[SF] Imperfect :KiHae:
posted on 30 Mar 2008 02:36 by katere in SF-KiHaeเปลี่ยนธีมอีกแล้ว กด F5 ด้วยคับ!
Imperfect :KiHae:
ความรักของคุณ...ขาดอะไรไปหรือเปล่า?
เช้าของผู้ชายที่ชื่อคิมคิบอมยังเหมือนเดิมทุกอย่าง นาฬิกาปลุกที่ปลุกเวลาเดิมและเสียงเมโลดี้เดิมๆที่ทำให้เขาหลุดออกจากห้วงนิทรา เพดานห้องยังคงเป็นสีน้ำตาลเข้มตัดขวางด้วยสีครีมเป็นทางยาว พื้นพรมสีกำมะหยี่ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้นไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีอื่นใด ทุกอย่างในเช้าวันใหม่ยังคงเหมือนวันที่ผ่านๆมา
ไม่มีอะไรแปลกไปให้ตื่นตาตื่นใจซักนิด
ใช่ มันอาจจะเป็นได้แค่วันธรรมดาเหมือนทุกวัน
หากเสียงริงโทนจะไม่ได้ดังก้องกังวานเป็นครั้งที่ 2 ของเดือน!
“ครับแม่” คิบอมรับโทรศัพท์ทั้งยังไม่มองเบอร์ที่ขึ้นโชว์บนหน้าจอด้วยซ้ำ ก็ถ้าไม่ใช่แม่ แล้วจะเป็นใครล่ะ?
//คิบอมลูก เห็นมีของส่งไปที่บ้านหรือยัง?//
“ส่งมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ” เขาตอบคำถามทว่าสายตากับจดจ้องไปที่เงาสะท้อนบนกระจก...โทรมชะมัด...
//มีสองกล่องใช่มั๊ยจ้ะ งั้น..คิบอมช่วยเอากล่องที่เป็นสีแดงไปให้คุณน้ามินจีให้แม่หน่อยนะ//
“คุณน้ามินจี?” ที่คิบอมรู้คือเจ้าของชื่อต้องเป็นหนึ่งในบรรดาเพื่อนฝูงสังคมระดับสูงของแม่แน่ๆ แต่ที่เขาไม่รู้ก็คือ คนๆนี้เป็นใครกันล่ะ?
//ห้องมินจีอยู่ชั้น 9 น่ะ หมายเลขเดียวกับห้องลูกนั่นแหละ//
“.....”
//บอกคุณน้าด้วย ว่าเป็นของฝากจากที่นี่ จริงๆเค้าฝากซื้อน่ะ แต่แหม..ไอ้เราจะเอาเงินเค้าก็น่าเกลียดแย่ ยังงัยคิบอมก็อย่ารับเงินมานะลูก//
คิบอมอือๆออๆกับแม่จนทางนั้นคงน้ำลายแห้งนั่นแหละถึงได้สำทับตบท้ายอีกทีก่อนจะวางสายไป คิบอมมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เพิ่งดับไปหมาดๆพลางส่ายหัวระคนระอาใจ
คิมคิบอมไม่ถอดแบบแม่มาเลยสักนิด เพราะนอกจากเขาจะไม่มีเพื่อนเยอะเท่าแม่แล้ว คิบอมยังเป็นคนที่พูดไม่เก่งเอาเสียเลย ซึ่งนั่นเลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเป็นพวกชอบปลีกวิเวกได้อย่างไม่สะเทือนต่อความเงียบ เช้าวันนี้เลยนับว่าเป็นวันมหัศจรรย์ในรอบเดือนที่เขาจะได้ไปเจอะเจอกับคนหน้าใหม่ๆนอกเหนือจากเพื่อนๆในเซก
หลังจากที่อาบน้ำด้วยครีมอาบน้ำกลิ่นเดิมๆ ใช้อาฟเตอร์เชฟยี่ห้อเดิมๆ แล้วก็สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกลีบแขนคมกริบตัวใหม่เพียงแค่ดีไซน์เดิมๆจนเสร็จเรียบร้อย เท้าของเขาก็ได้เข้าไปทักทายกับรองเท้าหนังมันวับคู่เดิมเพื่อเดินทางไปมหาวิทยาลัย
ไม่ใช่สิ..
วันนี้คิมคิบอมมีสถานที่ใหม่ที่ต้องไปด้วย
ภายในห้องกว้างโทนสีฟ้าพลอยเทอคอยส์ เสียงลมหายใจที่ผ่อนปรนอย่างสม่ำเสมอกำลังขับกล่อมเฟอร์นิเจอร์สไตล์เมทัล ส่วนเจ้าของห้องกำลังมีความสุขกับการได้แปลงกายเป็นนักดนตรีโอเปร่าอยู่บนเตียงสีเทา
((..PingPong..))
“โอโย้วโย๋วววว~”
เช้าวันใหม่ของลีทงเฮดูวุ่นวายได้ไม่ซ้ำแบบกัน วันนี้เขาห่อตัวเป็นซูชิ หล่นลงจากเตียงจนหัวได้ไปโหม่งกับพรม หลังจากที่วันก่อนเขาสะดุดเท้าตัวเองหน้าคว่ำจมโซฟา
“มาแล้วๆๆ โอย..มาทำไมกันแต่เช้าเนี่ย?”
เจ้าของร่างบางๆในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงบอลขาสั้นเดินตุปัดตุเป๋เพราะอาการมึนๆที่ยังเกาะกินซีกขวาของหน้าผาก เขาคงยังเรียกสติมาได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ไอ้ความระมัดระวังตัวมันก็เลยเหลืออยู่เพียงครึ่ง เมื่อทงเฮเลือกที่เปิดประตูออกไปโดยไม่ส่องตาแมว
“มาขายเครื่องกรองน้ำเรอะ?”
“อ่าๆ ไม่เอาหรอกๆ ฉันไม่มีตังค์อ่ะ” ทงเฮถามแต่ไม่ยักกะรอฟังคำตอบก็เตรียมจะกระแทกประตูแล้วเดินหนีเข้าห้อง แต่อีกฝ่ายเร็วพอที่จะคว้าแขนของเขาเอาไว้
“ผมไม่ใช่เซลล์แมน”
“อ้าว?” ลีทงเฮยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนๆของตัวเองจนดูเผินๆคล้ายรังนกไปแล้ว ทว่าหน้าตาท่าทางของเจ้าตัวก็ยังไม่มีคำว่ากระจ่างให้ผู้มาเยือนได้ประสบพบเห็นเสียที
“แม่ฉันฝากมาให้ เอ่อ..แม่ของนาย” คิบอมคาดการณ์เอาจากหน้าตากับผิวพรรณที่คงจะอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน พร้อมกับยื่นเจ้ากล่องสีแดงสดไปตรงหน้า แต่ดูเหมือนคนที่มีส่วนสูงน้อยกว่าซัก 7-8 เซนต์ฯดูจะยังไม่ไว้ใจ
“คงไม่เปิดมาแล้วเป็นผงยาพิษหรอกนะ!!”
“ไม่ไว้ใจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ”
อา..จะให้ไว้ใจกันได้ง่ายๆเมื่อไหร่ล่ะคนสมัยนี้น่ะ ดูหน้าไม่รู้ใจ ยิ่งเป็นพวกแต่งตัวดีๆเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วแบบนี้ ยิ่งไว้ใจไม่ได้
มีข่าวออกมาบ่อยๆว่าพวกแก๊งค์ 18 มงกุฎ มักจะใช้ความหน้าตาดีหลอกล่อเหยื่อ!!!!
“นายบอกว่า ของในกล่องนั้น แม่นายฝากมาให้แม่ฉันอย่างนั้นเหรอ?”
“อือ”
“แม่ไม่อยู่ด้วยอ่ะ..งั้น ให้ฉันโทรถามแม่ก่อน รออยู่ตรงนี้แหละ” ว่าแล้วก็วิ่งตึงๆเข้าห้องไปค้นมือถือที่เขาจำได้ลางๆว่ามันอยู่ในกระเป๋ากางเกงที่ใส่เมื่อวานนี้จากตระกร้าผ้าหน้าห้องน้ำ
พอหาเจอก็รีบต่อสายถึงแม่ทันที ถามไถ่พอได้ความว่าแม่ฝากซื้อของจากเพื่อนที่อยู่อเมริกาก็รู้สึกว่าความชาจะค่อยๆซึมซับเข้าสู่ผิวหน้า
แต่ทงเฮกลับปลอบใจตัวเองด้วยคำว่า ‘เอาเถอะ เพื่อความปลอดภัย’ !!
ก่อนจะเตรียมตัวหันหลังวิ่งไปรับของจากผู้ชายคนนั้น
เฮ้ยยยยย!!
“เฮ้ย! ฉันบอกให้นายรอข้างนอกไม่ใช่เหรอ?”
ทงเฮกระตุกเท้ากลับเมื่อตัวสูงๆของอีกฝ่ายอยู่ในระยะประชิดเพียงไม่ถึงครึ่งเมตร ไม่สิ..น้อยกว่านั้นอีก
ทว่าไอ้คนที่กำลังจะโดนข้อหาบุกรุกบ้านคนอื่นโดยเจตนากลับตีสีหน้าได้อย่างเรียบเฉย ทั้งยังเอ่ยออกมาสั้นๆเพียงว่า “อ่ะ”
เมื่อทงเฮยังคงไม่หลุดพ้นอาณาเขตของคำว่า อึ้งกิมกี่ เสียที คิมคิบอมจึงมองหาโต๊ะตัวใกล้ๆแล้ววางกล่องกระดาษเอาไว้บนนั้น ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่ทิ้งคำร่ำลา
“อะไรของเค้าวะ?!”
ทงเฮทิ้งคำตอบไว้ให้กับตัวเองแต่ไม่คิดจะหาคำตอบให้เสียเวลา เขาเกาหัวยุ่งอีกรอบเมื่อนึกขึ้นได้ว่า เวลานอนฝันหวานยามเช้าถูกทำลายไปหมดแล้ว ก่อนจะสลัดความหงุดหงิดนิดๆให้หลุดไปตามตัวขี้เกียจพลางคว้าผ้าขนหนูเดินตัวปลิวเข้าห้องน้ำ
ไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัยแคบลงหรืออย่างไร ที่วันนี้คิมคิบอมดันเหลือบไปเห็นว่า -ลูกของเพื่อนแม่- คนเมื่อเช้า เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เพียงแต่คนละคณะเท่านั้น
คิบอมเรียนสถาปัตย์ฯ
ส่วนเขาคนนั้นเรียนวิศวะ
จริงๆคิบอมก็เดาได้ตั้งแต่สภาพที่เห็นเมื่อเช้าแล้วล่ะ ทั้งการตกแต่งห้อง ทั้งท่าทางที่ออกจะสบายๆง่ายๆจนบางทีเขาก็รับไม่ค่อยได้ มันเป็นลักษณะของ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ อย่างกับโดนวางแบบแผนว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นไปเสียทุกคน
ฝนตกหนักในช่วงเย็นของวัน ซึ่งคิบอมไม่ได้คาดการณ์เอาไว้ เลยต้องมายืนรับละอองฝนอย่างเสียไม่ได้อยู่ที่ลานอเนกประสงค์ของคณะ เขาเดินวนไปเวียนมาคิดอะไรบางอย่าง จะเดินตากฝนมันก็กระไร แต่ไอ้ครั้นจะมารอให้ฝนหยุดตก คืนนี้คงไม่ถึงบ้าน เมื่อเหตุผลข้อหลังดูหนักแน่นกว่า คิมคิบอมจึงเลือกที่จะทำในสิ่งที่ไม่ปรารถนา
เดินตากฝน!!
ทงเฮเตะส่งเพื่อนตากฝนไปหลายคน
ทว่าโชคดีกลับเป็นของเขา เพราะไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาคิดเปลี่ยนกระเป๋าจากเป้ใบโปรดเป็นกระเป๋าสะพายของแม่ซึ่งมีร่มคันสีดำนอนแอ้งแม้งอยู่ วันนี้มันเลยได้ออกมาอวดโฉมท่ามกลางสายฝนโดยมีร่างเล็กอยู่ภายใต้
กำลังนึกเสียดายที่วันนี้ไม่ได้เตะบอลกับพรรคพวก อยู่ๆความคิดก็มีอันต้องแตกดังโป๊ะ
ปึ่ก!
“โอ๊ะ!”
ชนเค้าเสร็จก็รีบขอโทษขอโพย ทงเฮคิดว่าคงจะได้หูชาเพราะคำต่อว่าต่อขานของอีกฝ่ายแต่กลับไม่มี เขานึกสงสัยจึงเงยหน้าขึ้นดูคู่กรณี สภาพเปียกปอนของเขาทำให้ตาของทงเฮเบิกกว้าง
“ทำไมมายืนตากฝนอย่างนี้ล่ะ ไม่มีร่มเหรอ!!?”
คิบอมยิ้มขำที่อีกคนเขยิบตัวเข้ามาใกล้เพื่อจะกางร่มเผื่อแผ่มาให้เขา แต่ด้วยส่วนสูงที่ค่อนข้างจะห่างกันก็เลยดูเหมือนคิบอมก่อเรื่องลำบากให้กับอีกคนเข้าแล้วสิ
“ไม่เป็นไร”
“ได้งัย”
ทงเฮเถียง แล้วก็รีบถอดเป้ตัวเองออกมาค้นหาอะไรบางอย่างจนดูทุลักทุเล พอเริ่มรู้สึกว่ามีสองมือมันไม่พอ คนตัวเล็กก็แหงนเงยหน้าขึ้นมาจ้องคนตัวสูงที่ยืนทื่อคล้ายก่อนหิน
“ถือให้หน่อยดิ่”
“....”
“ฝากถือแป๊บ ฉันจะหาของ”
คิบอมมองตามคนในร่มคันเดียวกันที่มือก็หา –ของ- ที่ว่าให้วุ่น ปากก็คุยจ้อเสียงใส ที่เขาเองก็ไม่ได้จับใจความสำคัญ รู้แค่ว่า ผู้ชายตรงหน้าดูไม่เหมือนใครที่เขาเคยเจอะเจอ..
น่ารัก...น่ารักมั้ง
เขามองดูกิริยาการค้นเป้ตรงหน้าอย่างกับไม่เคยเห็นมาก่อน คนๆนี้มีแม่เหล็กฝังอยู่ในตัวหรืองัยนะ เขาถึงได้ละสายตาออกมาไม่ได้เสียที ทั้งริมฝีปากสีแดง แก้มใสตอนโดนละอองฝน เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่ตกระลงปรกหน้า ทุกอย่างมันดึงดูดให้คิมคิบอมไม่เป็นตัวของตัวเอง
จนกระทั่งคนตัวเล็กชูบางอย่างคล้ายพลาสติกสีส้มๆขึ้นมาตรงหน้านั่นแหละ ความคิดที่กำลังจะเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทางก็วิ่งกลับมารวมตัวกันเปลี่ยนเป็นคิ้วหนาที่ขมวดหนึบเป็นคำถาม
“เสื้อกันฝน”
ทงเฮแถลงไข ไม่ได้สนใจสีหน้างงงวยของอีกคนเท่าไหร่แต่กลับเพ่งความสนใจไปที่เสื้อกันฝนสีส้มแปร๊ดในมือว่ามันจะคลี่ออกจากกันได้หรือเปล่า?
“นายเอาเสื้อนี่ไปใส่ละกัน ส่วนคนเท่ห์ๆแบบฉัน..จะเดินกางร่มเอง เอามานี่” ยักคิ้วเจ้าเล่ห์ก่อนจะคว้าร่มสีเข้มมาจากมือร่างสูง ไม่ลืมที่จะยัดเสื้อพลาสติกสีส้มไม่เข้ากับความเข้มขรึมของคนคนรับใส่มือหนา
“เอ๊า ใส่ดิ่ ทำไมทำหน้างั้นน่ะ ใส่ไม่เป็นเหรอ?”
“......”
“รีบใส่ดิ่ จะได้รีบกลับ หนาว” บ่นว่าหนาวไม่พอ คนตัวเล็กยังทำท่าทางประกอบด้วยการเอามืออังปากแล้วเป่าลมอุ่นๆรดลงไปให้อีกฝ่ายรู้ว่า –หนาวแล้วๆ ช่วยสงสารกันหน่อย-
กลับกัน นั่นยิ่งทำให้คิบอมอมยิ้มกว้างกว่าเดิม ..เนี่ยเหรอ? ที่คนเท่ห์เค้าทำกัน..
คิบอมนึกขำล่วงหน้าไปกับสภาพตัวเอง แต่มันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ ในเมื่อตาใสๆนั้นยังจ้องมาที่เขาไม่วางตา
“ก๊าก!!”
นั่นงัย คิดผิดเมื่อไหร่เล่า!
ทงเฮเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอหัวเราะเสียงดังไปหน่อยเลยรีบตะปบปากตัวเองหมับ ก็จะไม่ให้ขำได้ยังงัย..คนหน้าเข้มๆ แก้มป่องๆ มาใส่ชุดกันฝนสีส้มคลุมหัว
เหมือนลูกชิ้นเด้งแถวร้านแนงมยอนเลยแฮะ
“หัวเราะอะไร?”
“เปล่าๆ” ปฏิเสธแต่เสียงกลับกลั้วหัวเราะ แต่ก่อนที่จะโดนอีกฝ่ายไล่ต้อน ทงเฮก็หาเรื่องเฉได้ทันเวลา “รีบกลับบ้านเหอะ”
“เอ้อ!! ยังไม่รู้ชื่อนายเลย ชื่อไรอ่ะ?” เอาแล้วงัย..ไอ้นิสัยเข้ากับคนง่ายของทงเฮมันกระโดดมาทักทายคิบอมเข้าให้แล้ว คนตัวสูงอมยิ้มกลับไป กำลังจะตอบคำถามแต่คนตัวเล็กก็เอะอะขึ้นมาเสียก่อน
“เฮ้ย..หน้านาย คุ้นๆอ่ะ เหมือนเห็นที่ไหนมาก่อน”
ทงเฮเอียงคอเอานิ้วเกาคาง ดูหน้าก็รู้ว่าคงกำลังใช้งานสมองอย่างหนัก “คุ้นจริงๆนะ” สำทับตัวเองแล้วก็ยืนเกาคางมันต่อไป
“อ้อ!! เซลล์แมนเมื่อเช้า!!”
พอเส้นสมองมันทำมุมพอดีรับคลื่นความถี่เข้าสู่รอยหยัก ทงเฮก็ร้องทักเสียงดังลั่นพร้อมชี้นิ้วมาตรงหน้า “อ้อ..ถ้างั้น นายก็ต้องเป็นลูกชายของเพื่อนของแม่ฉันสินะ”
“งั้นมั้ง”
“มั้งทำไมเล่า มันเรื่องจริง! อ้อ..ฉันชื่อทงเฮนะ ลีทงเฮ เออแต่เรียกทงเฮเฉยๆดีกว่า ดูกันเองๆดี ว่าแต่นายชื่อไรอ่ะ?”
“คิบอม คิมคิบอม”
“ชื่อเพราะอ่ะ...เออ แต่ว่า เมื่อเช้าน่ะ นายเหมือนเซลล์แมนโคตรๆ นี่ถ้าเกิดว่านายเข้ามาใกล้ฉันอีกนิดนะ ฉันคงได้โดนกลีบเสื้อนายบาดแหงมๆ...”
และแล้ว ระหว่างทางกลับบ้าน คิบอมก็ได้ยินเพียงเสียงของทงเฮเพียงคนเดียว คนตัวเล็กมีพรสวรรค์เรื่องชวนคุยในแบบที่ตัวเขาเองยังนึกอิจฉา เพราะตลอดทาง เรื่องที่เจ้าตัวขุดขึ้นมาคุยไม่มีซ้ำกันซักเรื่อง
และก่อนที่ทงเฮจะโบกมือลา เขายังทิ้งท้ายเอาไว้ว่า
“เจ็บคอจัง นายเจ็บคอเหมือนกันฉันป่ะ?”
จากคนที่ไม่รู้จักกัน ก็กลายเป็นคนคุ้นเคย ทุกเช้าคิบอมมักจะมายืนรอทงเฮที่ชั้นล่างสุดของคอนโดฯเพื่อไปมหาวิทยาลัยพร้อมกัน แรกๆทงเฮเกร็งจนขั้นเป็นเหน็บชาทุกครั้งที่ลงจากรถ เพราะสภาพความเรียบร้อยที่อาจารย์ระเบียบยังเรียกพี่ภายในแลนด์โรเวอร์ของคิบอมนั้นมันทำเอาทงเฮไม่กล้าหายใจออกแรงๆ กลัวว่าเศษฝุ่นละอองภายในโพรงจมูกจะล่องลอยไปขีดข่วนเอาของใช้ของคุณเจ้าของรถจนเป็นรอยเข้า
แต่หลังๆทงเฮก็เริ่มเป็นฝ่ายรื้อค้นรถของ-พ่อคิมระเบียบ- เสียเอง โดยอ้างเหตุผลซึ่งคิบอมไม่กล้าเถียงที่ว่า เรียบร้อยเกินไป ฝุ่นละอองมันชอบ!
“ทงเฮ”
ขาที่กำลังจะก้าวจำเป็นจะต้องวางลงที่เก่าแล้วหันกลับไป ทงเฮเห็นคิบอมลงจากรถแล้วเดินฉับๆมาทางเขา “มีอะไร?”
“เย็นนี้ ไปกินข้าวด้วยกันนะ”
คนโดนชวนจังๆถึงกับเลิกคิ้วสูง จนคิบอมต้องเอามือเช็ดกับกางเกงแสล็กของตัวเองเพื่อกำจัดเหงื่อเม็ดโตบนฝ่ามือ
“ไปกินข้าวงัย ไป..ได้มั๊ย?”
“ไข้ขึ้นหรือเปล่า?” อยู่ๆทงเฮก็เดินมาแปะหลังมือเข้ากับหน้าผากของคนตัวสูง ..ไอ้ที่ว่าไข้ขึ้น ก็ไข้ขึ้นเพราะการจู่โจมแบบไร้เดียงสานี่แหละ!..
“ล้อเล่นๆ เออๆ ไปก็ไป ไหนๆก็มีคนใจดีจะเลี้ยงข้าวแล้วนี่หว่า” ว่าแล้วก็ยิ้มโชว์เขี้ยวละลายใจผู้ชายตระกูลคิม แล้ววิ่งกึ่งกระโดดโบกไม้โบกมือพร้อมตะโกนว่า “เจอกันตอนเย็นนะ!!”
แลนด์โรเวอร์คันหรูจอดสนิทเยื้องกับร้านอาหารอิตาลีซึ่งทงเฮไม่คุ้นตา เขาพยายามมองหาซุ้มบุลโกกิ หรือแผงแนงมยอนใกล้ๆแต่กลับไม่มี ทงเฮหันขวับไปสะกิดแขนคิบอมที่กำลังจะผลักประตูรถ
“เฮ้ย จะไปกินร้านนั้นจริงดิ่?”
คนถูกถามเพียงแค่ตีสีหน้าเรียบเฉยกลับมา พอทงเฮดื้อไม่ยอมลง เขาก็เดินมาเปิดประตูรถให้พร้อมกับจูงแขนคนเอาแต่ใจให้เดินตามกันมา
ทงเฮเกร็งอีกแล้วครับงานนี้ เขารีบดึงหูฟังไอพอดที่กลายเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ออกจากหูแล้วก็รีบจัดแจงชายเสื้อจนมือแทบจะเป็นประวิง เสร็จแล้วก็เงยหน้าขึ้นส่งสายตาคาดโทษให้คิมคิบอมที่เอาแต่ทำแก้มป่องไม่สะทกสะท้าน
เมนูที่หลุดออกมาจากปากของคิมคิบอมมันแปลกใหม่จนคนช่างจดจำต้องเก็บกวาดเข้าสมองแทบไม่หวาดไม่ไหว
แต่งานหนักสุดกู่ของลีทงเฮคงจะหนีไม่พ้น -การกินสปาเก็ตตี้- ปกติทงเฮกินแต่รามยอนอยู่บ้านซดดังซวบซาบแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า แต่นี่ต้องมานั่งประดิดประดอยกว่าจะได้ยัดใส่ปาก น้ำลายก็แทบฟูมปากตาย!
“ค่อยๆกินก็ได้”
“ค่อยจนจะไม่ได้กินแล้ว!” คนตัวเล็กขู่รอดไรฟันจนคนฝั่งตรงข้ามหลุดหัวเราะ คิบอมวางส้อมในมือลงเปลี่ยนเป็นแบมือขอส้อมจากทงเฮซึ่งเขาก็ไม่ขัดขืน
คิมคิบอมตักเส้นสปาเก็ตตี้อย่างชำนาญก่อนจะยื่นมาจ่อปากคนตัวเล็ก
“กินสิ”
“แต๊งกิ้ว!!” ความฝันของคิบอมมลายลงไปตั้งแต่ตอนที่คนตรงหน้าดึงส้อมไปจากมือแล้วจับยัดเข้าปากตัวเองเคี้ยวหยับๆ ทงเฮฉีกยิ้มแฉ่งแล้วก็ยื่นส้อมให้คิบอมตักให้อีก
“อร่อยหว่ะ ให้นายตักให้เนี่ย ฮ่าๆ”
มื้อนี้ทงเฮอิ่มแปล้ แต่คิบอมเหนื่อยไปพอดูเลยล่ะ
สงสัยโชคร้ายจะไม่ได้มาเยือนคิบอมนานจนมันชักคิดถึง เพราะหลังจากที่เขาสั่งเชคบิลพร้อมกับยื่นเครดิตการ์ดไปให้บริกรหนุ่ม และรอจนบริกรคนเดิมเดินกลับมาที่โต๊ะ คิมคิบอมก็ถึงกับหน้าถอดสีเพียงเพราะประโยคสั้นๆที่ว่า “บัตรถูกระงับการใช้ชั่วคราวครับ”
คิ้วหนาๆขมวดมุ่นเข้าหากันก่อนจะค้นเอาบรรดาเครดิตการ์ดที่พกมาเต็มกระเป๋าเงินยื่นให้บริกรไปจนครบ แต่ผลที่ออกมาก็เป็นแบบเดียวกัน เมื่อบัตรทุกใบมีปัญหาเหมือนกันทั้งหมด
“เอ่อ....!” ทงเฮส่งเสียงกระแอมไอขึ้นมาพลางส่งยิ้มกว้าง
“คิบอม..นายไปรอข้างนอกละกันนะ เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง” คิบอมหน้าเสียจนแทบไม่กล้าสบตากับทงเฮเลยล่ะ เขามีสีหน้าไม่สบายใจนักแต่ทงเฮก็สร้างความมั่นใจให้กับเขาด้วยการพยักหน้าหงึกหงักทำตาเป็นประกาย
“คิบอม วิ่งงงงงงง!!!”
คิบอมที่กำลังคิดว่าทงเฮจะยอมรับเงินค่าอาหารที่เขาจะให้ทีหลังหรือไม่กลับต้องสะดุ้ง เมื่อเสียงห้าวๆดังมาจากข้างหลัง มันเร็วพอๆกับร่างเล็กในชุดเชิ้ตขาวที่วิ่งตัดหน้าเขาไป
เสียงเท้าอีกเกือบ 10 คู่ที่ดังตุ่บตั่บอยู่ข้างหลังช่วยทำให้คิบอมเข้าใจอะไรๆเร็วขึ้น เมื่อรู้ว่าทงเฮ-ชักดาบ-เข้าให้แล้ว แล้วไอ้คนที่โดนหางเลขจะนิ่งเฉยได้อย่างไรกัน
โกยกันเถอะครับบบบ!!!
ทั้งคู่วิ่งกันจนลืมเหนื่อย มาหยุดยืนหอบแฮ่กลิ้นห้อยกันอีกทีก็ไม่รู้ว่าวิ่งกันมาจนถึงที่ไหนแล้ว
“ฮ่าๆๆๆ!!” ทงเฮหัวเราะกลั้วเสียงหอบ ก่อนจะทิ้งก้นลงกองกับฟุตบาท “มันส์ป่ะ?”
คิบอมยืดตัวจนเต็มความสูง เท้าเอวมองอีกคนที่ใกล้ๆจะลงไปนอนกับพื้นร่อแร่ๆ “ไม่คิดว่าจะใช้วิธีนี้”
“ฉันก็ไม่คิดว่านายจะไม่พกเงินสดเหมือนกัน”
ทงเฮดีดตัวขึ้นเป็นท่าชันเข่า พลางร่นคิ้วเข้ากัน “แย่ชะมัด นี่ถ้าไม่เจอคนหัวไวอย่างฉันไม่ต้องล้างจานให้เค้าไปแล้วเหรอเนี่ย?”
“แต่ล้างจานก็ดีนะ ดูเป็นคนดี-ดี”
“จะบ้า!! โหยยยยย..อย่างนายเนี่ยนะจะกล้าไปล้างจาน โอ๊ยๆๆ เลิกคิดๆ” คนตัวเล็กเอามือปัดก้นจนฝุ่นคลุ้ง เขาเพิ่งจะมารู้สึกว่าตัวเองมันโหวงๆเพราะขาดหูฟังคู่ใจเลยควักเอามันขึ้นมาจากกระเป๋า
“ในสายตานาย...ฉัน...ดูเป็นคนยังงัยเหรอ?” คิบอมถามเพราะอยากรู้..เขาอยากรู้ว่าทงเฮคิดยังงัยกับเขา
“เพอร์เฟ็ค” คิบอมใจกระตุกวาบเพราะคำตอบที่ได้มันแทบไม่ต้องรอเลยด้วยซ้ำ
“อย่างนั้นเหรอ?”
“อือ..ทุกอย่างต้องเพอร์เฟ็คตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉันไม่เคยเห็นชายเสื้อของนายแล้วก็ไม่เคยเห็นถุงเท้าของนายด้วย” ปากตอบแต่สายตากลับจดจ้องไปที่หน้าจอไอพอดในมือ
พอเลือกเพลงได้ถูกใจแล้วก็เงยหน้าขึ้นยิ้มโชว์เขี้ยวให้คนตัวสูง “แต่วันนี้คงไม่เพอร์เฟ็คแล้วล่ะ...”
??
“ก็วันนี้นายต้องขึ้นรถไฟใต้ดินกลับคอนโดฯงัย!”
พูดจบก็ฉุดแขนคิบอมให้ออกวิ่งไปด้วยกัน แล้วบรรยากาศของวันแรกที่เจอกันก็หวนกลับมาอีกครั้ง
วันเสาร์ของสัปดาห์ วันนี้เป็นวันที่คิบอมเฝ้าฝันมาเป็นเดือนเลยล่ะ เหตุผลเหรอ?
ก็คนตัวเล็กๆในชุดเสื้อยืดสีแดงสดที่ยืนฟังเพลงอยู่ตรงน้ำพุนั่นงัยล่ะ!
“ทงเฮ!”
คนที่กำลังดูดน้ำจากแก้วพลาสติกในมือถึงกับสำลัก ทงเฮไม่ใช่คนขวัญอ่อนขี้ตกใจขนาดที่ว่าโดนทักนิดๆหน่อยๆก็สะดุ้ง แต่ไอ้ที่ทงเฮตกใจจนต้องทำตาโตเท่าลูกปิงปองเห็นจะเป็นไอ้เสื้อผ้าหน้าผมของคนทักนี่แหละ
คุณคิบอมครับ นี่คุณมั่นใจว่าจะมาเดินทงแดมุนไม่ใช่ไปงานราตรีสังสรรค์หรอกนะครับ!
เสื้อเชิ้ตลายทางกลีบคมกริบสีน้ำตาลเข้มกับกางเกงสแล็กสีดำขลับ ทงเฮคงจะไม่เครียดจัดไมเกรนจับได้เท่านี้หรอก หากว่าเขาจะไม่ได้สวมโค้ทหนังสีน้ำตาลไหม้ทับไปอีกชั้นด้วย!!
“คิบอม!!”
“หืม?”
ทงเฮถึงกับต้องพรูลมหายใจออกมาซึ่งๆหน้า เขาสำรวจเครื่องแต่งกายของคนตรงหน้าอีกครั้งแล้วก็มีอันต้องกุมขมับ
“แต่งแบบนี้ ไม่เดินด้วยจะผิดป่ะ?”
“เอ่อ....”
“เอางี้ ตามมา จะพาไปแปลงโฉม!”
ทงเฮทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตให้กลายเป็นเสื้อยืดสุดฮิพ เปลี่ยนกางเกงสแล็กกลีบโง้งเป็นยีนส์เท่ห์ๆ เขาพาคิบอมเข้าร้านเสื้อสไตล์เก๋ๆเจ้าประจำ ให้เจ้าของร้านที่คุ้นเคยกันดี-ดีไซน์เสื้อผ้าให้เข้ากับบุคลิกนิ่งขรึมของคิบอมนิดหน่อย
ทงเฮก็ได้มายืนชื่นชมลุคใหม่ของคิบอมด้วยความปลาบปลื้มแล้ว!
“แบบนี้แหละ โคตรเท่ห์เลย!!”
ดูเหมือนหลังจากนั้นทงเฮจะได้เที่ยวอย่างมีความสุข แต่เปล่าเลย พ่อคุณชายเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วเค้าเกิดเป็นผดเพราะเสื้อราคาถูกขึ้นมา เล่นเอาทงเฮไม่เป็นอันเดิน เขาแวะซื้อยาทาแก้แพ้ที่ร้านขายยาใกล้ๆกับคอนโดฯ แล้วก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการอาสาจะทายาให้ทั้งที่คิมคิบอมพยายามปฏิเสธทุกวิถีทาง
ใช่เรื่องง่ายๆเมื่อไหร่กัน ที่ต้องมาอดทนอดกลั้นกับความเขินเวลาที่นิ้วนุ่มๆเกลี่ยยาให้ซึมไปกับผิว
แค่คิดคิบอมก็แทบบ้าแล้ว!!
“นั่งนิ่งๆดิ่” ไม่ใช่แค่เสียงแข็งที่เหมือนน้ำเสียงของแม่เวลาดุลูกเมื่อลูกมันซนนั่งไม่อยู่สุข ทงเฮยังทุบป๊าบเข้าให้ที่ต้นแขนเมื่อคิบอมทำท่าจะเบี่ยงมันหนี
คิบอมที่อยู่ในสภาพเปลือยอกก็เลยได้แต่นั่งนิ่งๆให้พยาบาลจำเป็นเค้าทายาให้ และทุกครั้งที่สัมผัสเบาๆลากผ่านผิวเนื้อเสียงหัวใจของเขาก็สะดุดตามไปทุกครั้ง
พระเจ้า..อย่าให้ทงเฮได้ยินมันเลย
“เป็นอะไร?”
“ป....เปล่า” เขาตอบได้แค่นั้นจริงๆ
“นายเนี่ยยอดคนไปเลยอ่ะ” อยู่ๆทงเฮก็ปล่อยเสียงดังขึ้นมาทำเอาอีกคนสะดุ้ง ไม่พอ..กับประโยคแปลกๆนั่น มันก็ไม่ได้ทำให้คนฟังเข้าใจอะไรเลย
“เกิดมายังไม่เคยเจอเลย คนที่ผดขึ้นเวลาใส่ของไม่มียี่ห้อเนี่ย นายเป็นคนแรกเลยรู้เปล่า?”
คิบอมพยายามเชื่อว่านั่นคือคำชม เขาฉีกยิ้มแห้งๆกลับไป
“ดูเหมือนทุกอย่างในชีวิตของนายจะต้องเพอร์เฟ็คทุกอย่างเลยเนอะ ดูสิ..แค่ใส่เสื้อยืด หืม..อีกอย่างของร้านนี้ฉันก็ใส่เป็นประจำ ยังแพ้ซะขนาดนี้ นี่ถ้าฉันพาไปนั่งซดราเมงข้างถนน นายไม่เป็นภูมิแพ้ไปเลยเหรอ?”
“.......”
“.......”
“ขอโทษนะ”
“เอ๋? ขอโทษ?” มือที่กำลังเกลี่ยเนื้อยาชะงักงัน คนตัวเล็กขยับตัวมานั่งท่าเป็ดอยู่ตรงหน้าของคิบอมแล้วทำหน้าสงสัยใส่ “ขอโทษทำไม?”
“นายคงอึดอัดเวลาที่อยู่กับฉันใช่มั๊ย?”
ทงเฮยิ้มบางก่อนถามกลับไป “ฉันมองนายว่าเป็นคนยังงัยนะ?”
คิบอมหยุดคิดเพียงนิดแต่ก็ตอบ “เพอร์เฟ็ค”
“อื้ม แล้วนายคิดว่าคำว่าเพอร์เฟ็คมันคืออะไรล่ะ?”
“เพียบพร้อม ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ขาดไม่เกิน......” มาถึงตรงนี้คิบอมกลับพูดมันต่อไปไม่ได้
จริงๆแล้วเขาไม่ได้เพอร์เฟ็คเลยซักนิด มันมีอะไรตั้งหลายอย่างที่ขาดหายไป บางอย่างที่คิบอมก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร
มันเหมือนช่องว่างที่รอการเติมเต็ม
“ชีวิตของคนเรามันไม่มีคำว่าเพอร์เฟ็คหรอก
มันอาจจะมีขาดหรือมีเกิน มีมากหรือมีน้อย ไม่มีใครกะเกณฑ์ได้
คำว่า พอดี ต่างหากที่เป็นตัวกำหนดว่ามันดีพอสำหรับเราหรือเปล่า....?”
ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบล่องลอยปะทนไปกับลมหายใจอุ่นๆอยู่นานโดยไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย
“แล้วความรักที่ฉันให้นายล่ะทงเฮ มันพอดีสำหรับนายรึยัง?”
เห?
ทงเฮไม่รู้หรอกว่ามันพอดีหรือยัง
เขารู้แค่ว่า..
เขาไม่ต้องเกร็งเวลาที่นั่งรถกับคิบอม
เขาไม่ต้องเผื่อเงินสดเวลาไปดินเนอร์ที่ร้านแนงมยอนข้างถนน
เขาไม่ต้องหาซื้อยาแก้แพ้มาทาให้คิบอม
แล้วเขาก็ไม่ต้องมาตอบคำถามคิบอมที่ว่า ‘นายคิดว่าฉันเป็นคนยังงัย’
เพราะคิบอมอาจไม่ใช่คนเพอร์เฟ็ค แต่คิบอมเพอร์เฟ็คที่สุดสำหรับคนที่ชื่อ ลีทงเฮ
The End
กาเท่เร่ :: มันเป็นฟิคแนวใหม่(รึเปล่า?) หวังว่าจะมีคนอ่านแล้วเข้าใจนะ
มันเหมือนกับเป็นการเล่นคำ แล้วก็หาคำตอบเอาจากในฟิค คือ..น้ามจะไม่ได้สรุปเอาไว้ตรงๆ เชื่อว่าคงมีหลายคนหาเจอนะคะ (ยิ้ม)
ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก -กวาง- เหอะๆ มีหลายๆประโยคในฟิคที่มันคิด แต่ว่าเกือบทุกฉากเป็นความคิดมันหมดเลย เพียงแต่เพื่อนคนนี้มันแต่งออกมาไม่ได้ น้ามเลยเค้นๆๆๆแล้วบอกว่าจะแต่งให้ ดูเนื้อเรื่องมันน่าสนใจดี ตอนท้ายๆเรื่องน้ามแต่งโดยใช้ความรู้สึกตัวเองไม่รู้ว่าจะถูกใจมันรึเปล่า? แหะๆ
แต่ใจร้อนอยากเอามาลงแล้ว ไม่ว่ากันนะ (ยิ้ม -อีกที-) 55+
อ่อ..ลุกส์บอมในเรื่องตรงข้ามกะปัจจุบันมากเลยเหอะ แต่มันเป็นความชอบส่วนตัว เอิ๊กก!!~
เอาล่ะค่ะ อ่านแล้วเม้น น้ามรักตายเลยนะคะ!!
![[ หน้าบ้าน]](http://img224.imageshack.us/img224/993/mylink06mp6.jpg)
![[ + ห้องนั่งเล่นของกาเท่เร่ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2691/mylink01uv4.jpg)
![[ + ไฮไฟของน้าม ]](http://img224.imageshack.us/img224/2468/mylink03xn7.jpg)
![[ + บล็อกฟิคคยูเฮ]](http://img146.imageshack.us/img146/9824/mylink12lj2.jpg)
![[ ไอดีของกาเท่เร่]](http://img224.imageshack.us/img224/6712/mylink07ah1.jpg)
![[ + บล็อกอิลิ้งค์ ]](http://img224.imageshack.us/img224/1165/mylink02kv7.jpg)
![[ + ไฮโกะของหนิง ]](http://img337.imageshack.us/img337/6716/mylink04op5.jpg)
![[ + ไฮไฟของอีฟ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2826/mylink05ja0.jpg)
![[ + คนรักฟิคชั่น ]](http://img525.imageshack.us/img525/1350/mylink08aj9.jpg)
![[ + ดินแดนใต้ดิน]](http://img224.imageshack.us/img224/7627/mylink09hd6.jpg)
![[ + Space]](http://img80.imageshack.us/img80/2805/mylink10bu3.jpg)
![[ + 4 Donghae ]](http://img221.imageshack.us/img221/5053/mylink11wf4.jpg)
เอามาดเซอร์ ๆ ของสะมีบลูกลับมาเถอะน้ามม
ท่าเจอแบบที่ใส่เสื้อโค้ทหนังทับมาด้วยเนี่ย ..... เฮ้ออออ
แวะมากลางดึก ไม่ดิจะเช้าและหล่ะมั้ง
กลุ้มใจนิดหน่อย
แต่พออ่านฟิคน้ามและสบายใจ ^^
ปล.หายไว ๆ นะจ๊ะ
#1 By 파랑 ♥ 기범 on 2008-03-30 04:32