[FIC] 1 become 2 ::9::

posted on 22 Dec 2007 20:34 by katere  in Fic-1become2

Part 9

 

 

 

 

การเดินวนไปวนมาภายในห้องที่ถูกกั้นด้วยฝาผนังสีขาวสะอาดทั้งสี่ด้าน ไม่ได้ทำให้สมองที่ตีบตันได้โปร่งโล่ง ไม่ได้ทำให้หัวที่มืดทึบได้ส่องสว่าง และก็ไม่ได้ทำให้เส้นประสาทที่เต้นตุ่บๆนั้นกลับไปสงบแน่นิ่ง แต่ซึงเฮกลับคิดว่า การเดินไปเดินมาอย่างนี้ก็น่าจะดีกว่าการนั่งฟุบหน้าให้ความบ้าเข้ามาเยือนได้ง่ายขึ้นอย่างที่เขาทำมาเกือบค่อนคืน

เขาจึงเลือกที่จะหัวหมุนไปพร้อมๆกับใช้ความคิดเรื่อยเปื่อยเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาที่รุมเร้า

ไม่อยากคิดโทษใคร
ไม่อยากคิดโทษตัวเอง

ทั้งที่ก็มีส่วนผิดด้วยกันทั้งหมด

 


ปึก!

คนตัวเล็กสะดุ้งเพียงนิดกับแรงกระทบที่แผ่นหลัง แต่สะดุ้งหนักเมื่อเงยหน้าแล้วเจอบุคคลที่บุกรุก ไม่สิ..ก็แค่เจ้าของห้องที่เข้ามาในห้องที่เป็นของๆเค้าก็เท่านั้น ซึงเฮตั้งท่าจะเดินเลี่ยงออกไปอีกทางแต่มือหนาๆที่เย็นเฉียบก็เร็วกว่าคว้าหมับเข้าที่ข้อมือได้ทันควัน ก็แค่กำข้อมือเล็กๆนั่นไว้ ไม่ได้ออกแรงบีบหรือฉุดกระชากแต่อย่างใด

นั่นยิ่งทำให้ซึงเฮรู้..รู้ว่าประโยคที่จะได้ยินต่อไปจะเป็นคำว่าอะไร

“ขอโทษ”

‘ขอโทษ’

คำๆเดียว ที่ทั้งดังออกมาจากใจของร่างบาง และออกมาจากปากของร่างสูงนั้นไล่เลี่ยกันล่องลอยปะปนไปกับมวลอากาศที่คับแน่นภายในห้องโดยที่ไม่มีน้ำเสียงนุ่มทุ้มหรือแหลมสูงดังออกมาต่อจากนั้น

ความเงียบเหมือนจะรู้หน้าที่ของตัวมันดี ถึงได้เคลื่อนเข้ามาแทนที่อย่างถูกเวลา

ไม่มีใครหนึ่งในสองที่จะอ่านใจอีกฝ่ายออก จึงได้แต่เพียงยืนนิ่งเงียบโดยหวังว่าเมื่อถึงเวลา จะมีใครซักคนพูดออกมาเอง และในที่สุด..เวลาที่อีกฝ่ายรอคอยก็มาถึง

“เมื่อไหร่จะหยุดซักที”

“.................”

“หยุดล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นได้แล้วนะ คิบอม” น่าแปลกที่ซึงเฮไม่ได้ขึ้นเสียง เขาเงยหน้าขึ้นเพื่อสบสายตากับร่างสูง จ้องลึกเข้าไป แม้จะมองไม่เห็นอะไร ไม่เห็นอะไรจริงๆนอกจากความว่างเปล่า

“หยุดทำร้ายกยูฮยอน ทงเฮ..รวมถึงตัวนายเอง”
“ฉัน...จะบอกกยูฮยอน...”

“ไม่!”

“คิบอม~” ซึงเฮขึ้นเสียงสูง ตกใจกับคำตอบที่ได้รับ แต่ก่อนที่จะได้โวยวายอะไรออกไปซะก่อน..

“นายไม่ต้องบอก” คิบอมบอกเสียงเรียบ “ฉันเป็นคนผูกปมมันขึ้นมาเอง ฉันก็ควรจะแก้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นเลย ที่นายจะต้องมาลำบากด้วย แค่นี้นายก็ลำบากใจมามากพอแล้ว ทั้งที่นายไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย..ฉันต่างหากที่เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง”

รอยยิ้มบางๆปรากฏบนเรียวหน้าคล้ายทงเฮนั้น รอยยิ้มเหมือนกับที่ทงเฮชอบยิ้ม

“มันคง........ไม่สายไปใช่มั๊ย?”

เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนไหวเบาๆตามแรงคลอนของศีรษะ ฟันเรียงสวยอวดโฉมอยู่เบื้องหน้าของคิบอมให้รู้สึกสบายใจ

 

หวังว่ามันจะยังไม่สาย
ที่เราจะกลับมารักกัน....
กลับมาเป็นเรา คิบอม ...กับทงเฮ

 

 

 

 

..

 

 

 

 

โทรศัพท์สายลึกลับที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่ คือสาเหตุที่ทำให้ทงเฮต้องมายืนอยู่ ณ ลานกว้างหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ยังคงร้างผู้คนเพราะเวลาที่เช้าเกินไป เขามองหาบุคคลปริศนาไปจนครบมุมครึ่งวงกลมก่อนจะพลิกตัวกลับไปเพื่อมองไปทางด้านหลัง ใบหน้าสวยแม้จะขมวดคิ้ว หากแต่ลูกตากลมสวยกลับเพ่งขึงอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

“ถ้าคุณไม่ออกมาพบกับผม คุณก็อาจจะไม่ได้เจอกับคิมคิบอมไปตลอดชีวิต”

“คุณเป็นใครน่ะ!! เดี๋ยว!”

 

กึก..

ทงเฮตัวเกร็งเมื่อเสียงส้นเท้ากระทบหินดังเบาๆจากทางด้านหลัง หากแต่เมื่อตัดสินใจและหันหน้ากลับไป ภาพที่เห็นก็เอาทำเกือบไม่มีแรงยืน

“คุณ....ลีทงเฮรึเปล่า?”


เสียงนุ่มทุ้มที่เจ้าตัวคุ้นเคยดีดังอยู่เบื้องหน้า

 

 

 

 


“ผม..ลีซึงเฮ...........”

 

 

 

ดวงตากลมเบิกกว้างจนลูกกะตาสีขาวที่มีนัยน์ตาสีดำขลับเกือบถลนออกมานอกเบ้า ไม่เชื่อสายตาตัวเองซักนิด
ทงเฮยืนนิ่งไม่กระดิก สายตาจดจ้องไปที่คนตรงข้ามไม่กะพริบ

“ไม่ต้องกลัวหรอกนะครับ ที่ผมขู่ไปทางโทรศัพท์แบบนั้น..ก็เพราะกลัวว่าคุณจะไม่ออกมา” ซึงเฮยิ้มให้อย่างเป็นมิตร และทงเฮเองก็ฉีกยิ้มรับกลับไป ที่ต้องฝืนเพราะเขารู้สึกตกใจจนเกินกว่าจะแสดงสีหน้าออกมาเป็นอย่างอื่น

 

 

 

 

“ทำไม คุณถึงได้หน้าตาเหมือนผมอย่างนี้นะ” นิ้วชี้เรียวของทงเฮเขี่ยขอบจานรองถ้วยกาแฟเบาๆ กว่าที่ทงเฮจะตั้งสติกลับคืนสู่ปกติได้ ก็ใช้เวลาไปนานพอสมควร แต่หลังจากนั้นซึงเฮก็เอ่ยชวนให้มาหาร้านกาแฟเล็กๆเพื่อนั่งคุยกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

“ตอนแรกผมก็ตกใจเหมือนกัน..ตั้งแต่ตอนที่พวกเค้าจับตัวผมผิดไป”

“หือ??” เรียวหน้าสวยเงยขึ้นแทบจะทันทีที่ประโยคแปลกๆได้ผ่านเข้าไปในหูให้หัวสมองทำหน้าที่แปลความหมาย

“พวกเค้าจับตัวผมผิดเพราะการที่ผมหน้าตาเหมือนคุณนั่นแหละ”

“ทุกคนก็เลยไม่ได้ตามหาลีทงเฮตัวจริงสินะ?” น้ำเสียงคล้ายตัดพ้อตัวเอง พลอยทำให้ซึงเฮหดหู่ใจตามไปด้วย

“อืม..” ซึงเฮพยักหน้า “ยกเว้นก็แต่.....คิบอม”

และแค่นั้นทงเฮก็ถึงกับนิ่งงันไป..ได้เวลาเข้าเรื่องซักทีสินะ

“ทงเฮ..”

“เค้าใช้ให้คุณมาพูดกับผมใช่มั๊ย?”

“ไม่ เค้าห้ามผมด้วยซ้ำ เค้าอยากพูดกับคุณเอง”

ดวงตาคู่ที่ประดับอยู่บนใบหน้าที่เหมือนกับตัวเขาราวกระจกบอกว่าเขาพูดอย่างนั้นจริงๆ และมันก็ทำให้ทงเฮเชื่อใจในคำพูดนั้นได้อย่างง่ายดายในคราเดียวกัน

“ผมไม่อยากพูดอะไรมากหรอกนะ เพราะว่าผมเองก็ไม่ได้รู้เรื่องคุณดีไปกว่าตัวคุณเอง ดังนั้น..การที่คุณรู้ดีทุกอย่าง คุณก็น่าจะตัดสินใจได้ดีกว่าที่จะให้ผมมาตัดสินใจแทน พูดอย่างงี้มันอาจจะดูวกวนมากเกินไป แต่ผม..ก็แค่อยากจะให้คุณกลับไปคิดก็เท่านั้น เพราะที่ผมรู้.....

คือคิบอมเค้ารักคุณ

 

ทงเฮปล่อยให้เสียงกระดิ่งที่ห้อยเรียงรายอยู่หน้าร้านดังเป็นคำตอบแทนหัวใจ เพียงอึดใจจึงเอ่ยออกไปบ้าง ทีเล่นทีจริง

“แล้วคุณ อยู่ในฐานะตัวแทนของผมได้ยังงัยกันน่ะ”

หากแค่เพียงแค่คำๆนี้เองที่มันทิ่มแทงใจดำของซึงเฮซะเหลือเกิน

“อาจจะจริง ที่ทุกคนต่างก็คิดว่าผมเป็นคุณ แต่สำหรับคิบอม..มันไม่ใช่หรอกนะครับ”
“แค่วันแรกที่เค้าเห็นผม เค้าก็รู้ว่าผมไม่ใช่ ผมถึงรู้ว่าใจเค้ามีแต่คุณ ลีทงเฮ


ทงเฮถึงกับพูดอะไรต่อไม่ได้ เหมือนมีก้อนสะอึกก้อนโตติดอยู่ที่ลำคอ ใจนึงก็นึกดีใจ แต่อีกใจก็ สมเพช..

มีแต่ ลีทงเฮ งั้นเหรอ?

“คุณ.....” เขาพยายามที่จะทำให้การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นเป็นที่สุด “คงลำบากใจตลอดเวลาที่ผมไม่อยู่...........แต่ว่า....”

ตอนนี้จะให้ซึงเฮต้องไปบนบาลศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าเหี้ยนแค่ไหนก็เห็นจะต้องยอม เพราะเขาไม่อยากฟังคำปฏิเสธที่จะหลุดออกมาจากเรียวปากบาง แม้จะรู้ว่าอีกเพียงไม่กี่วินาทีก็จะได้ฟัง

“คนที่ทำให้เราผิดหวังในตัวเค้า มันยากนะ ที่จะทำใจให้กลับไปเหมือนเดิม...”

“แต่มันก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ?”
“ขอร้องล่ะ ผมอยากให้คุณลองเอาไปคิด อาจไม่วันนี้ พรุ่งนี้...ถือว่าเป็นคำขอร้องของผมละกันนะครับ”

คนตรงหน้าก้มหัวให้ผงกๆ จนทงเฮเองก็อดใจกระตุกอยู่ไม่ได้

เพราะอะไรกัน..ลีซึงเฮ ที่รู้จักกับคิบอมเพียงแค่เดือนกว่า ถึงทำได้ถึงขนาดนี้
หรือบางที..ซึงเฮ ก็แค่....อยากจะกลับไปในที่ของเค้า
ให้เร็วขึ้นเท่านั้น

 


เขาก็น่าจะเข้าใจ

ว่าไม่ควรให้ซึงเฮต้องหนักใจไปด้วยเลย

 

ลีทงเฮสูดลมหายใจให้ลึกที่สุดเท่าที่หลอดลมอันตีบตันอันนั้นมีสามารถทำได้ ค่อยๆปั้นยิ้มออกมาหวังจะให้อีกคนสบายใจ

“ช่วยอดทนต่ออีกซักนิดได้มั๊ยครับ”
“แล้วผมจะพยายาม”

 

 

 

 


..

 

 

 

 


ทงเฮจากไปแล้ว จากไปหลังจากทิ้งเพียงคำสัญญาสั้นๆ ‘จะพยายาม’

กับเท่าที่ซึงเฮรู้มา ว่าความพยายามเป็นได้อย่างมากก็แค่ความพยายาม หากเจ้าตัวไม่คิดจะทำมันอย่างจริงจัง แต่เขาก็ยังหวังว่า ความสำเร็จ อาจจะเป็นจุดสิ้นสุดของความพยายามครั้งนี้

แค่หวัง...

หวังว่าเขาจะช่วยคิบอมได้บ้าง


เพราะซึงเฮเองก็ไม่อาจจะมั่นใจได้ว่า คิบอมจะทำตามอย่างที่พูด

 

 

 


..

 

 

 

 


((ปิ๊บๆปิ๊บๆ!!))

ร่างบางที่ใจไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่ตอนไหน หล่นหายไปตั้งแต่อยู่ในร้านคอฟฟี่ หรือว่าเขาเผลอทำมันหลุดมือเองตอนที่เดินออกมา ทงเฮสะดุ้งกับแรงสั่นเบาๆที่กระเป๋ากางเกงด้านขวา ก่อนจะค่อยๆล้วงมันออกมาเปิดฝาพับเพื่อดูข้อความ

‘เจอกันที่สวนสนุก ตอนเย็น ไปให้ได้นะ
กยูฮยอน’

คิ้วเรียวบางย่นเข้าหากันอย่างคลางแคลงใจ นึกคร้ามใจอะไรขึ้นมา ถึงได้ชวนไปเที่ยวสวนสนุกไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ และเหมือนอีกฝ่ายเจ้าของเบอร์ที่โชว์เด่นจะรู้ดี ทงเฮถึงได้ยินเสียงเตือนข้อความดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับตัวอักษรที่เขาเป็นคนเมมไว้เองจะกระพริบตรงหน้าจอมือถือเครื่องเดิม เขียนว่า

‘ไอ้สิบสาม’

ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มโดยที่เจ้าของไม่สู้จะรู้ตัว ถึงได้ปล่อยให้มันโชว์ออฟ โชว์เขี้ยวสวยอยู่อย่างนั้น

‘รู้น่า ว่าเหงา มีเพื่อนเที่ยวไม่ดีรึงัย ลีทงเฮเจ้าปัญหา?’


“ฉันเป็นพี่นายนะ!” ค้อนเจ้าเครื่องมือสื่อสารตัวจิ๋วที่ก็ไม่ได้มีหูมีตาจะได้มาเล่นลิ้นตอบกลับให้เหมือนคนที่ทงเฮตั้งใจจะค้อนตัวจริง แต่กระนั้น..ลีทงเฮก็สะใจกับการกระทำของตัวเองอยู่ไม่น้อย

 

 

ทงเฮไม่ได้กลับไปที่โรงพยาบาลเลยตลอดทั้งวัน คนตัวเล็กเลือกที่จะใช้เวลาค่อนวันเดินว่อนไปว่อนมาอยู่ในศูนย์การค้า แต่ก็ไม่ได้เสียกะตังค์ไปซักวอนเดียว จุดประสงค์จริงๆก็แค่จะฆ่าเวลาให้ถึงตอนเย็นเร็วๆเท่านั้น

นี่ทงเฮเป็นเอามากถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?


เหมือนเด็กน้อยที่รอคำสัญญาจากคุณพ่อไม่มีผิด!

 


ทงเฮรู้ว่ากยูฮยอนชอบกิน ไม่สิ..ชอบเห็นคนอื่นกินซะมากกว่า
เจอหน้ากันทีไร เป็นต้องมีของกินติดมือมาด้วยทุกที จะขุนเอาไปแล่เนื้อขายรึยังงัยกัน

แต่ถ้าลองทงเฮกินอิ่มแปล้ท้องป่อง ดูซิ ว่ายังจะมีหน้ามาบังคับยัดกันอีกรึเปล่า?


แค่นึกก็สนุกพิลึก!

 


คนตัวเล็กเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ตัวยาวหน้าสวนสนุก ไม่อยากเข้าไปก่อน..ว่าจะรอไถเงินจากไอ้ตัวโย่ง เจ้าของสัญญา
ก่อนจะยกมือที่ถือลูกชิ้นปิ้งเอาปากงับก้อนเนื้อกลมๆไปทีละลูก สองลูก ไม่นานก็หมด

และไม่นาน ขนมนมเนย ผลไม้ น้ำอัดลม ก็ถูกอัดลงกระเพาะเล็กๆจนตุง และหมดเกลี้ยงในที่สุด


นาฬิกาข้อมือคู่ใจถูกยกขึ้นมาดูองศาที่แต่ละเข็มจะทำมุมระหว่างกันบอกเป็นเวลาว่ากี่โมงยาม และทุกครั้งที่ดวงตากลมโตจ้องมองเข้าไปในหน้าปัด หลังจากนั้นก็จะเงยหน้าขึ้นมาทำหน้าบูดหน้าบึ้ง ปากบิดปากเบี้ยวอารามหงุดหงิด แน่นอน..ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน

“ปาเข้าไปจะทุ่มอยู่แล้ว จะมาตอนสวนสนุกปิดรึงัย?” โมโหคนเดียว ด่าอยู่คนเดียว และฟังอยู่คนเดียว ก็ไม่เห็นว่าไอ้เด็กหนุ่มตัวสูงจะปรากฏกาย ณ ที่ใดรอบกาย คนที่พลุกพล่านก็เริ่มเบาบางเหมือนมดที่โดนลมเป่า

ลีทงเฮหน้ายู่เหลือนิดเดียวจนไม้บรรทัดก็อาจจะวัดไม่ได้ ว่ามันเหลืออยู่กี่เซนต์ แต่ก่อนคนสวยจะได้กลายเป็นพลาสติกหลอมไปซะก่อน เสียงโทรศัพท์กู้ชีพก็ดังขึ้นช่วยไว้ทัน

แต่มันก็แค่เสียงข้อความ...

‘กำลังไป อย่าเพิ่งอาละวาด สวนสนุกวายก่อนนะ’

“มันจะวายก็เพราะนายนั่นแหละ โจวกยูฮยอน!!” แผดเสียงลั่นจนหลายคนที่ยืนใกล้เคียงแหง่กคอมามองกันอย่างกับทงเฮเป็นแม่เหล็ก

 

ร่างบางเตะฝุ่นรอบๆฟุ้งกระจาย ตวัดแขนกอดอกด้วยอารมณ์ขุ่นๆ

อีก 15 นาที สวนสนุกจะปิด แล้วจะเข้าไปทำซากอะไรห้ะ?!!

 

หย่อนก้นกระแทกเก้าอี้ ไม่ลืมจะหันซ้ายหันขวาเผื่อว่าอีกคนจะมองตนไม่เห็น แต่กลายเป็นเขานั่นแหละที่ไม่เห็นซะเอง ก็จะให้เห็นได้ยังงัยล่ะ..นายบ้านั่นมันยังไม่เสด็จมาน่ะสิ!!

 

พรึ่บ!

 

ทงเฮแทบน้ำตาร่วง เมื่อแสงไฟหลากสีเบื้องหน้าดับมืดลง

สวนสนุกปิดแล้ว....

แต่กยูฮยอนยังไม่มา.....


((ปิ๊บๆปิ๊บๆ!!))

 

‘อย่าเพิ่งไปไหนนะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!’

 

คมฟันสวยงับเข้าหากันก่อนจะกัดมันไว้แน่น ข่มน้ำตาที่มันกำลังจะไหลออกมา..ทำไมกันนะ
ทำไมเขาต้องรอไอ้เด็กนั่นด้วย

เพราะอะไรกัน!?

 

 

แฮ่กๆ!!~


หัวใจที่แฟ่บเหี่ยวพองลมจนเต็มลูกเมื่อเสียงลมหายใจหอบถี่ดังอยู่เบื้องหลัง แต่ระดับลีทงเฮ..มาทำให้รอนานขนาดนี้ แถมยังอดเที่ยวอีก มันก็ต้องมีงอนกันหน่อยล่ะ

ทั้งที่มันก็ไม่สมควรเลยด้วยซ้ำ
ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย


ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นนิดๆ พลอยทำให้จมูกแท่งเล็กเชิดตามไปด้วย ดูงอนได้เต็มราคาเสียจริงๆ ยิ่งกับน้ำเสียงที่ติดจะขึ้นจมูกอีก

“ไม่มาเอาชาติหน้าเลยล่ะ โจวกยู........~”

 

 


เหมือนโดนพายุโหมกระหน่ำจนพัดพาเอาเรือนร่างผอมบางลอยตามลมที่จู่โจมโดยไม่ทันรู้ตัว ทงเฮรู้สึกถึงความอุ่นจากลมพายุลูกนี้ ความอบอุ่นที่ไม่ได้แปลกใหม่ แต่ก็ไม่ได้คุ้นเคยมากนัก..

ทั้งที่มันควรจะคุ้นเสียด้วยซ้ำ


กว่าที่เขาจะรู้แท้แน่ชัดว่าจริงๆแล้วพายุลูกนี้มันก็คืออ้อมกอด..เวลาที่ใช้เพียงนิดมันช่างเอื้อผลประโยชน์ให้กับร่างสูงได้อย่างดี ท่อนแขนยาวกระชับจนรัดแน่นที่แผ่นหลังแบบบาง ก่อนที่มือหนาๆจะกุมเอาหัวทุยที่ปกคลุมด้วยกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนและกดให้ซบแนบกับไหล่กว้าง

กลิ่นโคโลญที่ลอยแตะจมูก นำพาเอาความรู้สึกเก่าๆไหลย้อนสู่กล่องความทรงจำที่ว่างเปล่าในฉับพลัน...คนๆนี้ที่แม้จะพยายามลืมเท่าไหร่ แต่ก็ทำไม่เคยได้....ใจร่ำร้อง แต่ร่างกายมันไม่เคยทำตาม


‘คิม คิบอม’

 

“ขอร้องล่ะทงเฮ..ผมขอร้อง....กลับมาหาผมเถอะนะ”
“กลับมารักกันเถอะนะ”

 


นี่มันอะไรกัน!!?

คำถามที่ทงเฮอยากจะถามออกไปมากที่สุด แต่เหมือนโดนปิดปากถึงพูดออกไปไม่ได้ แม้แต่คำอื่นหรือเสียงแค่ในลำคอก็ยังเค้นออกไปไม่ได้เลย เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นใบ้

 

คิบอมรับรู้ถึงปฏิกิริยาต่อต้านเล็กๆภายในอ้อมกอด แต่มันก็น้อยนิดจนแทบจับไม่ได้ ..หรืออาจจะเรียกได้ว่า ไม่ขัดขืน เลยด้วยซ้ำไป

“ผมรักทงเฮนะ...” ทั้งที่ก็เป็นคนบ้าจี้ตรงใบหู แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้เหมือนตัวเองกำลังไร้ร่าง ไร้ความรู้สึก และไม่สามารถรับสัมผัสใดๆได้ทั้งนั้นนะ....ทงเฮก็แค่รู้สึกเหมือนหัวใจมันกำลังเต้นแรง

บางทีก็พองโต
บางทีก็ฟีบแฟ่บ

บางทีก็เต้นไม่เป็นจังหวะ...

 

 

คือคิบอมเค้ารักคุณ………………………….
……………..แต่สำหรับคิบอมมันไม่ใช่หรอกนะครับ.....................
........ผมถึงรู้ว่าใจเค้ามีแต่คุณ ลีทงเฮ......................
.............................ถือว่าเป็นคำขอร้องของผมละกันนะครับ.......
...............................................
.....................ผม..........ลีซึงเฮ.............

 

 

“กลับมารักกันนะ”
“เพราะผมรักคุณ....ทงเฮ...”
“ผมรักคุณนะ”
“กลับไปเริ่มต้นใหม่”
“แล้วผมจะไม่ทำให้ร้องไห้”
“ทงเฮ........”

 

 


ทงเฮไม่รู้ตัวเลยซักนิด ว่าเวลานั้น
เขาได้ให้คำตอบกับคิบอมเป็นแบบไหน

จำไม่ได้ซักนิด

 

 

 

 

..

 

 

 

 


แบตเตอรี่ก้อนเล็กถูกถอดออกจากโทรศัพท์มือถือสีดำสนิท หลังจากที่ก้มหน้าลงมาเพื่อหลบหลีกกับภาพตรงหน้า..ไม่อยากให้ติดอยู่สายตา
ไม่อยากรับรู้ไว้ในความทรงจำ

กยูฮยอนหลับตานิ่ง หวังแค่ว่าลืมตาขึ้นมาแล้วจะพบว่ามันเป็นแค่ความฝัน

 

 

 

 

..

 

 

 

 

ร่างสูงที่เดินเข้ามาอย่างภูมิฐานกวาดสายตาทั่วร้านอาหารสไตล์ยุโรปก่อนจะไปสะดุดที่ใบหน้าคมคายของผู้นัด จึงเดินเข้าไปใกล้และทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม โดยมีการผายมือเชื้อเชิญไม่ได้ถือวิสาสะนั่งเองโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างที่คนตรงหน้าคนนี้เคยทำกับเขา

“มีอะไรเหรอ?” เขาตัดสินใจถามออกไปก่อน เพราะการที่นั่งนิ่งเพื่อรอให้ใครคนใดคนหนึ่งเปิดเรื่องในบรรยากาศอึดอัดมันไม่ใช่เรื่องโสภาที่คนอย่างเขาปรารถนามากนัก

“เรื่องทงเฮ” และอีกคนก็คงจะมีอุปนิสัยที่ไม่แตกต่างกัน

ข้างในของกยูฮยอนนั้นสะดุ้งผาง ก่อนที่ทั้งร่างจะระเบิดออกจากกัน ทว่าภายนอกกลับเรียบเฉย

“กับซึงเฮ....” คิบอมต่อประโยคจนจบ ส่งผลในภายในของกยูฮยอนกลับมาปะติดปะต่อกันคืนจนแนบสนิทเพื่อตั้งสติถามในสิ่งที่ข้องใจจากที่ฟัง

“อะไรนะ?”

“ทงเฮที่นายเห็นมีสองคน”
“คนที่อยู่กับฉันคือซึงเฮ ที่หน้าตาถอดแบบมาจากทงเฮไม่ผิดเพี้ยน กับอีกคนที่อยู่กับนาย..กยูฮยอน”
“คนนั้นคือทงเฮตัวจริง”


ร่างกายของโจวกยูฮยอนกระเด็นแตกออกเป็นเสี่ยงๆอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งแรกก็ตรงที่ ส่วนที่แตกนั้น เป็นส่วนนอกที่เกาะกุมตัวเขาจนหนักอึ้ง ให้แตกกระจายจนเบาโหวง

“ไหนๆก็รู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ฉันขอถามนายตรงๆเลยนะ” คิบอมยืดตัวจนหลังตรงแหน่ว เม้มริมฝีปากที่แห้งผากให้มันชื้นแล้วถึงเอ่ย
“นายคิดยังงัยกับทงเฮ”

 

จริงๆมันไม่ต้องเสียเวลาคิดเพื่อเพิ่มเวลาเห็นหน้า ‘คนที่ทำให้ทงเฮต้องร้องไห้คนนี้’ เลยซักนิด แต่กยูฮยอนกลับนิ่งเงียบ

คิบอมที่ร้อนรนใจแทบจะปะทุออกมาเป็นลาวาจึงจำเป็นจะต้องเอ่ยปากไปอีกหน และคำตอบที่ได้รับนั้น ก็ตรงเสียจนไม่ต้องแปล..

 


“ฉันรักพี่ทงเฮ”

 

 

มันเป็นความจริง...ที่กยูฮยอนคนนี้รักพี่ทงเฮ


ลีทงเฮ
คนที่คิดว่าเขาเป็นแค่น้องเล็กของวง
คนที่คิดว่าเขาก็เป็นแค่คนปลอบใจที่เผลอไปหลงรักเพราะวันเวลา
คนที่บอกว่ากับเขาซ้ำๆว่า รักคิบอมคนนี้นักหนา
คนที่ร้องไห้บนไหล่เขาให้น้ำตาเปื้อน
คนที่คิบอมเค้ามาทวงคืน
คนที่เป็นคนรักของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
คนที่เป็นคนรักของคนที่ได้ชื่อว่าเพื่อนของเขาคนนี้
คนที่ทำให้เขาต้อง
บอกรักแฟนคนอื่น ต่อหน้าเจ้าของ.........

 

 

 

 

“....นาย..........”

“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันก็แค่รัก แต่ไม่เคยคิดที่จะเป็นเจ้าของ...ฉันไม่เคยมีความสุขซักนิด ที่ต้องอยู่กับลีทงเฮคนที่มีแต่ร่างกายแต่หัวใจกลับหายไป”

 

คิบอมรู้สึกประหลาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

อาการที่เมื่อเห็นหน้ากยูฮยอนแล้วอยากจะต่อยซักมัดสองหมัดให้สาแก่ใจ
ระคนไปกับอาการอยากจะตบไหล่ปลอบใจให้กับเพื่อนรุ่นน้อง..โจวกยูฮยอน

 


“ที่นายตัดสินใจมาบอกกับฉันตรงๆแบบนี้....เพราะนายเริ่มไม่ไว้ใจฉันรึเปล่า?”

“ไม่ไว้ใจทงเฮต่างหาก”

 


กยูฮยอนก้มหน้ามองดูนิ้วโป้งข้างซ้ายกับข้างขวาถูกันไปมาในอุ้งมือหลวม


“เย็นนี้ฉันนัดพี่ทงเฮที่สวนสนุก”

 

 

 

 

 

..

 

 

 

 


จะโทษใครได้ล่ะ?

ก็ในเมื่อเขาเป็นคนตัดสินใจทำมันเองทั้งนั้น......

คิมคิบอม ไม่ได้บังคับเลยซักนิด

 

 

 


กลิ่นเหล้าที่โชยเข้าจมูกตัวเอง ทำให้เจ้าตัวรู้ว่าตัวเองเกินลิมิตมามากแล้ว และก็ยังดื้อ..ดึงดันที่จะกรอกเบียร์อีกครึ่งกระป๋องให้หมดภายในอึกเดียว

ร่างสูงนั่งหลังโค้งเอาหัวซุกกับหัวเข่าที่ไม่ได้ยกสูงเพราะเรี่ยวแรงที่ไม่เอื้ออำนวย รอบกายทั้ง 360 องศาเรียงรายไปด้วยกระป๋องอลูมิเนียมสีขาวแถบเขียวที่นอนกลิ้งไม่เป็นท่า รอให้กยูฮยอนทำตาม

ดวงตารีเรียวที่เปร่อปรือไปด้วยหยาดน้ำ พยายามทอดมองให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ริมฝีปากหยักสวยที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำเมาพะงาบขึ้นลงไร้สรรพเสียง ให้เจ้าตัวได้ยินเพียงคำเดียว

‘ลีทงเฮ~’

 


ลมหายใจอุ่นๆพวยพุ่งออกมาคลุ้งไปด้วยกลิ่นข้าวหมัก กยูฮยอนกำลังยิ้ม..ยิ้มให้กับความโง่ของตัวเอง ยิ้มให้กับดวงหน้าสวยที่พร่าเลือนเบื้องหน้า

 

 

 


..

 

 

 


“คิบอมโทรมาบอกรึเปล่าว่าจะไปไหน?”

“บอกสิ ทงเฮก็อยู่กับคิบอม แต่กยูฮยอนเนี่ยแหละ หายไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว”

“อยู่กับคิบอมรึเปล่า ลองโทรถามดูสิ..ซองมิน”

“โทรแล้ว....คิบอมบอกว่าไม่รู้ โทรหาเบอร์นายนั่นก็ไม่ติด เป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” ร่างอวบในชุดนอนสีชมพูอ่อนกระวนกระวายจนกดปุ่มโทรออกแทบไม่ถูก หากแต่เมื่อหรอกเสียงลงไปแล้ว สิ่งที่ได้รับกลับมาก็มีเพียงความผิดหวัง


“กยูฮยอนมันชอบไปที่ไหนน่ะ? ใครรู้บ้าง” ลีทึกลีดเดอร์ของวงถามทุกคนที่มีสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น เว้นก็แต่ซองมินที่ตื่นเต็มตา

ทุกคนต่างก็ส่ายหัว ไม่รู้ว่าได้ยินคำถามกันชัดเจนรึเปล่าด้วยซ้ำ

 

“ฉันว่า ฉันรู้นะ..พี่ลีทึก เดี๋ยวผมจะออกไปหานะ”

“เฮ้ย!! เดี๋ยว!” จะห้ามก็เห็นจะไม่ทันซะแล้ว เพราะเจ้าฟักทองของบ้านดันวิ่งกุลุกออกไป ไม่ฟังใคร

 

 

 

..

 

 

 

 

ซึงเฮก้มมองดูชายหนุ่มที่นั่งสัพหงกแต่ไม่ได้หลับไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นแตะเมื่อไหร่มีอาละวาดเสียทุกครั้งไป

“กยูฮยอน...นายทำร้ายตัวเองอย่างนี้ทำไมกันน่ะ?”

“เพราะพี่นั่นแหละ...”

“...........” ซึงเฮมองดูเด็กหนุ่มเงียบๆ และไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป

“เพราะพี่นั่นแหละ...ทำไมต้องให้ความหวังกัน”
“ทำไมต้องมาหาผม....ทำไมต้องทำร้ายผม........”

“กยูฮยอน~”

“ผมรักพี่อ่ะ พี่ก็รู้...แล้วทำไมพี่ถึงรักผมไม่ได้ แล้วทำไมผมถึงต้องรักพี่ ทำไมอ่ะ....ทำไมผมถึงต้องรักพี่!!!!” มือหนาโถมเข้าที่เอวบางก่อนจะดึงเข้ามากอด แต่เพราะระดับความสูงที่อีกคนนั่งอีกคนยืน กยูฮยอนถึงทำได้เพียงให้ชายเสื้อเป็นตัวเช็ดน้ำตา


“ทำไม....ผมถึงต้องรักพี่............??”

ซึงเฮยืนนิ่งอยู่อึดใจเพราะตัดสินใจทำอะไรไม่ถูก แรงสะอื้นฮักจากรุ่นน้องยังคงส่งมาถึงเขา กว่าจะรู้ว่าต้องทำอะไร ซึงเฮก็รู้สึกถึงน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของตัวเองเช่นกัน มือบางเลื่อนลงลูบผมน้อง..

 

 

 

 


‘ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน.........ว่าทำไมฉัน...ต้องรักเค้า??’

 

 

 

 

ซองมินที่วิ่งมา ชะงักกึกกับภาพที่เห็น

คิบอมออกไปกับทงเฮ

แต่เขากลับเห็นทงเฮมากอดอยู่กับกยูฮยอน....

 

เกิดอะไรขึ้น??!!!

 

 

 


To be continue >>

 กาเท่เร่'s talk :: มาแล้ว มาต่อแล้วค่า..,,

ใครที่อ่านแล้วรู้สึกว่า ภาษามันทะแม่งๆ ก็อย่าว่ากันน้า..

นั่งพิมพ์จนถึงตีสองของเมื่อวาน ตาปิด แต่สมองแล่น ฮ่าๆ!!

ไถๆจนจบพาร์ทได้นี่ก็..บุญทุ่มสุดๆ =)

เรื่องนี้ยังพอมีคนอ่านอ่านอยู่น้อ? ไม่นานก็จะจบแล้ว

น้ามมีคู่ในดวงแล้วด้วย ทั้งสองคู่เลย

รออ่านกัน ว่าใครจะคู่ใคร *อิอิ*

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เดาไม่ถูกเลยคะ ว่าใครจะคู่ใคร เห็นน้ามบอกว่าพีคคยูด๊องอยู่ เลยไม่แน่ใจจริงๆ -*- ว่าตกลงใครจะคู่ใคร
เฮ้ออ...อาจแล้วแบบว่ามันจี๊ด โฮกกกก
อีรักหลายเศร้าเนี่ยอ่านยังไงๆก็เครียดเนอะ!
แบบว่าไม่รู้ว่าจะเชียร์ใครดี เพราะทุกคนมีเหตุผลของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป TAT ว่าแล้วก็เครียดต่อ
ซึงเฮ คนดี๊ คนดี มาช่วยพูดให้คิบอม แต่ว่าตอนนี้ทงเฮ เปลี่ยนใจไปแล้วหรือยังนะ ~
ไอ้ตอนมีคนวิ่งเข้ามากอด โฮกก คุณพี่เขยนี่เอง อยากโดนด้วยคน - -*
สงสารคยูฮยอนได้อีก กินเหล้า กินเหล้า
"หล่อ เครียด กินเหล้า" เอาไปซะน้องโจ
แล้วซองมินนี่ มาเห็นฉากอะฉึ้บๆ อีก พระเจ้า!
รอตอนต่อไปคะ = =

#1 By NAMXXX on 2007-12-22 21:12

ผมรักพี่ทงเฮ ...........

อร๊ากกก แมนโคตรๆ คยูลูก >// <
แบบว่า ไม่ได้เข้ามาซะนาน

ยังปะติดปะต่อเรื่องไม่ถูก
แป้งเพิ่งไปสอบสัมภาษณ์มาแหละ อิอิ
อย่างโหด มัน ฮา มากๆ question

อิอิ ขอตัวตามอ่านก่อนน๊า ~
ง่า ทากาเร่คุง

ไอก้อยไม่ได้หายไปไหนหรอก

เมื่อเรื่องเร่งด่วน เด่วอัพบล๊อค เอิ๊กส์ๆๆ

>___<)~

เค้ายังไม่ได้อ่านฟิคทากาเร่คุงเลยอ่า

เด่วอ่านๆ T^T*

#3 By [ coolguy ★ ก้อย ] on 2007-12-22 22:46

นะ

เข้ามาเยี่ยมหน้ามาเยียนบล็อกเพื่อน

แบบเว่

เจ๊ไม่ได้อ่านมาก่อนอ่ะ

เลยไม่รู้เรื่อง

อ่านเป็นแต่ shot fic ว่ะค่ะ

อ่านไป กุส์ก็ไม่มีฟิว แล้วก็ไม่จิ้นด้วย

กำ

งืมๆๆๆๆ

เอา คริสมาสมาลง บอกด้วยเน้อ

เอ้ออออออออออออออออ

จะถึงวันเกิดป๋าแล้ว ฮิ้วๆๆๆๆๆๆ

รักป๋าๆๆๆๆ

#4 By linkline-linn (117.47.170.44) on 2007-12-23 20:57

บอกมาเดี๋ยวนีน๊าว่าใครคู่ใคร

น้ามจังใจร้ายอ่ะ แบบ ทำให้เลือกไม่ถูก

ใจนึงก็อยากคยูด๊อง ใจนึงก็คิเฮ

เอาไงดีเนี่ย????

แต่เชียร์คู่รักตลอดกาลอ่ะ

คยูก็กะซึงเฮก็ได้นะ...ยอมมมมม อิๆๆๆๆ

สนุกอ่ะ คาใจด้วย มาต่อด่วนเล้ย

ส่วนปีกขอเป็นวันอังคารนะจ๊ะ *วิ๊งๆ*

แบบว่ามัวแต่ติดภาระกิจตามล่าหาเด็กหนุ่มจากเกาหลี

เรยไม่มีเวลาเอามาลงเลยอ่ะ แง่มๆๆๆๆๆ

#5 By @dra~kyu~chi@ on 2007-12-24 09:23

ง่าไม่มาอัพซักทีอ่า คนแต่งทำให้เรารอคอย

กังวลมากเลยว่าใครคู่ใครอ่า โอ้ย อินตามไป

เลยเรา มาต่อเร็วๆนะคะ แล้วจาติดตามผลงาน

ใจจริงเราเชียร์คยูด้องนะคะ เราชอบมากๆเลย

ถ้าจะกรุณาช่วยแต่งคู่นี้ด้วยนะคะ

แล้วจามาเม้นบ่อยๆ อิอิ ไปแล้วนะคะ

#6 By natt (58.8.37.8) on 2008-01-20 22:06

คิบอมจะทำร้ายทุกคนเลยใช่ไหม

#7 By : : มิลฮี M i l H e e* on 2008-01-24 07:32

อ๊ากกกกกกกกกกกซึงเฮรักคิบอมแล้ว

#8 By : : มิลฮี M i l H e e* on 2008-01-24 07:40

สู้เค้า...

คยู...surprised smile surprised smile surprised smile

#9 By ~Syrup~ (202.28.77.32) on 2008-05-25 15:40