[SF] Imperfect :KiHae:

posted on 30 Mar 2008 02:36 by katere  in SF-KiHae

เปลี่ยนธีมอีกแล้ว กด F5 ด้วยคับ! 

 

Imperfect :KiHae:

 

 

ความรักของคุณ...ขาดอะไรไปหรือเปล่า?

 


เช้าของผู้ชายที่ชื่อคิมคิบอมยังเหมือนเดิมทุกอย่าง นาฬิกาปลุกที่ปลุกเวลาเดิมและเสียงเมโลดี้เดิมๆที่ทำให้เขาหลุดออกจากห้วงนิทรา เพดานห้องยังคงเป็นสีน้ำตาลเข้มตัดขวางด้วยสีครีมเป็นทางยาว พื้นพรมสีกำมะหยี่ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้นไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีอื่นใด ทุกอย่างในเช้าวันใหม่ยังคงเหมือนวันที่ผ่านๆมา

ไม่มีอะไรแปลกไปให้ตื่นตาตื่นใจซักนิด

 

ใช่ มันอาจจะเป็นได้แค่วันธรรมดาเหมือนทุกวัน
หากเสียงริงโทนจะไม่ได้ดังก้องกังวานเป็นครั้งที่ 2 ของเดือน!

 

“ครับแม่” คิบอมรับโทรศัพท์ทั้งยังไม่มองเบอร์ที่ขึ้นโชว์บนหน้าจอด้วยซ้ำ ก็ถ้าไม่ใช่แม่ แล้วจะเป็นใครล่ะ?

//คิบอมลูก เห็นมีของส่งไปที่บ้านหรือยัง?//

“ส่งมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ” เขาตอบคำถามทว่าสายตากับจดจ้องไปที่เงาสะท้อนบนกระจก...โทรมชะมัด...

//มีสองกล่องใช่มั๊ยจ้ะ งั้น..คิบอมช่วยเอากล่องที่เป็นสีแดงไปให้คุณน้ามินจีให้แม่หน่อยนะ//

“คุณน้ามินจี?” ที่คิบอมรู้คือเจ้าของชื่อต้องเป็นหนึ่งในบรรดาเพื่อนฝูงสังคมระดับสูงของแม่แน่ๆ แต่ที่เขาไม่รู้ก็คือ คนๆนี้เป็นใครกันล่ะ?

//ห้องมินจีอยู่ชั้น 9 น่ะ หมายเลขเดียวกับห้องลูกนั่นแหละ//

“.....”

//บอกคุณน้าด้วย ว่าเป็นของฝากจากที่นี่ จริงๆเค้าฝากซื้อน่ะ แต่แหม..ไอ้เราจะเอาเงินเค้าก็น่าเกลียดแย่ ยังงัยคิบอมก็อย่ารับเงินมานะลูก//

คิบอมอือๆออๆกับแม่จนทางนั้นคงน้ำลายแห้งนั่นแหละถึงได้สำทับตบท้ายอีกทีก่อนจะวางสายไป คิบอมมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เพิ่งดับไปหมาดๆพลางส่ายหัวระคนระอาใจ

 

คิมคิบอมไม่ถอดแบบแม่มาเลยสักนิด เพราะนอกจากเขาจะไม่มีเพื่อนเยอะเท่าแม่แล้ว คิบอมยังเป็นคนที่พูดไม่เก่งเอาเสียเลย ซึ่งนั่นเลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเป็นพวกชอบปลีกวิเวกได้อย่างไม่สะเทือนต่อความเงียบ เช้าวันนี้เลยนับว่าเป็นวันมหัศจรรย์ในรอบเดือนที่เขาจะได้ไปเจอะเจอกับคนหน้าใหม่ๆนอกเหนือจากเพื่อนๆในเซก

 

 

หลังจากที่อาบน้ำด้วยครีมอาบน้ำกลิ่นเดิมๆ ใช้อาฟเตอร์เชฟยี่ห้อเดิมๆ แล้วก็สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกลีบแขนคมกริบตัวใหม่เพียงแค่ดีไซน์เดิมๆจนเสร็จเรียบร้อย เท้าของเขาก็ได้เข้าไปทักทายกับรองเท้าหนังมันวับคู่เดิมเพื่อเดินทางไปมหาวิทยาลัย

ไม่ใช่สิ..

วันนี้คิมคิบอมมีสถานที่ใหม่ที่ต้องไปด้วย

 

 

 

ภายในห้องกว้างโทนสีฟ้าพลอยเทอคอยส์ เสียงลมหายใจที่ผ่อนปรนอย่างสม่ำเสมอกำลังขับกล่อมเฟอร์นิเจอร์สไตล์เมทัล ส่วนเจ้าของห้องกำลังมีความสุขกับการได้แปลงกายเป็นนักดนตรีโอเปร่าอยู่บนเตียงสีเทา

((..PingPong..))


“โอโย้วโย๋วววว~”

เช้าวันใหม่ของลีทงเฮดูวุ่นวายได้ไม่ซ้ำแบบกัน วันนี้เขาห่อตัวเป็นซูชิ หล่นลงจากเตียงจนหัวได้ไปโหม่งกับพรม หลังจากที่วันก่อนเขาสะดุดเท้าตัวเองหน้าคว่ำจมโซฟา

“มาแล้วๆๆ โอย..มาทำไมกันแต่เช้าเนี่ย?”

เจ้าของร่างบางๆในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงบอลขาสั้นเดินตุปัดตุเป๋เพราะอาการมึนๆที่ยังเกาะกินซีกขวาของหน้าผาก เขาคงยังเรียกสติมาได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ไอ้ความระมัดระวังตัวมันก็เลยเหลืออยู่เพียงครึ่ง เมื่อทงเฮเลือกที่เปิดประตูออกไปโดยไม่ส่องตาแมว


“มาขายเครื่องกรองน้ำเรอะ?”

“อ่าๆ ไม่เอาหรอกๆ ฉันไม่มีตังค์อ่ะ” ทงเฮถามแต่ไม่ยักกะรอฟังคำตอบก็เตรียมจะกระแทกประตูแล้วเดินหนีเข้าห้อง แต่อีกฝ่ายเร็วพอที่จะคว้าแขนของเขาเอาไว้

“ผมไม่ใช่เซลล์แมน”

“อ้าว?” ลีทงเฮยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนๆของตัวเองจนดูเผินๆคล้ายรังนกไปแล้ว ทว่าหน้าตาท่าทางของเจ้าตัวก็ยังไม่มีคำว่ากระจ่างให้ผู้มาเยือนได้ประสบพบเห็นเสียที

“แม่ฉันฝากมาให้ เอ่อ..แม่ของนาย” คิบอมคาดการณ์เอาจากหน้าตากับผิวพรรณที่คงจะอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน พร้อมกับยื่นเจ้ากล่องสีแดงสดไปตรงหน้า แต่ดูเหมือนคนที่มีส่วนสูงน้อยกว่าซัก 7-8 เซนต์ฯดูจะยังไม่ไว้ใจ

“คงไม่เปิดมาแล้วเป็นผงยาพิษหรอกนะ!!”

“ไม่ไว้ใจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ”

อา..จะให้ไว้ใจกันได้ง่ายๆเมื่อไหร่ล่ะคนสมัยนี้น่ะ ดูหน้าไม่รู้ใจ ยิ่งเป็นพวกแต่งตัวดีๆเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วแบบนี้ ยิ่งไว้ใจไม่ได้

มีข่าวออกมาบ่อยๆว่าพวกแก๊งค์ 18 มงกุฎ มักจะใช้ความหน้าตาดีหลอกล่อเหยื่อ!!!!


“นายบอกว่า ของในกล่องนั้น แม่นายฝากมาให้แม่ฉันอย่างนั้นเหรอ?”

“อือ”

“แม่ไม่อยู่ด้วยอ่ะ..งั้น ให้ฉันโทรถามแม่ก่อน รออยู่ตรงนี้แหละ” ว่าแล้วก็วิ่งตึงๆเข้าห้องไปค้นมือถือที่เขาจำได้ลางๆว่ามันอยู่ในกระเป๋ากางเกงที่ใส่เมื่อวานนี้จากตระกร้าผ้าหน้าห้องน้ำ


พอหาเจอก็รีบต่อสายถึงแม่ทันที ถามไถ่พอได้ความว่าแม่ฝากซื้อของจากเพื่อนที่อยู่อเมริกาก็รู้สึกว่าความชาจะค่อยๆซึมซับเข้าสู่ผิวหน้า

แต่ทงเฮกลับปลอบใจตัวเองด้วยคำว่า ‘เอาเถอะ เพื่อความปลอดภัย’ !!

ก่อนจะเตรียมตัวหันหลังวิ่งไปรับของจากผู้ชายคนนั้น

 

เฮ้ยยยยย!!

 

“เฮ้ย! ฉันบอกให้นายรอข้างนอกไม่ใช่เหรอ?”

ทงเฮกระตุกเท้ากลับเมื่อตัวสูงๆของอีกฝ่ายอยู่ในระยะประชิดเพียงไม่ถึงครึ่งเมตร ไม่สิ..น้อยกว่านั้นอีก

ทว่าไอ้คนที่กำลังจะโดนข้อหาบุกรุกบ้านคนอื่นโดยเจตนากลับตีสีหน้าได้อย่างเรียบเฉย ทั้งยังเอ่ยออกมาสั้นๆเพียงว่า “อ่ะ”

เมื่อทงเฮยังคงไม่หลุดพ้นอาณาเขตของคำว่า อึ้งกิมกี่ เสียที คิมคิบอมจึงมองหาโต๊ะตัวใกล้ๆแล้ววางกล่องกระดาษเอาไว้บนนั้น ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่ทิ้งคำร่ำลา


“อะไรของเค้าวะ?!”


ทงเฮทิ้งคำตอบไว้ให้กับตัวเองแต่ไม่คิดจะหาคำตอบให้เสียเวลา เขาเกาหัวยุ่งอีกรอบเมื่อนึกขึ้นได้ว่า เวลานอนฝันหวานยามเช้าถูกทำลายไปหมดแล้ว ก่อนจะสลัดความหงุดหงิดนิดๆให้หลุดไปตามตัวขี้เกียจพลางคว้าผ้าขนหนูเดินตัวปลิวเข้าห้องน้ำ

 

 

ไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัยแคบลงหรืออย่างไร ที่วันนี้คิมคิบอมดันเหลือบไปเห็นว่า -ลูกของเพื่อนแม่- คนเมื่อเช้า เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เพียงแต่คนละคณะเท่านั้น

คิบอมเรียนสถาปัตย์ฯ

ส่วนเขาคนนั้นเรียนวิศวะ

จริงๆคิบอมก็เดาได้ตั้งแต่สภาพที่เห็นเมื่อเช้าแล้วล่ะ ทั้งการตกแต่งห้อง ทั้งท่าทางที่ออกจะสบายๆง่ายๆจนบางทีเขาก็รับไม่ค่อยได้ มันเป็นลักษณะของ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ อย่างกับโดนวางแบบแผนว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นไปเสียทุกคน

 

 

 

ฝนตกหนักในช่วงเย็นของวัน ซึ่งคิบอมไม่ได้คาดการณ์เอาไว้ เลยต้องมายืนรับละอองฝนอย่างเสียไม่ได้อยู่ที่ลานอเนกประสงค์ของคณะ เขาเดินวนไปเวียนมาคิดอะไรบางอย่าง จะเดินตากฝนมันก็กระไร แต่ไอ้ครั้นจะมารอให้ฝนหยุดตก คืนนี้คงไม่ถึงบ้าน เมื่อเหตุผลข้อหลังดูหนักแน่นกว่า คิมคิบอมจึงเลือกที่จะทำในสิ่งที่ไม่ปรารถนา


เดินตากฝน!!

 

 

ทงเฮเตะส่งเพื่อนตากฝนไปหลายคน

ทว่าโชคดีกลับเป็นของเขา เพราะไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาคิดเปลี่ยนกระเป๋าจากเป้ใบโปรดเป็นกระเป๋าสะพายของแม่ซึ่งมีร่มคันสีดำนอนแอ้งแม้งอยู่ วันนี้มันเลยได้ออกมาอวดโฉมท่ามกลางสายฝนโดยมีร่างเล็กอยู่ภายใต้

กำลังนึกเสียดายที่วันนี้ไม่ได้เตะบอลกับพรรคพวก อยู่ๆความคิดก็มีอันต้องแตกดังโป๊ะ


ปึ่ก!


“โอ๊ะ!”

ชนเค้าเสร็จก็รีบขอโทษขอโพย ทงเฮคิดว่าคงจะได้หูชาเพราะคำต่อว่าต่อขานของอีกฝ่ายแต่กลับไม่มี เขานึกสงสัยจึงเงยหน้าขึ้นดูคู่กรณี สภาพเปียกปอนของเขาทำให้ตาของทงเฮเบิกกว้าง

“ทำไมมายืนตากฝนอย่างนี้ล่ะ ไม่มีร่มเหรอ!!?”

 


คิบอมยิ้มขำที่อีกคนเขยิบตัวเข้ามาใกล้เพื่อจะกางร่มเผื่อแผ่มาให้เขา แต่ด้วยส่วนสูงที่ค่อนข้างจะห่างกันก็เลยดูเหมือนคิบอมก่อเรื่องลำบากให้กับอีกคนเข้าแล้วสิ

“ไม่เป็นไร”

“ได้งัย”

ทงเฮเถียง แล้วก็รีบถอดเป้ตัวเองออกมาค้นหาอะไรบางอย่างจนดูทุลักทุเล พอเริ่มรู้สึกว่ามีสองมือมันไม่พอ คนตัวเล็กก็แหงนเงยหน้าขึ้นมาจ้องคนตัวสูงที่ยืนทื่อคล้ายก่อนหิน

“ถือให้หน่อยดิ่”

“....”

“ฝากถือแป๊บ ฉันจะหาของ”

คิบอมมองตามคนในร่มคันเดียวกันที่มือก็หา –ของ- ที่ว่าให้วุ่น ปากก็คุยจ้อเสียงใส ที่เขาเองก็ไม่ได้จับใจความสำคัญ รู้แค่ว่า ผู้ชายตรงหน้าดูไม่เหมือนใครที่เขาเคยเจอะเจอ..

น่ารัก...น่ารักมั้ง


เขามองดูกิริยาการค้นเป้ตรงหน้าอย่างกับไม่เคยเห็นมาก่อน คนๆนี้มีแม่เหล็กฝังอยู่ในตัวหรืองัยนะ เขาถึงได้ละสายตาออกมาไม่ได้เสียที ทั้งริมฝีปากสีแดง แก้มใสตอนโดนละอองฝน เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่ตกระลงปรกหน้า ทุกอย่างมันดึงดูดให้คิมคิบอมไม่เป็นตัวของตัวเอง

จนกระทั่งคนตัวเล็กชูบางอย่างคล้ายพลาสติกสีส้มๆขึ้นมาตรงหน้านั่นแหละ ความคิดที่กำลังจะเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทางก็วิ่งกลับมารวมตัวกันเปลี่ยนเป็นคิ้วหนาที่ขมวดหนึบเป็นคำถาม

“เสื้อกันฝน”

ทงเฮแถลงไข ไม่ได้สนใจสีหน้างงงวยของอีกคนเท่าไหร่แต่กลับเพ่งความสนใจไปที่เสื้อกันฝนสีส้มแปร๊ดในมือว่ามันจะคลี่ออกจากกันได้หรือเปล่า?

“นายเอาเสื้อนี่ไปใส่ละกัน ส่วนคนเท่ห์ๆแบบฉัน..จะเดินกางร่มเอง เอามานี่” ยักคิ้วเจ้าเล่ห์ก่อนจะคว้าร่มสีเข้มมาจากมือร่างสูง ไม่ลืมที่จะยัดเสื้อพลาสติกสีส้มไม่เข้ากับความเข้มขรึมของคนคนรับใส่มือหนา

“เอ๊า ใส่ดิ่ ทำไมทำหน้างั้นน่ะ ใส่ไม่เป็นเหรอ?”

“......”

“รีบใส่ดิ่ จะได้รีบกลับ หนาว” บ่นว่าหนาวไม่พอ คนตัวเล็กยังทำท่าทางประกอบด้วยการเอามืออังปากแล้วเป่าลมอุ่นๆรดลงไปให้อีกฝ่ายรู้ว่า –หนาวแล้วๆ ช่วยสงสารกันหน่อย-

กลับกัน นั่นยิ่งทำให้คิบอมอมยิ้มกว้างกว่าเดิม ..เนี่ยเหรอ? ที่คนเท่ห์เค้าทำกัน..

 

คิบอมนึกขำล่วงหน้าไปกับสภาพตัวเอง แต่มันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ ในเมื่อตาใสๆนั้นยังจ้องมาที่เขาไม่วางตา

“ก๊าก!!”

นั่นงัย คิดผิดเมื่อไหร่เล่า!

ทงเฮเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอหัวเราะเสียงดังไปหน่อยเลยรีบตะปบปากตัวเองหมับ ก็จะไม่ให้ขำได้ยังงัย..คนหน้าเข้มๆ แก้มป่องๆ มาใส่ชุดกันฝนสีส้มคลุมหัว

เหมือนลูกชิ้นเด้งแถวร้านแนงมยอนเลยแฮะ

“หัวเราะอะไร?”

“เปล่าๆ” ปฏิเสธแต่เสียงกลับกลั้วหัวเราะ แต่ก่อนที่จะโดนอีกฝ่ายไล่ต้อน ทงเฮก็หาเรื่องเฉได้ทันเวลา “รีบกลับบ้านเหอะ”

“เอ้อ!! ยังไม่รู้ชื่อนายเลย ชื่อไรอ่ะ?” เอาแล้วงัย..ไอ้นิสัยเข้ากับคนง่ายของทงเฮมันกระโดดมาทักทายคิบอมเข้าให้แล้ว คนตัวสูงอมยิ้มกลับไป กำลังจะตอบคำถามแต่คนตัวเล็กก็เอะอะขึ้นมาเสียก่อน

“เฮ้ย..หน้านาย คุ้นๆอ่ะ เหมือนเห็นที่ไหนมาก่อน”

ทงเฮเอียงคอเอานิ้วเกาคาง ดูหน้าก็รู้ว่าคงกำลังใช้งานสมองอย่างหนัก “คุ้นจริงๆนะ” สำทับตัวเองแล้วก็ยืนเกาคางมันต่อไป

“อ้อ!! เซลล์แมนเมื่อเช้า!!”

พอเส้นสมองมันทำมุมพอดีรับคลื่นความถี่เข้าสู่รอยหยัก ทงเฮก็ร้องทักเสียงดังลั่นพร้อมชี้นิ้วมาตรงหน้า “อ้อ..ถ้างั้น นายก็ต้องเป็นลูกชายของเพื่อนของแม่ฉันสินะ”

“งั้นมั้ง”

“มั้งทำไมเล่า มันเรื่องจริง! อ้อ..ฉันชื่อทงเฮนะ ลีทงเฮ เออแต่เรียกทงเฮเฉยๆดีกว่า ดูกันเองๆดี ว่าแต่นายชื่อไรอ่ะ?”

“คิบอม คิมคิบอม”

“ชื่อเพราะอ่ะ...เออ แต่ว่า เมื่อเช้าน่ะ นายเหมือนเซลล์แมนโคตรๆ นี่ถ้าเกิดว่านายเข้ามาใกล้ฉันอีกนิดนะ ฉันคงได้โดนกลีบเสื้อนายบาดแหงมๆ...”

และแล้ว ระหว่างทางกลับบ้าน คิบอมก็ได้ยินเพียงเสียงของทงเฮเพียงคนเดียว คนตัวเล็กมีพรสวรรค์เรื่องชวนคุยในแบบที่ตัวเขาเองยังนึกอิจฉา เพราะตลอดทาง เรื่องที่เจ้าตัวขุดขึ้นมาคุยไม่มีซ้ำกันซักเรื่อง

และก่อนที่ทงเฮจะโบกมือลา เขายังทิ้งท้ายเอาไว้ว่า


“เจ็บคอจัง นายเจ็บคอเหมือนกันฉันป่ะ?”

 

 


จากคนที่ไม่รู้จักกัน ก็กลายเป็นคนคุ้นเคย ทุกเช้าคิบอมมักจะมายืนรอทงเฮที่ชั้นล่างสุดของคอนโดฯเพื่อไปมหาวิทยาลัยพร้อมกัน แรกๆทงเฮเกร็งจนขั้นเป็นเหน็บชาทุกครั้งที่ลงจากรถ เพราะสภาพความเรียบร้อยที่อาจารย์ระเบียบยังเรียกพี่ภายในแลนด์โรเวอร์ของคิบอมนั้นมันทำเอาทงเฮไม่กล้าหายใจออกแรงๆ กลัวว่าเศษฝุ่นละอองภายในโพรงจมูกจะล่องลอยไปขีดข่วนเอาของใช้ของคุณเจ้าของรถจนเป็นรอยเข้า

แต่หลังๆทงเฮก็เริ่มเป็นฝ่ายรื้อค้นรถของ-พ่อคิมระเบียบ- เสียเอง โดยอ้างเหตุผลซึ่งคิบอมไม่กล้าเถียงที่ว่า เรียบร้อยเกินไป ฝุ่นละอองมันชอบ!

 


“ทงเฮ”

ขาที่กำลังจะก้าวจำเป็นจะต้องวางลงที่เก่าแล้วหันกลับไป ทงเฮเห็นคิบอมลงจากรถแล้วเดินฉับๆมาทางเขา “มีอะไร?”

“เย็นนี้ ไปกินข้าวด้วยกันนะ”

คนโดนชวนจังๆถึงกับเลิกคิ้วสูง จนคิบอมต้องเอามือเช็ดกับกางเกงแสล็กของตัวเองเพื่อกำจัดเหงื่อเม็ดโตบนฝ่ามือ

“ไปกินข้าวงัย ไป..ได้มั๊ย?”

“ไข้ขึ้นหรือเปล่า?” อยู่ๆทงเฮก็เดินมาแปะหลังมือเข้ากับหน้าผากของคนตัวสูง ..ไอ้ที่ว่าไข้ขึ้น ก็ไข้ขึ้นเพราะการจู่โจมแบบไร้เดียงสานี่แหละ!..

“ล้อเล่นๆ เออๆ ไปก็ไป ไหนๆก็มีคนใจดีจะเลี้ยงข้าวแล้วนี่หว่า” ว่าแล้วก็ยิ้มโชว์เขี้ยวละลายใจผู้ชายตระกูลคิม แล้ววิ่งกึ่งกระโดดโบกไม้โบกมือพร้อมตะโกนว่า “เจอกันตอนเย็นนะ!!”

 

 

 


แลนด์โรเวอร์คันหรูจอดสนิทเยื้องกับร้านอาหารอิตาลีซึ่งทงเฮไม่คุ้นตา เขาพยายามมองหาซุ้มบุลโกกิ หรือแผงแนงมยอนใกล้ๆแต่กลับไม่มี ทงเฮหันขวับไปสะกิดแขนคิบอมที่กำลังจะผลักประตูรถ

“เฮ้ย จะไปกินร้านนั้นจริงดิ่?”

คนถูกถามเพียงแค่ตีสีหน้าเรียบเฉยกลับมา พอทงเฮดื้อไม่ยอมลง เขาก็เดินมาเปิดประตูรถให้พร้อมกับจูงแขนคนเอาแต่ใจให้เดินตามกันมา


ทงเฮเกร็งอีกแล้วครับงานนี้ เขารีบดึงหูฟังไอพอดที่กลายเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ออกจากหูแล้วก็รีบจัดแจงชายเสื้อจนมือแทบจะเป็นประวิง เสร็จแล้วก็เงยหน้าขึ้นส่งสายตาคาดโทษให้คิมคิบอมที่เอาแต่ทำแก้มป่องไม่สะทกสะท้าน

เมนูที่หลุดออกมาจากปากของคิมคิบอมมันแปลกใหม่จนคนช่างจดจำต้องเก็บกวาดเข้าสมองแทบไม่หวาดไม่ไหว

แต่งานหนักสุดกู่ของลีทงเฮคงจะหนีไม่พ้น -การกินสปาเก็ตตี้- ปกติทงเฮกินแต่รามยอนอยู่บ้านซดดังซวบซาบแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า แต่นี่ต้องมานั่งประดิดประดอยกว่าจะได้ยัดใส่ปาก น้ำลายก็แทบฟูมปากตาย!


“ค่อยๆกินก็ได้”

“ค่อยจนจะไม่ได้กินแล้ว!” คนตัวเล็กขู่รอดไรฟันจนคนฝั่งตรงข้ามหลุดหัวเราะ คิบอมวางส้อมในมือลงเปลี่ยนเป็นแบมือขอส้อมจากทงเฮซึ่งเขาก็ไม่ขัดขืน

คิมคิบอมตักเส้นสปาเก็ตตี้อย่างชำนาญก่อนจะยื่นมาจ่อปากคนตัวเล็ก

“กินสิ”

“แต๊งกิ้ว!!” ความฝันของคิบอมมลายลงไปตั้งแต่ตอนที่คนตรงหน้าดึงส้อมไปจากมือแล้วจับยัดเข้าปากตัวเองเคี้ยวหยับๆ ทงเฮฉีกยิ้มแฉ่งแล้วก็ยื่นส้อมให้คิบอมตักให้อีก

“อร่อยหว่ะ ให้นายตักให้เนี่ย ฮ่าๆ”

มื้อนี้ทงเฮอิ่มแปล้ แต่คิบอมเหนื่อยไปพอดูเลยล่ะ

 

 


สงสัยโชคร้ายจะไม่ได้มาเยือนคิบอมนานจนมันชักคิดถึง เพราะหลังจากที่เขาสั่งเชคบิลพร้อมกับยื่นเครดิตการ์ดไปให้บริกรหนุ่ม และรอจนบริกรคนเดิมเดินกลับมาที่โต๊ะ คิมคิบอมก็ถึงกับหน้าถอดสีเพียงเพราะประโยคสั้นๆที่ว่า “บัตรถูกระงับการใช้ชั่วคราวครับ”

คิ้วหนาๆขมวดมุ่นเข้าหากันก่อนจะค้นเอาบรรดาเครดิตการ์ดที่พกมาเต็มกระเป๋าเงินยื่นให้บริกรไปจนครบ แต่ผลที่ออกมาก็เป็นแบบเดียวกัน เมื่อบัตรทุกใบมีปัญหาเหมือนกันทั้งหมด

“เอ่อ....!” ทงเฮส่งเสียงกระแอมไอขึ้นมาพลางส่งยิ้มกว้าง

“คิบอม..นายไปรอข้างนอกละกันนะ เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง” คิบอมหน้าเสียจนแทบไม่กล้าสบตากับทงเฮเลยล่ะ เขามีสีหน้าไม่สบายใจนักแต่ทงเฮก็สร้างความมั่นใจให้กับเขาด้วยการพยักหน้าหงึกหงักทำตาเป็นประกาย

 

 

 


“คิบอม วิ่งงงงงงง!!!”


คิบอมที่กำลังคิดว่าทงเฮจะยอมรับเงินค่าอาหารที่เขาจะให้ทีหลังหรือไม่กลับต้องสะดุ้ง เมื่อเสียงห้าวๆดังมาจากข้างหลัง มันเร็วพอๆกับร่างเล็กในชุดเชิ้ตขาวที่วิ่งตัดหน้าเขาไป

เสียงเท้าอีกเกือบ 10 คู่ที่ดังตุ่บตั่บอยู่ข้างหลังช่วยทำให้คิบอมเข้าใจอะไรๆเร็วขึ้น เมื่อรู้ว่าทงเฮ-ชักดาบ-เข้าให้แล้ว แล้วไอ้คนที่โดนหางเลขจะนิ่งเฉยได้อย่างไรกัน


โกยกันเถอะครับบบบ!!!

 

 


ทั้งคู่วิ่งกันจนลืมเหนื่อย มาหยุดยืนหอบแฮ่กลิ้นห้อยกันอีกทีก็ไม่รู้ว่าวิ่งกันมาจนถึงที่ไหนแล้ว

“ฮ่าๆๆๆ!!” ทงเฮหัวเราะกลั้วเสียงหอบ ก่อนจะทิ้งก้นลงกองกับฟุตบาท “มันส์ป่ะ?”

คิบอมยืดตัวจนเต็มความสูง เท้าเอวมองอีกคนที่ใกล้ๆจะลงไปนอนกับพื้นร่อแร่ๆ “ไม่คิดว่าจะใช้วิธีนี้”

“ฉันก็ไม่คิดว่านายจะไม่พกเงินสดเหมือนกัน”

ทงเฮดีดตัวขึ้นเป็นท่าชันเข่า พลางร่นคิ้วเข้ากัน “แย่ชะมัด นี่ถ้าไม่เจอคนหัวไวอย่างฉันไม่ต้องล้างจานให้เค้าไปแล้วเหรอเนี่ย?”

“แต่ล้างจานก็ดีนะ ดูเป็นคนดี-ดี”

“จะบ้า!! โหยยยยย..อย่างนายเนี่ยนะจะกล้าไปล้างจาน โอ๊ยๆๆ เลิกคิดๆ” คนตัวเล็กเอามือปัดก้นจนฝุ่นคลุ้ง เขาเพิ่งจะมารู้สึกว่าตัวเองมันโหวงๆเพราะขาดหูฟังคู่ใจเลยควักเอามันขึ้นมาจากกระเป๋า

 

“ในสายตานาย...ฉัน...ดูเป็นคนยังงัยเหรอ?” คิบอมถามเพราะอยากรู้..เขาอยากรู้ว่าทงเฮคิดยังงัยกับเขา

“เพอร์เฟ็ค” คิบอมใจกระตุกวาบเพราะคำตอบที่ได้มันแทบไม่ต้องรอเลยด้วยซ้ำ

“อย่างนั้นเหรอ?”

“อือ..ทุกอย่างต้องเพอร์เฟ็คตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉันไม่เคยเห็นชายเสื้อของนายแล้วก็ไม่เคยเห็นถุงเท้าของนายด้วย” ปากตอบแต่สายตากลับจดจ้องไปที่หน้าจอไอพอดในมือ

พอเลือกเพลงได้ถูกใจแล้วก็เงยหน้าขึ้นยิ้มโชว์เขี้ยวให้คนตัวสูง “แต่วันนี้คงไม่เพอร์เฟ็คแล้วล่ะ...”


??

 

“ก็วันนี้นายต้องขึ้นรถไฟใต้ดินกลับคอนโดฯงัย!”

 

พูดจบก็ฉุดแขนคิบอมให้ออกวิ่งไปด้วยกัน แล้วบรรยากาศของวันแรกที่เจอกันก็หวนกลับมาอีกครั้ง

 

 

 


วันเสาร์ของสัปดาห์ วันนี้เป็นวันที่คิบอมเฝ้าฝันมาเป็นเดือนเลยล่ะ เหตุผลเหรอ?


ก็คนตัวเล็กๆในชุดเสื้อยืดสีแดงสดที่ยืนฟังเพลงอยู่ตรงน้ำพุนั่นงัยล่ะ!

 

“ทงเฮ!”

คนที่กำลังดูดน้ำจากแก้วพลาสติกในมือถึงกับสำลัก ทงเฮไม่ใช่คนขวัญอ่อนขี้ตกใจขนาดที่ว่าโดนทักนิดๆหน่อยๆก็สะดุ้ง แต่ไอ้ที่ทงเฮตกใจจนต้องทำตาโตเท่าลูกปิงปองเห็นจะเป็นไอ้เสื้อผ้าหน้าผมของคนทักนี่แหละ


คุณคิบอมครับ นี่คุณมั่นใจว่าจะมาเดินทงแดมุนไม่ใช่ไปงานราตรีสังสรรค์หรอกนะครับ!


เสื้อเชิ้ตลายทางกลีบคมกริบสีน้ำตาลเข้มกับกางเกงสแล็กสีดำขลับ ทงเฮคงจะไม่เครียดจัดไมเกรนจับได้เท่านี้หรอก หากว่าเขาจะไม่ได้สวมโค้ทหนังสีน้ำตาลไหม้ทับไปอีกชั้นด้วย!!

“คิบอม!!”

“หืม?”

ทงเฮถึงกับต้องพรูลมหายใจออกมาซึ่งๆหน้า เขาสำรวจเครื่องแต่งกายของคนตรงหน้าอีกครั้งแล้วก็มีอันต้องกุมขมับ

“แต่งแบบนี้ ไม่เดินด้วยจะผิดป่ะ?”

“เอ่อ....”

“เอางี้ ตามมา จะพาไปแปลงโฉม!”

 

 

 

ทงเฮทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตให้กลายเป็นเสื้อยืดสุดฮิพ เปลี่ยนกางเกงสแล็กกลีบโง้งเป็นยีนส์เท่ห์ๆ เขาพาคิบอมเข้าร้านเสื้อสไตล์เก๋ๆเจ้าประจำ ให้เจ้าของร้านที่คุ้นเคยกันดี-ดีไซน์เสื้อผ้าให้เข้ากับบุคลิกนิ่งขรึมของคิบอมนิดหน่อย

ทงเฮก็ได้มายืนชื่นชมลุคใหม่ของคิบอมด้วยความปลาบปลื้มแล้ว!

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

“แบบนี้แหละ โคตรเท่ห์เลย!!”

 

 

 

ดูเหมือนหลังจากนั้นทงเฮจะได้เที่ยวอย่างมีความสุข แต่เปล่าเลย พ่อคุณชายเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วเค้าเกิดเป็นผดเพราะเสื้อราคาถูกขึ้นมา เล่นเอาทงเฮไม่เป็นอันเดิน เขาแวะซื้อยาทาแก้แพ้ที่ร้านขายยาใกล้ๆกับคอนโดฯ แล้วก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการอาสาจะทายาให้ทั้งที่คิมคิบอมพยายามปฏิเสธทุกวิถีทาง


ใช่เรื่องง่ายๆเมื่อไหร่กัน ที่ต้องมาอดทนอดกลั้นกับความเขินเวลาที่นิ้วนุ่มๆเกลี่ยยาให้ซึมไปกับผิว


แค่คิดคิบอมก็แทบบ้าแล้ว!!

 


“นั่งนิ่งๆดิ่” ไม่ใช่แค่เสียงแข็งที่เหมือนน้ำเสียงของแม่เวลาดุลูกเมื่อลูกมันซนนั่งไม่อยู่สุข ทงเฮยังทุบป๊าบเข้าให้ที่ต้นแขนเมื่อคิบอมทำท่าจะเบี่ยงมันหนี

คิบอมที่อยู่ในสภาพเปลือยอกก็เลยได้แต่นั่งนิ่งๆให้พยาบาลจำเป็นเค้าทายาให้ และทุกครั้งที่สัมผัสเบาๆลากผ่านผิวเนื้อเสียงหัวใจของเขาก็สะดุดตามไปทุกครั้ง

พระเจ้า..อย่าให้ทงเฮได้ยินมันเลย

 

“เป็นอะไร?”

“ป....เปล่า” เขาตอบได้แค่นั้นจริงๆ

“นายเนี่ยยอดคนไปเลยอ่ะ” อยู่ๆทงเฮก็ปล่อยเสียงดังขึ้นมาทำเอาอีกคนสะดุ้ง ไม่พอ..กับประโยคแปลกๆนั่น มันก็ไม่ได้ทำให้คนฟังเข้าใจอะไรเลย

“เกิดมายังไม่เคยเจอเลย คนที่ผดขึ้นเวลาใส่ของไม่มียี่ห้อเนี่ย นายเป็นคนแรกเลยรู้เปล่า?”

คิบอมพยายามเชื่อว่านั่นคือคำชม เขาฉีกยิ้มแห้งๆกลับไป

“ดูเหมือนทุกอย่างในชีวิตของนายจะต้องเพอร์เฟ็คทุกอย่างเลยเนอะ ดูสิ..แค่ใส่เสื้อยืด หืม..อีกอย่างของร้านนี้ฉันก็ใส่เป็นประจำ ยังแพ้ซะขนาดนี้ นี่ถ้าฉันพาไปนั่งซดราเมงข้างถนน นายไม่เป็นภูมิแพ้ไปเลยเหรอ?”


“.......”

“.......”

“ขอโทษนะ”

“เอ๋? ขอโทษ?” มือที่กำลังเกลี่ยเนื้อยาชะงักงัน คนตัวเล็กขยับตัวมานั่งท่าเป็ดอยู่ตรงหน้าของคิบอมแล้วทำหน้าสงสัยใส่ “ขอโทษทำไม?”

“นายคงอึดอัดเวลาที่อยู่กับฉันใช่มั๊ย?”

ทงเฮยิ้มบางก่อนถามกลับไป “ฉันมองนายว่าเป็นคนยังงัยนะ?”

คิบอมหยุดคิดเพียงนิดแต่ก็ตอบ “เพอร์เฟ็ค”

“อื้ม แล้วนายคิดว่าคำว่าเพอร์เฟ็คมันคืออะไรล่ะ?”

“เพียบพร้อม ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ขาดไม่เกิน......” มาถึงตรงนี้คิบอมกลับพูดมันต่อไปไม่ได้

จริงๆแล้วเขาไม่ได้เพอร์เฟ็คเลยซักนิด มันมีอะไรตั้งหลายอย่างที่ขาดหายไป บางอย่างที่คิบอมก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร

มันเหมือนช่องว่างที่รอการเติมเต็ม

 

“ชีวิตของคนเรามันไม่มีคำว่าเพอร์เฟ็คหรอก
มันอาจจะมีขาดหรือมีเกิน มีมากหรือมีน้อย ไม่มีใครกะเกณฑ์ได้

คำว่า พอดี ต่างหากที่เป็นตัวกำหนดว่ามันดีพอสำหรับเราหรือเปล่า....?”

 

ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบล่องลอยปะทนไปกับลมหายใจอุ่นๆอยู่นานโดยไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย


“แล้วความรักที่ฉันให้นายล่ะทงเฮ มันพอดีสำหรับนายรึยัง?”

 


เห?

 

 

 

 

 

 


ทงเฮไม่รู้หรอกว่ามันพอดีหรือยัง

เขารู้แค่ว่า..

เขาไม่ต้องเกร็งเวลาที่นั่งรถกับคิบอม

เขาไม่ต้องเผื่อเงินสดเวลาไปดินเนอร์ที่ร้านแนงมยอนข้างถนน

เขาไม่ต้องหาซื้อยาแก้แพ้มาทาให้คิบอม

แล้วเขาก็ไม่ต้องมาตอบคำถามคิบอมที่ว่า ‘นายคิดว่าฉันเป็นคนยังงัย’

 

เพราะคิบอมอาจไม่ใช่คนเพอร์เฟ็ค แต่คิบอมเพอร์เฟ็คที่สุดสำหรับคนที่ชื่อ ลีทงเฮ

 


The End

 

กาเท่เร่ :: มันเป็นฟิคแนวใหม่(รึเปล่า?) หวังว่าจะมีคนอ่านแล้วเข้าใจนะ

มันเหมือนกับเป็นการเล่นคำ แล้วก็หาคำตอบเอาจากในฟิค คือ..น้ามจะไม่ได้สรุปเอาไว้ตรงๆ เชื่อว่าคงมีหลายคนหาเจอนะคะ (ยิ้ม)

ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก -กวาง- เหอะๆ มีหลายๆประโยคในฟิคที่มันคิด แต่ว่าเกือบทุกฉากเป็นความคิดมันหมดเลย เพียงแต่เพื่อนคนนี้มันแต่งออกมาไม่ได้ น้ามเลยเค้นๆๆๆแล้วบอกว่าจะแต่งให้ ดูเนื้อเรื่องมันน่าสนใจดี ตอนท้ายๆเรื่องน้ามแต่งโดยใช้ความรู้สึกตัวเองไม่รู้ว่าจะถูกใจมันรึเปล่า? แหะๆ

แต่ใจร้อนอยากเอามาลงแล้ว ไม่ว่ากันนะ (ยิ้ม -อีกที-) 55+

อ่อ..ลุกส์บอมในเรื่องตรงข้ามกะปัจจุบันมากเลยเหอะ แต่มันเป็นความชอบส่วนตัว เอิ๊กก!!~

เอาล่ะค่ะ อ่านแล้วเม้น น้ามรักตายเลยนะคะ!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry




เอามาดเซอร์ ๆ ของสะมีบลูกลับมาเถอะน้ามม


ท่าเจอแบบที่ใส่เสื้อโค้ทหนังทับมาด้วยเนี่ย ..... เฮ้ออออ



แวะมากลางดึก ไม่ดิจะเช้าและหล่ะมั้ง


กลุ้มใจนิดหน่อย


แต่พออ่านฟิคน้ามและสบายใจ ^^



ปล.หายไว ๆ นะจ๊ะ

#1 By 파랑 ♥ 기범 on 2008-03-30 04:32

โอววว คิเฮ กลับมาเเว้ว

ชอบคู่นี้ที่สุดเลย

เรื่องนี้ ด๊องดูสดใสดีนะคะ

ชอบค่ะชอบ

ไม่ลองเเต่งเป็นฟิวยาวๆดูล่ะคะ

สนุกดีbig smile

#2 By ~*P*e*E*R*a*a*~ (210.203.186.80) on 2008-03-30 09:57

-*-นี่ ก้อบอกว่าค่อยๆเเต่งก้อได้

ทำไมรีบเอามาลงอย่างนี้ล่ะ

เเล้วเมื่อคืนนอนกี่ทุ่มล่ะนั่น

สามารถจิงๆ

#3 By กวาง (210.203.186.80) on 2008-03-30 10:18

สะดุดแรก กับคำว่าคุณป้ามินจี แน่ะเธอ sad smile

ตกใจหมด ฮ่าๆ cry

บอมเอ๊ย ใส่ของไร้แบรนด์ไม่ได้ชิ ชั้นยังใส่เสื้อจัว 99 เลย

ชอบค่ะ ดูไม่หวานแหววจนเกินไป กำลังพอดีเลย confused smile
เง้อ.... รักกันตอนไหนอ่ะ..

ทงเฮยังแก่นๆอยู่เลย..

แง๊วว คิบอม มาดเกินไปแร๊ง

ปลาน้อยน่ารักจังเลย open-mounthed smile

#5 By H i t a j i i n K on 2008-03-30 12:50

เห้อ ใส่เสื้อยืดแล้วแพ้ *0* สุดๆอ่า

ด้องเรื่องนี้ก็น่ารักอีกแล้ว *-*

อย่างงี้รักตายเลย เหอๆ คนแต่งหายไม่สบายแล้วใช่

ไหมคะดีใจด้วยนะ +0+

**อยากอ่านคยูเฮต่ออ่า ^0^big smile open-mounthed smile

#6 By natt (58.9.85.242) on 2008-03-30 13:18

แปะ!

เดี๊ยวมาอ่าน =w=

#7 By *หมึกคึกคัก* on 2008-03-30 14:04

KiHae came back :]

.
หุหุ ชอบมากเลย
อ่านแล้วเห็นภาพ
เนี้ยบๆกับรั่วๆมาเจอกัน
มันก็จะ 'พอดี' big smile

#8 By CartoonZ (125.27.113.62) on 2008-03-30 14:08

น่าร๊ากกก

#9 By Chocolate Emotion on 2008-03-30 18:22

ลุคส์เฟอร์เฟค ดูเหมาะกะบอม มาก เลย

แล้วก็เรื่อง อ่านแล้ว อืม ให้คำจำกัดความว่างัยดี

ไม่ได้อ่านแล้วรู้สึก หวานแหวว ยิ้มจนแก้มแตก

แต่อ่านแล้ว อ่านได้เรื่อย ๆ ความรู้สึก รักของบอม

ค่อย ๆ ซึมซาบ ออกมา ให้ได้สัมผัส รู้สึกดีจัง

ปล. นอกจากมาอ่านฟิคของกาเท่เร่ แล้ว ยังจิ๊กรูปบอมไปด้วย

#10 By jinni (222.123.4.115) on 2008-03-30 19:09

^^ แอบมาส่งอ คิเฮจริง แบบที่น้ามบอก ยังไม่ได้อ่าน แปะๆๆๆๆๆ ไว้ก่องน้อง

#11 By เรียว~ฮยอก on 2008-03-31 13:08

เห คู่นี้ เรื่องนี้น่ารักมากเลย แต่จบเร็วไปหน่อย ยังสื่อตอนจบไม่ชัด พี่ยังแอบงงเลยว่าตกลงมันจะทำอะไรกันต่อ หรือแค่มองหน้า แล้วเข้าใจ เอ่อ หรือแค่นี้

คิมคิบอมน่ารัก ทงเฮก็น่ารัก

รักนี้เพอร์เฟคไหม

สองคนนี้รู้ดี 5555+

#12 By เรียว~ฮยอก on 2008-03-31 15:07

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มะอยากยอมรับแต่ต้องรับ

ตอนนี้ตกหลุมร้ากคิเฮเข้าเต็มๆเรยอ่ะ

ตะว่า..อยากอ่าน nc cry (หื่นนะแก)
ไว้แล้วพี่น้ามมาอัพเรื่องใหม่เร็วๆนะคะจารออ่านค่ะ
ขอคยูเฮดิมิ big smile

#13 By kyuhyun on 2008-04-02 02:29

น่ารักมากมายก่ายกองหอะเนี่ยยยยย
งานยุ่งค่ะเข้ามาได้อ่านฟิกน่ารักๆก้อหายเหนื่อย (ยิ้มกว้าง)

#14 By (161.200.255.162) on 2008-04-02 03:08

อ๊ากก
คิเฮ เย่ๆ
เรื่องนี้แนวน่ารักดีอ่า


อ่านแล้วยิ้มดี
ชอบคู่นี้จังเลย อ่านแล้ว
อบอุ่น surprised smile

#15 By ''신 소에 on 2008-04-02 14:25

ธีมนี้น่ารักมากกกกกก

ตรงคำว่าด๊องนี่แหละ

แค่คิดถึงเจ้าของชื่อก็ยิ้มได้ไม่หยุด

#16 By เรียว~ฮยอก on 2008-04-03 04:20

-///////////////-

รักมากมายเลย พ่อหนุ่มสถาปัตคนนั้น
พี่มาดนิ่งๆแบบนี้ดีสุดๆแล้ว >///<

ลีทงเฮ น่ารักกกกกกก!!!!!
ที่ยื่นเสื้อกันฝนแล้วบอกว่าจะถือร่มไปเองนี่
คือจริงๆแล้ว พี่ไม่อยากใส่เสื้อกันฝนก็บอกมาเถอะ = =

จะถามว่าหวานมั้ย หมึกว่าไม่นะ แต่ชอบ
มันดูแบบสบายๆดีอ่ะ -////-

คิบอม*ซึงออ กี๊ดดด <<(มาจากไหน)

แต่ว่า พี่คิบอมเนี๊ยบจนนึกไม่ออก 5555+

คิดถึงเท่เร่มากมาย เอ็มออนไม่ติดหล่ะ -*-

#17 By *หมึกคึกคัก* on 2008-04-03 21:02

โรคผื่นหรือโรคหื่นนั่น ?

5 5 5 5



ลีดงเฮ
โอ้ !!
เรียนวิศวะ ?
ว๊าวๆๆๆๆ ไม่น่าเชื่อ 5555


ชอบค่้ะ ชอบ !!!

#18 By กล้วยศรี ♥ on 2008-04-11 17:59

ตายคาคอมนี่จะผิดไหม

ตายได้อีกไม่ว่าเรื่องใดๆ
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก~
หวานน่ารักสุดๆไปเลย

ด้วยความเพอร์เฟคมาเจอกับความยุ่งเหยิง
55555555555555!
ความยุ่งเหยิงชนะขาดลอยยยยย~
โฮกกกกกกกกกก !!!!!~

น่ารัก .. ทงเฮน่ารักเกินไปแล่ว
T^T!!!!!!!!!!!!!!!!!!
- - ส่วนคิบอม - -
คุณช๊ายยย คุณชาย
จะคุณชายไปถึงเมื่อไหร่ อ๊ากกกกกกก
ตาย!

#19 By LolliPop_Zaa - Lz* on 2008-04-21 22:38