[FIC] 1 become 2 :P.11: nc

posted on 24 Jan 2008 14:34 by katere  in Fic-1become2

Part 11







ทงเฮผลักร่างสูงออกจากตัว และสิ่งแรกที่เห็นก็คือเรียวตาแสนเศร้าที่สะท้อนภาพของเขาเอาไว้ ทงเฮใช้เวลาในการจ้องตากับคนตรงหน้าท่ามกลางเสียงหายใจหอบเหนื่อยจากจูบเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไป


ผิด..........


คำๆนี้เป็นเพียงคำเดียวที่ดังก้องในหูของทงเฮ

ริมฝีปากบางพยายามจะขยับเพื่อเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมา ถ้อยคำอะไรก็ได้ ที่มันจะทำให้บรรยากาศรอบตัวที่อึดอัดนี้ทุเลาลง แต่กลับทำไม่ได้ ใบหน้าหวานหันหนีจากการสบสายตากับกยูฮยอนแล้ววิ่งหนีออกมาเสียดื้อๆ

“พี่ทงเฮ!!”

เสียงเรียกของกยูฮยอนมีแต่จะคอยตอกย้ำให้ฉากเหตุการณ์เมื่อครู่ไหลย้อนกลับมาในหัวของเขา ทงเฮวิ่งมาตามทางเดิน และชะงักเมื่อเห็นซองมิน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทงเฮคิดสนใจไปมากกว่าการมองกลับไปอย่างตกใจแล้วออกแรงวิ่งต่อ



แรงกระแทกที่ทำให้ถึงกับเซเป็นเหมือนด่านที่สองที่จะขัดขวางการหนีความเป็นจริงของเขาครั้งนี้ แต่เมื่อทงเฮเงยหน้าขึ้นเพื่อมองอีกฝ่าย เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เงยหน้าและพบว่าเค้าคนนั้นเป็นใคร ความจริงทั้งหมดที่พยายามวิ่งหนี ก็ถูกสาดใส่หน้าจนชาร้าวไปถึงหัวใจ

“คิบอม!”

“เป็นอะไร? ทงเฮ” คิบอมดูจะตกใจไม่น้อยกับสภาพของคนรักที่เห็น ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา ผมเผ้าที่ไม่เป็นทรง กับเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย เขารั้งไหล่ของทงเฮไว้เมื่อคนตัวเล็กทำท่าจะวิ่งหนีจากไป

ก่อนที่คิบอมจะได้สังเกตเห็นริมฝีปากแดงเจ่อ ที่เป็นหลักฐานของคนทำความผิด ทงเฮก็รีบหลบหน้าได้ทันเวลา ท่อนแขนเล็กยกขึ้นผลักอกร่างสูง พูดว่าปล่อยแล้ววิ่งหนีไปอย่างที่ตั้งใจในตอนแรก

ทงเฮโบกแท็กซี่แล้วก็ได้ดั่งใจเมื่อรถเก๋งรับจ้างจอดเทียบฟุตบาท ร่างบางก้าวขึ้นไปและปิดประตูดังปึง คิบอมคลาดกับทงเฮไปแค่เสี้ยววินาที

“ทงเฮ ทงเฮ!!” เสียงห้าวร้องเรียกตาม แต่เมื่อไม่เป็นผล เสียงเรียกไม่ได้ทำให้รถคันนั้นหยุดวิ่งลง คิบอมก็หันตัวกลับมา ควักเอากุญแจรถออกจากกระเป๋ากางเกง แล้ววิ่งตรงไปยัง BMW คันงามโดยเร็ว





..





สารถีวัยกลางคนได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น เมื่อถามผู้โดยสารถึงปลายทางแล้วสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบ เจือกับเสียงสะอื้อฮักบางเบา ทงเฮใช้ฝ่ามือทั้งสองรองรับใบหน้าและหัวที่หนักอึ้ง นึกย้อนถึงสิ่งที่ตัวเองทำลงไป ที่คิดว่ามันจะทำให้เขาสบายใจ หากแต่ไม่ใช่เลย

มันกลับยิ่งตอกย้ำและเป็นเหมือนก้อนหินก้อนโตที่ถ่วงข้อเท้าของเขาไว้ให้จมดิ่งสู่ห้วงเหวที่มืดมิด


“จอด...จอด!” ทงเฮยื่นธนบัตรใบที่มีมูลค่ามากที่สุดในกระเป๋าเงินแล้วเปิดประตูลงจากรถไป


เพราะเพิ่งจะ 3 ทุ่มกว่า ถนนในตัวเมืองจึงยังพลุกพล่านไปด้วยผู้คนกลางคืน และรถราที่ขับกันว่อนไปหมด เรียวขาที่อ่อนแรง แม้อ่อนแรงเพียงใดแต่เขาก็ยังพยายามที่จะใช้มันนำพาร่างกายที่อ่อนแอเดินต่อไปเรื่อยเปื่อย ไร้จุดหมาย


แค่หวังว่าลมเย็นๆในฤดูหนาวจะช่วยพัดพาเอาตราบาปให้หลุดออกไปจากหัวใจ เหมือนกับที่พัดเอาใบไม้ให้ร่วงหล่นลงจากกิ่งไม้.....


หัวใจที่แบ่งออกเป็นสองส่วนก็เหมือนเศษกระจกที่แตกแล้วก็ไม่มีวันประกอบคืนให้เหมือนเดิม




รักคิบอม แต่กลับมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้กยูฮยอน
รักกยูฮยอน ทั้งที่ก็ยังรู้สึกผิดต่อคิบอม




แสงไฟหน้ารถที่เคลื่อนผ่านไป ก็ยังคงเคลื่อนผ่านไปไม่ย้อนกลับ ทงเฮเดินไปเรื่อยตามฟุตบาทจนกระทั่งไปกระแทกเข้ากับใครคนหนึ่ง แผ่นกระดาษเท่าเอสี่ปลิวว่อนเพราะการที่เขาเดินชนใครคนนั้น ทงเฮจึงนั่งลงและช่วยเก็บแม้ว่าบางส่วนจะลอยไปตกอยู่กลางถนน

“ขอโทษนะฮะ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

อีกฝ่ายเอ่ยขอโทษเขาขึ้นมาก่อน ทั้งที่เค้าไม่ได้ผิดเลย ทงเฮต่างหากที่เดินไม่ดูทาง ใบหน้าหวานเงยขึ้นเพื่อพูดคำว่าขอโทษบ้าง หากแต่ก็ต้องชะงักงันไปก่อน



“ซ.....ซึงเฮ......”


เจ้าของชื่อก็อึ้งไปเหมือนๆกัน ซึงเฮลุกขึ้นยืนพร้อมๆกับทงเฮ แล้วยิ้มทักทาย ทั้งที่ก็แปลกใจกับคราบน้ำตาที่เปื้อนหน้าอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย


.

.

.


เขาเลือกมุมเล็กๆในร้านเหล้าริมทางเป็นสถานที่เพื่อพูดคุยกัน ซึงเฮมองทงเฮที่เอาแต่ซดโซจูตั้งแต่ยังไม่เริ่มบทสนทนา

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ ทงเฮ” ซึงเฮเอื้อมมือไปรั้งแก้วเหล้าที่กำลังจะส่งน้ำเมาเข้าปากของทงเฮ แล้วรีบถามเพราะความข้องใจ

“ซึงเฮ......” ดวงตาสีชาหลุบต่ำ ก่อนจะช้อนขึ้นมองคนตรงข้าม ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าจากสงสัยให้เป็นอย่างอื่น

“มีปัญหากับคิบอมรึเปล่า?”

“คุณมีความสุขมั๊ย? มีความสุขมั๊ย ตั้งแต่ออกมาจากชีวิตของคิบอม!!”

เพราะคำถามที่หลุดออกไปจากปากของทงเฮ มันทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ ซึงเฮเสตามองไปยังจุดอื่นเพื่อปรับมันให้ดูเป็นปกติที่สุด แล้วจึงวกกลับมาจ้องตากับคนถาม

“ทำไมถามแบบนั้น”

“........” ทงเฮเงียบไปพักใหญ่ มีเพียงเสียงสูดน้ำมูกดังให้อีกคนได้ยิน มือเล็กคว้าขวดเหล้าแล้วเทมันจนล้นแก้ว ก่อนจะกรอกมันเข้าปากในอึกเดียว

“ฉันไม่รู้ว่า ควรจะทำยังงัยแล้ว? ฉันรู้สึกผิดจนไม่รู้ว่าจะลบล้างมันยังงัยแล้ว?”

“...........ทงเฮ....”

“ทั้งที่เคยคิดว่า คิบอมผิดอย่างไม่น่าให้อภัย แต่ตอนนี้................ฉัน.........ฮึก.........ฉันกลับเลวกว่าคิบอมเป็นล้านเท่า!!”

ทงเฮปล่อยให้น้ำตาพรั่งพรูล้นขอบตา และปล่อยให้หยดน้ำทิ้งตัวลงไหลอาบแก้มจนเจิ่งนอง โดยไม่คิดที่จะปาดมันออก อยากจะให้มันไหลออกมา ไหลออกมาจนกลายเป็นสายเลือดเสียด้วยซ้ำ!!

“ทงเฮ เกิดอะไรขึ้น? คุณ......ทำอะไร?”

“ฉันทำผิด..........ฉันมันเลว..........ฮึก.........”

ซึงเฮผู้ซึ่งไม่เข้าใจในตัวทงเฮยังคงพยายามคาดคั้นเอาคำตอบจากทงเฮให้ได้ แม้รู้ว่ามันเป็นเรื่องยากก็ตามที เขาปล่อยให้ทงเฮรินเหล้าให้ตัวเองแล้วกลืนมันลงคอเพียงเพราะคิดว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์พวกนั้นมันจะทำให้ตัวเขาเองลืมเรื่องราวที่ไม่ต้องการจดจำนั้นออกไปได้ ทงเฮดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า โดยที่ริมฝีปากบางก็พร่ำคำด่าใส่ตัวเองไม่ขาดสาย





“ฉันรักกยูฮยอน.........ทั้งที่คิบอมเค้ารักฉัน...........”


ซึงเฮนิ่งงันไปกับสิ่งที่ได้ยิน

พระเจ้ากำลังเล่นตลกกับเค้าอยู่ใช่หรือไม่?
กำลังกลั่นแกล้งให้ ลีทงเฮ คนนี้ มาเจอเค้าเพื่อแหวกบาดแผลที่กำลังจะสมานรอยให้ฉีกกว้างใช่มั๊ย?


เขานั่งมองบุคคลที่ภายนอกเหมือนเค้าทุกประการด้วยความรู้สึกต่างๆนานาที่ประเดประดังเข้ามา

จริงอยู่.....ที่ภายนอกนั้นเมื่อใครเห็นก็บอกว่าไม่มีข้อแตกต่าง
แต่ตัวเขารู้ดี......

รู้ดีว่า คนๆนี้ กับ ตัวเค้า ต่างกันอย่างสิ้นเชิง!!



ลีทงเฮเป็นคนที่คิมคิบอมรัก
ส่วนลีซึงเฮเป็นคนที่รักคิมคิบอม






..






ร่างบางที่เดินสะเปะสะปะไม่รู้ทาง ส่งผลให้ซึงเฮเดินเซไปด้วยเพราะการที่เขาแบกน้ำหนักของคนๆนี้อยู่ ทงเฮเมาจนไม่ได้สติ ปากก็เพ้อคำพูดที่เขาเองก็ฟังมันไม่ออก แต่บางทีก็หัวเราะคล้ายกำลังเย้ยเยาะตัวเอง หรือบางครั้งก็ร้องไห้ฟูมฟายทรุดกับพื้นจนซึงเฮต้องทรุดตามเพื่อดูอาการ


“ทำยังงัยดีล่ะเนี่ย?” สบถกับตัวเองเพราะเหนื่อยเกินไป มือบางตามไปเสยเส้นผมที่ประใบหน้านั้นเผยออกจนเห็นดวงหน้าหวาน แก้มทั้งสองข้างแดงจัด และเมื่ออังมือที่หน้าผากก็พบว่าคนตัวเล็กมีไข้อ่อนๆ

“แย่แล้ว มีไข้ด้วย”

“ทงเฮ.......ลีทงเฮ ทงเฮ.............” ตบหลังมือเบาๆที่แก้ม แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนที่เมาไม่รู้เรื่องตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด


ซึงเฮถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก ในมือมีโทรศัพท์มือถือที่เปิดโปรแกรมรายชื่อเอาไว้



‘คิมคิบอม’

หรือ


‘โจวกยูฮยอน’



ถ้าการโทรหาคิบอม หมายถึง การที่เค้าส่งคนที่ไม่ได้รักให้กับคนที่รักคนๆนี้หมดหัวใจ

แล้วการโทรหากยูฮยอนล่ะ จะหมายถึง การที่เค้าส่งคนที่คิบอมรักให้คนอื่นอย่างนั้นเหรอ?


ค่าของมันมีเท่ากันใช่มั๊ย?

เพราะทั้งสองทาง ล้วนแล้วแต่ก็ทำให้ผู้ชายที่ชื่อคิมคิบอมต้องเจ็บปวดไม่ต่างกันเลย





“คิบอม............คิบอม..........ฉัน..........ฮึก......” เสียงแหบต่ำที่เบาเท่าเสียงลม เหมือนจะช่วยซึงเฮตัดสินใจ หากแต่..........................
................................
........................








“กยูฮยอน นายอยู่ที่ไหน?”






ถ้าเขาจะลองเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างที่ลีทงเฮเป็นบ้าง

ถ้าเขาจะผลักไสคนๆนี้ไปให้ใครก็ได้ที่ไม่ใช่คิบอมบ้างล่ะ!!





..





กยูฮยอนพยุงร่างเล็กที่เดินโงนเงน แล้วก็นึกถึงวันแรกที่ทงเฮหนีออกมาจากบ้านวันนั้น มันแตกต่างกันเหลือเกิน ที่วันนั้นคนตัวเล็กคนนี้ยังอวดเก่งและออกลาย แต่วันนี้กลับไม่เหลือสภาพ มีเพียงเสียงสะอื้นที่บอกให้รู้ว่าลีทงเฮคนนี้ไม่ได้อวดเก่งอย่างเมื่อก่อนแล้ว ลีทงเฮอ่อนแอยิ่งกว่าอะไรดี

กยูฮยอนยื่นมือออกไปข้างหน้าเพื่อโบกรถแท็กซี่ ก่อนจะพยุงทงเฮให้เข้าไปนั่งเบาะหลังเมื่อมีรถมาจอดเทียบแล้ว

ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามแนวเส้นผมสีอ่อนที่สะท้อนกับแสงไฟข้างทางเป็นระยะ ทั้งที่กยูฮยอนไม่ได้อยากให้เนื้อตัวของทงเฮก็เปรอะเปื้อน แต่เพราะมันเจ็บปวดมากเกินไป เขาจึงต้องใช้กลุ่มผมนุ่มนั้นเป็นต่างผืนผ้าซับน้ำตา



กยูฮยอนร้องไห้อยู่อย่างนั้น ไม่รู้นานเท่าไร................




“คิบอม.....ม......ฉันขอโทษ..................”


เรียวหน้าหล่อผละออกเมื่อได้ยินฟังถ้อยคำนั้น แค่เบาๆ แต่เขากลับได้ยินมันชัดเจน.........
ชัด....เหมือนกับโดนสลักไว้ที่ก้อนเนื้อในอกซ้าย.......
ชัด....จนจำได้ขึ้นใจ


.

.

.


คุณลุงอายุประมาณห้าสิบปลายๆ ยื่นกุญแจห้องพักชั้น 3 ให้กับเด็กหนุ่ม มองตามเขาที่พยุงร่างไร้สติของทงเฮไปตามทางเดินเพียงครู่ ก็ก้มลงจดอะไรไม่รู้ขยุกขยิกตามเดิม


“หนาว.....” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยเป็นคำแรก หลังจากที่ร่างอ่อนปวกเปียกนั้นถูกวางลงบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนโยน กยูฮยอนใช้ฝ่ามือหนาประคองท้ายทอยของทงเฮไว้ แล้วใช้หลังมืออังเบาๆที่ตรงหน้าผาก แล้วก็ต้องร่นหัวคิ้วเข้าชิดกัน เพราะความร้อนจากตัวทงเฮที่ส่งผ่านให้กับเขา

ร่างสูงผุดลุกออกจากขอบเตียง แล้วเดินดุ่มเข้าห้องน้ำเพื่อตระเตรียมผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้กับคนป่วย กยูฮยอนเดินกลับมา จ้องมองเรียวหน้าขาวใสที่แต่งแต้มไปด้วยสีแดงเรื่อตรงแก้มเนียนทั้งสอง มือหนาค่อยเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเพื่อเช็ดเนื้อตัว แต่แค่นั้น...มันกลับทำให้เขาสั่นจนริดกระดุมไม่ได้เสียที


“ฮื่อ...............” ลมหายใจร้อนระอุรินรดหนักหน่วงลงบนหลังมือที่กำลังเคลื่อนไปตามลำคอระหง กยูฮยอนพยายามมองเลยผ่านริมฝีปากสีแดงสดที่เผยอพ่นลมนั้นไปทางนาฬิกาตั้งโต๊ะที่วางอยู่ข้างๆแทน


เพราะรสสัมผัสที่ยังหลงเหลืออยู่เจือจาง มันกำลังทำให้กยูฮยอนคิดข่มใจอย่างยากเย็น


“ขอโทษ...............ฉัน........ขอโทษ..............” เหมือนจะเป็นคำพูดที่พร่ำเพ้อไม่รู้สึกตัว แต่เมื่อเรียวตาของเขาเผลอสบเข้ากับนัยน์ตาสีสนิมคู่นั้น กยูฮยอนก็รับรู้และหยุดสายตาไว้ที่ดวงตาสวยอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ขอโทษผมทำไม?” กยูฮยอนถามกลับด้วยเสียงนุ่มทุ้ม

“ขอโทษ” ทงเฮยืนยันจะย้ำคำนั้นให้กยูฮยอนฟัง หยดน้ำตาสะท้อนกับโคมไฟระยับให้รู้ว่าเขากำลังร้องไห้

กยูฮยอนปาดนิ้วหัวแม่มือซับน้ำตาอุ่นที่หางตาให้อย่างแผ่วเบา แต่น้ำตาหยดต่อไปก็ยังคงรินไหลตามออกมาไม่หยุดหย่อน “ผมต่างหาก....ที่ควรขอโทษ”

“แต่นายไม่ผิด”

“ผมผิด”

“..............”

นัยน์ตาสั่นระริกจ้องผ่านม่านตาที่ชื้นน้ำเหมือนต้องการค้นหาความในใจของอีกฝ่าย หากแต่เขาก็พบเพียงความสับสน และว้าวุ่นใจอย่างไม่มีสิ่งอื่นใดมาเจือปน


“ถ้าผมจะขอถอนคำพูด”

“.........”

“ที่บอกว่าจะไม่เรียกร้อง ที่เคยบอกว่าจะไม่ร้องขอ ผมขอถอนมัน”

“กยู............”


“เพราะตอนนี้ ใจผมมันเรียกร้อง เรียกร้องว่าจะได้รับความรักจากพี่เท่านั้น”



.......จะคิดว่าเขากลับกลอก จะกล่าวหาว่าเขาไม่มีสัจจะ
ก็คงจะต้องโทษที่หัวใจ

หัวใจที่ถูกมอบไปให้ลีทงเฮ.....ทั้งดวง



เปลือกตาที่อุณหภูมิพุ่งสูงปิดประกบกันอย่างแผ่วเบา กำมือเล็กๆของทงเฮเต็มไปด้วยผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ที่เจ้าตัวกำมันไว้แน่น กระทั่งยอมคลายออกเมื่อกลีบปากแห้งผากถูกครอบครอง


จิตใต้สำนึกส่วนลึกมันสั่งห้าม แต่เพราะร่างกายที่มันดื้อดึง มันดึงดันที่จะขัดคำสั่ง




หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

ผลที่ตามมาเพราะการกระทำที่ขาดการยั้งคิดครั้งนี้มันจะเป็นอย่างไร??




ถูกอารมณ์ชั่ววูบให้คำตอบไว้หมดแล้ว…………..


เกลียวลิ้นชิ้นดุนดันกลีบปากเพื่อพบพานกับความหอมหวาน แตะลิ้นเกี่ยวพันสลับกับผละออกมาเพื่อบดคลึงริมฝีปากให้แดงช้ำ ปลายจมูกโด่งทั้งสองเสียดสีกันทุกครั้งที่องศาการกดจูบปรับเปลี่ยนไป

เรียวนิ้วสวยทั้งห้าถูกสอดคล้องเข้ากับเรียวนิ้วของกยูฮยอน เนื้อตัวที่สั่นเทาเริ่มอ่อนแรงลงเพราะสัมผัสอันวาบหวาม

หากเสียงครางประท้วงในลำคอไม่ก่อเกิด จุมพิตครั้งนี้คงไม่มีเวลาหยุดพัก กยูฮยอนละใบหน้าหล่อจัดออกห่างเพียงนิดให้อยู่ในระยะที่สบตากับร่างบางได้อย่างถนัด


.

.


ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะเริ่มไต่ระไปตามเนื้อหนังที่ซอกคอ ละเรื่อยไปตามติ่งหู ฟันคมถูกใช้ขบกัดจนเกิดร่องรอยสีกุหลาบไว้เป็นสัญลักษณ์ของความดื้อดึงเอาแต่ใจ


สมองอันว่างเปล่าของทงเฮมันขาวโพลนไปหมด เรือนร่างแบบบางสั่นสะท้านไปกับการรุกเร้าที่ยอดอก แต่สั่นเกร็งเมื่อเกลียวลิ้นชื้นเริ่มลากไล้ลงตามแนวหน้าท้องราบแบน


“กยูฮยอน......~”



.

.

.





..





ฝ่าเท้าถูกหุ้มด้วยรองเท้าหนังขัดมันเนื้อดี เพราะเจ้าตัวยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าจากกองถ่าย คิบอมเหยียบคันเร่งจนมิด และตวัดพวงมาลัยรถยนต์อีกครั้งเมื่อพบตรอกซอกซอย สายตาคมกริบที่เริ่มแดงช้ำยังคงสอดส่ายไปทั่วทุกองศารอบๆตัวแน่วแน่ หวังเพียงการได้พบกับใครบางคน


หากแต่............ยิ่งพยายามไป ก็ยิ่งเหนื่อย


รอบข้าง แม้เต็มไปด้วยหมู่คน และอาคารบ้านเรือนดารดาษ
หากแต่ปราศจากร่องรอยของเรือนร่างบางที่คุ้นตา





......ลีทงเฮ นายอยู่ที่ไหนกัน?......





..





การเคลื่อนไหวดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเนิบนาบ หากแต่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนในทุกช่วงเวลานาที เนื้อตัวอันร้อนระอุบดเบียดไปกับผิวเนื้อเย็นช่วยปลุกกระตุ้นให้สันดานดิบพลุ่งพล่านอย่างหาจุดยุติไม่ได้ เสียงครางเครือหวานร่ำร้องก้องห้องสี่เหลี่ยม มีแต่จะปลุกเร้าให้กามารมณ์พุ่งสูงจนกู่ไม่กลับ..................


กยูฮยอนย้ำกายอย่างอ่อนโยน คล้ายจะย้ำเอาความรู้สึกละมุนจากหัวใจดวงเล็กๆส่งมอบให้กับคนๆนี้ในคราเดียวกัน กยูฮยอนอยากจะให้ทงเฮจดจำทุกหยาดหยดความรักที่มอบให้ทุกเสี้ยววินาที เหมือนที่เขาสัญญากับตัวเองว่าจะจดจำมันไปจนวันตาย





..





ยานพาหนะสีดำขลับเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง พร้อมกับฝ่าเท้าที่คอยเหยียบย่ำคันเร่งจนมิดด้วยหัวใจที่ร้อนรน สายตาของเขาพร่ามัวเหลือเกิน มันเลือนรางลงไปพร้อมกับความหวังอันริบหรี่ที่ยังคงสะท้อนแสงอยู่ในหัวใจของเค้า เพียงเพราะเหตุผลเดียว



รัก




แต่มันก็บางเบา เสียจนแทบมองไม่เห็น





..




เสียงหวานล่องลอยคลอเรื่อยไปกับเสียงครางต่ำข้างใบหู



ทว่า..เสียงลมหนาวกลับพัดกระพือยามเมื่อต้องเปลวไฟสีแดงจ้า







สติที่ลางเลือนเพราะอารมณ์เหนือจิตใจดับวูบไป เมื่อตัวโน้ตแห่งบทเพลงรักสิ้นสุดลง



พร้อมกับสติที่เกี่ยวพันไว้ด้วยความรักมอดดับลง เมื่อเปลวไฟสีเข้มนั้นลุกโชน!!

 

..







หน้าห้องฉุกเฉิน เต็มไปด้วยสมาชิกแห่งซูเปอร์จูเนียร์ จองซูพี่ใหญ่ของวงเดินวนไปเวียนมาเสียจนคนมองตามปวดเศียรเวียนเกล้ากันเป็นแถว

“โทรติดหรือยัง?” เมื่อเดินจนท่อนขาเกิดอาการเมื่อยล้า ก็หันมาตวาดใส่ฮยอกแจที่ยืนกดโทรศัพท์มือถือด้วยนิ้วมืออันสั่นเทา เห็นฮยอกแจส่ายหัวร่วน

“ไม่ยอมรับสายเลย”



.

.

.


ซึงเฮมองมือถือเครื่องจิ๋วที่สั่นไหวอยู่ในมือ
มือถือที่เป็นของลีทงเฮ และคนที่โทรมาก็คงโทรมาหาลีทงเฮ


เขาชั่งใจอยู่นาน จนจำนวนมิสคอลบนหน้าจอเพิ่มขึ้นเป็น 4 สาย ก่อนจะตัดสินใจกดรับเพราะหาทางเลี่ยงไม่ได้

“ทงเฮ ทำไมแกรับโทรศัพท์ช้าอย่างงี้วะ?!!”

“เอ่อ....”

“ทงเฮ แกฟังฉันดีๆนะ..........คิบอมรถคว่ำ เข้าห้อง ICU ฉันอยากให้แกมาที่โรงพยาบาลตอนนี้!!”

หัวใจซูบซีดของซึงเฮกระตุกวูบก่อนจะร่วงหล่นลงจากหน้าอก





..





ลีซึงเฮออกแรงวิ่งไปตามทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ห้องฉุกเฉินที่อยู่อีกไม่ไกล ขาทั้งสองหยุดชะงักเมื่อพบเจอกับดวงตาเกือบ 10 คู่ที่ทอดมองมาทางเขา ก่อนที่คนที่ผอมที่สุดจะวิ่งตรงเข้ามา

“ทงเฮ แกไปไหนมา?”

“...........” ซึงเฮยกมือขึ้นปาดหยดน้ำอุ่นๆที่เตรียมจะกลิ้งตัวลงมาเพียงแค่กระพริบตา

“ทำไมแกถึงได้ทำตัวแบบนี้นะ ทะเลาะกันแล้วทำไมต้องหนี ทำไมต้องทำให้เค้าเป็นห่วง!!!! หา?!!!” ลีทึกมาจากไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าเพียงเห็นหน้า เขาก็กระชากแขนแล้วจับไหล่ของเขาเขย่าอย่างเอาเป็นเอาตาย

“พี่ลีทึกใจเย็นๆครับ ไม่เห็นเหรอ ทงเฮกำลังเสียขวัญ” ฮยอกแจแยกลีดเดอร์หัวเสียออกจากตัวเขา ได้ยินเสียงฮึดฮัดจากลีดเดอร์ของซูเปอร์จูเนียร์ ดูท่าเขาคงจะโกรธทงเฮอยู่ไม่น้อย

“คิบอมล่ะ?” ซึงเฮตัดสินใจถามออกไป

“ยังอยู่ใน ICU”

“เข้าไปเกือบชั่วโมงแล้ว......” เรียววุกและเยซองแถลงเสียงเบา ส่งผลให้สีหน้าของซึงเฮดูแย่ลงเป็นเท่าตัว




“เป็นเพราะนาย ลีทงเฮ!!!”
ฮีชอลตวาดให้เสียงดังลั่น





..





เข็มนาฬิกาเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อย ก็เหมือนกับร่างของลีซึงเฮที่เดินไปเดินมาไม่มีหยุดหย่อน ผิดกับลีทึกที่นั่งกุมหัวนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ท่ามกลางสีหน้าเคร่งเครียดและวิตกกังวลของเหล่าสมาชิก

เสียงประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกผาง โดยไม่ต้องนัดหมาย ทุกคนต่างพุ่งพรวดไปทางแพทย์หนุ่มในชุดกาวน์

“หมอครับ อาการของคิบอมเป็นยังงัยบ้าง” ลีทึกเป็นคนโพล่งคำถามนี้ออกไป สีหน้าผู้ถูกถามดูจะลำบากใจไม่น้อย นั่นยิ่งทำให้คนรอฟังคำตอบถึงกับหน้าซีด

“หมอ อาการของเค้าเป็นยังงัยบ้าง เค้าไม่เป็นอะไรมากใช่มั๊ย? หมอ!!” ซึงเฮดูจะระงับอารมณ์ไม่ได้มากกว่าใครเพื่อน เจ้าตัวถามเสียงดัง น้ำตาพรั่งพรูอาบแก้ม

“ผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ว่า........”


แต่ว่า......เป็นคำที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุดในโลก!!


“แต่ว่า...แต่ว่าอะไร?”

ซองมินมองดูร่างบางเขย่าแขนคุณหมอ พลางถอนหายใจยาว



.

.

.


ร่างของคิบอมนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ มีเครื่องช่วยหายใจและสายยางมากมายเชื่อมต่อระโยงรยางค์ ซึงเฮทำได้เพียงยืนมองดูอย่างทำอะไรไม่ได้

แม้เขาในตอนนี้จะอยู่ในที่ที่มีสิทธิ์เท่าเทียมกับลีทงเฮ
หากแต่เขายังละอายใจ




‘ผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนที่บริเวณสมองอย่างรุนแรง ความทรงจำบางส่วนเลือนหายไป และอาจมีภาพซ้อนเกิดกับผู้ป่วย แต่ไม่ถาวรหรอกนะครับ เพียงแต่ยังไม่ทราบ ว่าผู้ป่วยจะฟื้นความทรงจำเมื่อไหร่..................’



หยาดน้ำอุ่นไหลตามแนวแก้มหยดลงบนหลังมือของคิบอม

ซึงเฮรีบปาดมันออกอย่างรวดเร็ว

ทุกคนเริ่มทยอยกันออกจากห้อง และก่อนออกไป ก็มีหลายฝ่ามือที่ตบไหล่และลูบหลังเขาอย่างปลอบโยน เมื่อภายในห้องไม่เหลือใครนอกจากเขาและคิบอมแล้ว แอ่งน้ำตาที่กักเก็บเอาความอ่อนแอเอาไว้ก็ทะลักและไหลนองหน้าอย่างห้ามไม่อยู่


“ฉันผิดเอง ฉันผิดที่ไม่พาทงเฮมาหานาย ผิดที่เป็นคนเห็นแก่ตัวแล้วทำให้นายต้องเป็นแบบนี้ คิบอม....ฉันขอโทษ.......ยกโทษให้ฉันเถอะนะ”






ปลายเท้านิ่งอยู่ ณ จุดเดิม

ทำไมกัน?......ทำไมฟ้าถึงได้ดลใจให้เขาเข้ามาได้ยินคำพูดพวกนั้น







..





ซองมินทอดสายตามองออกไปตามทางเดินแคบๆ เสียงส้นเท้าดังเบาๆอยู่ข้างหน้า มันดังพอที่จะรู้ว่าใครคนนั้นอยู่ไม่ไกลจากเขาเท่าไรนัก เขาขยับขาให้ก้าวเร็วขึ้น....เร็วขึ้น

เร็วจนคว้าเอาข้อมือของคนๆนั้นไว้ได้



“ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ”






แม้ลมหนาวที่พัดมาจะหนาวยะเยือกและบาดผิวดุจคมมีด ซองมินยืนกำมือไว้แนบลำตัวแทนการกกกอดตัวเองให้ได้ไออุ่น ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังเบื้องหน้าที่ร่างบางยืนนิ่งและเสตามองไปยังทิศอื่น

คำถามแรกที่ซองมินเลือก ไม่ใช่การเกริ่นนำ หากแต่เป็นคำถามที่ยิงตรงเป้า
!


“คุณไม่ได้ทงเฮใช่มั๊ย?”

ซึงเฮสะดุ้งเฮือก สายตาคมที่เหมือนกับทงเฮทว่าแตกต่างที่แววตาจ้องเขากลับ


“คุณไม่ได้ลีทงเฮใช่มั๊ย? บอกผมเถอะว่าคุณเป็นใครกันแน่!!!”

“ใช่ ผมไม่ใช่ลีทงเฮ.............” ซองมินตวาดเสียงถามดังลั่น แต่ซึงเฮกลับตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ผมบอกพวกคุณแล้ว ว่าผมไม่ใช่ แต่พวกคุณก็ไม่เชื่อ”

ซองมินค้างไป ทำอะไรไม่ถูก สมองเหมือนถูกคว้านเอาไส้ในจนว่างเปล่าไปหมดแล้ว

“คุณทำแบบนี้ทำไม”

“คิดว่าผมอยากทำเหรอ?”

“..............”

“ถ้าคิบอมไม่ขอร้อง ผมก็คงจะไม่คิดเข้ามายุ่งวุ่นวายกับพวกคุณ และก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้”

“หมายความว่ายังงัย” น้ำเสียงของซองมินสั่นเครือจนจับได้

“เพราะคิบอมเค้าไม่อยากให้พวกคุณต้องคิดมาก ถึงได้ขอร้องให้ผมแสดงเป็นลีทงเฮ แต่เค้าก็ยังตามหาทงเฮ เค้าตามหาทงเฮตลอดเวลาที่ผมอยู่กับพวกคุณ”
“ถึงแม้ว่าตอนนี้ ผมจะรู้ว่าการที่ผมตกปากรับคำไปวันนั้น มันเป็นการตัดสินใจที่ผิด.......”

“เพราะอะไร? เพราะอะไรคุณถึงบอกว่าคุณตัดสินใจผิด แล้วทงเฮตัวจริงอยู่ที่ไหน?!!” ซองมินโพล่งถามขึ้นกลางคัน

“ลีทงเฮอยู่กับกยูฮยอนตลอด 1 เดือนที่ผมอยู่ในฐานะเค้า”

ซองมินเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง มันรู้สึกสงสัยและไม่เข้าใจจวนจะอาเจียน

“แล้ววันนี้ ผมก็ยังทำสิ่งที่ผิด ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย.........”

“...........” ซองมินรู้ดีว่าสิ่งที่จะได้ยินต่อไป มันไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากจะฟังซักนิด


“ลีทงเฮอยู่กับกยูฮยอน ผมส่งลีทงเฮไปให้กยูฮยอน.........”
ซึงเฮเพิ่งรู้ตัวว่าน้ำตามันกำลังไหลรินออกจากดวงตาอันร้อนผ่าว แต่เขาก็ไม่คิดจะเช็ดมัน


.

.

.

ซองมินก้มหน้าเพื่อสูดลมหายใจให้ลึกสุดใจ หวังว่ามันจะนำพาเอาความเจ็บปวดนั่นกลับคืนไปด้วย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อถามคำถาม

“คุณ..............ชอบคิบอมใช่มั๊ย?”

คำถามที่ล่องลอยอยู่ในอากาศเบาบางเหมือนเกล็ดหิมะ แต่กับซึงเฮแล้ว เกล็ดหิมะก็ไม่ต่างจากน้ำแข็ง มันทำให้หัวใจของเขาหนาวเหน็บได้ด้วยไอเย็นที่เคลือบแฝงไว้


เขาส่ายหน้าช้าๆ แต่ชัดเจน



“งั้น.........ถ้าผมจะบอกว่าผมรักคิบอมล่ะ มันเป็นสิ่งที่ผมควรทำรึเปล่า?”


ดวงตาที่หรี่เล็กของซึงเฮเบิกกว้าง เพราะคำพูดที่ไม่คาดคิดจากปากของคนตรงหน้า!




..





ซองมินตื่นขึ้นเพราะการเคลื่อนไหวน้อยๆจากท่อนแขนที่ใช้หนุน

คิบอมฟื้นแล้ว!!


ตลอดสามวันที่ผ่านมา ซองมินแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ แม้ลีทึกจะจัดเวรเฝ้าคิบอมให้สมาชิกทุกคนได้เวียนกันมาเฝ้าโดยไม่กระทบต่อตารางงาน แต่ซองมินก็จะพยายามหาข้ออ้างมาเฝ้าคิบอมให้ได้ทุกวันจนได้ ต่างกับลีทงเฮที่หายตัวไปตั้งแต่วันนั้น


คิบอมส่งเสียงครางพลางเอามือกุมหัวที่ถูกพันไว้ด้วยผ้ากอซ ซองมินเห็นอย่างนั้นก็รี่เข้าไปหาและประคองให้คิบอมลุกขึ้นนั่ง

“ค่อยๆลุกนะ.....”

นัยน์ตาสีดำสนิทสบเข้ากับดวงตากลมโตของเขา แค่แว่บเดียวที่มันทำให้ใจของซองมินสั่นคลอน

“นาย......?”

“ซองมิน จำได้รึเปล่า?”

“ผมปวดหัว”



‘แต่ไม่ต้องกังวลหรอกนะครับ อาการความจำเสื่อมของผู้ป่วย เป็นแบบระยะสั้นเท่านั้น ผู้ป่วยจะยังคงจดจำเรื่องบางเรื่องได้.........’


“ไม่ต้องคิดแล้ว หิวรึเปล่า อ้าว? คุณพยาบาลเอาข้าวมาให้พอดีเลย” ซองมินลุกขึ้นไปหาพยาบาลสาวและรับถาดข้าวมาวางไว้ที่ตรงโต๊ะตัวข้างๆเตียงคนไข้

เธอยิ้มใจดีให้กับเขาและเผื่อแผ่ไปยังคิบอมด้วย

ซองมินเป่าข้าวต้มในช้อนแผ่วเบา คิบอมมองภาพคนตรงหน้า หากแต่ความคุ้นเคยก็ยังไม่ได้กลับมาพบปะกับเขาเลย จนกระทั่งช้อนเซรามิกส์ถูกส่งมาชิดริมฝีปาก คิบอมอ้าปากรับเอาอาหารมื้อแรกของวันและเลิกล้มความคิดที่จะพยายามนึกถึงความเป็นไปของคนๆนี้






“อิ่มแล้วเหรอ?”

“อือม์”

ซองมินวางช้อนลงและยื่นมือไปคว้าแก้วน้ำมาแทน คิบอมดูดน้ำจากหลอดที่มือเล็กๆนั่นประคองให้โดยไม่ปริปากอะไรออกมา ทั้งที่แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย



“ซองมิน”

“หือม์?”

ขณะที่ซองมินหันหน้ากลับไปนั้น เสียงเปิดประตูห้องได้ดังขึ้นเพื่อดึงความสนใจของคนทั้งคู่ไปที่ต้นเสียง ลีทงเฮเดินเข้ามาช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและจ้องมองไปยังคิบอมด้วยดวงตาที่แสนเศร้า

“คิบอม....”

“งั้น ฉันขอตัวนะ” น้ำเสียงที่พูดออกไปซองมินรู้ดีว่ามันขัดกับแววตาที่เขาส่งไปหาลีทงเฮ






ลับจากซองมิน ทงเฮก้าวเท้าไปข้างหน้า “คิบอม.....ฉัน.........”


“คุณเป็นใครน่ะ”






To Be Continue >>

กาเท่เร่'s talk :: รีบเอามาเขวี้ยงลงบล็อกค่า..เรื่องนี้น้ามแต่งจบแล้วน้า

เพิ่งเอาตอนจบไปลงบอร์ดมาสดๆร้อนๆ ยังงัยก็อย่าเพิ่งน้อยใจน้า ที่น้ามลงในนี้ช้าไปหน่อย..

อย่างน้อยเราก็อ่านได้ฟีลกว่าเนอะ ได้ฟังเพลงไปด้วยงัย

อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะจ้ะ

หนาวๆก็หาคนมากอดให้อุ่นซะ =)

ปล. ขอความเห็นเกี่ยวกับธีมนี้หน่อยยยยย!!!~

edit @ 24 Jan 2008 14:43:24 by กา-เท่-เร่

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขยันทำแท้ว่ะค่ะ!! (นี้ไม่ใช่คำถาม)
ตอนนี้มิได้อ่านว่ะ
กำลังหลอนอ่านไม่รู้เรื่อง

ส่วนรูปอิหมวยน่ะ
ทำไมมันแม๊นขนาดน๊านนนนนนนนนนนนนนนนนน

หือมมมมมม เม้นแค่นี้แลเพื่อน

#1 By linkline@linn on 2008-01-24 18:48

เอ้อ

เสาร์นี้ตอนประมาณ เกือบ 5ทุ่มอ่ะ

ช่อง 3เอาซีรี่ย์มาใหม่อ่ะ เรื่องปิ้งรักสลับขั้ว

ช่วยกี๊ดเป็นเพื่อนหน่อยเด

เฟยหลุนไห่ เฟยหลุนไห่

ฮิ้ววววววววววววววววววววว

อย่าลืมดูนะเว้ยยยยยย

พระรองแฟนเจ้ๆๆๆๆๆๆ

#2 By linkline@linn on 2008-01-24 18:59

ว้าวว

อยากอ่านต่อไวๆอ้ะ
หนุกดีอ่ะ สงสัยบอมคง จะจำด๊อง
ไม่ได้อ้ะ

อ่านไปอ่านมาก็สงสารบอมน้ะ
ตามหาด๊อง ซะจนรถคว่ำเลย อ้า


ฮือๆๆ ทำไมมันเศร้าอย่างงี้


ด๊อง นายรักกยูแล้วใช่มั้ยอ่า
บอกมาน้า อยากอ่านตอนจบไวๆจังเล้ย
จะเป็นยังไงเน้อ

#3 By ''신 소에 on 2008-01-24 19:03

นะ
ต้าตงเฉิง กิ๊กใหม่กุส์

เพราะป๋ามันแอบไปกิ๊กกะฮีชอล นี้ขนาดมีฮีชอลแล้วนะ ก็ยังอุสาห์มีข่าแลบนิดๆ กะเจ้จาง ด้วย

แต่กุส์ชอบว่ะ5555555

กุส์ชอบจางรีอิน หุหุ

ร้องคู่กันจิงเดะ
หนอส์!!!! ภาษาอาจจะได้
แต่อิป๋ามันเป็นคนเสียงเบาอ่ะ
จะร้องเสียงสูงได้ไงหว่า!!!!!!!

กุส์แง่งอยากรู้วันจัดโอลิมปิก นับถอยหลังกันเป็นปีขนาดนี้อ่ะ รอไม่ไหวเน้อออออ

เป็นหนังไต้หวันเรื่องแรกที่กุส์รอดูเลยนะนิ

อันที่จริงถ้าเว่อร์ญี่ปุ่นมันออกเร็วกว่านี้อีกซักหน่อยก็จะดี ญี่ปุ่นก็มีนะนิ การ์ตูนเรื่องนี้ แต่ไตหวันทำเป็นหนังได้เร็วกว่า เหอะ เหอะ แต่เห็นตัวแสดง ญี่ปุ่นแล้วมันไม่หล่อเท่าออกแนวเองบางตัวบาง ไปซะหน่อย

มาเจอเฮียตงเฉิง ของเจ้ก็มิได้ถึงจะเป็นพระรองแต่ได้ใจไปเต็มๆ เหอะ เหอะ

เฟยหลุนไห่ เฟยหลุนไห่

นางเอก แอลลี่ ตัวแร๊พของวง เปลี่ยนเป็นอีกคนได้ป่ะ ที่หน้าหวานๆตัวเล็กกว่าแอลลี่ ที่ผมสั้นๆเหมือนกัน กุส์ก็จำชื่อไม่ได้ซะงั้น

แต่ว่ากุส์ก้ชอบวง S.H.E. ว่ะ

เหอะ เหอะ

สรุปช่วงนี้กุส์อยากพาตัวเองไปอยู่แทบนั้นจริงๆ

เหอะ เหอะ

#4 By linkline@linn on 2008-01-24 19:50

อ้อ ลืม

ฟิคป๋าเนี้ยะ

อยากจะถามว่าคู่กะใคร

ตอนนี้เดาไว้ 2 คน

กุส์หวังว่ามันจะเป็นคนแรก

คิดว่ามุงส์น่าจะรู้ ว่ากุส์เชียร์ใครมากกว่าใคร

#5 By linkline@linn on 2008-01-24 19:53

โอ๊ยยยยยยยยยย

จะบ้าตาย สมองช้า

คิดได้ทีละเรื่อง

อิดิด คอมเม้นก็ไม่ได้ พระเจ้า

จะบอกว่า

มุงส์ก็ไม่ต่างจากกุส์เท่าไหร่

ตอนนี้กุส์มีอาการไชน่าโคเรีย แทรกซึมเข้าสู่ผิวหนัง ผ่านมาทางลมพายุที่พัดมาจากจีน

แต่ว่า กุส์บ้า เพราะป๋าเป็นคนจีน เหอะ เหอะ
เดี๋ยวนี้กุส์ไม่เรียกประเทศจีนแล้ว แต่ เรียกว่า
บ้านป๋า แทน เหอะ เหอะ เป็นอันว่าเข้าใจ

หวังว่ากุส์คงไม่มีอะไรต้องเม้นอีกแล้วนะ

#6 By linkline@linn on 2008-01-24 19:59

ทีมนี้สุดยอดไปเรยก๊า
แบบว่าก้ไฮโซ๊~ ไฮโซ
ก๊ากกกกก
ฟิคๆๆย๊าวยาวอีกแว้ว 55
สู้ๆงี๊
cry
แปะ! เดี๊ยวมาอ่าน

สนใจเล่นแทคนั้นม๊า *[]*!!
(ทำตาลุกวาว)

#8 By *หมึกคึกคัก* on 2008-01-24 20:54

ทำสิๆๆๆๆๆๆ

อยากอ่าน *-*

#9 By *หมึกคึกคัก* on 2008-01-25 01:14

โอ้ เย้
มาต่อแว้ววววววววว

อ้าว เฮ้ย!!! เราคิดว่านุ้งมินแอบชอยคยูชะอีกอะ
ทามไมมันเป็นงี้อะ

ตกลงใครคู่ใคร(ฟระ)เนี่ย???
งงวุ้ย
((ถ้างง...โปรดติดตามตอนต่อไป))

เป็นงั้นไป บอมความจำเสื่อม!!!!!!!!!!!!!!!!
โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แล้วตอนจบมันเป็นไงเนี่ย
เครียด!!!

รออ่านตอนจบเน้อquestion question question

#10 By KyuHyun Holic's on 2008-01-25 13:51

ลืม!! ลืมได้อีก

บีจีใหม่งามมากฮะ

อยากทำใหม่บ้างจัง
แต่ไม่มีปัญญา

แปะไว้ก่อนเด๋วไปตามอ่านเรื่องอื่นก่อน

#11 By KyuHyun Holic's on 2008-01-25 13:54

มาบอกข่าว

วันที่ 8 ก.พ. 51

ก่อนวันเกิดป๋าหนึ่งวัน

กุส์เข้า กทม เว้ยยยยยยยย

เพราะฉะนั้น

กุส์ไม่ได้ดูมุงส์บ้าแน่นอน

แต่กุส์ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดาย

เพราะอันว่าปกติ เพื่อนกุส์ก็ไม่ได้ปกติอยู่แล้ว ล่ะ

555555555

#12 By linkline@linn on 2008-01-25 21:27

เง้อ น่าสงสารจังเลย ทำไมเป็นแบบนี้น้า

แต่ขอให้คิบอมรักซองมินดีกว่าจะได้ไม่ต้องเจ็บนะ

ยังไงก็เอาใจช่วยคนแต่งนะคะ

สู้ๆมาอัพเร็วๆนะคะ

จารออ่านbig smile

#13 By natt (58.9.79.139) on 2008-01-26 12:21

มาเควี้ยวคอมเมนท์ 55+ อย่าเพิ่งกริ้ว

มาเมนท์จ้า เพิ่งอ่านจบ แบบเครียดมาก ทำไรไม่ถูกแล้วทุกคนน่ะ เมาไปหมดแล้ว เบลอจัดหมดแล้ว

T_______T

คนอ่านก็ทำใจไม่ถูก ต้องทำยังไงล่ะเนี่ย

เอาล่ะ ไปอ่านตอนจบ

อยากให้ทุกอย่างลงเอยด้วยดี

อยากให้ซึงเฮที่น่ารักกับคิบอมคู่กันง่ะ
จะเป็นยังไงต่อไปล่ะ...ทีนี้...embarrassed embarrassed embarrassed

#16 By ~Syrup~ (202.28.77.33) on 2008-05-26 03:40