[FIC] Waltz in a major :P.3:

posted on 12 Feb 2008 16:55 by katere  in Fic-waltz-in-a-major

เปลี่ยนธีมแล้ว กด F5 * + เดี๋ยวเพลงก็เล่นนะจ้ะ รอหน่อย 

::BGM:: เพื่อนกัน..ไม่ตลอดไป  download

 

 

อิดิท :: แฮปปี้วาเลนไทน์ค่ะทุกคน,, แหะๆ กาเท่เร่ ไม่มีฟิควาเลนหรอกน้า แบบว่า ปั่นไม่ทันจริงๆ

อ่อๆ แต่ว่า ถ้าเป็นเวอร์ B&G น่ะมีนะ อยู่ในห้องนั่งเล่น ไปแวะเวียน พูดคุยกันได้เน่อ!!

เง้อ..ไม่รู้จะอัพอะไร เอาเป็นว่า สุขสันต์วาเลนไทน์ รักคนที่เค้ารักคุณให้มากๆนะคะ

ถือซะว่า Waltz in พาร์ทนี้เป็นของขวัญวาเลนไทน์จากกาเท่เร่ไปเนอะ อิอิ

 

 

 

: 03.00 MHz :

 

 

ความฝันแสนหวานของลีทงเฮถูกเสียงริงโทนสุดโปรดทำลายจนไม่เหลือซาก!

มือเล็กๆควานสะเปะสะปะไปตามหัวนอนแล้วก็เจอตัวต้นเหตุ ทงเฮไม่ต้องลืมตา แค่ใช้นิ้วสัมผัสก็รู้ว่าควรกดปุ่มไหน ปากแดงพูดพะงาบลงในหูโทรศัพท์ทั้งขี้ฟันยังเต็มปาก

“จะลงไปเดี๋ยวนี้แหละคร้าบ~”

((อย่าโอ้เอ้นักล่ะ มีเพื่อนมารอ))

“หา? แม่ว่างัยนะ เพื่อน? เพื่อนคนไหน ซองมินเหรอ?” ถามรวดเดียว แต่กลับไม่รอฟังคำตอบ เจ้าตัวเล็กเลิกผ้าห่มออกจากตัวจนแทบจะเป็นขว้าง แล้วเดินดุ่ยๆลงไปชั้นล่างเร็วไว

เสียงตึงเสียงตังดังตามจังหวะการก้าวเท้าลงบันได จนกระทั่งมาหยุดกึกเอาตอนที่ตามัวขี้ตาประสบพบเข้ากับไอ้ดีเจหมาจิ้งจอก ทงเฮอ้าปากค้างจนจมูกโด่งๆนั่นยังได้กลิ่นปากจางๆ ก่อนจะงับริมฝีปากล่างดังหมับ เบนหน้ามาผูกคิ้วใส่ผู้เป็นแม่ที่ยิ้มแป้น

“ลงมาแล้วก็ไปอาบน้ำซะสิ เดี๋ยวก็ไปสายอีกหรอก คยูฮยอนเค้าฟ้องแม่หมดแล้วนะ” คุณแม่บังเกิดเกล้าของลีทงเฮหันมาบ่นลูกชายสุดหวง แต่ในมือกลับส่งแก้วน้ำเย็นเฉียบไปให้แขกที่ทงเฮไม่อยากรับเชิญ

สุดท้ายทงเฮก็โดนไล่ไปอาบน้ำ แต่ก่อนไป ก็ไม่ลืมที่จะเขวี้ยงค้อนอันเบ่อเร่อให้คยูฮยอนต้องเอี้ยวตัวหลบแล้วเดินฟึดฟัดขึ้นบันไดดังโครมคราม

 

“ทงเฮก็เป็นอย่างนี้แหละ ต้องทำใจหน่อยนะ”

“ก็เริ่มจะชินแล้วหล่ะครับ”

“เห็นว่าเพิ่งเป็นดีเจได้ไม่กี่วันมานี่ เจ้าแสบนั่นถึงได้กระวีกระวาดตื่นแต่เช้า แต่ไม่วายลำบากแม่อยู่ดี”


|||ห้ามนินทาผมนะ!!|||


คยูฮยอนหัวเราะเบาๆ ดวงตารีเรียวมองขึ้นไปตามบันไดที่ร่างบางๆของทงเฮเพิ่งลับหายไปทางนั้น

ผู้เป็นแม่ส่ายหัวช้าๆให้กับความแสบคูณสองของลูกชาย

 

 

“คยูฮยอนกินข้าวเช้ามารึยังจ้ะ ยังงัยกินด้วยกันเลยนะ ทงเฮคงใกล้เสร็จแล้วล่ะ” คุณนายลียกชามซุปมา 2 ถ้วย คยูฮยอนจึงรีบลุกขึ้นช่วยจัดโต๊ะอาหารเช้าอีกแรง เสียงตึงตังที่ดังสนั่นจากชั้นบน บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวแสบกำลังจะออกโรงในอีกไม่ช้าไม่นาน

“ฮึ่ย!!” ทงเฮไม่รู้จะทำอะไรให้มากไปกว่าการพ่นลมหายใจแรงๆใส่ตัวเอง แล้วก็ตวัดหางตามองคยูฮยอนอย่างไม่พอใจ เจ้าตัวเล็กทิ้งน้ำหนักผ่านส้นเท้าอีกสองสามครั้งก่อนจะเปลี่ยนเป็นทิ้งก้นนั่งแหมะลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับที่คยูฮยอนยืนอยู่

“ทงเฮ แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าต้องเป่าผมให้แห้งก่อน เดี๋ยวก็เป็นหวัดเอาหรอก” คุณนายลีเอ็ดเมื่อเห็นสภาพลูกชายคล้ายลูกหมาตกน้ำ ผมเผ้ายังเปียกชุ่ม เธอทำหน้าที่มารดาแสนดีโดยไม่มีบกพร่อง เพราะพอพูดจบไดร์เป่าผมก็ถูกเสียบปลั๊กในทันที

|||ฟู่ววว์!!!|||

ทงเฮฮึดฮัดกว่าเดิม มือไม้ยกขึ้นปัดมือของแม่ หัวก็พยายามดิ้นให้หลุด

“ไม่เอา แม่อ่ะ ผมเป่าเองได้!”

 

“ฮะๆ” คยูฮยอนเผลอหัวเราะ ทงเฮถึงกับมุ่ยหน้าแล้วก็โวยแม่เสียงดังลั่น แต่กระนั้น เจ้าเด็กดีลีทงเฮก็ต้องยอมพ่ายแพ้แก่แม่สุดที่รักอยู่ดีนั่นแหละ

 


ทงเฮจัดทรงผมให้เข้าที่เข้าทางหลังจากที่คุณนายลีหายลับไปข้างหลังบ้านแล้ว ได้ยินคยูฮยอนยังหัวเราะเลยฟาดมือลงกับโต๊ะโครมใหญ่

“หัวเราะอะไร!!!?”

“ทำตัวเป็นเด็กไปได้”

“ใครเค้าอยากแก่เหมือนนายเล่า” แก้มของทงเฮร้อนฉ่า ...แม่นะแม่ ทำผมขายหน้ารู้รึเปล่า!!?...
“นายก็เหมือนกัน ที่บ้านไม่มีตังค์ซื้อข้าวเช้าเหรอ ถึงต้องระเห็จมาถึงที่นี่น่ะ ห้ะ!!?” เขาเปลี่ยนประเด็นเป็นตวาดใส่คยูฮยอนที่นั่งหน้าด้านตักซุปเข้าปากแทน

“มันเป็นหน้าที่ของเพื่อนสนิท”

“หา?” ทงเฮตาเหลือก

“ต้องเดินไปโรงเรียนด้วยกัน”

“ปัญญาอ่อน”

“ก็ยังดีกว่าคนไม่รักษาสัญญาละกันน่า!!”

“มัดมือชกชัดๆ”

“นายสัญญาแล้วต่างหาก ฉันมีหลักฐาน”

ทงเฮทำหน้ายับแข่งกับอาจุมม่าข้างบ้าน จ้องเขม็งไปที่หัวของโจคยูฮยอนอย่างทำอะไรไม่ได้ ที่ทำได้ก็คือ การก้มหน้าซดซุปเข้าปากบ้าง ทงเฮก็เลยต้องจำใจทำแบบนั้น

 

 


“แม่ ผมไปแล้วน้า!”

“สวัสดีครับ คุณน้า เย็นนี้จะพาทงเฮมาส่งนะครับ”

“นาย!”

“มันเป็นหน้าที่”

“ปัญญาอ่อน!!!” รอบสองของวันที่คยูฮยอนได้ยินคำด่าซ้ำซากนี้ เขาทำปากจู๋ยักคิ้วไม่ใส่ใจ แล้วก็รวบมือทงเฮฉุดกระชากลากถูให้วิ่งไปด้วยกันทันที


.

.

.

 

เส้นทางไม่ใกล้ไม่ไกลนักจากบ้านไปโรงเรียน มีลมเย็นสบายปลายฤดูร้อนพัดผ่านผิวหน้า มีคยูฮยอนวิ่งนำหน้า มีทงเฮวิ่งตามหลัง มีมือทั้งคู่ที่จับจูงกัน แล้วก็มีเสียงตะโกนโหวกเหวกของทงเฮดังไปตลอดทาง

วันนี้ คือวันเริ่มต้นมิตรภาพของพวกเขาล่ะ!

 

 


..

 

 

“เหนื่อยชะมัด”

“อ่อนแอ”

“นายว่าใคร?” ทงเฮเงยหน้าขึ้นจากอาการหอบ ดวงตากลมดิ๊กจ้องเขม็งอย่างเอาเป็นเอาตาย คยูฮยอนทำเฉยไขกุญแจเข้าห้อง เลยได้ยินเสียงทงเฮกระทืบเท้ารัว..ขัดใจ

“ลืมเอาซีดีมารึเปล่า?”

“หา? เอ่อ......................” จากที่จะหาเรื่องเค้า เป็นต้องมาจนมุมเสียเอง ทงเฮทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้หมุนตัวโปรด แล้วส่ายมันไปมากลบเกลื่อน

“หายก็บอก ไม่หายก็ไม่ต้องบอก”

“............” ทงเฮเม้มปากเข้าหากัน หัวคิ้วทั้งสองประสานงากันอย่างจัง


....บอก หรือไม่บอกดีล่ะ?...


“หา......งือ......งือม์........ม.....ห.......หาย” ทงเฮอ้ำๆอึ้งๆตอบไป แต่คยูฮยอนก็แค่หันหน้ามามองแล้วนั่งลงข้างๆ

“ก็แค่นี้... แล้วจะไปเหนื่อยหาซื้อทำไม รู้ทั้งรู้ว่ายังงัยก็ไม่มีอยู่แล้ว”

“เผื่อ”

“ฮึ...”

“ฮึอะไรเล่า!!” ทงเฮดักคอ เพราะถ้าให้เขาเดา ทงเฮก็จะเดาได้อย่างแม่นยำเลยว่า โจคยูฮยอนจะต้องกัดจิกเค้าด้วยคำพูดเป็นแน่แท้!!

กลับกัน คยูฮยอนคว้าเอาหูฟังขึ้นมาแล้วสวมให้กับทงเฮ คราวนี้เรียกว่าสวม ไม่ได้กระแทกอย่างคราวก่อน แล้วนั่นก็ทำให้คิ้วของทงเฮยิ่งจุ้มปุ๊กเข้าหากันมากกว่าเดิม

“แล้วก็เลิกทำหน้าเป็นปลาบู่ซะที พ่อดีเจนีโม่”

“ไม่โกรธเหรอ!?” ความสงสัยกระตุ้นให้ทงเฮถามออกมาเสียงดังแทบจะเป็นตะโกน คยูฮยอนหันหน้ากลับมามอง ใบหน้าของเขาไม่ได้ทะเล้นก่อกวนเหมือนเมื่อวันสองวันก่อน ดีเจตัวเล็กเลยยิ่งแต่ร่นหัวคิ้วจนเหลือไม่ถึงเซนต์

คยูฮยอนส่ายหัว “จะให้โกรธเรื่องอะไร?”

“ไม่กลัวโดนอาจารย์ด่าเหรอ?”

คราวนี้คนตัวสูงหันกลับมาทั้งตัว ก่อนจะก้มตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน

“ก็มีนายโดนด่าเป็นเพื่อน!!”

 

ทงเฮอ้าปากค้าง มองตามร่างสูงที่เดินลิ่วไปจัดแจงเครื่องเสียงด้วยอารมณ์เดือดปุด


“หิวแล้วเหรอ? โอเคๆไปหารัยกินก่อนก็ได้ ส่วนซีดีนั่น..ยอมให้อาจารย์ด่าไปละกัน อย่างน้อยๆโจคยูฮยอนก็โดนด้วยเหมือนกันแหละน่า”


“เมื่อวานนายสะกดรอยตามฉัน!” เจ้าตัวเล็กเด้งก้นออกจากเบาะ แล้วตามไปประชิดคนตัวสูง

“นายไม่ใช่ผู้ร้ายซะหน่อย จะสะกดรอยให้มันได้อะไรกัน”

“ให้ได้เอามาย้อนฉันงัยเล่า!”

“จัดรายการได้แล้ว” ว่าแล้วก็หาทางเขวไปทางอื่นจนได้ คยูฮยอนยักคิ้วให้หนึ่งข้างแล้วก็หันไปง่วนอยู่กับอิควอไลเซอร์เครื่องโตที่ไม่รู้ว่ามียาเสน่ห์ฝังอยู่รึงัย นายตัวยาวนี่ถึงได้สนใจแต่มันมากกว่าคนที่ยืนหัวโด่อารมณ์เสียที่เรียกว่า ลีทงเฮ คนนี้

ทงเฮยอมนั่งลงกับเก้าอี้หมุนแล้วก็ทำตามที่ร่างสูงว่า แต่มันก็อดที่จะไม่ผุดลุกขึ้นอีกครั้งไม่ได้

“แต่ฉันสงสัย”

“หือม์?”

“ก็ถ้าซีดีนั่นมันสำคัญมากมายอย่างที่นายว่าตอนแรกจริง แล้วทำไมพอรู้ว่าฉันทำหายแล้วถึงได้ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอย่างงี้ล่ะห้ะ? หรือว่า.........มันก็เป็นแค่เพลงธรรมดาๆ แต่นายแค่อยากจะอำฉันเล่น ให้ฉันหัวปั่นเล่นน่ะห้ะ!!!”

คยูฮยอนใช้นิ้วหมุนวอลุ่มไป ปากก็พูดไปอย่างคนไม่ค่อยเดือดเนื้อร้อนใจเสียเท่าไหร่ “ไอ้เรื่องสำคัญน่ะ มันก็แหงอยู่แล้ว ซีดีแผ่นนั้นเป็นของอาจารย์ซังฮวาจริง แต่ในเมื่อมันหายไปแล้ว จะให้ฉันทำยังงัยล่ะ อาละวาดนายแล้วบังคับขู่เข็ญให้ไปซื้อแผ่นใหม่มาให้ได้อย่างนั้นเหรอ?”

“อย่างน้อยๆ นายก็น่าจะมีท่าทีโกรธหรือโมโหฉันซักนิดก็ยังดี” ทงเฮหลุบตาลงมองรองเท้าผ้าใบที่เขาลงความเห็นว่ามันน่ามองที่สุดถ้าเทียบกับทุกอย่างในห้องนี้ น้ำเสียงหวานเริ่มอ้อมแอ้มในลำคอ “ทำแบบนี้ ความรู้สึกผิดมันจะจุกอกฉันตาย”

คยูฮยอนกลั้นใจไม่ให้ยิ้มออกมากว้างๆไม่ได้ แต่พอใบหน้าหวานของดีเจคู่หูเงยขึ้น เขาก็จำเป็นจะต้องหุบยิ้มแล้วปั้นหน้านิ่ง

“ดุฉัน ตะคอกฉัน ทำอย่างที่นายทำกับฉันเมื่อวานเซ่!” ทงเฮเต้นเร่าๆอยู่ข้างๆคยูฮยอน

คยูฮยอนค่อยหันกลับไป แล้วยิ้มสดใสให้ดวงตาคู่สวยคู่นั้นสะท้อนภาพรอยยิ้มของเขากลับมา

“เพื่อนสนิทน่ะ เค้าไม่โกรธกันเพราะเรื่องแค่นี้หรอกนะ”

 

 

..

 

 

ทงเฮนึกอยากสนิทสนมกับไอพอดมากกว่าไอ้หน้าก่อกวนที่นั่งคุยอะไรก็ไม่รู้ ที่เขาก็ไม่ได้นึกอยากจะรู้อยู่ฝั่งตรงข้าม

“ทงเฮ ได้ฟังที่ฉันพูดอยู่รึเปล่า?”
“ลีทงเฮ!!”

“ตะโกนทำไมเล่า! ก็มีกันแค่เนี่ย”

คยูฮยอนยืดตัวเพียงนิด แล้วก็คว้าเอาหูฟังของทงเฮไปเร็วฟ้าผ่า

“เอาคืนมานะ!”

“ก็เพราะใส่ไอ้นี่งัย นายถึงได้ไม่รู้เรื่อง”

“ไม่รู้เรื่องอะไร..ก็ฟังอยู่ นายก็กำลังอธิบายงานที่อาจารย์สั่งอยู่งัยเล่า!” ทงเฮพยายามเอื้อมไม้เอื้อมมือยื้อแย่งเจ้าหูฟังสุดหวงนั่น แต่มันก็ยากเอาการอยู่เหมือนกัน เมื่อมันตกอยู่ในเงื้อมมือของคยูฮยอนอย่างนี้

“อธิบายว่ายังงัย?”

“นายก็บอกว่า!...........??”
“เออ ยอมรับก็ได้ว่าไม่ได้ฟังน่ะ ก็มันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยนี่นา ฟังนายไปก็ไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม!!”

คยูฮยอนพ่นลมออกจากโพรงจมูกอย่างแรง โชคดีที่คยูฮยอนสบายดี ไม่ได้เป็นหวัด ไม่งั้นแบคทีเรียคงได้เกาะเต็มหน้าของทงเฮ “งั้นฟังใหม่”

“ไม่ฟัง เอางี้ นายเขียน เดี๋ยวฉันระบายสีตกแต่ง”

“ง่ายดีหนิ”

ทงเฮกอดอกยกหน้าเชิด พลางเบะปาก ..เป็นเพราะไอ้บ้านี่แท้ๆเชียว เขาถึงอดจับคู่ทำรายงานกับซองมิน เพราะถ้าเป็นซองมิน ทงเฮก็คงจะได้นั่งฟังเพลงสบายใจเฉิบ เพราะลีซองมินน่ะเป็นเด็กเก่งไม่เคยต้องให้เขาช่วยอยู่แล้ว

แต่ไอ้โจคยูฮยอน ดีเจเสียงนุ่มที่มีปัญญาแค่ปั้นเสียงหล่อล่อสาวไปวันๆคนนี้น่ะสิ มันทำให้ชีวิตของลีทงเฮเปลี่ยนแปลงโดยการเอ่ยปากจะคู่กับเขาแล้วยังจะมือไวลงชื่อในใบรายชื่อเสียเบ็ดเสร็จ!

“หิวข้าวยัง”

“เกือบแล้ว” ทงเฮตอบไม่ใส่ใจ จนคยูฮยอนต้องขนริมฝีปากไปกองตรงมุม

“ไปกินข้าวกัน” คยูฮยอนกวาดใบงานลงกระเป๋าเร็วๆ

“ทำไมต้องไปกับนาย เวลาฉันกินข้าวกะนายทีไร ระบบทางเดินอาหารฉันมันปั่นป่วนทุกที แล้วที่สำคัญ ฉันมีนัดกับซองมินแล้วก็ฮยอกแจอยู่แล้ว”

“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ดีเลย นายก็ช่วยแนะนำฉันให้พวกเค้ารู้จักด้วยนะ ในฐานะเพื่อนสนิทคนใหม่” คยูฮยอนชอบทำเหมือนทงเฮเป็นพุดเดิ้ลที่ชอบให้ลาก เขาลากทงเฮอีกแล้ว ลากโดยที่ไม่เคยสนใจฟังเสียงวีนของทงเฮเลยแม้แต่นิดด้วย


.

.

.


ดวงตาขนาดต่างกันลิบลับ 2 คู่ กำลังมองพวกเค้าสองคนอย่างแปลกใจ

“หวัดดี ฉันโจคยูฮยอน ยินดีที่ได้เป็นเพื่อนกับพวกนายนะ” คิดเองเออเองเลยมั๊ยล่ะ... ทงเฮยืนกอดอกเบ๊หน้าไปทางอื่น ตอนที่ฮยอกแจกับซองมินหันมามองเขาเพื่อหาคำตอบ

“อ้อ.. ก็ฉันเป็นเพื่อนสนิทของทงเฮนี่ ดังนั้น ฉันก็เลยเป็นเพื่อนของพวกนายด้วยงัย!” ทงเฮจะกระโดดเอาฝ่ามือมาปิดให้เรียวปากช่างจ้อนั่นแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ซองมินกับฮยอกแจทำตาโตเป็นสองเท่า ส่วนทงเฮมีหน้าตาเหรอหราอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“พูดมาก หิวไม่ใช่เหรอ? หิวก็รีบไปหาข้าวกินซะสิ!” ทงเฮศอกไล่คนตัวสูงที่แอบอมยิ้มแพรวพราวก่อนจะยอมเลี่ยงไปหาซื้อข้าวอย่างที่ทงเฮบอก

คนตัวเล็กทรุดตัวลงนั่งกับม้านั่ง ทำหน้าหงิกเสียจนเพื่อนสนิทอีกสองคนจับได้

“เฮ้! ทงเฮ นายไปสนิทสนมกับนายนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่าเป็นเพราะจัดรายการด้วยกันน่ะ แต่เอ......ก็ไหนบอกว่าไม่ชอบหน้าหมอนั่นงัยล่ะ” ฮยอกแจเปิดประเด็นเป็นคนแรก

“สนิทสนม...เอาคำนี้เก็บใส่เซฟแล้วปิดตายไปเลยนะ คนอย่างฉันไม่เคยอยากจะสนิทสนมกับโจคยูฮยอนซักนิด”

“อ้าว? แต่คยูฮยอนก็บอกนี่นา ว่าทงเฮเป็นเพื่อนสนิทของเค้าน่ะ” ซองมินคีบลูกชิ้นเด้งคาไว้ในมือ ทงเฮฟังคำถามแล้วก็ละเหี่ยใจขึ้นมา

“ฟังผิดแล้วซองมิน นายนั่นบอกว่าเค้าเป็นเพื่อนสนิทของฉัน ไม่ใช่ฉันเป็นเพื่อนสนิทของเค้าซะหน่อย”

“ยิ่งฟังก็ยิ่งงง” ซองมินพึมพำเบาๆ แต่คนข้างๆก็ยังได้ยิน

“ถึงคยูฮยอนนั่นจะเป็นเพื่อนสนิทกับฉันจริง แต่ก็ไม่มีใครที่จะเป็นเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดสำหรับฉันเท่าซองมินหรอกนะ” ทงเฮคว้าเอามือข้างขวาของซองมินแล้วเลื่อนมางับขโมยลูกชิ้นก้อนโตเข้าปากพลางยิ้มเผละ


เพื่อนสนิทที่ดีที่สุดอย่างงั้นเหรอ?


..ฉันไม่เคยต้องการมันเลยซักนิด..

 

 


คยูฮยอนดูจะคุยกันถูกคอกับฮยอกแจอย่างน่าเหลือเชื่อ ทงเฮเพิ่งรู้ว่านิสัยจริงๆของคยูฮยอนไม่ได้ไม่เอาใครอย่างหน้าตา เขาเป็นคนมีอัธยาศัยดีคนหนึ่งเชียวล่ะ แล้วก็ตีสนิทคนง่ายอีกต่างหาก กระทั่งว่า ซองมินที่เพิ่งจะเคยคุยกันครั้งแรก เจ้าคนหน้าหล่อก็ยังมือบอนไปขโมยของกินในชามของเค้าได้อย่างหน้าตาเฉยเหมือนสนิทกันเป็นแรมปี

คยูฮยอนทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ เหมือนที่ทำกับทงเฮนั่นแหละ!


ทงเฮรู้สึกหงุดหงิดประหลาดๆ อากาศไม่ร้อนนักแต่ทำไมเขาถึงได้ร้อนรุ่มอย่างนี้ล่ะ เจ้าตัวนึกเฉไฉเหมาเอาว่า สงสัยจะนอนน้อยไปหน่อย ทั้งที่มันดูจะไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ก็ลีทงเฮน่ะนอนเก่งอย่างกับอะไรดี

เจ้าปลาน้อยของเพื่อนๆ ลุกพรวดพราดขึ้นมาจนขาของม้านั่งครูดกับพื้นโรงอาหารดังเอี๊ยด เจ้าตัวให้เหตุผลว่ามีธุระแล้วก็ปัดก้นหนีท่ามกลางความไม่เข้าใจของทุกคนในโต๊ะ คยูฮยอนอยากจะลุกตามจนตัวสั่นแต่ติดที่ยังคุยกับฮยอกแจไม่จบ

 

 


..

 

 


แสงแดดจ้าตาเวลาเที่ยง มันทำหน้าที่แยงลูกกะตาได้อย่างดีเยี่ยม ทงเฮยกมือป้องหน้าแต่ไม่คิดจะปกป้องรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตให้กับผิวหนัง เพราะเขากำลังเดินตากแดดอย่างเอาเป็นเอาตาย

เขาหยุดฝีเท้าเอาไว้ แล้วยื่นมือไปจับราวเหล็กที่กั้นสระน้ำหน้าโรงเรียน ทอดสายตายาวๆ ไม่คิดจะจดจ้องสิ่งใดเป็นพิเศษ ทงเฮกำลังสงสัยถึงขั้นสุดขีดกับเจตนาที่แท้จริงของผู้ชายที่ชื่อโจคยูฮยอน

เพราะทงเฮรู้ดีว่านิสัยขี้เอาแต่ใจสาหัสสากัณฑ์อย่างเขา คงไม่มีใครคิดอยากคบค้าสมาคมด้วย ถ้าไม่มาขอร้องให้ไปแสดงเป็นพระเอกละครเวทีตามวันสำคัญต่างๆ ทงเฮก็แทบไม่ได้คุยกับใครอีกเลยนอกจากเพื่อนสนิท 2 คน ฮยอกแจกับซองมิน

กับฮยอกแจก็ไม่เท่าไหร่ รายนั้นออกจะระอาหน่ายเหนื่อยกับเขาเต็มทนอยู่แล้ว แต่กับซองมิน  ทงเฮก็แทบไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน ว่าจะมีคนที่ยอมรับนิสัยแย่ๆของเขาได้มากขนาดนี้

แล้วโจคยูฮยอนล่ะ

ยังจะมีคนที่นิสัยเหมือนกับซองมินอยู่ในโลกนี้อีกหรือเนี่ย?

 

‘คำว่าเพื่อนสนิทของคยูฮยอนมันเหมือนมีอะไรแฝงอยู่’

แต่ทงเฮไม่กล้าคาดเดาหรอก

แล้วเรื่องอะไรจะต้องไปคาดเดาเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นด้วยเล่า!!!!

 

ตู้มมมม!!!

 

สัญชาตญาณของทงเฮทำงานกะทันหัน เขาหันไปทางซ้ายมือเร็วไว คลื่นน้ำวงใหญ่กำลังเคลื่อนเป็นวังวนอยู่รอบหญิงสาวคนหนึ่งที่พยายามตะเกียกตะกายอยู่บนผืนน้ำ

“ช่วย....ช่วยด้วย!”

“เฮ้ย!!” ทงเฮอุทานลั่น แต่ขาทั้งสองดันเร็วกว่า นำพาเอาร่างไม่เล็กไม่ใหญ่ของเขากระโจนลงน้ำดังโครม

นักเรียนที่อยู่บริเวณนั้นเริ่มเข้ามามุงเหตุการณ์อย่างโกลาหล เสียงร้องตกใจของใครต่อใครหลายคนดังอื้อภายในหูของทงเฮ เขากำลังว่ายน้ำอย่างเต็มกำลังเพื่อไปยังร่างของเด็กสาวที่เริ่มสำลักน้ำ เขาส่งท่อนแขนออกไปรวบเอวหญิงสาวแล้วใช้กำลังทั้งหมดออกแรงลากเธอขึ้นฝั่งโดยไว

ทงเฮรู้ว่าพลังงานของเขามันมีอยู่น้อยนิด ก่อนที่เขาจะปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งสู่ผืนน้ำลึกเบื้องล่าง ทงเฮก็ส่งร่างเด็กสาวให้เข้าหาฝั่งให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้

แล้วความมืดมิดก็เข้าครอบงำจนไม่เหลือทางออก!

 

.

.

.

 

ทงเฮเห็นพ่อ ชายหนุ่มวัยกลางคนที่หน้าตาเคลือบไปด้วยประกายแห่งความสุข ดวงตาของพ่อยังดูอบอุ่นเสมอ ทงเฮวิ่งเข้าไปหาพ่อทั้งที่แสงสีขาวเจิดจ้ามันบดบังเสียจนเห็นเป็นเงาราง แต่ทงเฮก็จะวิ่งต่อไป.....

“พ่อ....พ่อฮะ!! พ่ออออออออ!!!!”


เด็กหนุ่มร้องตะโกนลั่น

 


ทงเฮรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ความเย็นเฉียบจากร่างกายของคนที่เขากอดอยู่แทรกซึมเข้าสู่ผิวกาย เขาผงะออกเกือบจะเป็นการผลัก

“โอ๊ย!”

“นาย!!!”

คยูฮยอนยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ ใบหน้าของเขามีหยดน้ำเกาะพราว


...เกิดอะไรขึ้น?!...


ความทรงจำของทงเฮเลือนรางเหลือเกิน เขาจำได้ว่าร่างกายของเขาถูกสายน้ำไหลวนอยู่รอบกาย จำได้ว่าเขาได้ยินเสียงอื้ออึงดังอยู่ในหู จำได้ว่าฉากสีดำทะมึนเป็นภาพสุดท้ายที่ได้เห็น แต่หลังจากนั้น เขาก็จำอะไรไม่ได้เลย

“ว่ายน้ำไม่แข็ง แล้วยังจะอวดเก่งไปช่วยคนอื่น” น้ำเสียงติเตียนปนเย้ยหยันของคยูฮยอนเรียกสติที่หลุดลอยไปกลับคืนมา เจ้าตัวเล็กที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงอ้าปากเตรียมเถียง

“เป็นงัยละ ลำบากฉันอีกตามเคย”

“แล้วใครขอร้องให้นายช่วยมิทราบ!”

“ไม่ทราบก็ไม่ต้องทราบ!” คยูฮยอนเบนหน้าหนี “รู้ไว้ว่าคนอย่างฉัน ช่วยเพราะอยากช่วยก็พอ!”

“หึ....” ทงเฮก็กอดอกเบนหน้าหนีไปอีกทางเหมือนกัน พวกเขากำลังเอาหูจ้องกันอยู่


แอ๊ด!


“ฟื้นเร็วดีแฮะ” ฮยอกแจเดินเข้ามาทักสีหน้ายิ้มแย้ม ทงเฮล่ะอยากรู้จริงๆเลย ว่าต้องให้เขาตายไปก่อนรึงัย ฮยอกแจถึงจะได้รู้สึกเป็นห่วงเค้าขึ้นมาบ้าง ทงเฮเลื่อนสายตาไปยังคนข้างหลังที่หอบเอาผ้าขนหนูมาเต็มอ้อมแขน

“ฟื้นแล้วเหรอ?” ซองมินถามเสียงแผ่ว ทงเฮพยักหน้าเบาๆ

เจ้าไก่กะต้ากกระโดดมานั่งบนเตียงไม่ดูตาม้าตาเรือเลยทับเอาท่อนขาของคนป่วยไปเต็มๆ “อ๊ากกกกกกกกก!!”

“ขอโทษๆ ทงเฮ เป็นอะไรมั๊ย?”

“กระดูกร้าวแล้วมั้ง” ทงเฮยกขาขึ้นมาดูพลางบิดหน้าเหยเก ฮยอกแจเลยทำหน้าโอดโอยล้อเลียนจนคยูฮยอนหัวเราะระเริง และเพราะเสียงหัวเราะไม่ดูกาลเทศะของคยูฮยอนที่ทำให้หน้าสวยๆของทงเฮตวัดขึ้นจ้องอย่างจะดูดเลือด

“ตลกเหรอ?”

“โฮ่! ไอ้ปลาบู่เน่าเอ๊ย คยูฮยอนมันอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตช่วยนาย ทำหน้าดีๆใส่มันหน่อยมันจะตายรึงัยวะห้ะ?” ฮยอกแจไม่พูดเปล่า ฝ่ามือแบนๆนั่นก็ประเคนมาเต็มๆหัวของคนถูกดุด้วย

“ตาย! ตายตาไม่หลับด้วย!” ทงเฮตอบฮยอกแจ แต่กระชากเสียงไปทางคยูฮยอนที่นั่งเช็ดผมไม่สนใจเขาเลยซักนิด นอกจากนี้ ตานั่นยังหาเรื่องคุยกับซองมินเป็นการเฉไฉอีกต่างหาก

ทงเฮกำลังร้อนปุด!

“ซองมินนนนน!!!!!!!!!”

“หะ หา?” เจ้ากระต่ายน้อยทำหน้าเหวอหันมองหน้าทงเฮอย่างตกใจ “มีอะไรเหรอ?”

“เปล่า!!!”

“.....” ซองมินปิดปากเงียบ ทงเฮกำลังทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ ทั้งที่เขากำลังพยายามลืมมัน


“ฉันรำคาญ หนวกหู ไปให้ไกลๆฉันทุกคนเลยนะ!!!!” อยู่ๆทงเฮก็ตะโกนลั่น เจ้าตัวฟาดหัวฟาดหางไม่เลือกหน้า นายตัวแสบกระชากผ้าห่มห้องพยาบาลมาคลุมโปงแล้วทิ้งตัวลงนอนดังปึก!

ฮยอกแจมุ่ยหน้าจนยับยู่ยี่ เขาดีดกะโหลกทงเฮผ่านผ้าห่มบางๆนั่นเข้าให้แล้วก็ได้ยินเสียงโวยวายดังออกมาจากข้างใต้ คยูฮยอนหัวร่อถูกใจที่ยั่วโมโหได้ตรงจุด ส่วนซองมินได้แต่ยืนเงียบมองทงเฮผ่านผ้าห่มด้วยสีหน้าข้องใจ


...คนที่จะต้องโมโห หงุดหงิด งุ่นง่านคนนั้น ไม่ใช่ซองมินหรอกหรือ...

ก็เขาเพิ่งจะเห็นคยูฮยอนผายปอดให้ทงเฮมาเมื่อกี๊นี่นา!

 

 


ทงเฮนอนฟังเสียงฝีเท้าจนค่อยๆเงียบหายไป เขาเลิกผ้าห่มแล้วพลิกตัวขึ้นนอนหงาย สายตาว่างเปล่าจดจ้องไปที่เพดานสีขาว ใบหน้าของพ่อของเขากับโจคยูฮยอนลอยตีกันไปมาจนน่าเวียนหัว

น่าเสียดายที่เขาหมดสติจนไม่รู้เรื่องรู้ราว

ทงเฮกัดปากตัวเองจนห้อเลือด พอรู้สึกเจ็บถึงได้ปล่อยเขี้ยวแหลมของตัวเองออกจากริมฝีปากล่าง เด็กหนุ่มสลัดหัวไปมาอยู่คนเดียวแล้วก็ต้องสะดุ้งเพราะเสียงฝีเท้าของคนประมาณ 2-3 คนที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“โอปป้าคะ”

“หือม์?” ทงเฮหันคอไปเร็วแทบจะเคล็ด แต่โชคดีที่มันไม่เคล็ด ใบหน้าซีดเซียวของเด็กสาวภายใต้ผมสีดำที่เปียกปอนนั้น อยู่ในรัศมีที่เขาจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทงเฮขยับตัวลุกขึ้นแล้วมองหญิงสาวสลับกับอาจารย์ซูยอง อาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นปี 1 ที่เดินขนาบข้างเธอมา

“ลีทงเฮ อาจารย์ขอบใจเธอมากๆนะ”

เขาผงกหัวเป็นมารยาท สายตาของเขาไม่ได้สนใจจะมองไปที่อาจารย์คนนั้น แต่กลับจดจ้องอยู่ที่เด็กสาวที่ขอบตาแดงช้ำ

“น้อง.....ไม่เป็นอะไรมากใช่มั๊ยครับ?”

“ฮันพยอลไม่เป็นอะไรมากหรอก เพราะเธอมาช่วยได้ทันเวลาพอดี ว่าแต่ตัวเธอเถอะ เป็นยังงัยบ้าง” อาจารย์ซูยองตอบด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย

นักเรียนชายคนเดียวภายในห้องทำหน้าเลิ่กลั่ก แล้วจึงตอบไปเพียงว่า “ครับ”

“ขอบคุณโอปป้าจริงๆนะคะ ขอบคุณ ฉันรู้ว่าฉันมันสิ้นคิดนัก ฉันมันโง่”

“เอ่ออ......” ทงเฮถึงกับอ้าค้าง มองตามผมสีเข้มของหญิงสาวที่สะบัดไปมาเมื่อเธอโค้งหัวขอบคุณเขาอย่างใจจริง “ไม่ต้อง..เอ่อ พี่ไม่ได้เป็นอะไรเลย.........ยังงัย ก็อย่าทำแบบนั้นอีกนะ”

“ค่ะ ฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีก”

“ลีทงเฮ ขอบคุณเธออีกครั้งนะ แล้วอาจารย์จะประกาศเธอเป็นนักเรียนดีเด่น พักผ่อนให้มากๆล่ะ”

“มะ...ไม่เป็นไรครับ คือผม...เอ่อ.........” มือขาวอันซีดเซียวของเขาเอื้อมคว้าไปในอากาศเมื่อรั้งคนทั้งคู่เอาไว้ แต่ทว่ากลับไม่ทันเมื่อปลายกระโปรงสีกรมท่าได้วับหายไปกับขอบประตู


ภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาพบเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นร้องขอความช่วยเหลือย้อนกลับเข้ามาในหัว ทงเฮไม่รีรอที่จะตัดสินใจช่วยชีวิตเธอแม้ว่าตัวเองจะว่ายน้ำไม่เก่ง เพียงเพราะไม่อยากให้เด็กคนนั้นเป็นอะไรไป

ฮันพยอล เด็กผู้หญิงคนนั้นโค้งหัวขอบคุณเขาจนคอแทบหลุด เพราะเขาช่วยชีวิตเธอจากยมทูตไว้ได้ แล้วทงเฮล่ะ......คยูฮยอนเป็นคนรั้งเขาจากโลกแห่งความตายเอาไว้ไม่ใช่หรือ?

แม้แต่คำขอบคุณ

ทงเฮก็ยังไม่ได้ยินจากปากตัวเอง

 

 


..

 

 


คาบบ่ายของซองมินช่างดูน่าเบื่อหน่าย
คาบบ่ายของฮยอกแจดูปกติดี
ส่วนคาบบ่ายของคยูฮยอนกลับดูสนุกพิลึก

การที่เขาย้ายตัวเองมานั่งแทนที่นั่งของทงเฮซึ่งอยู่ข้างๆซองมินแล้วคอยก่อกวน มันทำให้เจ้าตัวมีความสุขขนาดนี้ได้ยังงัย?

“ทำไมต้องตั้งใจเรียนขนาดนั้นด้วย” คยูฮยอนใช้ปลายปากกาเขี่ยจมูกของซองมิน ซึ่งก็โดนกิริยาสะบัดหน้าเป็นการตอบรับ
“ไม่อยากให้ฉันมานั่งตรงนี้งั้นเหรอ?”

“.....” ซองมินกำลังนับเลขอยู่ในใจ

“ดูท่านายไม่ค่อยชอบหน้าฉันเลยนะ หรือว่า.....!!” คู่สนทนาของเขาหันขวับมามอง แต่คยูฮยอนกลับหัวเราะกวนประสาท

“อย่ากวนฉันจะได้มั๊ย?”

แต่ดูเหมือนคำสั่งของซองมินจะหมดอายุไขไปโดยปริยาย เมื่อคยูฮยอนหัวเราะคิก แล้วเสหน้าไปทางกระดานดำโดยที่ปากก็ยังพร่ำ “เอ.....สงสัยนายจะต้องโกรธฉันแน่ๆเลย............เรื่องที่ฉันแย่งตัวทงเฮไปทำรายงานหน่ะ”

ร่างอวบที่พยายามสงบสติอารมณ์เป็นนาน ตวัดสายตามาจ้องคนข้างๆเขม็ง แต่ซองมินก็ทำได้แค่มองแก้มกับใบหูของโจคยูฮยอน เพราะรายนั้นทำเป็นจดจ้องอยู่กับหน้าห้องและไม่คิดจะสนใจเขา

..ต้องการอะไรกันแน่!!!...

 


คยูฮยอนจะชวนเขาคุยก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าทงเฮเท่านั้นแหละ ภาพตอนที่คยูฮยอนช่วยชีวิตทงเฮ ภาพตอนที่คยูฮยอนใช้วิธีเม้าท์ทูเม้าท์กับทงเฮ มันวิ่งชนโครมเข้าที่หัวของลีซองมิน

หรือว่า....


โจคยูฮยอนกำลังประกาศตัวเป็นคู่แข่งกับเค้าอยู่!!!?

 


.

.

.

 

เมื่อไปที่ห้องพยาบาลแล้วก็ไม่เห็นวี่แววของทงเฮ โทรตามก็ไม่ยักกะรับสาย ซองมินเลยหงุดหงิดงุ่นง่านกว่าทุกวัน หัวคิ้วที่มักจะยกสูงเป็นรอยยิ้ม บัดนี้มันขยุกขยุยอยู่บนหน้าผาก ซองมินเดินตัดผ่านสนามฟุตบอล คิดว่าจะลองไปตามหาทงเฮที่ชมรมเสียงตามสาย แต่ทว่าความตั้งใจนั้นก็ถูกทำลายลง


พลั่ก!!

 

แรงอัดกระแทกจากลูกหนังก้อนกลมๆส่งผลให้ร่างเล็กตาปรือเห็นดาวระยิบ 3 ดวงลอยเหนือหัว ซองมินทรุดลงกับพื้น โสตประสาทได้ยินเสียงโหวกเหวกของพวกนักบอลกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งตุ่บๆเข้ามา

“ซองมิน!”

ฮยอกแจถึงกับเหงื่อตกหน้าซีดเมื่อรู้ว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากลูกเตะอหังการของตัวเองเป็นใคร ร่างโปร่งย่อตัวลงข้างๆและช้อนท้ายทอยอีกคนขึ้นมาดูอาการ ใบหน้าขาวใสมีปื้นสีแดงสดแต่งแต้มอยู่ตรงกลางหน้าผาก

...กลางแสกหน้าเลยนี่หว่า!...

ไม่รอช้า กัปตันทีมฟุตบอลของโรงเรียนรีบประคองซองมินขึ้นมาทันที มีเสียงห้ามปรามจากพวกลูกทีมกลัวว่าหลังของเขาจะเดาะอยู่ประปราย แต่ฮยอกแจไม่คิดจะสนใจ ความทรงจำของซองมินสำคัญที่สุด!

 

 

ชายหนุ่มร้อนรนเมื่อพบว่าภายในห้องพยาบาลนั้นสุดแสนจะว่างเปล่า หรือเพราะเวลานี้เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว จึงไม่มีอาจารย์ประจำห้องพยาบาลประจำการณ์อยู่แม้แต่คนเดียว ฮยอกแจวางร่างอวบของซองมินอย่างแผ่วเบา จริงๆเขาก็รู้สึกเคล็ดเอวขึ้นมาเหมือนกัน แต่เมื่อเห็นคนเจ็บที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียงแล้ว ความรู้สึกต่างๆนานามันก็ลอยหายไปหมด จะเหลือก็แต่ความเป็นห่วงลีซองมินเท่านั้น ที่มันยังเกาะหนึบอยู่ไม่ไปไหนเสียที

เพราะฮยอกแจไม่ใช่คนที่มีใจเป็นหญิงถึงจะได้เรียนรู้วิธีการทำแผลให้ถ่องแท้ เขาค้นหากล่องปฐมพยาบาลจนห้องพยาบาลแทบแตก ในที่สุดก็เจอมันอยู่ที่ใต้เตียง

พาลให้ฮยอกแจคิดว่า คงจะมีคนคู่หนึ่งมาใช้มันก่อนแล้ว

เขาใช้เวลาในการอ่านฉลากที่แปะอยู่ตามขวดแก้วของยาทำแผลนานพอสมควร จริงๆเขารู้ว่าขวดไหนเป็นยาอะไร เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะใช้อันไหนก่อนหลังก็เท่านั้น

ถ้าซองมินเป็นแผลใหญ่กว่านี้ ฮยอกแจอาจจะโดนข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาก็เป็นได้ ร่างอวบที่นอนสลบสไลอยู่บนเตียงนอนสีขาวกระพริบตาขึ้นช้าๆ ได้ยินเสียงกุกกักข้างตัวเลยหันไป ซองมินเห็นเพื่อนตัวผอมกำลังค้นกล่องปฐมพยาบาลอย่างเอาเป็นเอาตายเลยเอื้อมมือไปหยิบขวดแอลกอฮอล์ล้างแผลออกมาให้

ฮยอกแจสะดุ้งจนหายใจดังเฮือก เขาหันไปทางซองมินแทบไม่ทัน

“ใช้ไอ้นี่ล้างแผลก่อน” คนเจ็บยันตัวลุกขึ้นเป็นท่านั่งขัดสมาธิ ฉกกล่องพยาบาลไปจากมือของเพื่อนแล้วค้นเอาสำลีออกมา

“เอ่อ....โทษที ฉัน...ไม่เคยทำหน่ะ เลยไม่รู้ว่าต้องทำยังงัย” คนผิดได้แต่พูดเสียงสลด

“เคยทำอะไรเป็นมั่งล่ะ”

นั่นยิ่งทำให้ไก่ซึมยิ่งกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า!

ซองมินเห็นอย่างนั้นก็เลยปรับโทนเสียงให้นุ่มกว่าเดิม “ช่างมัน เช็ดแผลให้หน่อยดิ่” สำลีชุ่มแอลกอฮอล์ถูกยื่นมาให้พร้อมกับคำขอนั้น ฮยอกแจรับมันมาอย่างเร็วไว ซองมินเลยขยับตัวเข้ามาใกล้ให้ทำแผลได้ถนัด

ฮยอกบรรจงเช็ดแผลอย่างเบามือจนเหมือนจะเป็นการสะกิดมากกว่า เลยโดนซองมินเอ็ดเข้าให้ เขาถึงกล้าที่จะซับแอลกอฮอล์ลงบนแผล

“แสบ....”

“ข...ขอโทษ....ฉันเป่าให้นะ” ว่าแล้วเจ้าไก่ก็พ่นลมเบาๆลงบนหน้าผากของซองมิน ฮยอกแจเผลอเป่านานเกินไป ซองมินเลยต้องผลักเขาออก

“พอแล้ว!”

ซองมินชี้ให้ฮยอกแจเอาขี้ผึ้งมานวดแผล ฮยอกแจก็ทำอย่างเต็มใจ ก็มันไม่มีเหตุผลที่จะขัดแล้วฮยอกแจก็ไม่คิดอยากจะขัดด้วย

“นายเป็นคนเตะบอลนี่มาโดนหัวฉันเหรอ?”

“อือม์ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”

“ฉันก็ไม่ได้คิดว่านายตั้งใจหรอกน่า” ฮยอกแจยิ้ม นิ้วมือของเขายังเกลี่ยเนื้อครีมกับหน้าผากของซองมินเอื่อยๆ ถึงตอนนี้ฮยอกแจอยากจะเสกให้ซองมินมีหัวโตเท่าลูกแตงโม เขาจะได้ใช้เวลานวดมันนานๆ “ฮยอกแจ....”

“หือม์”

“นายเนี่ย มือเบาเป็นบ้า”

“ไม่ดีเหรอ?”

“ก็ดี นี่! ฮยอกแจ มือเบาอย่างเงี้ย ไปเป็นหมอนวดท่าจะรุ่งนะ” ดวงตาวาวใสจ้องร่างผอมอย่างขี้เล่น ฮยอกแจเห็นแล้วก็อดที่จะประเคนหลังนิ้วเข้าให้ไม่ได้

“โอ๊ยย!! ฉันเจ็บอยู่นะ!”

“ก็รู้ นี่ก็กำลังทำแผลให้อยู่งัย” ฮยอกแจยียวนกลับ ซองมินลูบหัวป้อยก่อนจะปัดมือของเขาทิ้ง “ไม่ให้ทำแล้ว!!”

“ต้องทำ”

“ไม่ทำ” ซองมินทำท่าจะวิ่งหนี แต่โดนฮยอกแจดึงมือไว้ทัน เขาไม่ยอมแพ้ที่จะแต้มขี้ผึ้งลงบนหน้าผากซองมิน ซองมินก็ไม่ยี่หระจะหนีให้ได้ลูกเดียว

“ก็ไหนบอกว่าฉันมือเบางัยล่ะ”

“มือเบา ก็ต้องไปเป็นหมอนวด แบร่!” คนตัวเล็กใช้นิ้วดึงถุงใต้ตาลงแล้วแลบลิ้นยาวใส่ ตั้งท่าจะพุ่งใส่ประตูทางออก แจ้นหนีทันที แต่ก็ไม่ทันพ่อนักวิ่งลมกรด

ฮยอกแจเคยวิ่งร้อยเมตรทำลายสถิติทีมชาติมาแล้ว กะอีแค่วิ่งตามกระต่ายอ้วนตัวเดียว ทำไมฮยอกแจจะตามไม่ทันล่ะ?

ฮยอกแจส่ายหัวเหมือนตุ๊กตาล้มลุกทำตาถลนใส่เหมือนจะบอกว่า ‘ไม่มีทางซะหรอก!’

ซองมินเลยตะโกนเสียงดังเปิดศึก “งั้น แน่จริงก็ตามให้ทันเด่ะ!”

เกมวิ่งไล่จับสมัยเด็กๆถูกขุดคุ้ยเอามาใช้อีกทีก็เห็นจะเป็นตอนนี้แหละ ซองมินวิ่งหนีอุตลุดโดยมีฮยอกแจวิ่งตามไปติดๆ กระต่ายอ้วนใช้วิชากลิ้งจากเตียงหนึ่งไปเตียงหนึ่ง ฮยอกแจก็ใช้วิชากระโดดไกลได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเหมือนกัน


ทั้งคู่มาเหนื่อย นั่งหายใจหอบก็ตอนที่สภาพห้องพยาบาลกลายเป็นรังหนู


“ยอมแพ้ๆ คนอะไรวะ วิ่งเร็วยังกะม้าแน่ะ” ซองมินพูดไปก็กวาดเอาออกซิเจนเข้าปอดไป ฮยอกแจยื่นมือมาขยี้หัวคนพูดแรงๆจนหัวที่ฟูอยู่แล้วฟูมากขึ้นไปอีกเท่าตัว

“ทำใจเหอะ นายมันหนักพุง!”

คนตัวเล็กหันขวับ ไม่รอให้เข็มวินาทีได้วิ่งเล่นสมใจ ซองมินก็กระโดดใส่ฮยอกแจจนล้มแอ้งแม้งไปบนเตียง มืออวบๆนั่นกำรอบคอเพื่อนตัวผอมเอาไว้ “หาว่าฉันอ้วนพุงโลเหรอ? ไอ้ไก่อบแห้ง!!”

“ตายซะเถอะ!!!!!”

ที่คิดว่าซองมินคงจะบีบคอ ฮยอกแจคิดผิด เพราะตอนนี้เขากำลังต้องการอากาศหายใจอย่างรุนแรง

 

 

“ฮะฮะฮ่า ฮ่าฮ่า โอ๊ะ ฮะฮะฮะ ฮ่าฮ่า ฮะฮะฮ่า ซอง.....ฮะ.....มิน ฮ่าฮ่าฮ่า!!!”


ซองมินกำลังจั๊กจี้เขาอยู่ ฮยอกแจพยายามปัดมือซนๆนั่นออกแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อมันยังรุกรานไม่ยอมหยุด

“นี่แน่ะๆๆๆ” ท่าทางซองมินจะเมามันส์กับการแกล้งเพื่อนรักเสียนี่กระไร ฮยอกแจจั๊กจี้จนดิ้นตกจากเตียง เขาไม่ได้ตกคนเดียวหรอก ซองมินก็ตกลงมาด้วย


ตุ่บ!


ฮยอกแจร้าวไปทั้งหลัง แถมจุกท้องน้อยอีกต่างหาก เขารู้สึกว่ามีของหนักหล่นทับและพอลืมตาขึ้นดูก็รู้ว่าของสิ่งนั้นมันคือ ซองมิน!

เลือดทั้งกายแข่งกันสูบฉีดมาหล่อเลี้ยงใบหน้าให้แดงจัด ปลายจมูกโด่งรั้นของซองมินอยู่ชิดปลายจมูกของเขาจนไม่เหลือช่องว่างใดๆ ฮยอกแจเชื่อว่า อากาศที่เขาหายใจเข้าตอนนี้เป็นอากาศเดียวกันกับที่ซองมินหายใจออกอย่างแน่แท้

 

“ขอโทษครับ อ้าว? ขัดจังหวะรึเปล่า?”


.

.

.

 

“คยูฮยอน!”

 

 

 

TBC

 

กาเท่เร่'s talk :: รีบเอามาลงก่อนวาเลนไทน์ สารภาพ ไม่ได้ปั่นฟิค(Y)วาเลนไทน์ แต่งแต่ B&G จะเอาไปลงที่ห้องนั่งเล่น จริงๆอยากเอาไปลงวันที่ 14 เลย

แต่เนื่องจากวันที่ 15 น้ามสอบ final ที่สำคัญ สอบฟิสิกส์ครับทั่นครับ และเด็กดีอย่างน้าม (55+) ก็ต้องไปอ่านหนังสือสิโนะ

ปล. นอกรอบ คุยกันได้ที่ห้องนั่งเล่นจ่ะ =)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

*แปะ* คนแรกปะ

เด๋วมาอ่านต่อ

มาได้ครึ่งแระแม่เรียก

#1 By KyuHyun Holic's on 2008-02-12 17:34

โอ๊ะ
ผายปอด เค้าอยากเห็นcry cry

เอ่อ คยู โผล่มาไม่ดูเวลาเล้ยยย sad smile

สู้ๆกะการสอบนะเคอะ เอาคะแนนเต็มเลยน๊าconfused smile
แว๊กกกกกกก >w <
เพื่อนสนิท ~ ชะเอิงเอยย

ตกลงคยูเฮ กับ ฮยอกมิน ใช่ป่าวว
โอ้ รักกันๆๆ เลิฟๆ ฮ่ะ

... อิแป้งตกหลุมรักดีเจคยูละค่าาา
ฟิสิกส์ ถ้าต้องมาเรียนอีกครั้งก็เอามีดมาจิ้มกันดีกว่า+1

โธ่ เค้าอุตส่าห์ลุ้นคู้มิน

แต่พี่รองมิน เค้าก็โออยู่ 5555+

กระต่ายอ้วน น่ารัก -///////-
นึงภาพพี่ซองมินวิ่งดุกๆๆ

อยากแปลงร่างเป็นหมาป่ากระโดดตะครุบ!

ปล. สีบล็อทำร้ายมาก ทำร้ายจิตใจคนไร้คู่
55555+

#4 By *หมึกคึกคัก* on 2008-02-12 19:49

อิ้วว~

ฟิคที่รอคอย > <

กี้ก๊วนกวนง่ะ แอบคิดคยูมิน นิดนึง...
แต่มันคงจะไม่ใช่ใช่มั๊ย - -a
หรือว่าจะเป็น!! 3P! O o (แล้วจะเอาไก่ไปไว้ไหนดี-o-)

ฉากไ่ก่้อุ้มมินมินนี่ไม่อยากจะคิดเล้ยยย = =
แล้วมินยังจะหล่นทับไก่อีก(กรี้้ดดด> <) ไก่จะไหวหรอนั่น

มาต่อไวๆนะbig smile

#5 By ::[M]ai:: on 2008-02-12 20:48

อ๊าๆๆๆ รอมานานคึๆๆ(มั้ง)

เรื่องนี้น่ารักมากเลยอ่า
น้ามแต่ง คยูเฮ ทีไร
น่ารักทู๊กกทีเลย

อ๋าจะสอบวันที่ 15 แล้วหรอ

ทำข้อสอบเก่งๆน้ะ ให้ได้เต็มไปโล้ดด

ว่าแต่ คยูน่ารักดีคึๆๆ
หลังจากที่ปลื้มอยู่แล้ว

ซองมิน ก่ะ ไก่
ก็น่ารักดีอ่า ใช่คู่กันอ๊ะเปล่า
(ใช่อยู่แล้วม้างงเน้อ)

รู้สึกว่าด๊องจะมีรมณ์หึง อยู่นิสๆน้ะ

#6 By ''신 소에 on 2008-02-12 21:35

คยูเริ่มประกาศเป็นศัตรูต่อมินนี่แล้วจริงๆ

ด๊องจะรู้ตัวมากกว่านี้ไหม

เพื่อน

ย้ำบ่อยไปไหม ย้ำเพื่ออะไร เพื่อเตือนหัวใจไม่ให้ลำเส้ยเหรอไงกี้จ๋า~

#7 By เรียว~ฮยอก on 2008-02-12 22:30

ยังดีนะสอบไฟนอล 15
ฟ้าสอบไฟนอล 14 เลยล่ะ ดาร์ควาเลนไทน์ชัดๆ = =

ขอสารภาพตามตรงว่าจะขอยังไม่ฟันธงนะว่าเป็นคู่ไหนกะคู่ไหน
ขอลุ้นก่อนๆ แม้ว่าภาพจาก EHB12 จะยังติดตา
แต่ก็จะขอไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น ก๊ากกกก
เพราะเมื่อก่อนเชียร์คู่นี้ แล้วอยู่ดีๆ ไก่ก็ทิ้งอิหนูกระต่ายไปพักใหญ่
(คิดเอง เออเอง แล้วก็นั่งโกรธไก่เองอยู่คนเดียว เหะๆ)

#8 By li FaAS il on 2008-02-13 16:15

Happy valentine day.

confused smile big smile sad smile

#9 By Luv-U-XiahJunsu on 2008-02-14 18:33

ทำไม่เป็น T^T แต่พี่เอาโครตบล็อคให้ดูได้ เอาไหม cry

#10 By เรียว~ฮยอก on 2008-02-15 20:58

ธีมใหม่สวยจังนะจ๊ะ

พี่รู้ ทำไมน้ามไม่ชอบคยูเคะ เพราะในความรู้สึกน้าม คยูเมะเท่านั้น เมะให้ดองเฮของน้าม 55+

#11 By เรียว~ฮยอก on 2008-02-15 23:01

เข้าใจล่ะว่าทำไม พยายามบอกให้เข้ามา

ที่แท้ ความพยายาม และ เวลาว่างในการทำธีมของอิคุณเท่เร่มันเยอะมากนี้เอง

รู้มั้ย?

ว่าอิคุณลิ้งค์เห็น เก้าอี้ไม้สีขาวกะโต๊ะสีขาวแบบนี้แล้วนึกถึงอะไร

เมฆสีขาว

ฟ้าสีฟ้าน้ำเงิน

น้ำทะเลสีฟ้าเขียว

เสียงลม

เสียงคลื่น

หนังสือหนึ่งเล่ม

แมวน้อยหนึ่งตัว

โกโก้ร้อนหนึ่งถ้วย

เพลงหนึ่งเพลง

....

....

....


....

...

...

หมอนหนึ่งใบ

หลับฟี้!!!!

555

...
...

...
...

มันก็โรแมนติกดีนั้นแหละ

พาลเอานึกไปถึง

ร้านกาแฟของดงแฮกะลิ้งค์เน้

หึหึ

#12 By linkline@linn on 2008-02-16 01:10

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
อัพแล้ว อัพแล้ว เย้
รอตั้งนาน พูดถึงคยูน้อยจัง(น้อย?ทั้งที่ปาไปเกือบทั้งหมดอ่ะนะ)
ชอบมากมายตรงลงคยูประกาศสงครามกับมินนี่ชิมิ
ฮยอกสู้ๆ เพราะช้านนนเชียร์คยูเฮจ้าbig smile
มาอัพต่อเร็วๆน้าค้า จะรอcry

#13 By yunyun (125.26.198.57) on 2008-02-16 04:11

แอบเชียร์ฮยอกมินออกนอกหน้า

ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆ

ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ*

ชอบมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ดีเจมันก็หล่อ ๆ เลว ๆ กันไป

แต่ขอเชียร์ ไก่ ๆ ต่าย ๆ กันก่อง

>________________________<)!!!!!!

*ยิ้มหน้าบาน* 555+ ,,

#14 By [ coolguy ★ ก้อย ] on 2008-02-16 22:18

โอๆฮยอกมินเริ่มเด่นชัดเเล้ว
พีร่าลุ้นอยู่นานเหมือนกัน
เเต่ดูเหมือนพาร์ทนี้คยูต้องการสื่ออะไร
ให้ตาด๊องติ๊งต๊องรึเปล่านะangry smile
อือออ น่าคิดนะคะ
ไงก้ออัพต่อนะจ๊ะกาเท่เร่จัง
อยากรู้ว่าต่อไปจะเป็นงายต่ออ่ะ

#15 By ~*P*i*R*a*~ (203.113.57.69) on 2008-02-21 15:23

เอ๊า ซองมินมาเป็นคู่แข่งคยูเหรอเนี่ย หึหึ แต่ก้อจะเชียร์คยูอ่ะนะ (บอกทำเพื่อ)

จิ้นภาพตอนคยูแสยะยิ้มร้ายกาจแล้วถูกใจเป็นบ้า

#16 By gold fish on 2008-02-21 21:33

คยูมีพรึดติกัมเสี่ยงที่จะมา

คยูมิน นะ


อย่านะ

น๊ามมมมมมมมมมมมมมมมม


เรื่องนี้ไม่ตันช่ายม๊ายยยย

แล้วทำไมอัพช้าหยั่งงี้อ่า....


รอยุน้า...


คยูเฮ

#17 By kk (202.149.25.241) on 2008-03-31 19:08

งุงิ ทำไมไม่มีเม้นเราหว่า งงนะนี่ แต่อ่านอีกรอบก็ชอบอ่า

555+ ไรเตอร์ สู้ๆนะคะ

#18 By natt (58.9.80.177) on 2008-05-08 11:32