[FIC] I'm fine thank you, and you? [03]

posted on 04 Apr 2008 17:51 by katere  in Fic-Im-fine

 

:วานทุกคนกด F5 ด้วยค่ะ ^[]^: 

 

ความเดิมตอนที่แล้ว


“คนอย่างฉันน่ะ ไม่สนใจเด็กเสิร์ฟชั้นต่ำพวกนั้นหรอก”


ฮยอกแจได้แต่เออออไปด้วยอย่างไม่คิดอยากขัดใจ

 

แต่สำหรับ ‘เด็กเสิร์ฟชั้นต่ำ’ คนนึงอย่างโจคยูฮยอนแล้ว ไม่มีวันที่เขาจะเห็นว่าคำพูดดูถูกเหยียดหยามพวกนั้นเป็นแค่มวลอากาศอย่างใครบางคน เขากัดฟันกำมือแน่น ทั้งที่อีกใจกลับสงสารเพื่อนสนิทที่ชื่อคิมคิบอมขึ้นมาจับใจ

 

 

Chapter 3

 

 

ภาพตึกรามบ้านช่องท่ามกลางมวลหมอกสีขาวขุ่นในตอนเช้าตรู่เป็นภาพที่ทงเฮไม่ได้เห็นนานแล้ว เพราะถ้าไม่เที่ยงตะวันโด่ก็บ่ายตะวันคล้อยกว่าเขาจะลุกจากที่นอน

เมื่อคืนก็ใช่ว่าจะดื่มน้อยเสียเมื่อไหร่ แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาลืมความเหนื่อยล้าและตื่นเช้ากว่าทุกวัน แถมอาการปวดตึ่บที่คุกคามขมับทั้งสองข้างก็ยังหายเป็นปลิดทิ้ง

..ถ้ารักตัวเองมาตั้งนาน ก็คงจะดีสินะ..

ทงเฮรู้สึกคัดจมูกขึ้นมา เลยเคลื่อนตัวเข้าห้องกระจกในคอนโดฯหรูตามเดิม น้ำค้างเช้าฤดูร้อนก็ไม่น่าไว้วางใจสำหรับร่างกายอ่อนแอของเขา

ร่างบางในเสื้อกล้ามขาวกางเกงวอร์มทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเตียงหลังใหญ่กลางห้อง ปลายจมูกโด่งรั้นสูดหายใจลึก กักเก็บเอากลิ่นละมุนจากผ้าห่มหนาเข้าเต็มปอด


เพราะเช้าวันนี้ มีเพียงร่างกายของทงเฮคนเดียวที่ได้รับไออุ่นจากมัน


พลันภาพในกล่องความทรงจำก็ผุดขึ้นมา มันเบาบางแต่กลับชัดเจน


ผู้ชายคนนั้น..ไม่เหมือนกับทุกคนที่ทงเฮเคยรู้จัก สัมผัสจากเขาอบอุ่น นุ่มนวล อ่อนโยน ไม่ได้เอาแต่ใจ หยาบกระด้าง เห็นแก่ตัว เหมือนพวกที่ได้เศษเงินของทงเฮไปแม้แต่นิด

แล้วทำไมเขาจึงจากทงเฮไป?

 

 

:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 

 

“โอ๊ย!! ไม่ได้เตรียมร่มมาซะด้วย” โทนเสียงที่คุ้นหูดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทงเฮจินตนาการหน้าของเพื่อนสนิทออก ป่านนี้ฮยอกแจคงจะทำหน้าตกตะลึง ตาโปน เหงือกฉีกไปแล้วก็ได้

มันดูน่ากลัวใช่มั๊ยล่ะ?

ดังนั้น ทงเฮก็เลยไม่เงยหน้าขึ้นดูสภาพเพื่อนสนิทตามนโมภาพของตัวเองยังงัยล่ะ

“หนิ่ เจ้าพ่อองค์ไหนดลใจให้นายตื่นมาทำงานแต่เช้าวะเนี่ย?” ฮยอกแจเห็นเพื่อนไม่ให้ความสนใจเขาแม้แต่นิด ก็เลยถือวิสาสะครองเก้าอี้หมุนบุกำมะหยี่แล้วยิงคำถามกวนๆใส่

“ถามแบบนี้ ถ้าได้คำตอบเป็นหมัดคงจะได้เลิกถามเนอะ?”

“โหย ไอ้บ้า เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยปากหมาซักทีเนี่ย?”

“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” ทงเฮเงยหน้าขึ้นยักคิ้วใส่ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารต่อ ไม่ค่อยสะทกสะท้านกับอาการไม่ได้ดั่งใจของเพื่อนตัวผอมเสียเท่าไหร่

“เป็นเพราะเมื่อคืนไม่ได้มีเซ็กส์อ่ะดิ่ ฮิๆ” ฮยอกแจยิ้มเห็นเรือใบใส่ เลยได้สีหน้าเซ็งๆของทงเฮไปเป็นของสมนาคุณ แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ทำให้เจ้าเพื่อนที่แสนดีเลิกปฏิบัติการยั่วโมโหได้

“ฉันบอกนายแล้ว ว่าความสุขพวกนั้นมันก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว มีความสุขกับตัวเองดิ่ ดีกว่าตั้งเยอะ เห็นป่ะ?”


ไม่ใช่ว่าทงเฮเถียงกลับไม่ได้ แต่เป็นเพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้นต่างหาก หรือจะคิดอีกที วันนี้คงเป็นวันของลีฮยอกแจที่เขาจะมีบุญไม่ได้รับฟังคำตอกกลับดุๆเผ็ดๆของเพื่อนให้เจ็บจี๊ดไปถึงหัวใจอย่างเช่นทุกวัน

//คุณลีทงเฮคะ มีแขกมาขอพบค่ะ//

“ใคร?”

//เอ่อ....// ฝ่ายนั้นดูอึกอักจนทงเฮชักหงุดหงิดตามจึงตอบส่งๆโดยการอนุญาตให้เข้ามา

เขาเผลอสบตากับฮยอกแจตอนที่หันหน้ากลับมาเพื่อมองเลยไปยังประตูห้อง พอได้รับคำถามจากสายตาของเพื่อน ทงเฮก็ยักไหล่แล้วส่ายหัวก่อนจะเอื้อมมือไปปิดแฟ้มตรงหน้า พลันเสียงลูกบิดจากหน้าห้องก็ดังขึ้นพอดี

ฮยอกแจเป็นคนแรกที่หันหลังกลับไป และในทันทีที่เห็นหน้าค่าตาของ ‘แขก’ คนนั้น ดวงตาเล็กๆก็มีอันต้องเบิกโพลง

 

เช่นเดียวกับทงเฮ..

 

 

“มาทำไม!!?”

ทงเฮเผลอผุดลุกขึ้นแล้วตวาดคำถามเสียดังลั่น เช้าที่สดใสของทงเฮถูกทำลายลงตั้งแต่แว่บแรกที่เงยหน้าขึ้นและเจอกับ เชวซีวอน แล้ว!

คนที่ทงเฮสะอิดสะเอียนเพียงเห็นเสี้ยวหน้ากลับยิ้มกว้างพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาเรื่อยๆ

“คนคุ้นเคยอย่างเรา จำเป็นจะต้องมีธุระเวลามาหากันด้วยงั้นหรือ?”

ทงเฮกลืนน้ำลายลงคอ และกับภายในห้องซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ การกระทำอย่างนั้นของเขาจึงกลายเป็นสิ่งเดียวที่คนทั้งห้องรับรู้ ลีทงเฮฝืนกดยิ้มที่มุมปากอย่างยากเย็น ในขณะที่ลีฮยอกแจเกร็งไปทั้งร่าง ฮยอกแจกำลังเฝ้าภาวนาอยู่ในใจว่าอย่าให้เพื่อนสนิทของเขาคิดทำอะไรวู่วามเลย

“หึ..” ร่างบางพ่นลมหายใจ ก่อนจะสาวเท้าอย่างเงียบกริบเข้าหาศัตรูหมายเลขหนึ่ง

“ทงเฮ.....”

“ฮยอกแจ นายออกไปก่อน” ทงเฮตัดบทโดยการไล่ฮยอกแจออกไปจากห้อง ฝ่ายนั้นดูจะมีสีหน้าที่แย่มากกว่าเดิมหลายสิบเท่า พยายามเลียนแบบนิสัยดื้อด้านมาจากคนออกปากไล่ จะขอทำตัวจุ้นจ้านอยู่ตรงนี้แต่สายตาคมดุที่ตวัดมองมาทำให้ลีฮยอกแจจำต้องถอนหายใจแล้วฝืนเดินออกจากห้องทั้งที่ไม่เต็มใจเลยสักนิด


และเมื่อสิ้นเสียงขอบประตูไม้โอ๊ค กำแพงทั้งสี่ด้านจึงได้ทำหน้าที่ล้อมกรอบบุคคลทั้งสองคนเอาไว้ตามลำพัง


“เชวซีวอน..” ทงเฮอยากตัดลิ้นตัวเองทุกครั้งที่เอ่ยชื่อๆนั้นออกไป แต่มันก็ไม่มีทางเลือก

“แหม เรียกเสียเต็มยศเชียว เราก็ออกจะสนิทสนมคุ้นเคยกัน เรียกซีวอนอย่างเมื่อก่อนก็ได้นี่” คนที่ตัวเล็กกว่าเสียเปรียบในทุกด้าน เพียงแค่ซีวอนก้าวเท้าเข้าใกล้เพียงนิด ทงเฮก็หมดหนทางหลีกลี้ไม่ว่าจะเป็นทางใด

..เขากำลังยืนคร่อมลีทงเฮทั้งตัว..

“ไปให้ห่างๆฉัน!”

“ไม่ได้เจอกันแค่ปีกว่า ถึงกับรังเกียจกันขนาดนี้เลยหรือ?” ริมฝีปากหยักสวยเคลื่อนเข้าหาจนชิดปลายจมูกแท่งเล็ก ทงเฮพยายามเบือนหน้าหนีแต่ดูจะเป็นการเปิดทางให้มันเข้ารุกรานใบหูได้ง่ายกว่าเก่า

“ไม่ชอบเหรอ? ทีเมื่อก่อนยังร้องหาอยู่เลย”

“เอาตัวโสโครกๆของแกออกไปให้ห่างๆฉันนะ!!!”

“หึ..ผมก็คิดว่าอยากจะอยู่ด้วยกันสองต่อสองเสียอีก เห็นไล่เพื่อนสนิทซะตะเพิดขนาดนั้น” ฝ่ามือหนาเลื่อนจากขอบโต๊ะกระจกมาสัมผัสกับแนวเอวบางจนทงเฮกระตุก

“ปล่อยฉันนะ!!”

“อยากให้ปล่อยจริงๆงั้นเหรอ?” ซีวอนใช้เข่ากดกับขอบโต๊ะก่อนจะดุนดันเพื่อแยกหว่างขาเรียวให้อ้าออก พอทงเฮยกมือเตรียมจะผลัก เขาก็ใช้มือหนารวบมันเอาไว้อย่างแน่นหนา และรอจังหวะเหมาะเจาะเพื่อจู่โจม

“ตะโกนให้ดังๆเลยนะ เอาให้ได้ยินกันทั้งบริษัทเลยก็ได้”

“แกต้องการอะไร อ้ะ!~” คนตัวสูงงับซี่ฟันคมเข้ากับต้นคอขาวเนียน พลางซุกไซ้ปลายจมูกจนจมผิวเนื้อนุ่ม เรียกเอาเสียงครวญครางแผ่วๆจากร่างเล็กได้อย่างง่ายดาย ซีวอนรู้จุดอ่อนของคนในวงแขนดีกว่าใคร เพียงแค่เป่ารดลมหายใจร้อนระอุ กับการเคลื่อนไหวของข้อนิ้วตามแนวสัดส่วน ลีทงเฮก็ไปไม่รอด..


“ปล่อย.....”

ทั้งที่ทงเฮพยายามต่อต้านมันแล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้รับสัมผัสหวาบหวาม ไม่ว่าเป็นส่วนไหนของร่างกายก็ดูจะตอบรับได้ดีไปเสียหมด เขากำลังจะแพ้ใจตัวเองใช่มั๊ย?

ทุกครั้งที่ซีวอนใช้ลิ้นชื้นคลอเคลียตามแนวซอกคอ ทุกครั้งที่ฝ่ามือร้อนลากไล้ไปตามแผ่นหลังและหน้าอกผ่านเนื้อผ้าเบาบาง ภาพเมื่อวันเก่าๆมันก็จะไหลย้อนกลับมาราวสายน้ำ

ทงเฮกำหมัดทุบพลั่กลงกับไหล่กว้าง แต่มันกลับเป็นได้แค่แรงมดกัดสำหรับซีวอนเมื่อตัวเขาเองไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ท่อนขามันอ่อนปวกเปียกราวขี้ผึ้งโดนไฟลน จากที่จะขัดขืนกลายเป็นว่าร่างกายของเขาดันทรยศด้วยการแอ่นรับ


ลีทงเฮขยะแขยงตัวเองเป็นที่สุด!!


“อยากรู้หรือว่าต้องการอะไร?”

ซีวอนถามเสียงผะแผ่วกระทบปลายติ่งหู ทั้งที่มือทั้งสองยังไม่หยุดกระตุ้นแรงอารมณ์ด้วยการเค้นคลึงสะโพกและหัวเข่าที่มันพยายามดุนดันไปที่ส่วนกลางลำตัว

“ปะ....ปล่อย..ปล่อยฉัน~”

 

“ที่ฉันมาที่นี่ เพราะว่าฉันคิดถึงนาย และฉันก็มาทำให้นายคิดถึงฉันด้วย ทงเฮอา..”

 

หึ..


การกระทำทุกอย่างหยุดชะงักในทันทีที่ประโยคทุเรศๆนั้นจบลง ซีวอนปล่อยให้ทงเฮอ่อนยวบยาบอยู่ตรงนั้นและเดินจากไปอย่างไม่ไยดี

โดยไม่ลืมที่จะทิ้งเสียงหัวเราะในลำคอไว้เล่นงานหัวใจอันอ่อนแอของลีทงเฮให้เจ็บซ้ำ..เจ็บจนเจียนตาย

 

 

:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 

 

นานๆทีจะมีวันหยุดครั้ง โจคยูฮยอนเป็นหนึ่งในพวกคนทำงานที่โหยหาวันพักผ่อนมาตลอดทั้งเดือน พอมีโอกาสดีๆแบบนี้เขาจึงไม่รอช้าที่จะร่อนไปหาซื้อของสดกะจะเอาไปขู่บังคับให้ไอ้เพื่อนรักมันจัดปาร์ตี้ให้เสียหน่อย

อยากจะเก็บเกี่ยวเอาบรรยากาศสบายๆในวันหยุดให้ได้มากที่สุด อีกอย่าง..ถ้าวันนี้เขาไม่ได้เจอหน้าน้องชายที่น่ารักของไอ้เพื่อนยากแล้วล่ะก็..โจคยูฮยอนอาจคลั่งตายไปเลยก็ได้

ว่าแล้วก็หอบหิ้วสัมภาระอาหารมื้อเย็นกระโดดโหยงๆตรงดิ่งไปที่บ้านพักของคิมคิบอมด้วยอารมณ์ลั่นล้าเบิกบานใจ


“โย่ว คิมคิบอม เพื่อนรักมึงมาหาโว้ย!!”

ปึง!

โจคยูฮยอนเป็นพวกไม่รับประทานหนังสือผู้ดีเป็นอาหารหลักอยู่แล้ว ตะโกนลั่นบ้านนั่นยังน้อยไป ระดับเขามันต้องถือวิสาสะผลักประตูเข้าไปด้วย แต่ด้วยกามเทพน้อยองค์ไหนหรือแม่มดตนใดก็มิอาจรู้ได้ที่มาดลบันดาลให้ร่างสูงๆของเขาลอยละลิ่วไปทับเอาร่างอวบๆที่บังเอิญว่ากำลังจะเปิดประตูอยู่พอดี

นั่นแหละ..มันเลยก่อเกิดเป็นภาพฮอตชอทฮิตตามละครหลังข่าว ที่มีโจคยูฮยอนเป็นพระเอกและมีซองมินเป็นนางเอก!


“ไอ้บ้า!! ลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!!”

“โอ๊ะ..ลุกไม่ขึ้นอ่ะ” ข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มพื้นไม่ใช่สิ่งที่คยูฮยอนสนใจแล้ว ตอนนี้ร่างข้างใต้น่าสนกว่าเยอะ ไอ้แค่จะลุกขึ้นแล้วขอโทษขอโพยมันไม่ใช่เรื่องยากหรอกน่า..แต่ไอ้ที่จะตัดอกตัดใจผละออกจากตัวนิ่มๆเนี่ยแหละ เรื่องยากของแท้!

“ฉันบอกให้ลุกขึ้นงัย ลุกออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!!”

“ก็บอกแล้วงัย ว่ามันลุกไม่ขึ้น สงสัยว่าขาฉัน..ขาฉันมันต้องแพลงแน่ๆเลย”

“คิดว่าคนอย่างฉันรู้ไม่ทันนายรึงัย หา?!! นายมันเสแสร้ง เสแสร้งที่สุดเลย ลุกงัยล่ะ ถ้าไม่ลุกฉันฟ้องพี่คิบอมแน่!!”

คยูฮยอนหลุดหัวเราะให้กับหน้าตาเอาเรื่องของซองมิน ตอนนี้ลูกกะตาของคนตัวเล็กโตเท่าลูกบอลแล้ว ไม่รู้ว่ามันจะถลนออกมารึเปล่า?

“อา...แต่ว่าฉัน..ฉันเจ็บจริงๆนะ”

“พี่คิบอม!! ช่วยเค้าด้วย พี่คิบอม ไอ้บ้าหื่นกามมันแกล้งซองมิน!!”

“เฮ้ย! เธอว่าฉันว่ายังงัยนะ บ้าหื่นกามงั้นเหรอ!!”

“ใช่ นายมันบ้า แล้วก็หื่นกาม อ้อ..แล้วก็ยังกวนตีนด้วย ไม่สินายยังปากหมา ไม่มีมารยาท นิสัยก็ไม่ดี..” ซองมินตะโกนด่าใส่ไอ้หน้าหล่อไม่ยั้ง มาชะงักเอาได้ก็ตอนที่คยูฮยอนดึงข้อมือเอาไปกำไว้จนแน่น “ง๊า!! นายจะทำอะไรฉัน!!!”

“เมื่อกี๊ว่าฉันว่ายังงัยบ้างนะ?”

“ไม่รู้ ฉันด่าจบไปหมดแล้ว แต่นายต้องปล่อยฉัน ไม่งั้นฉันจะฟ้องพี่คิบอม แล้วถ้าเกิดว่านายทำอะไรฉันขึ้นมา พี่คิบอมเอานายตายแน่!” ซองมินหลับตาปี๋ เขาแทบจะกลั้นหายใจไปพร้อมๆกันเมื่ออีกฝ่ายขยับหน้าเข้ามาใกล้จนเข้าสู่เขตอันตราย

เจ้าของร่างขาวเม้มปากจนเป็นขีดเดียว ซองมินไม่กล้าขยับตัว เลยต้องกลายเป็นก้อนหินไปชั่วขณะ และแล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อเสียงหัวเราะก๊ากของโจคยูฮยอนดังขึ้น

“เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรน่ะ ฮ่าๆ คิดว่าฉันพิศวาสเธอรึงัย ฮ่าๆ ฮ่าๆ..!!”

“ไอ้บ้า นายมัน..นายมันเลวที่สุดเลย” ซองมินถีบตัวเองออกมาจากวงกบตัวโตได้ในวินาทีถัดมา ส่วนคยูฮยอนก็หัวเราะจนท้องขดท้องแข็งไปแล้ว

“หัวเราะอะไรเล่า”

“ก็มันตลกนี่ จะไม่ให้หัวเราะได้ยังงัย ฮ่าๆ!!”

“งั้นก็หัวเราะ หัวเราะให้ขาดใจตายไปเลย” ลูกกะตาของซองมินช่างว่องไวนัก เขาเหลือบไปเห็นหัวหอมใหญ่ที่กลิ้งออกมาจากถุงพลาสติกที่คยูฮยอนถือเข้ามาพอดี หัวของซองมินสว่างวาบเป็นหลอดไฟถูกกดสวิชส์ ไม่รอช้า ซองมินวิ่งพรวดพราดไปคว้ามันขึ้นมาแล้วก็จับยัดปากกว้างๆที่กำลังหัวเราะร่าของคยูฮยอนในทันทีทันใด


อุ๊บ!!

 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!

 

-หัวเราะทีหลังดังกว่า- ซองมินเชื่อสุภาษิตนี้ด้วยหัวใจ

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


“เล่นกันเป็นเด็กไปได้”

คนถูกดุพร้อมใจกันทำหน้าแปลกประหลาดใส่กันเป็นพัลวัน คยูฮยอนแลบลิ้น ซองมินก็ไม่ยอมแพ้ด้วยการปลิ้นตากลับไปให้ คนนอกอย่างคิมคิบอมเลยทำได้แค่ถอนใจออกมาเบาๆแล้วก็ก้มหน้าก้มตาตระเตรียมพื้นที่สำหรับปาร์ตี้เล็กๆในค่ำคืนนี้ต่อไป

“เฮ้ย ไอ้คิบอม บ้านมึงไม่มีเบียร์เหรอวะ?” เสียงโหวกเหวกดังมาจากในครัวที่อยู่ใกล้ๆ คิบอมหันไปก็เห็นคยูฮยอนยืนทำหัวยุ่งอยู่หน้าตู้เย็นที่มันเก่าจนไม่บ่งบอกสีว่าจริงๆแล้วมันเป็นสีขาวหรือสีเหลืองกันแน่

“กูว่าจะออกไปซื้ออยู่พอดี” คิดได้อย่างนั้น ประจวบเหมาะกับที่เตาบาร์บีคิวก็ติดไฟเรียบร้อยพอดี เขาจึงถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินไปหยิบเงินเพื่อจะออกไปหาซื้อเครื่องดื่มที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ “แต่กูไม่แดกเบียร์นะ”

“อ้าว ไอ้เหี้ย ไม่แดกเบียร์แล้วมันจะสนุกเหรอวะ?”

“กูอืดท้อง หรือว่ามึงอยาก”

คยูฮยอนปัดมือส่งๆ “เออๆ มึงไม่กินแล้วกูจะบ้ากินคนเดียวยังงัยวะ?”

 


คิบอมปฏิเสธซองมินที่จะขอติดสอยห้อยตามไปด้วยโดยอ้างเหตุผลว่าซองมินต้องดูแลอาหารการกิน เพราะขืนปล่อยให้คยูฮยอนอยู่คนเดียวล่ะก็ ปาร์ตี้คืนนี้อาจจะได้กลายเป็นเหตุอัคคีภัย..ไว้ใจหมอนั่นไม่ได้หรอก เรื่องทำครัวน่ะ

 

 

อากาศคืนนี้ไม่ร้อนจนเกินไป ซ้ำยังมีลมอุ่นๆในฤดูร้อนพัดผ่านให้ได้สบายเนื้อสบายตัว คิบอมจึงสวมแค่เสื้อกล้ามสีเข้มเดินตะลอนออกมานอกบ้านได้

เสียงเมโลดี้ร้องทักทายตั้งแต่ก้าวแรกที่รองเท้าผ้าใบของเขากระทบพื้นของทางร้าน แสงไฟสว่างจ้าทำให้ตาที่ชินกับแสงสลัวๆมาตลอดทางหรี่ลงเล็กน้อย คิบอมตรงไปยังแผนกเครื่องดื่มหลังจากปรับสายตาได้แล้ว กวาดสายตามองหาน้ำผลไม้ของโปรดซองมินไม่นานก็เจอ

 


คิบอมคงจะได้คว้าน้ำผลไม้กระป๋องมาได้เร็วขึ้น ถ้าหากไม่มีคนข้างๆมาดึงความสนใจของเขาไปก่อน

 

ร่างแบบบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนๆกับกางเกงสแล็กสีดำสนิททว่ามันกลับไม่ได้อยู่ในสภาพเรียบร้อยนัก รูปหน้าที่น่ามองนั้นเกือบจะถูกลบเลือนไปด้วยความอิดโรย ริมฝีปากซีดเผือดไม่ได้เป็นสีแดงฉ่ำเหมือนวันที่เขาได้ลิ้มลอง ดวงตาที่เคยยั่วเย้ากลับล่องลอยไร้ความสุข


ลีทงเฮในวันนี้ ไม่เหมือนวันก่อนๆที่เขาเคยพบเห็น..เหมือนเป็นคนละคน

แต่คิบอมก็จำได้..ไม่มีวันลืม

 

ร่างบางกวาดเอาเบียร์กระป๋องยี่ห้อดังมาไว้เต็มอ้อมแขนจนคนมองยังตกใจกับจำนวนที่มากเกินกว่าที่คนตัวเล็กๆอย่างเขาจะมาสามารถดื่มมันเข้าไปได้ในคืนเดียวโดยไม่มีใครเป็นห่วงสุขภาพ


ทงเฮเดินโซเซไปที่เค้าน์เตอร์แคชเชียร์โดยมีคิบอมซึ่งหอบเอาน้ำผลไม้เต็มมือเดินตามไปด้วย คิบอมก้มหน้าต่ำเมื่อรู้สึกว่าคนตัวเล็กจะรู้สึกตัว แต่แล้วก็ต้องเงยหน้ากึกเมื่อลีทงเฮเกิดเปลี่ยนใจกวาดเอาเบียร์ที่ตนหอบมากลับไปวางในที่ของมันแล้วคว้าเอาน้ำผลไม้กระป๋องกลับมาแทน


คิดอะไรของเค้า?

 

ยังไม่ทันที่คิบอมจะได้คิดหาคำตอบให้กับพฤติกรรมแปลกๆนั้น ทงเฮก็ดึงกระป๋องน้ำผลไม้มาจากมือพนักงานขายแล้วหอบเอากระป๋องที่เหลือไปเก็บไว้ที่เก่า เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นเบียร์กระป๋องเหมือนเดิม

 

 

 

เสียงโมเลดี้ที่ส่งเสียงบอกลาเขาคือเสียงเดิมกับตอนขาเข้า คิบอมนำพาร่างกายตัวเองออกมารับลมอุ่นอีกครั้ง ทว่าไม่ได้เดินกลับไปทางเก่า แผ่นหลังเล็กๆดึงดูดให้เขาเดิมตามไปโดยไร้ซึ่งเหตุผล หรือแม้มันจะมี..คิมคิบอมก็ไม่มีเวลามาหาคำตอบให้กับมัน

 

ความเงียบคือเพื่อนร่วมทางของคิบอม หลายครั้งที่ทงเฮหยุดเดิน และหลายครั้งที่คิบอมต้องหาที่หลบซ่อนให้กับตัวเอง แต่ทุกครั้ง..ลีทงเฮจะไม่ได้หันมามอง และคิบอมเองก็ไม่ได้พาตัวเองไปหลบยังที่ซ่อนที่มองหา ต่างคนต่างเดินไปแบบนี้ เรื่อยๆ...ไร้จุดหมาย

 

จนกระทั่งครั้งนี้ที่คนตัวเล็กคนนั้นหันหลังกลับมา แสงไฟสลัวจากเสาไฟข้างทางสะท้อนดวงตากลมโตให้วิบวับในสายตาของคิมคิบอม

เขาแทบลืมหายใจ เมื่อร่างเล็กเคลื่อนฝีเท้าเข้ามาใกล้ ใกล้จนกลิ่นโลชั่นจางๆจากผิวละเอียดลอยกระทบปลายจมูก ทงเฮช้อนดวงตาขึ้นสบกับคนตัวสูง


คิบอมจึงเห็น

ว่าแววตาคู่นั้นเศร้ากว่าที่คิดไว้เสียอีก...

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 

 

ตั้งแต่ยื่นถุงพลาสติกที่บรรจุเบียร์กระป๋องให้คิบอมถือและเดินนำทางมาทงเฮก็ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาอีกเลย จนกระทั่งตอนนี้ที่เขากำลังนั่งมองร่างบางดื่มเบียร์แบบลืมหายใจอยู่ข้างๆ ลีทงเฮก็ยังไม่คิดที่จะปริปากให้ลมอุ่นๆในฤดูร้อนได้เข้าไปทำความรู้จัก

คิบอมไม่แน่ใจว่าเจตนาที่แท้จริงของคนๆนี้คืออะไร แต่ในเมื่ออยากอยู่เงียบๆแบบนี้ มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้เขาต้องขัดใจอยู่แล้ว

 

อึก..

 

แต่บางทีความรู้สึกเป็นห่วงมันก็มีมากเกินไป..จนเก็บไว้ไม่อยู่


มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อนิ้วเล็กที่กำลังยกกระป๋องเบียร์แตะริมฝีปาก คิบอมรับรู้ถึงความขมที่ปลายลิ้นเมื่อเปลี่ยนทิศทางของมันให้ตรงดิ่งมายังปากของตัวเอง จนไม่เหลือน้ำเมาซักหยดให้ได้กรอกลงคอ เขาจึงละมันออกมาแล้วบังคับสายตาให้จับไปยังคนข้างๆ


ทงเฮไม่ได้โวยวาย ใบหน้าขาวไร้ชีวิตชีวาอันนั้นซุกซบลงกับหน้าขาที่เขาชันมันขึ้น ร่างบางนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น เงียบ..จนได้ยินแค่เสียงลมหายใจผะแผ่ว

 

เบา..จนแทบไม่ได้ยิน

 


“คุณ.....เป็นอะไรรึเปล่า?”

“........”

“มีเรื่องไม่สบายใจใช่มั๊ย?”

“........”

“เวลามีเรื่องทุกข์ใจ ถ้าได้ระบายมันออกมามันจะโล่งมากเลยนะครับ ไม่ลองดูล่ะ?” คิบอมพยายามยื่นข้อเสนอและปรับน้ำเสียงให้ดูกันเองและน่าไว้ใจที่สุด แต่ฝ่ายนั้นก็ยังไม่กระดิก

“.........”

“ร้องไห้ก็ได้….”

“ฉันร้องไห้กับนายได้เหรอ?”

ภาพท้องฟ้าที่มืดมิดหลุดออกไปจากกรอบสายตาทันทีที่เสียงเบาๆนั้นดังก้องในความเงียบ เขาหันไปหาคนข้างๆหวังจะได้เห็นใบหน้าให้รู้ว่ามันยังปกติดีหรือว่ากำลังบอบช้ำ แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อคนพูดยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

“ได้สิ”

คิบอมร้อนวาบไปทั้งร่างเมื่อความนุ่มนิ่มเคลื่อนเข้าเกาะกุมร่างกายโดยไม่ทันตั้งตัว ความชื้นที่สัมผัสได้ผ่านเนื้อผ้าตรงหน้าอกช่วยทำให้รู้ว่าทงเฮกำลังกอดเขาเพื่อร้องไห้

คิบอมค่อยๆวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบา และรวบอ้อมกอดนั้นให้กระชับขึ้น ความร้อนจากร่างเล็กทำให้ความเป็นห่วงคนในอ้อมกอดเพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว คิมคิบอมแนบแก้มของตัวเองชิดกับแก้มใสที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา มือหนาขยับเข้าตระกองกอดจนแนบแน่นทว่านุ่มนวล


ไม่มีสิ่งไหนในโลกที่เขาต้องการแล้ว


แค่มีคนๆนี้อยู่ในอ้อมกอด แค่นี้ก็เพียงพอ..เพียงพอสำหรับผู้ชายธรรมดาคนนึงที่ชื่อคิมคิบอมแล้ว

 

เขาปล่อยให้ความเงียบกับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นปลอบโยนทงเฮเนิ่นนาน การขยับตัวเพียงเล็กน้อยเรียกเอาความเป็นจริงให้กลับมาบรรจบกันในหัวของคิบอม ร่างเล็กผละออกไปแล้ว แต่มือยังไม่สามารถละออกจากต้นแขนเล็กๆนั่นได้เลย


“ดีขึ้นแล้วใช่มั๊ย?”
“จูบฉัน......ได้มั๊ย?”


ความอึ้งทะยานเข้าชนแสกหน้าคิมคิบอมอย่างจัง นัยน์ตาสีชาสะท้อนภาพใบหน้าของเขาจางๆเพราะแสงไฟที่ริบหรี่ ทงเฮกำลังขอให้เขาจูบ

ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง...ซึ่งเขาไม่มีวันรู้

 

“จูบ?”

เพราะคิบอมทำตัวงี่เง่าน่ารำคาญ ทงเฮจึงเป็นฝ่ายเกี่ยวคออีกฝ่ายให้โน้มเข้าหาตัวเอง และเริ่มประกบปากบรรเลงจุมพิตเร่าร้อนขึ้นก่อน ริมฝีปากนุ่มนิ่มกำลังบดขยี้และเบียดกระแซะเข้าหาอย่างรุนแรง ปลายลิ้นเล็กกำลังดื้อดึงเพื่อเอาชนะริมฝีปากหนา มันเป็นการจูบที่แสนจะเอาแต่ใจ จนเมื่อไม่ได้รับการสนองตอบ ร่างเล็กก็เป็นฝ่ายถอยห่างออกไปเอง


คิบอมจึงค่อยเอื้อมมือหนาเข้าประคองเรียวหน้าสวยนั้นเบาๆ ก่อนจะรั้งเข้าหาตัวแล้วกดจูบนุ่มลึกมอบกลับไป ทุกการเอื้อมแตะปลายลิ้นเล็กด้วยริมลิ้นหยาบของคิบอมเป็นการสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ทงเฮเคยพานพบ การดูดเม้มที่แสนจะนุ่มนวลนำพาให้ทงเฮปล่อยตัวปล่อยใจให้ตอบรับโดยสิ้นคำขัดขืน

ภายในหูของทงเฮมีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ ภายในจิตใจมีเพียงรสชาติของจุมพิตละมุนละไม โลกของทงเฮในตอนนี้มีเพียงคนสองคนที่เชื่อมเกี่ยวกันด้วยสัมพันธ์ทางกายที่ยากจะลืม

 

“ผม...ขอโทษ”

 

ทงเฮลี้สายตาไปทางอื่นซึ่งไร้ใบหน้าของชายแปลกหน้า เพียงไม่ถึงวินาทีที่ความรู้สึกเคยคุ้นล้อมรอบไปทั้งร่างกายมันเหมือนบางอย่างที่เคยสัมผัสมาก่อน บางอย่างที่ทำให้ทงเฮอุ่นใจเหมือนเจอของสำคัญที่หายไป

แต่ในทันทีที่ตระหนักได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นแค่ที่ไม่รู้จักกัน ลีทงเฮก็ผละหนีอย่างคนเพิ่งรู้สึกตัว


และตอนนั้นเองที่แสงสว่างสุดท้ายของค่ำคืนจะหลุดลอยออกไปไกล


“คุณ!!”

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 

 

“อา....ทำไมพี่คิบอมถึงไปนานจัง”

คยูฮยอนมู่ปากจนเท่าก้อนดินน้ำมันพลางเอาตะเกียบเคาะโต๊ะแบบคนที่อยู่ในอารมณ์เซ็งจิต ซองมินที่เพิ่งจะบ่นหาพี่ชายไปอยู่หมาดๆมองภาพนั้นก่อนที่อารมณ์หงุดหงิดจะเข้าครอบงำไปทั้งเนื้อทั้งตัว

“เลิกเคาะตะเกียบได้แล้ว ฉันรำคาญ”

“ก็คนมันหิวนี่!!”

“ฉันก็หิวเหมือนกัน”

“ก็แล้วทำไมเราไม่กินกันไปก่อนล่ะ ไอ้คิบอมมันอาจจะเจอคนรู้จักกลางทางแล้วก็คุยกันติดลมอยู่ก็ได้”

“แล้วทำไมไม่คิดว่าอาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดกับพี่คิบอมบ้างล่ะ?”

“เหอะ..ใครมันจะมาทำอะไรมัน ถ้าอย่างฉันค่อยว่าไปอย่าง คนหน้าตาดีมักมีภัยอยู่รอบตัว”

“แหวะ!!!”

ซองมินทำท่าล้วงคออ้วกแตกใส่ แล้วก็ตีหน้ามุ่ยจนคยูฮยอนยังไม่กล้ามอง คยูฮยอนมักจะเดาใจซองมินไม่ได้เสมอ โดยเฉพาะตอนนี้ที่พ่อน้องชายหน้าตาจิ้มลิ้มดันลุกพรวดพราดวิ่งออกจากบ้านโดยไม่บอกไม่กล่าว

 


“เฮ้! จะไปไหน?”

“เรื่องของฉัน”

“ไปหาพี่ชายล่ะสิ”

“ก็บอกว่ามันเรื่องของฉัน ยุ่งไรด้วยเล่า”

“พี่เธอก็เพื่อนฉัน”

“รู้แล้วก็ยังจะถาม” ซองมินเคาะส้นเท้าให้รองเท้าเข้าที่ก่อนจะติดเกียร์หมาวิ่งฉิวนำไปก่อน


“เฮ้ยๆ ดีๆ ล้มไปล่ะกลายเป็นหมูกลิ้งเลยนะ”

“ไอ้บ้า ปากหมาเอ๊ย!”

 


เกือบครึ่งค่อนของคืนที่เสียให้กับการตามหาพี่ชายสุดรักสุดหวงของซองมิน แต่คนที่เสียเหงื่อกับการตะลอนหาไม่ใช่คยูฮยอนแน่ๆ เขาแค่ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดเดินเตะก้อนหินตามซองมินก็เท่านั้น


“โทรหาสิ”

“เพิ่งคิดได้รึงัย เดินหากันเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง นายเพิ่งคิดได้เนี่ยนะ”

“เอ๊า! ก็ดีละกันล่ะน่าที่อุตส่าห์คิดได้ ไม่งั้นก็คงจะต้องตามหากันทั้งคืน” คยูฮยอนทำปากจู๋ไม่รู้ไม่ชี้ใส่จนซองมินแอบเบ๊ปากด้วยความหมันไส้

“พี่คิบอมเค้าปิดเครื่องเหอะ!”

 

ตั๊นหน้าเข้าให้แล้วก็จิ๊ปากอย่างสะใจก่อนจะปัดก้นหนี คยูฮยอนได้แค่มองตามแผ่นหลังแล้วก็มะเหงกกบาลผ่านอากาศไปที

“สาธุ ขอให้หาไม่เจอ ไอ้คิบอมก็ไม่ต้องกลับบ้าน จะได้จับปล้ำซะให้เข็ด”

 

 

 

ซองมินเคยคิดว่าความพยายามของคนเรามันมีจุดสิ้นสุดหรือเปล่า แล้วมันต้องถึงจุดไหนถึงจะยอมละเลิกง่ายๆ ตอนนี้ซองมินเข้าใจแล้ว..ว่าแค่เมื่อยขา เหงื่อชุ่ม แล้วก็ไร้วี่แวว มันก็สามารถทำลายความพยายามของคนเราได้เหมือนกัน

“เหนื่อยล่ะสิ” คำถามนี้มาพร้อมกับความเย็นเฉียบที่ปะทะข้างแก้ม คยูฮยอนยิ้มตามแบบฉบับดั้งเดิมของตัวเองในมือมีนมกระป๋องที่เคยเป็นของโปรดของซองมินสมัยอยู่มอต้น!

“ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ ซื้ออะไรมาให้ก็หัดคิดซะมั่งเซ่!”

“อ้าว? ก็ไม่รู้ เห็นติดพี่เหมือนลูกติดแม่ ก็นึกว่ายังเด็ก”

“ไอ้บ้า!!” ความเหนื่อยอันตรธานหายไปราวมีมนต์เสก คยูฮยอนหัวเราะขำกับท่าทีเด็กๆของคนที่เพิ่งจะตะโกนแง้วๆว่าตัวเองไม่ใช่เด็ก

“ขวางทาง!!” ทางก็มีตั้งกว้างแต่ซองมินก็ยังเลือกที่จะใช้เส้นทางที่ถูกปิดกั้นด้วยรูปร่างสูงๆของคยูฮยอนเพื่อเดินกระแทกไหล่ให้ไอ้คนตัวยาวมันขยาดว่า -ถ้าขืนลองดีกับซองมินอีก หัวไหล่หลุดแน่!-

 

 

ซองมินเดินลิ่วเข้าซูเปอร์มาเก็ตใกล้ๆเพื่อหาซื้อเครื่องดื่มแก้กระหายให้กับตัวเอง แต่จนแล้วจนรอด..ชะตากรรมของซองมินก็ยังไม่ขาดออกจากเพื่อนพี่ชายตัวดีไปได้เสียที

“โตแย่เลย ดื่มน้ำผลไม้...ว้าว น้ำฟักทองด้วย”

“ฉันจะกินน้ำอะไรแล้วมันหนักหัวนายรึงัย?”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร.........ฉันก็แค่..คุ้นๆเหมือนมีเด็กบางคนเถียงคอเป็นเอ็นว่าตัวเองไม่ใช่เด็ก แต่คงไม่ใช่หรอก ฉันคงเบลอๆน่ะ”

ซองมินวางน้ำผลไม้กล่องไว้ตามเดิมแล้วกระแทกประตูตู้แช่จนมันคลอน ดวงตากลมโตนั่นตวัดมองผ่านลำคอของคยูฮยอน ถ้าแววตาของซองมินมีลำแสงเลเซอร์ทะลุทะลวงออกมาด้วยล่ะก็..นายคอขาดแน่!

 

แล้วก็จะไม่มีโอกาสได้มายืนโปรยยิ้มกวนส้นให้ซองมินคันเท้าเล่นอย่างนี้หรอก!!!


เสียงเครื่องทำความเย็นดังหึ่งทันทีที่ประตูของตู้แช่ฝั่งเครื่องดื่มมึนเมาเปิดออก ซองมินกวาดสายตาไล่มองไปตามบรรจุภัณฑ์แปลกตาที่ไม่เคยพบเห็นแล้วก็เป็นต้องกลุ้มหนัก เกิดมาแค่ไวน์ซักหยด พั๊นซ์ซักแอะก็ไม่เคยแตะ แต่นี่ริอวดเก่งจะดื่มโชว์เค้าเนี่ยนะ?!


ซองมิน นายมันโง่..โง่ๆๆๆ!!

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 

 

ไม่รู้ว่าไปเปิดเวทีมวยกันตอนไหน..รู้แค่ว่า ตอนนี้ทั้งคู่กำลังนั่งประจันหน้าโดยมีเบียร์กระป๋องกับขวดไวน์แดงเป็นกรรมการ


ซองมินศิษย์คิมคิบอม ปะทะ โจคยูฮยอนโจ๋เรียกพี่ !!!

 

“เห็นว่าฉันมือใหม่แล้วคิดว่าฉันจะยอมแพ้ง่ายๆงั้นสิ” กำปั้นเล็กๆทุบป๊าบลงกับโต๊ะไม้ญี่ปุ่น ดวงตากลมวาวมุ่งมั่นใจฝ่ายตรงข้ามยังแอบเสียว..สันหลัง

“จะคอยดู”


จบประโยคสั้นๆ ศึกท้าดวลน้ำเมาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด

พร้อมๆกับที่อาหารมื้อเย็นก็พร่องไปตามเข็มนาฬิกา

 


ส่วน-ความเป็นห่วงพี่ชาย-นั้น มันหายไปจากสมองของซองมินผู้รักพี่ชายยิ่งชีพตั้งแต่ตอนไหน...อันนี้ซองมินเองก็ยังตอบไม่ได้เลย

 


:::::::::I’m fine thank you and you?:::::::::

 


ระยะทางที่ทอดยาวจากสวนสาธารณะถึงคอนโดมิเนียมหรูของลีทงเฮมันกินระยะไปกี่กิโลเมตร คิบอมก็ไม่สนใจ เพราะตลอดทางที่มีร่างเล็กซึ่งอ่อนปวกเปียกไร้สติอยู่บนแผ่นหลัง  อุณหภูมิความร้อน เสียงลมหายใจเบาๆ กับเสียงพึมพำจับใจความไม่ได้ มันคือสิ่งที่คิมคิบอมให้ความสนใจมากที่สุด


ก็จริงอยู่...ที่ช่วงเวลาของค่ำคืนนี้ไม่ได้ทำให้เขารับรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับร่างบางมากมายนัก

แต่ก็มีสิ่งๆหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเขาได้เรียนรู้ถึงบางอย่าง จากการที่ได้เป็นคนๆหนึ่งซึ่งได้อยู่เคียงข้างยามที่อีกฝ่ายไม่มีใคร


ให้รู้ว่าความรักกำลังเดินทางมาเปิดประตูหัวใจทักทายเขาแล้ว

 

 

“ทำไม.......”

“อย่าทิ้งผมไปเลย......”

“พ่อ.................”

 

 

คิบอมหันมองกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนที่ซุกซบอยู่บนบ่า อยากเอื้อมมือไปลูบเบาๆตามแนวเส้นผม แต่ก็ทำไม่ได้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้คือ ใช้หัวใจรับฟังปัญหาที่รุมเร้า และใช้ความเข้าใจเพื่อปลอบโยน

 

สิ่งก่อสร้างสูงระฟ้าถูกประดับประดาด้วยแสงไฟสีนวลดูอร่ามตาคือจุดมุ่งหมาย ชายหนุ่มเผลอทำใจหล่นวูบเพียงเห็นเงาร่างของใครบางคนกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา


“คุณใช่มั๊ยที่โทรหาผม แล้วนั่น....ทงเฮ...ทงเฮใช่มั๊ย?”

คิบอมค่อยๆโอนเรือนร่างอ่อนยวบนั้นให้กับเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของชื่อเบอร์โทรออกล่าสุดในโทรศัพท์มือถือของลีทงเฮ....ฮยอกแจ


“ทำไมสภาพมันถึงได้แย่อย่างนี้ล่ะ.........เอ่อ..แล้วก็......” ฮยอกแจนิ่งค้างไปเมื่อละสายตาจากเพื่อนสนิทมายังชายหนุ่มผู้หวังดีที่ไม่ลากเพื่อนเขาเข้าโรงแรมอย่างคนอื่นๆ

“ขอบคุณคุณมากนะครับ”

เพื่อนสนิทของทงเฮทิ้งสายตาคลางแคลงใจไว้ให้เขาจนคนทั้งคู่หายลับไปจากสายตา

 


คิมคิบอมพลิกตัวกลับสู่ถนนสายเดิม

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นและจบลงแล้ว นายอย่าคิดสานต่อให้ปวดใจไปเปล่าๆเลย
ริจะแตะต้องของสูง แต่หากต้องพลัดตกลงมา


วันนั้นนายจะเจ็บสาหัส


ตัดใจซะ....คิมคิบอม

 

 

 

 

TBC

กาเท่เร่ :: ฟู่วว~ ต่อฟิคจบไปอีกตอน และดูจะเป็นเรื่องที่ไม่มีคนร้องหาเลยเหอะ 55+

เอาล่ะ..งั้นน้ามจะแถลงไข ณ เอนทรี่นี้เลยนะ ว่าช่วงนี้น้ามจะอัพฟิคยาวเรื่องนี้เรื่องเดียว ส่วนฟิคสั้นที่ค้างๆไว้จะพยายามเข็นมาต่อให้ได้ในเร็ววัน แต่สำหรับ waltz in ที่หลายๆคนเรียกร้อง เรื่องนั้นน้ามขอพักจริงๆนะคะ อาจจะมาต่อเมื่อเรื่องนี้จบ หรือยังงัยนั้น น้ามก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่

เอาเป็นว่า น้ามอยากให้ติดตามเรื่องนี้ดู มันเป็นฟิคที่น้ามเต็มที่กับการเขียนมากๆ และถ้าเป็นไปได้จะพยายามมาต่อไม่ให้ขาดช่วงค่ะ

จริงๆคือน้ามอยากลงฟิคให้มันเป็นเรื่องเป็นราวน่ะค่ะ เพราะน้ามลงหลายเรื่องพร้อมกัน มันตีกัน คนอ่านก็งงตามไปด้วย

สุดท้าย ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่าน แล้วก็ถามไถ่ความเคลื่อนไหว รวมทั้งความเป็นห่วงเป็นใยจากทุกคนเลยนะคะ

รักทุกคนค่ะ ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

สงสารด๊องค่ะ

ด๊องต้องมีปมในใจอะไรสักอย่างแน่ๆที่ทำให้เป็นคนแบบนี้

แล้ววอน ทำไมกล้ายะ

ส่วนคยูมิน ปกติเราไม่อ่านแฮะ แต่เรามั่นใจว่าน้ามแต่งสนุกแน่ๆ ดังนั้นเราจะขอติดตามต่อไป cry


เริ่มเรื่องก็คิดถึงบอมเลยนะด๊องนะ ไหนว่าเด็กเสริฟชั้นต่ำไม่สนไง!! ฮะ!!
ไม่รู้ล่ะจิ

ตาชเวโผล่มาแต่เช้า อะไรเนี่ย มาให้คิดถึง หรือมาทำให้ด๊องช้ำฟระ โอ๊ย หงุดหงิด อะไรกันเนี่ย เซ็ง ๆๆๆๆๆ เกลียดฉ่อยเรื่องนี้มากเลย ไม่ชอบ!!!!!!

โอ้มายก๊อด!!!!!!!!!!!!! คิเฮทำไมน่ารักขนาดนี้ จูบได้ไหม..ไม่ๆๆๆ ได้ก็แปลก แหม ระทวยหมดแล้ว แค่ฟังด๊องพูดก็เขินแทนคิมคิบอมเลย 555+ บรรยากาศคู่นี้หวานแหวว น่ารัก เจือความเหงาเป็นเส้นใยบางๆ เชื่อมสองคนนี้ไว้ เหมือนด๊องเหงาๆๆๆๆ บอมก็ไม่มีใคร แถมยังเผลอใจให้อีก เฮ้อ บอม คิดหนักนะ จะรักก็ไม่กล้าล่ะสิ แย่...แต่ไม่สังเกตเหรอ ด๊องอาการหนักนะ จะกินเหล้าแล้วเป็นแบบนี้อีกเมื่อไหร่ไม่รู้ ถ้าคิบอมไม่มาเจอ แล้วจะเป็นยังไง ใครจะตอบได้หา!!! กลัวด๊องเป็นอันตราย กลัวชเวจะวางแผนร้าย กลัวๆๆๆ

ส่วนคยูมิน คู่นี้มีลุ้น ว่า เมื่อไหร่ถ้ามินเผลอใจล่ะก็ เสร็จกี้แน่ๆ
มินตั้งแง่รึเปล่า ดูไม่ค่อยชอบกี้เลยเนอะ แล้วมีการไปถ้าดื่มเหรอ แย่ๆๆ แพ้แน่ๆ
ส่วนกี้ก็ภาวนาให้คิบอมกลับมาช้าไปเหอะ คิบอมกลับไปทันแกปล้ำมินแน่ๆ 555+

อ๊ากก วอนฮยอกของพี่ง่ะ T^T
แอบมาบอกว่าอยากเห็นเค้าก็ดูได้ที่บล็อกนะคะ double wink

ปล. ระวังตกใจช็อคนะเคอะ sad smile
เเปะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...

ตบมือดังๆให้

จบ

55+

#4 By กวาง (210.203.186.85) on 2008-04-04 19:57

กี้คิดจะทำมิดีมิร้าย ซองมินใช่มั๊ย หลอกมอมเค้านะ

#5 By jinni (124.157.140.70) on 2008-04-04 22:13

ฟิคฟุดฟิด
ตามมาHBDฮยอกถึงที่คร้า~




cry
คุ้มค่ากะการรอคอยค่า

อย่าลืมมาอัพเรื่องใหม่ๆให้อ่านอกนะคะ รออยุ

ร้ากกกกกกกกกกก คิเฮ

รบกวนอีกอย่างค่ะ

พี่น้ามช่วยอัพเรื่อง walz in a major ด้วยคะ อยากอ่านจาตายอยุแร้น

สู้ๆ ค่ะ ปั่นฟิคมาให้อ่านเร็วๆนะคะ
จาเปนกำลังใจให้big smile

#7 By kyuhyun on 2008-04-05 01:56

ฮ่า!!!!!
อ่านจบซักที!!!
เล่นเอาเหนื่อยเลย โฮะๆๆ
ความจริงตื่นมาอ่านตั้งเเต่ 8 โมงเเล้วล่ะ
ไม่ได้ตื่นสายเหมือนใครบางคน ฮิๆ
เเต่ด้วยเหตุอันใดบางอย่าง
เเบบอุ่นข้าวที่มันบูดเเล้วกินอ่ะ (ทุเรศเน๊อะ)
ก้อเลยต้องออกไปซื้อข้าวข้างนอกมากินเเทน
เสียเวลามาจนถึงบัดนี้เเหละ
เอาเป็นว่าอ่านเเต่ไม่คอมเม้นนะ
ทีนี้ก้อหายงอนซักที
ไม่โทรหา ระวังคิดถึง!!!
เเบ่cry

#8 By กวาง (210.203.186.154) on 2008-04-05 10:49

นี่...

ว่างๆก้อไปอัพห้องนั่งเล่นบ้างดิ

เขาจาได้ไปโม้เเตกในนั้น

#9 By กวาง (210.203.186.154) on 2008-04-05 11:23

เรื่องนี้ดู ซีๆแปลกๆ
แต่ก็สนุกดีอ่าค่าconfused smile

จะตามอ่านเรื่อยๆเน้อ

#10 By ''신 소에 on 2008-04-05 12:12

มาอัพแล้ว :]
ชอบเรื่องนี้ๆ ๆๆ

ชอบทุกเรื่องเลยเหอะ!

ชอบความกวน_ของคยูอ่า
เห็นภาพเลย =="

รอให้คิเฮลงล็อคเร็วๆ ^^


อ่านแล้วจะเม้นให้ทุกครั้งนะพี่น้าม
ไม่ว่าเรื่องไหนๆ :))

#11 By CartoonZ (125.27.112.185) on 2008-04-05 16:39

ขออนุญาติเอาไปอ่านที่บ้านนะคับ นูน่า

พอดีว่าอยู่รานเน็ตอ่ะ แล้ววันนี้ก็ได้เข้ามา

วันแรกในรอบสัปดาห์ แล้วก็คงจะไม่ได้เข้ามาอีกนาน

.. เขียนต่อเร็วๆนะครับ อยากอ่าน จิงๆ..

อิอิ เอาไปอ่านที่บ้านน๊า.. ไม่ว่ากันนะครับ

* แต๊งกิ้ว ล่วงหน้าครับนูน่า

#12 By H i t a j i i n K on 2008-04-05 16:45




น้ามมมมมมมมมม ^^


บลูชอบเรื่องนี้ง่ะ .... จริง ๆ ชอบทุกเรื่องของน้าม >.<"


คิบอมเป็นคนดีมากอ่ะ อ๊ายย สะมีเค้าเป็นคนดี 55+



เบื่องหลังของทงเฮ มีอะไรกันแน่ง่ะ ??





มินจะรอดเงื้อมมือน้องโจม่ะหน่ะ ไปท้าดวลเค้าขนาดนั้น >.<"




จะรออ่านตอนต่อไปน๊า




น้ามสู้ ๆ confused smile


#13 By BLUE ♥ KIBUM on 2008-04-06 13:25

คิมคิบอม คนดีของหมึก -/////////////////////-

ให้ตายเหอะ -////-
เขิน กีีสสสสสสสสสส

ปล. - -* ไอ่คู่ที่จะแข่งกันหน่ะ ท่าทางจะโดนขัดแหง 5555+

ในเรื่องนี้แอบอยากได้คู่วอนยอก(ไม่รู้ทำไม) -/////-

#14 By *หมึกคึกคัก* on 2008-04-06 18:25

วันนี้วันเกิดชายชเวจ่ะ =w=

#15 By *หมึกคึกคัก* on 2008-04-07 02:31

วันเกิดชเว~ จริงๆ
อ่านจบเเล้ว

เหนื่อย

เเต่สนุก!!555+

***ครัยยังไม่ได่อ่านมายเฟิสคิสวิดคาสสโนว่าของไอ่กาเท่เร่ ก้อลองเข้าไปอ่านดูได้นะคะ สนุกมั่กๆ!!***

#17 By กวาง (210.203.186.20) on 2008-04-07 22:11

มาช้ายังดีกว่าไม่มา....นึกว่าจะมเม้นไม่ทันซะแล้ว
โฮกกก กะคิบอมเวอรนี้มากๆๆๆๆ อบอุ่นได้โล่

เจ้าชายชเวก็นะ...ร้ายเอาถ้วยเจรงๆ
รออ่านนะคะ

#18 By ||gold fish|| on 2008-04-07 22:17

เฮ้อ หายไปหลายวันคิดถึงฟิคกะคนแต่งจิงๆ

ตอนนี้ด้องน่าสงสารง่า วอนก็นะค่อนข้างเลว

โจวคยูฮยอนโจ๋เรียกพี่ ชอบคำนี้อ่าตลกดี

**ฟิคหนุกมากๆเลย มาอัพให้จบเร็วนะคะจาได้มาต่อ

คยูเฮ *-*

confused smile confused smile

#19 By natt (58.9.76.254) on 2008-04-08 09:10

น้ามหายไปนานแล้วนะจ๊ะ น้ามจ๋า!!!
อ่าๆๆๆๆ
ไม่ได้เขามาทักทายซ่ะนานเลย
งั้นเอาเปนว่าขันน้ำ ขันน้ำ
แบ่งปันความเย็นหน่อยน่ะคร้าบ...
สุขสันต์วันปีใหม่ไทยครับbig smile

#21 By Hannie & Heenim on 2008-04-13 12:19

ปืนฉีดน้ำ ซุ่มยิง!!!
อร๊างงงงงงงง
ไม่ด้ายอ่านฟิค แหะๆ แต่มาสาดดดดดดดด
(ช้าไปมั้ยยTT^TT) ไม่รู้ล่ะ

สาดดดดดด ปีใหม่ขอให้สสุขภาพแข็งแรงค่า
(หายเป็นอีสุกอีใสแล้วใช่ม๊า)ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปิ้วๆๆๆ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ

#23 By SMILE.K on 2008-04-16 14:34

คู่คิเฮมันดูปวดหัวใจนิ๊ดๆ+สงสารน่ะ

เอ็นดูนู๋ด๊องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

คิมคิบอมเป็นคนปลอบคงจะดีขึ้น ๆ ล่ะนะ

555+


กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

คยูมินน่ารัก !!

ชอบแนวนี้ของเร่ล่ะ

เคะเด็กๆ อะไรแบบนี้ 5555+

น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


คู้แกมั่นใจว่าแกหล่อหร๊อ???

เออ !! ไม่เถียงเฟร้ยยย !! -///-

#24 By [ coolguy ★ ก้อย ] on 2008-04-17 00:42

โฮกกกกกกกกกกกกก
ซีวอน !!
บ้านอยู่ไหน ?
จะไปวางบอม !!!!!!!!!!!!

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ก ก!!!!

T______________T!~

#25 By กล้วยศรี ♥ on 2008-04-18 01:16

อ้าวววววว
กระต่ายอ้วน
หับพี่โจ๋ของเราเดี้ยงไปแล้ว
ฮ่า ๆๆๆๆๆ
ไม่เป็นพี่ชายกะเพื่อนเลยใช่มั้ยเนี่ย
แต่ก้ดีแล้วบอมจะได้อยู่กับหมวยนาน ๆ อิอิ
แต่ว่าบอมนี่เป็นสุภาพบุรุษจิง ๆ sad smile

#26 By vanila (203.188.44.241) on 2008-04-21 13:20