไม้ในสวนซึ่งไม่ถูกตัดแต่งพาดกิ่งก้านสาขาไปทุกทิศดูรกรุงรัง มีเพียงซุ้มเล็กๆที่เขากับซองมินจัดมันไว้เหนือหัวไม่ให้ระเกะระกะลงมาเท่านั้นที่จะเผยให้เห็นบันไดปูนซึ่งซ่อนอยู่ด้านหลังของมัน

คิบอมเหลือบไปเห็นคุณลุงข้างบ้านที่เดินท่อมๆลับหายไปหลังบานประตู นานๆทีที่คุณลุงเพื่อนบ้านจะโผล่หน้าออกมา ไม่เดือนละครั้ง ก็อาจจะมากกว่านั้นนิดหน่อย....นี่จึงเป็นบางอย่างที่ผิดแปลกไปจนเขาต้องหยุดฝีเท้าเพื่อมองตาม

“อ้าว! ทำไมวันนี้ถึงได้กลับมาเร็วนักล่ะพ่อหนุ่ม” คิบอมหันขวับและเงยหน้าไปตามระดับความสูงของขั้นบันได เขาเห็นเจ๊ฮวายืนเท้าสะเอว รูปหน้าที่เรียวยาวและถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์สีไม่เข้ากันเป็นสิ่งที่คิบอมต้องการจะลี้สายตาไปให้ไกลๆ ทว่าสิ่งที่อยู่ในมือหล่อนทำให้เขาทำแบบนั้นไม่ได้

“พอดีเลยนะ เพราะว่าวันนี้มันก็สิ้นเดือนพอดี ฮิๆ” หล่อนหัวเราะเสียงแหลมไม่น่าฟังซักนิด พร้อมกับสาวเท้าดังเกี๊ยะๆลงมาใกล้

“เจ๊ครับ คือว่า....” คิบอมพูดเสียงเรียบ แต่เจ๊ฮวากลับทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นสูงดันหน้าผากให้ยับย่นจนเห็นรอยแตกของแป้งพับแล้วทำเสียงหืมสูงๆ “เอ่อ...ช่างมันเถอะครับ ไม่มีอะไรหรอก”

เขาส่ายหัวช้าๆไล่ความคิดโง่ๆออกจากหัว แต่เจ้าตัวคงไม่รู้เลยซักนิดว่าบนสีหน้าของเขามันเต็มไปด้วยความหม่นหมอง หนักใจ จนคนมองยังจับได้ คิบอมเลือกที่จะเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่พูดอะไรอีก แต่กระนั้นเสียงแหลมสูงของเจ๊ฮวาที่ดังตามหลังกลับทำให้ความเครียดกลับมากองสุมกันอีกครั้งโดยไม่ได้นัดหมาย และแน่นอนว่ามันต้องเป็นกองความไม่สบายใจที่ใหญ่โตมโหฬารนัก

“เรื่องใครจะตกงานน่ะ ฉันไม่สนหรอกนะ แค่มีเงินมาจ่ายค่าเช่าให้ฉันก็พอ”

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


คยูฮยอนยื่นมือไปคว้าหูกระเป๋าสีชมพูแปร๋นนั่นแทบไม่ทันเมื่อเจ้าของเค้าวิ่งโร่หน้าแป้นออกมาจากร้านสะดวกซื้อทันทีที่ได้รับข่าวดีว่าพวกเขาทั้งสองคนจะมีงานทำ

“จะรีบไปไหน?”

“กลับบ้าน!!” คิ้วของคยูฮยอนขมวดติดกัน ซองมินเลยแก้มันให้ด้วยคำแถลงไข “ต้องรีบกลับบ้าน ก่อนที่พี่คิบอมจะกลับไปถึง” ตาโตใสของซองมินเบิ่งกว้างเมื่อถึงตรงนี้ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนที่เสียงเล็กๆนั่นจะตะโกนเสียงดัง “แย่แล้ว!!!” ว่าแล้วก็ไม่เหลือเวลาให้คยูฮยอนได้ตั้งตัว เขาคว้าท่อนแขนของคนตัวโตไปและออกแรงลากให้วิ่งตามโดยเร็วที่สุด

 

 

น่าเศร้าที่ซองมินช้าเกินไปเสียแล้ว..
เขาหันหน้าซึมๆนั้นมาทางคยูฮยอนที่ยังคงทำหน้าไร้ความรู้สึกอยู่ข้างๆ มือเล็กเอื้อมไปดึงชายเสื้อยืดอย่างร้อนรน “ทำไงดี?”

“คิดอยู่”

“แต่หน้านายมันไม่เหมือนคนกำลังใช้ความคิดนี่”

“ฉันไม่ใช่พวกที่แสดงทุกอย่างผ่านสีหน้าเหมือนเธอ” ซองมินหน้ามุ่ยไม่ถึง 2 วิ. มือยาวๆของคยูฮยอนก็เอื้อมมาถอดเป้ออกไปจากหลังของเขาทันที

“จะทำอะไร?” ซองมินถามขณะที่กำลังยืนมองคยูฮยอนสะพายเป้สีชมพูของตัวเอง

“บอกไอ้คิบอมมันว่าไปเที่ยวกับฉัน”

“หา??!  ต....แต่ว่า มันไม่น่าเชื่อเลยนะ”

“ไม่น่าเชื่อ แต่มันก็เป็นไปแล้วล่ะน่า มานี่” คยูฮยอนยื่นมือมาข้างหน้า แต่ซองมินยังทำหน้างงงวย “มานี่!!” คราวนี้คยูฮยอนก้าวเท้ามาหนึ่งก้าว มือยาวๆของเขาเลยจับเข้ากับมือของซองมินได้พอดี ก่อนจะฉุดให้ซองมินเดินขึ้นบันไดอีกสองสามขึ้นที่เหลือไปด้วยกัน

 

“กลับมาแล้วฮะ....”

ซองมินทักเสียงเบากว่าทุกวัน ซ้ำยังก้มหน้าก้มตาเหมือนรู้ตัวว่าทำความผิดจนคยูฮยอนต้องกระตุกมือแรงๆเตือนร่างเล็กว่าอย่าทำตัวมีพิรุธ

“บ่นได้ทั้งวัน ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันสละเวลาพาเธอไปเที่ยว” จู่ๆคยูฮยอนก็โวยขึ้นมากลางอากาศทำเอาซองมินถึงกับตามไม่ทัน

“ก็นาย....นายพาไปที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่เห็นอยากจะไปเลยนี่นา” ซองมินรู้สึกชื้นใจขึ้นมาหน่อยที่น้ำเสียงของเขาดูเป็นธรรมชาติมากกว่าที่คิด “ทีหลังถ้าพาไปแล้วบ่นแบบนี้ก็ไม่ต้องพาไปหรอก ชิ!”


“อย่าพยายามเลย”


“พี่คิบอม!” ซองมินหน้าตื่นอีกครั้ง ใบหน้าของคิบอมดูเคร่งเครียดกว่าตอนเมื่อเช้ามาก และถ้าซองมินความรู้สึกเร็วพอ เขาคิดว่า..เขาเห็นพี่คิบอมซ่อนอะไรบางอย่างไว้ในลิ้นชักตรงโต๊ะทำงาน

“พี่ล็อกประตูจากข้างนอก อีกอย่าง..กุญแจก็อยู่ที่พี่..คนเดียว”

“กูก็ล่อน้องมึงออกจากหน้าต่างงัย” คยูฮยอนขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงๆ

หากแต่คิบอมไม่มีใจจะสนใจคำแก้ตัวของใครแล้ว เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสาวเท้าเข้าหาซองมินที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ตรงมุมห้อง เมื่อถึงตัวก็คว้าเอาต้นแขนและดึงให้มายืนเผชิญหน้ากัน “พี่เตือนแล้วใช่มั๊ย?!!”

“พ..พี่คิบอม!”

คิบอมกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างใจเย็นทั้งสายตายังจับจ้องอยู่ที่ดวงตากลมใสไม่ไหวติง “ไปไหนมา?”

“ซ...ซองมิน....ไปเดินเล่นกับคยู....”

“พี่ถามว่าไปไหนมา!!”

“ซองมินไป...” ซองมินรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งแขน รวมไปถึงหน้าที่มันร้อนระอุเหมือนกาต้มน้ำที่กำลังจะเดือด

 


“ซองมินไปสมัครงานกับฉัน” น้ำเสียงโทนเย็นลอยมาจากข้างหลังของคิบอม ซองมินตาโตแต่ที่คิดว่าคิบอมจะหันไปเล่นงานคยูฮยอนกลับไม่ใช่ พี่ชายของเขายังคงจ้องเขม็งและถามคำถามเดิมหวังจะได้คำตอบจากปากของน้องชาย

“ไป--ไหน--มา”

“สมัครงาน” ทันทีที่คำตอบนั้นหลุดออกไป ซองมินก็รู้สึกเจ็บแปลบแบบที่ไม่เคยเจ็บมาก่อนในชีวิต คิบอมลงแรงที่ต้นแขนมากกว่าเดิม รวมทั้งดวงตาแข็งกร้าวของเขาก็ดูน่ากลัวจนซองมินน้ำตาไหลพราก “พี่คิบอม ซองมินเจ็บ......ซองมินขอโทษ แต่ว่าซองมิน.......”

“พี่บอกแล้วใช่มั๊ย? ว่าไม่ให้ขัดคำสั่ง”

“แต่ซองมินไม่ผิดนะเว้ย เค้าแค่อยากออกไปเจอกับโลกข้างนอก เค้าอยากจะทำงานด้วยตัวเอง ซองมินเค้าไม่อยากให้มึงเหนื่อย แล้วทำไมมึงต้องโกรธแบบนี้ด้วยวะ เฮ้ย!! มีเหตุผลหน่อยเซ่!!” คยูฮยอนพุ่งพรวดเข้ามาหวังจะแยกคิบอมที่ดูเหมือนว่าจะสามารถหักแขนซองมินให้เป็นสองท่อนได้ในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง

“มึงไม่เป็นกู มึงไม่รู้หรอกไอ้คยู!!!”

“ทำไมกูจะไม่รู้”

“ซองมิน...เจ็บ!!!”

“เพราะกูมีน้องชายคนเดียว แล้วเค้ายังเป็น.....” คิบอมเงียบไป เหมือนจะพูดอะไรก็ไม่พูด แต่แล้วก็ขึ้นเสียงขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกเป็นห่วงที่ฉันมีให้กับซองมินหรอก ข้างนอกที่มึงว่ามันคืออะไรล่ะ....อันตราย หลอกลวง พิษสง หน้ากาก แล้วซองมินไม่ใช่พวกเราที่จะเข้มแข็งขนาดนั้น ซองมินเรียนรู้แต่ชีวิตในบ้านจนคิดว่าทุกอย่างมันจะปลอดภัยเหมือนในนี้ ทั้งที่จริงมันไม่ใช่!!”

“แล้วถ้ามึงไม่ให้เค้าออกไปเห็น แล้ววันไหนที่เค้าจะเข้มแข็งล่ะวะ!!!”

“แต่ต้องแลกกับความผิดพลาด...งั้นเหรอ!!”

“ไอ้คิบอม มึงปล่อยซองมินเดี๋ยวนี้นะเว้ย!!!” คยูฮยอนไม่สนใจว่าคิบอมจะไม่ฟังความเห็นของเขาแล้วเอาแต่ตะโกนลั่นบ้านอยู่อย่างนี้ ตอนนี้เขาสนใจน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาคู่สวยของซองมิน มันไหลออกมาเหมือนไม่กลัวว่าน้ำจะหมดตัวด้วยซ้ำ เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อดึงคิบอมออกจากตัวซองมินและรวบตัวซองมินออกมาได้เมื่อคิบอมยอมออมแรง


ฮึก......!

ตัวของซองมินทั้งร้อนแล้วก็สั่นเทาไปหมด เขาโอบท้ายทอยของคนตัวเล็กเอาไว้แต่สายตายังจับจ้องไปที่ร่างสูงของเพื่อนสนิทที่ยืนหายใจหอบแรงอยู่ตรงหน้ามองดูเขากอดน้องชายตัวเอง


“ไอ้คิบอม!” น้ำเสียงของคยูฮยอนแข็งจนจับได้

“ไอ้คยู...” แววตาสีนิลของคิบอมสั่นระริก สิ่งที่พูดออกมาเจือไปด้วยลมจากการหายใจหนักๆ


“กูจะเดิมพันด้วยตัวกูเอง..............กูจะดูแลซองมิน”

คนที่ตัวกระตุกอย่างแรงไม่ใช่คิบอมแต่เป็นคนในอ้อมกอดของเขา ซองมินผละตัวเองออกมาเพื่อเงยหน้ามองดูคยูฮยอนที่ไม่แม้แต่จะเหลือบหางตามองกลับมาซักนิด ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นอยู่ทั่วตัวของซองมินในฉับพลัน อยากจะตะโกนออกไปว่า ไม่ แต่ปากมันกลับไม่ขยับ

“ถ้าซองมินเป็นอะไรขึ้นมา” คิบอมว่า

 

“สาบานว่าเมื่อนั้น กูจะอยู่ในอันตรายมากกว่าซองมินเป็นพันเท่า แต่จะไม่ยอมให้ซองมินเป็นอะไรทั้งนั้น!!!”

 


TBC

 

กาเท่เร่ :: มาแว้วๆ นั่งปั่นแบบว่าตุ่มเต็มตัว (อ้อ แก้ข่าวๆ ที่บอกว่าเป็น'สุก'ใส คราวก่อน ไม่ได้เป็นอ่ะ น้องเป็น แต่ ณ ปัจจุบัน เป็นจริงๆ ก๊าก!! ^[]^)

อื้ม..พาร์ทนี้เป็นของคยูมินเค้าจริงๆ ยึดพท.ไปทั้งพาร์ทเลยเหอะ แต่ก็หยวนๆ แบบว่าชีวิตจริงเค้าห่างเหินกัน เคี๊ยกๆ

นั่งดูรูป Sj-M ชอตคยูเฮแล้วมันเครียด อยากลงฟิคคู่นั้นอ๊า!! แต่เคยบอกไปแล้วว่าตอนนี้จะลงเรื่องนี้เรื่องเดียว โอยๆๆๆ ตบะแตกวันไหนอย่าว่ากันเน่อ คริๆ

ฮ่า,, ไม่รู้จะทอร์คไรอ่ะ ไว้คุยกันในห้องนั่งเล่นดีกว่าเนอะ

ยังงัยก็ขอบคุณที่ติดตามอ่านกัน

ไม่ได้สวัสดีปีใหม่ไทยเลย มัวแต่ป่วย ยังงัยก็...สวัสดีปีใหม่ไทยนะค๊า! (ย้อนหลังๆ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เอิ้กก
ควันหลงสงกรานขอร้าบบบ
big smile ขันน้ำ
ยังไม่ได้อ่านอ่ะ

แต่อยากเม้นท์ เม้นท์นะคะ ?

เม้นท์ไปแล้ว


อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เพลงเด่นมาเลย

เพลง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

>////<!~

ใครร้องอ่ะเร่ ?

เคยฟังแต่ที่มันเป็นยุนแจอ่ะ เอิ๊กกกกก ,,

ไปเล่นน้ำที่ไหนมาล่ะค่ะ ขันน้ำ


คิดถึงมากกกกกกกกกกกกกกกกก

ฮือออออออออTT__________TT

ฟังเพลงนี้เเล้วจะร้องไห้ง่ะ

ไม่รู้เป็นไร ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ


รดน้ำกดหัวผู้ใหญ่(กว่า- -*)อย่างทากาเร่คุงกันเถอะ

เอ๊า กดดดดดด! ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ

ps.หมวยน่ารัก ดูตัวเล๊กๆเคะๆดี ><!!

#2 By [ coolguy ★ ก้อย ] on 2008-04-17 00:04

KyuMin
Kyu แมนมั่กๆ ได้โล่ห์ไปเลยค่า
แต่ว่าบอมพูดค้างอ่า
มินเป็นไรหรอ

ค้างงงงงงงงงงงงงงง

#3 By minnie (58.8.131.75) on 2008-04-17 00:26

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อ่านฟิคแล้ว ๆ ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ชอบคยูมินนนนนนนนนนนนนนน

คู่นี้น่ารักอ่ะ -///-

ซองมินดูเด่ะ คยูฮยอนมันก็เป็นผู้ชาย

ถึงสกิลความกวนอวัยวะเบื้องล่างมันจะพอๆกันก็เถอะ

แต่คู่นี้น่าจับตามองใช่ย่อยนะก๊ะ cry


ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!!!

555+


ps.ซองมินทำไมรีบตื่น - -+
pss.ได้อ่าน 4 ตอนรวดมันสะใจจริงเลย ! โฮะๆๆๆ

#4 By [ coolguy ★ ก้อย ] on 2008-04-17 01:00

กลับมาจากวันหยุดก็ได้อ่านฟิก โย่วๆๆดีจังเล้ยยย
โอออววว คยูกี้เท่เลือดสาดเจรงๆงานนี้

#5 By ||gold fish|| on 2008-04-17 07:16

สวัสดีปีใหม่ค่ะขันน้ำ

#6 By ||gold fish|| on 2008-04-17 07:33

หุหุ หายไป 5 วันเลยเรากลับมามีฟิคอ่านอีกรู้สึกดี อิอิ

คยูมินนี่เถียงกานได้ใจจิงๆ 555+ มาอัพต่อเร็วๆนะคะ

** sj-M คยูกะด้องพาเราจิ้นไปไกลและ *-*

#7 By natt (58.9.81.36) on 2008-04-17 10:03

สุขสัน สงกรานฮะนูน่าผมเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด

เหอๆๆ หนีไปเที่ยวมา..ฟิคนี้ก็แปะไว้ก่อนงับ

ขอเอาไปอ่านบ้านเหมือนเดิม แหะๆ

วันนี้เวลาน้อยฮะไม่ค่อยได้ออกบ้าน ฮี่ๆ

วันนี้ขอ สาดดดดดดดดดดดด(น้ำ)หน่อยละกันนะ

เอาเปียกๆ อิอิ

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ

#8 By H i t a j i i n K on 2008-04-17 18:54

ทำไมรู้สึกผิดหวัง และหดหู่อย่างรุนแรงที่ไม่ใช่คิเฮนะตอนนี้ TwT ไม่เข้าใจตัวเองเท่าไหร่เลย อ่านคยูมินไม่มีความสุขเลย กรรมมาก

T_________________________T

ติดใจคู่นั้นเกินไปแล้วง่า


ปืนฉีดน้ำ
กรี๊ดดด คยูเท่ คยูคนดี แมนมาก มาก

#10 By jinni (124.157.136.109) on 2008-04-17 21:15

โฮกกกกกกกกกกกกกก

โจ !!
เชียร์โจ !!!
ฮุ่ย เล่ ~

#11 By กล้วยศรี ♥ on 2008-04-18 01:28

หมึก เอง =w= อยู่บ้าน จองอึน(แฝดที่ไอ่นัทเรียกนั่นลา)

=_______=

ทำไม พาร์ทนี้ มันทะเลาะกันจังฟร๊ะ คู่คยูมินเนี่ย
ปั๊ด ฉกคืน(ไม่ใช่หล่ะ)
แต่ว่า แอบกลัวคิมคิบอมพาร์ทนี้ TT^TT
น่ากัวเห้อ TT^TT กี๊ดดดดด
(แฟนฉันไม่โหดนะเว่ย)

ลีทงไห่ ไม่ได้ใจเลยเว้!!!!!!!!!!!!!!(โวยวาย)

คยูเฮอ่อ =_= เยอะ!!! คำเดียวเคลียร์
ซีฮันด้วย =__________= เยี่ยมเลย =_=

หายยังนิ รออ่าน ตอน 4 (ของตัวเองเหอะ)
ตอน 4 ของสแปชนะเว้ อยากอะลาวาด อยากชกหน้าคน 55555+

คิดฮอต!!!!!!!!! >A<!!!!!

#12 By อ.แอม,, on 2008-04-18 02:18

โถๆ...

ในที่สุดคู๊ก็ต้องรับเลี้ยงกระต่าย...

ระวังเห๊อะ...กินจุน่ะจะบอกให้

แต่พี่ชายค่ะ..

คิมคิค่ะ รู้ค่ะว่าหวงน้องแต่เค้าก็โตๆกันแล้ว

เผลอๆแอบหนักกว่าพี่อีกน่ะเนี่ย...

อา~~~~ ห่างหายปายนาน

คิดเถิงพี่จางเรยค่ะ มะค่อยได้เข้ามา

อัพเพิ่มแร้นน