[FIC] 1 become 2 ::8::
posted on 14 Dec 2007 13:11 by katere in Fic-1become2
: Part 8 :
ก็อยากจะกอดรับ ให้สมกับความคิดถึงที่มันมีอยู่เต็มอก
ก็อยากจะอยู่ในอ้อมกอดอุ่นให้เนิ่นนาน ให้มันลบล้างความเหน็บหนาวที่เกาะกินหัวใจมาแรมเดือน
อยาก....
แต่กลับทำไม่ได้
ไม่รู้ทำไม ยิ่งได้ใกล้ชิด กลับยิ่งเจ็บ...เจ็บไปถึงขั้วหัวใจ
..แค่อ้อมกอด ที่ไม่รู้ว่าเจ้าของเสแสร้งมันขึ้นมาหรือเปล่า
มันไม่อาจลบล้างความผิดที่มันกลายเป็นตราบาปในหัวใจของคนๆนี้ได้เลย
เพราะไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ที่คนๆนี้ทำให้ต้องเสียน้ำตา หลังจากที่เขาวางใจและตอบรับความคิดถึงและการโอบกอด..แบบเดียวกันนี้
ไม่รู้กี่ครั้ง
มากจนคณานัปไม่ได้เลยต่างหาก..
เรียวร่างบอบบางฝืนตัวเองให้หลุดจากวงแขนแกร่งนั้นโดยมีมือเล็กคอยช่วยยันตัวเองออกอีกแรง อยากจะหลุดพ้น อยากจะออกไปให้ไกล ไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น
ไม่อยากให้น้ำตาที่เป็นตัวแทนของความอ่อนแอ บอกกล่าวความพ่ายแพ้ของเขาแก่ คิมคิบอม
“ปล่อย!”
“ปล่อยเซ่!!”
คนตัวเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดที่เพิ่มแรงรัดจนอึดอัด แม้จะรู้ว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับของร่างสูงไม่ได้ช่วยให้เขาเป็นอิสระได้ แต่ทงเฮก็ไม่ละความพยายามที่จะเอาชนะ ให้สมกับความเป็นลีทงเฮ ที่ไม่เคยยอมยกธงขาวให้ใครง่ายๆ แม้ว่าใครคนนั้นจะเป็นคิบอม
“ทงเฮ!”
“ปล่อย!!”
แล้วกับคิบอมที่ก็ไม่เคยขัดใจคนตัวเล็กแต่ไหนแต่ไร ก็จำยอมจะต้องปล่อยมือทั้งที่หัวใจไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนั้นเลยซักนิด
“ทำไม เค้าคงเบื่อนายแล้วล่ะสิ ถึงได้กลับมาหาฉัน....มันก็เป็นธรรมดานี่เนอะ ที่คนเรามันจะเบื่อ ทีนาย....ยังเบื่อฉันได้เลย”
“ทงเฮ....”
“แต่แปลกนะ คนที่ดีพร้อม เพอร์เฟ็คอย่างนาย ทำไมเค้าถึงทิ้งได้ล่ะ ถ้าเป็นฉันก็ว่าไปอย่างเนอะ?”
เสแสร้งแกล้งแสดงออกไปว่าเข้มแข็งก็เท่านั้น ทว่าดวงตากลมสวยที่พยายามจ้องเขม็งลึกลงไปในดวงตาสีนิลกลับสั่นระริก พยายามสุดความสามารถแล้วว่าจะไม่ปล่อยให้มันทะลักออกมา
น้ำใสๆที่เรียกว่าน้ำตา
แต่ทำไมขอบตามันถึงได้ร้อนผ่าวขนาดนี้นะ
กึก!
เสียงส้นรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สคู่ใจร่างสูงดังก้องภายใต้ความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่จบประโยคประชดประชันจากลีทงเฮ ส่งผลให้ใบหน้าสวยหันไปมองอย่างหาทางออก
แล้วมันก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้
“อ้าว? กยูฮยอน!! ไม่ได้ซ้อมจริงๆด้วย......มิน่า คิบอมถึงได้ว่างมาที่นี่ได้” วิ่งแจ้นเข้าไปคว้าเอาท่อนแขนของน้องเล็ก จนคิบอมถึงกับหายใจกระตุกกับภาพที่เห็น กยูฮยอนเองก็สะดุ้งไม่แพ้กันเมื่ออยู่ๆสถานการณ์ก็ผันแปรมากองรวมอยู่ที่เขา
...สัมผัสเย็นเฉียบ และสั่นจนจับได้จากมือบางทำให้กยูฮยอนไม่อาจพูดอะไรออกไปได้ นอกจากยืนสบตานิ่งกับดวงตาสีเข้มที่มองตรงมาเขม็ง
“มาก็ดีแล้ว ฉันหิวจังเลย ไปหารัยกินเหอะ” เสียงหวานร้องขึ้นขัดน้ำเสียงทุ้มของคิบอมที่กำลังจะเริ่มบทสนทนาบทใหม่ แต่นั่นเจ้าตัวคงไม่รู้อะไร ว่าได้ทำสิ่งที่ผิดมหันต์ทั้งกับตัวเอง คิบอม รวมไปถึง ...กยูฮยอน
“ลีทงเฮ!!” คิบอมตวาดลั่น แต่ก็ทำได้แค่เรียกเอาสีหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่ายให้หันมาประสานตากัน คิบอมตวัดสายตาลงไปที่มือเล็กที่ยังเกาะเกี่ยวกับแขนแกร่งไม่ปล่อย ความรู้สึกร้อนรุ่มทั้งใบหน้าลามไปถึงใบหูลุกลามเรื่อยๆจนไปถึงหัวใจ
ฝ่ามือหนากำรวบจนเล็บแทบจะจิกเอาเลือดข้นให้ไหลซิบออกมา ทงเฮเพียงแค่มองคิบอมด้วยสายตาไร้ซึ่งความรู้สึกและความหมายใดๆ ก่อนจะออกแรงลากกยูฮยอนให้เดินออกไปด้วยกัน
ไม่สนความรู้สึกของคนที่ยืนนิ่งขึงเหมือนท่อนไม้เพียงเพราะภาพบาดตาที่เขาได้สร้างมันขึ้นมาเอง ไม่ได้สนว่าภายในที่กำลังเป็นอยู่ ที่มันเจ็บเสียดแทบจะระเบิดให้ทุกสิ่งย่อยยับเป็นผุยผง มันช่างแตกต่างกับใบหน้าเรียบนิ่งที่แสดงออกมาภายนอกอย่างสิ้นเชิง
ทงเฮก็ไม่รู้เหมือนกัน
ว่าเขาทำแบบนั้นไปได้อย่างไร
แล้วทำไปทำไมกัน??
หรือจะให้คำตอบ ก็คงจะให้ได้เพียงคำตอบที่เอาแต่ใจตัวเอง
อย่างคำว่า ไม่พร้อม
ไม่พร้อมที่จะกลับไปก็เท่านั้น...
..
กยูฮยอนไม่อาจรู้เจตนาของพี่ชายคนนี้ได้เลย ตลอดเวลาเกือบ 2 ชม.ที่เอาแต่นั่งเงียบ ไม่พูดไม่จา ไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีน้ำตาหลั่งไหลออกมาจากขอบตาสีแดงช้ำอย่างที่ควรจะเป็น
บางที..น้ำตามันก็ถูกใช้จนฟุ่มเฟือย และอาจไม่เหลือให้ไหลออกมาอีกแล้ว
“ตลกดีเนอะ? เมื่อวานฉันยังบอกว่าคิดถึงเค้า คิดถึงเค้าแทบตาย..แต่พอเค้ามาหาอย่างนี้ ฉันกลับวิ่งหนี...”
นับว่าเป็นประโยคแรกหลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบวนเวียนไปพักใหญ่จนสาแก่ใจ
“ก็คิดว่าจะดีใจ ถ้าถึงวันนี้...แล้วทำไม ตอนที่ฉันเห็นคิบอม มันถึงได้เจ็บอย่างงี้นะ...เจ็บจนแทบยืนไม่ไหว แต่ก็ยังโชคดี ที่นายมาทันเวลาพอดี ไม่งั้น...ฉัน.....................ช่างมันเหอะ”
มือบางยกขึ้นกุมหน้าขาวๆและสูดเอาอากาศบริสุทธิ์จากแมกไม้ที่ประดับประดาจนทั่วสวนสาธารณะแห่งนี้ ก่อนจะพ่นลมออกมาเบาๆ ไม่อยากให้คนข้างๆต้องพลอยทุกข์ใจกับตัวเองไปด้วย
“ถ้าอยากร้องไห้ ก็ร้องออกมาสิครับ ไม่เห็นต้องเก็บเอาไว้เลย” จากที่จะนิ่งเงียบคอยรับฟังเรื่องราวจากเรียวปากสวยโดยไม่ปริปากพูดอะไร แต่ก็เกินความสามารถเพราะเขาเป็นห่วงพี่ชายคนนี้มากเหลือเกิน มากจนเกินกว่าจะทนนิ่งดูดายอยู่ได้
“ใครบอกล่ะ ลมมันแรงต่างหาก..” เหตุผลเดิมๆที่ทงเฮมักจะใช้เป็นข้อแก้ตัว แรกๆกยูฮยอนอาจจะเชื่อ หรือบางครั้งกยูฮยอนก็เชื่อมันเพราะไม่อยากเค้นเอาอะไรจากคนที่ไม่เต็มใจจะเล่าบอก แต่มันคงไม่ใช่วันนี้แน่นอน
“โกหกผมอีกแล้ว”
“......................”
ทงเฮหลับตาลงช้าๆ ราวกับว่าเปลือกตาบอบบางทั้งสองจะช่วยซับม่านน้ำตาที่คลอรื้นให้มันแห้งเหือด ให้มันไหลย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเลยยิ่งดี เหมือนกับความรักของเขาตอนนี้
“เวลาที่พี่ร้องไห้กับผม คิบอมเค้าไม่รู้หรอกครับ”
อย่าเป็นห่วงเป็นใยฉันมากจะได้มั๊ย?
อย่าทำให้ฉันรู้สึกผิดมากเกินไปกว่านี้เลยจะได้มั๊ย?
ช่วยทำเหมือนเป็นแค่คนรู้จักกัน ไม่มีอะไรมากกว่านั้นจะได้มั๊ย?
เลิกรักฉันทีจะได้มั๊ย......กยูฮยอน
“ฉันขอโทษนะ กยูฮยอน”
“...........” ร่างสูงนิ่งงันไปพักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆหันกลับมาทางที่คนที่ยืนอยู่ข้างกัน และก็สบเข้ากับดวงตาสีชาอย่างช่วยไม่ได้
ดวงตาที่สื่อบางอย่างออกมาผ่านนัยน์ที่กำลังสั่นไหว...บางอย่างที่ว่า
กำลังขอร้อง...ขอร้องให้เค้าทำในสิ่งที่ทำไม่ได้
“ผมไม่รับคำขอโทษได้มั๊ยครับ...ผมจะไม่โกรธพี่ ไม่ว่ายังงัยก็ช่าง” รอยยิ้มอบอุ่นวาดขึ้นบางเบาที่ริมฝีปากสีซีดเฉกเช่นใบหน้าที่กำลังซูบซีดไม่แพ้กัน
“แม้ว่าผมจะเจ็บ แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมก็แค่ทำตามที่หัวใจมันเรียกร้อง แต่ผมจะไม่เรียกร้องอะไรจากพี่เลยแม้แต่นิด ผมสัญญา”
เรือนร่างบอบบางหันมาทั้งตัวตามแรงจับตรงหัวไหล่แค่เบาๆ ท่อนแขนหนาค่อยๆวาดโอบแผ่นหลังบางที่สั่นระริก พลางใช้มืออีกข้างกดเบาๆที่ท้ายทอยของคนตัวเล็กให้ซุกซบลงกับอกจนแนบสนิท คอยลูบไล้เบาๆตามแนวเส้นผมสีน้ำตาลอ่อน
แค่นั้น ก้อนสะอื้นที่มันจุกที่คอมานานก็ถึงกับกลั้นไม่อยู่ ร้องไห้โฮออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เรียวแขนเล็กกอดรับกับแผ่นหลังแกร่งที่ยืนนิ่งเป็นพี่พักพิง จากแรงกอดจนเป็นแรงบีบหนักๆ น้ำตาไหลซึมผ่านเสื้อโค้ทเนื้อหนา ที่แม้จะหนาเท่าไรกยูฮยอนก็สามารถรับรู้ถึงความอุ่นที่ทะลักทะล้นออกมาไม่ขาดสาย
“กยูฮยอน....ทำไมฉันถึงต้องรักเค้า...รักเค้ามากขนาดนี้นะ.....”
คนตัวเล็กแทบจะกลืนหายไปกับอกอุ่น หากแต่มันไม่ใช่เพราะแรงกอดรัดของกยูฮยอน กลับกลายเป็นร่างเล็กที่กอดเขาไว้แน่นราวกลัวจะสูญเสีย
ทั้งที่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย
เขาก็เป็นได้แค่คนคอยซับน้ำตา...
น้ำตาของทงเฮที่มันไหลออกมาเพราะคิบอม
..
ภายในห้องนอนที่ว่างเปล่า ห้องนั่งเล่นที่มีเพียงสมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ที่เขาจำชื่อไม่เคยได้นั่งอยู่ประปราย ระเบียงที่มีเพียงกระถางต้นไม้ กับทุกๆที่ที่ไม่มีคิบอม
ซึงเฮกวาดตามองไปยังแต่ละคน ตั้งแต่หนุ่มน้อยร่างอวบที่นั่งกินพายฟักทองเอร็ดอร่อย คนตัวผอมกับคนตัวอ้วนที่ดวลเกมส์อย่างเมามันส์ คนหน้าหล่อขี้แต๊ะอั๋งที่เอาแต่จ้องหน้าคอมพิวเตอร์ ไปจบที่ร่างแบบบางที่ยืนส่องกระจกที่ข้างผนัง
คนๆเดียวที่เขาจำชื่อได้
“พี่ลีทึก!”
“หืม?”
ร่างบางสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ เพื่อให้คุยกันสะดวกไม่มีระยะทางกว่าเกือบครึ่งห้องเป็นตัวขวางกั้น ก่อนจะเริ่มประเด็น “เห็นคิบอมรึเปล่า?”
คิ้วสวยย่นเข้าหากันเพียงนิด แล้วก็คลายออกอย่างรวดเร็ว “ไม่เห็น” ตอบพร้อมส่ายหัว
“ทะเลาะกันอีกล่ะสิ”
“เปล่า....” ส่ายหัวพร้อมคำตอบไปเช่นกัน แล้วก็เอะใจขึ้นมาได้ “ปกติ ทงเฮกับคิบอมทะเลาะกันบ่อยมากๆเลยเหรอ?”
“ไอ้นี่ ถามแปลก...แกเป็นทงเฮเองยังไม่รู้ แล้วฉันจะรู้มั๊ยเนี่ย?”
พูดอย่างกะทงเฮไม่ใช่ทงเฮอย่างงั้นน่ะ แต่มันก็จริงนี่หว่า
“ไม่รู้ก็แล้วไป”
บ๊ะ ไอ้นี่...พูดเสียงห้วนอย่างงั้นได้งัยวะ ไม่รู้จักหัวหงอกหัวดำซะแล้ว!!
“มีอะไรอ่ะ จ้องหน้าผมทำไม?” ซึงเฮเลิกคิ้วสงสัยในสีหน้าปีศาจของลีดเดอร์ที่คิบอมชอบเรียก
“เปล่า!!” ว่าแล้วก็เดินจ้ำอ้าวหนีไปทันทีทันใด คนตัวเล็กได้แต่ยกมือเกาหัวแกร่กๆ
เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการจากเป้าหมายแรก ซึงเฮก็จำเป็นจะต้องพึ่งคนที่เหลือ ใครมันน่ากลัวน้อยที่สุดวะ??
เจ้ากระต่ายน้อยตัวอวบนั่น (สังเกตจากที่หลายๆคนในนี้ชอบเรียก) ไปขัดจังหวะตอนกินอย่างงี้ จะโดนลูกหลงรัยป่ะเนี่ย?? แล้วไอ้สองตัวนั่น กำลังไซส์มันเลย ถ้าเข้าไปตอนนี้ต้องโดนตวาดเข้าให้แน่ๆ แล้วไอ้หนุ่มหัวงูนั่นล่ะ....อึ๋ย~ ไม่น่าไว้ใจซักนิด
แต่นั่นมัน....รถด่วนขบวนสุดท้าย เอ๊ย! ตัวเลือกตัวสุดท้ายแล้วนี่หน่า...เอาวะ!!
เป็นงัยเป็นกัน!!
“นาย............”
“หืม?” ...วุ๊ย! ทำเป็นไม่สนใจ... “อืม...........มีอะไรเหรอครับ?”
...เว้ย!!!!!! มันแหย่หน้ามาตอนไหนวะ ทำไมไม่เห็น...
ซึงเฮทะลึ่งตัวหนีพัลวัน แต่โชคก็ดันไม่เข้าข้างคนเซ็กซี่อย่างซึงเฮอีกซะแล้วล่ะสิ เพราะอีตอนสะดุ้งเฮือก ขาเจ้ากรรมมันก็ดันเล่นตลกฝืดไปสะดุดเข้ากับเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่วางอยู่ใกล้ๆ แล้วบทสรุปมันก็คือเขาต้องมานอนแผ่ในท่าที่อันตรายมากที่สุดแบบนี้
“เป็นอะไรรึเปล่า?” แล้วซีวอนก็เร็วยิ่งกว่าผีโดนจุดธูปเรียกเสียอีก พุ่งพรวดมานั่งอยู่ข้างๆ แล้วมือก็ไวคว้าเอาแขนเล็กไปครอบครองไว้
“ไม่...ไม่เป็นอะไร สบายดี ครบ 32 ประการ!” ถีบตัวเองออกห่างแล้วก็ลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงที่แม่ให้มาไม่ค่อยเยอะ
“แน่ใจเหรอ?........ฉันว่า ก้นนายมันต้องระบมอ่ะ มา..เดี๋ยวดูให้”
“ม่ายยยย!!! ไม่ ไอ้บ้า พี่ฮีชอลช่วยด้วย!!” จะว่าปาฏิหาริย์หรือวิญญาณหญิงสาวพรหมจารีย์เข้าสิงก็เถอะ แต่ว่าเขาจำชื่อไอ้เจ๊หน้าโหดนั่นได้ โอววว!! บุญประทานสุดๆ
“โวยวายอะไรกัน!! ไอ้ซีวอน แกกำลังจะทำอะไร!!!” รายนี้เร็วยิ่งกว่าอีกแฮะ...เรียกปุ๊บมาปั๊บ!!
“เปล่านี่ครับ ฮีชอลอา....”
“ฮอง!!”
“ฮีชอลฮอง....~ ก็แค่หยอกเล่นกับทงเฮเอ๊ง!!” ขึ้นเสียงสูงได้เข้ากับหน้าตาซะเหลือเกิน แต่ฮีชอลก็รู้อยู่ดีว่าไอ้นี่มันตอแหล
“เรอะ?? อืม..ฉันก็อยากหยอกเล่นกับนายอยู่เหมือนกันอ่ะ ไปเล่นกะฉันเอาม้ะ?”
“ดะ...เดี๋ยวๆสิครับ!” ก่อนที่ทั้งคู่จะไปเคลียร์กันเองอย่างที่ซึงเฮอยากจะให้เป็น แต่ก็ขอให้ซึงเฮคนนี้ได้พูดเรื่องของตัวเองมั่งก็ดีนะ
“อะไร!!!”
“เอ่อ........พี่ เห็นคิบอมมันบ้างรึเปล่า”
เจ้าของใบหน้าสวยเฉียบเนี้ยบตลอดกาลทำสีหน้าครุ่นคิดคล้ายโดนถามโจทก์ปัญหาคณิตศาสตร์ นิ้วชี้แตะเบาๆที่คาง ถ้ามีแว่นตาอีกซักอันนี่ จะดูดีไม่น้อย....
“ออกไปข้างนอกแต่เช้าและอ่ะ”
“ข้างนอก!!”
“มันน่าตกใจตรงไหนเนี่ย?” ฮีชอลเบะปาก ไม่ลืมที่จะหันไปส่งสายตาคาดโทษให้กับไอ้สิงโตตัวใหญ่ที่ยืนหงอกลายเป็นลูกแมวตัวน้อย
“ถามจบแล้วใช่มั๊ย? ฉันจะไปเคลียร์กะซีวอนมันต่อ แค้นมาหลายวันและ วันนี้จะเช็คบิลเอาให้เกลี้ยงเลย!”
ซึงเฮผงกหัวหงึกหงักๆ เสียวสันหลังวาบๆแทนซีวอนที่เขาเพิ่งจะนึกชื่อได้ก็ตอนที่ฮีชอลพูดนั่นแหละ พอสองคนนั่นลับหายเข้าไปเคลียร์ (?) กันในห้อง หน้าหวานก็ยับยู่เหลืออยู่เซ็นต์เดียว
“ไปไหนของเค้า!”
..
แก้วเหล้าสารพัดที่คนอกหักจะสรรหาสั่งถูกวางเรี่ยราดรวมกับขวดเหล้านานายี่ห้อและประเทศผู้ผลิตแอ้งแม้งแข่งกับคนดื่ม มือยาวควานสะเปะสะปะกวาดเอาขวดแก้วหล่นลงพื้นแตกกระจายเรียกเอาสีหน้าละเหี่ยใจจากพนักงานเสิร์ฟได้เป็นโข
คิบอมซุกหน้าอยู่กับท่อนแขนที่ใช้วางรองต่างหมอน ปากก็พร่ำพรรณนาไม่ได้ศัพท์อย่างคนถูกลิดรอนสติสตังค์ไปเกินกว่าครึ่ง
“สมน้ำหน้า ไอ้คิมคิบอมมันโง่เอง มันเลวเอง....สมควรแล้วที่ถูกทิ้ง ฮะๆ”
หัวเราะให้กับความน่าสมเพชของตัวเองคลอไปกับเสียงสะอึกเพราะฤทธิ์เหล้า
ซองมินชี้ไม้ชี้มือมาทางร่างสูงที่หมดสภาพไม่เหลือคราบความเป็นซูเปอร์สตาร์โด่งดัง แล้วก็ลากซึงเฮไปยังบุคคลดังกล่าวเร็วไว
“คิบอม! ตื่นได้แล้ว!!” ซองมินเป็นคนปลุก แต่ก็ดูจะไม่ได้ผล เพราะผลที่ตอบกลับมาคือเสียงงึมงำๆจากเจ้าของชื่อ เดือดร้อนซึงเฮที่ก็ว่าจะไม่ยุ่งต้องช่วยอีกแรง
“คิบอม...นายเมามากแล้วนะ!!”
“ทงเฮ...~ ทงเฮ....กลับมาหาผมแล้วเหลอ~~”
“ฉันไม่ใช่!!” ชะงักไปเพราะนึกขึ้นได้ว่าซองมินก็อยู่ด้วย จึงได้แต่พยายามพยุงร่างสูงให้ลุกขึ้นยืน แต่เพราะขนาดร่างกายที่มันต่างกันลิบลับ แต่แรงคนเมาที่มีมากมายมหาศาล เพียงแค่คิบอมรวบตัว ร่างบางก็ตกอยู่ในอ้อมกอดนั้นอย่างง่ายดาย
“นายกลับมาแล้วจริงๆด้วย..........หึ....ไม่ใช่! นายไม่ใช่ทงเฮ!!”
“คิ...คิบอม นายเมาใหญ่แล้วนะ” มือบางเลื่อนไปปิดปากคิบอมที่กำลังจะพูดเรื่อยเปื่อยพลอยแต่จะทำให้เรื่องมันใหญ่ ซึงเฮมองซองมินก่อนจะออกตัว
“เดี๋ยวฉันพาคิบอมไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะ รอแป๊บเดียวนะ ซองมิน!”
“อืม....ดีๆนะ”
คล้อยหลังจากหนุ่มร่างอวบนามว่าซองมิน ซึงเฮก็ถอนหายใจพรืดใหญ่อย่างโล่งอกและผลักร่างสูงออกจากตัว จนล้มไปนอนพิงที่ผนังห้องน้ำไม่เป็นท่า ซึงเฮเห็นอย่างนั้นก็ต้องไปดึงให้ลุกขึ้นมาอีก
ก่อนจะลากให้มาอยู่หน้าอ่างล้างมือ จัดการเปิดก๊อกให้น้ำไหลออกมาแรงๆแล้วเป็นคนวักน้ำล้างหน้าให้กับร่างสูงแทน เสร็จแล้วจึงปล่อยให้คิบอมเริ่มปรับร่างกายโดยการดันให้หลังของเขาชิดติดผนัง ใช้มันที่พิงให้กับคิบอมแทนตัวเขาที่ใกล้จะหมดแรงเต็มที
“ตาสว่างขึ้นมาบ้างรึยังล่ะ?”
มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่ที่ดังก้องห้องน้ำหรูในบาร์ชื่อดังเป็นคำตอบให้กับคำถามติดจะประชดประชันนั้น
“ไปเห็นอะไรมาล่ะ??”
“เค้าอยู่กับคนอื่นล่ะสิ?”
“มันเจ็บมากเลยใช่มั๊ย คิมคิบอม”
ซึงเฮชาร้าวไปทั้งแผ่นหลัง เมื่อถูกบีบไหล่และกระชากให้กระแทกผนังเข้าเต็มๆ
“โอ๊ย!!”
“จะตอกย้ำฉันอีกนานมั๊ย?!!”
“สะใจนายล่ะสิที่เห็นฉันเป็นแบบนี้!!”
“รู้ตัวรึเปล่า ว่าทุกอย่างมันยุ่งยากก็เพราะตัวนาย!! ถ้าไม่มีนาย พี่ลีทึกคงจะออกตามหาตัวทงเฮจนเจอ คงไม่ต้องมานั่งดูทงเฮตัวปลอมอย่างนายคอยแสดงละครตบตาให้ดู ทงเฮตัวจริงคงจะกลับมา!!!”
“คิดว่าฉันเต็มใจรึงัยเล่า!!! ก็เพราะฉันเห็นแก่นาย นายเป็นคนขอร้องฉันเอง จำไม่ได้รึงัยเล่า!!”
“การที่ต้องแสดงเป็นอีกคนที่ไม่ใช่ตัวเองมันไม่สนุกเลยนะ”
“ความรู้สึกของฉันมันต้องเปลี่ยนไปเป็นเหมือนเค้า นายคิดว่ามันน่าพิสวาสมากนักรึงัย ห้ะ...อื้อ!~”
คิบอมก็แค่รู้สึกรำคาญที่ต้องฟังคำด่าบ้าๆบอจากคนตรงหน้า บวกกับบันดาลโทสะที่อัดแน่นเต็มความรู้สึก มันบีบให้เค้าต้องทำ...ริมฝีปากร้อนกดจูบอย่างจาบจ้วงและรุนแรง เรียวลิ้นดุนดันกลีบปากอิ่มอย่างเอาชนะ มือหนาก็บีบเค้นเนื้อหนังไปทั่วทั้งต้นแขน
คิบอมกำลังทำผิดมหันต์!!!
เฮือก!!
ริมฝีปากที่ถูกถอนออกอย่างรวดเร็วทำให้ซึงเฮต้องหายใจหอบระรัวเพื่อเรียกเอาออกซิเจนเข้าปอด พอตั้งตัวได้ เรียวหน้าสวยก็เชิดขึ้น จ้องเขม็งราวจะเฉือนร่างกายของคนตรงหน้าออกเป็นชิ้นๆ
“อย่าคิดเข้าข้างตัวเองล่ะ นายมันก็เป็นได้แค่ตัวแทนของทงเฮเท่านั้น!”
เพี๊ยะ!!!
ฝ่ามือเล็กๆตบฉาดเข้าให้ที่ซีกหน้าด้านซ้ายจนร้าวระบม ก่อนที่ซึงเฮจะวิ่งหนีออกไป
คิบอมถึงกับหัวเสียสุดขีด กำปั้นหนักๆถูกส่งเข้าอัดกำแพงจนเลือดซึมตามข้อนิ้ว
“ทำบ้าอะไรลงไปวะ!!!! ไอ้คิบอม!”
..
ห่มผ้าให้กับร่างบาง และเผลอมองดวงหน้าสวยอย่างหลงใหล ทว่ากลับทำอะไรไม่ได้....แม้แต่จะแตะจูบลงที่หน้าผาก ก็ในเมื่อหัวใจของคนๆนี้มันไม่ได้เป็นของเขา ถ้าได้เพียงแค่ร่างกาย มันก็ไม่มีค่าอะไร.....
กยูฮยอนทำเพียงปัดปอยผมที่ตกระหน้าผากใสให้ออกห่าง แตะนิ้วเรียวกับริมฝีปากตัวเองและบรรจงแตะเบาๆกลับไปที่กลีบปากเนื้อนุ่ม แค่นั้น..หัวใจที่ห่อเหี่ยวก็เหมือนกับถูกสูบลมจนพองโต
..
แอ๊ด~
&n
![[ หน้าบ้าน]](http://img224.imageshack.us/img224/993/mylink06mp6.jpg)
![[ + ห้องนั่งเล่นของกาเท่เร่ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2691/mylink01uv4.jpg)
![[ + ไฮไฟของน้าม ]](http://img224.imageshack.us/img224/2468/mylink03xn7.jpg)
![[ + บล็อกฟิคคยูเฮ]](http://img146.imageshack.us/img146/9824/mylink12lj2.jpg)
![[ ไอดีของกาเท่เร่]](http://img224.imageshack.us/img224/6712/mylink07ah1.jpg)
![[ + บล็อกอิลิ้งค์ ]](http://img224.imageshack.us/img224/1165/mylink02kv7.jpg)
![[ + ไฮโกะของหนิง ]](http://img337.imageshack.us/img337/6716/mylink04op5.jpg)
![[ + ไฮไฟของอีฟ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2826/mylink05ja0.jpg)
![[ + คนรักฟิคชั่น ]](http://img525.imageshack.us/img525/1350/mylink08aj9.jpg)
![[ + ดินแดนใต้ดิน]](http://img224.imageshack.us/img224/7627/mylink09hd6.jpg)
![[ + Space]](http://img80.imageshack.us/img80/2805/mylink10bu3.jpg)
![[ + 4 Donghae ]](http://img221.imageshack.us/img221/5053/mylink11wf4.jpg)