[SF] My first kiss with cassanova ::Ending part::
posted on 07 Dec 2007 17:38 by katere in SF-KyuHae
:ขอสครีมให้ตัวเองดังๆ ก่อนน้า! น้ามสอบโควต้าติดค๊าบ!!!
^_________^
เทคโนโลยีชีวภาพ ขอนแก่น
เพิ่งรู้ผลเมื่อกี๊เอง เพื่อนโทรมาบอก ดีใจแทบแย่แน่ะ อิอิ
บ้านถล่มเลยก็ว่าได้ เลยอารมณ์ดีเอาฟิคมาต่อ
ฮ่าๆ ไม่เกี่ยวชิมิ?? อ่านให้สนุกนะ ! :
: Part 3 :
อย่ารอคอยให้ได้รับรอยยิ้ม แล้วจึงทำดี
อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักให้ผู้อื่น
อย่ารอคอยจนกลายเป็นคนโดดเดี่ยว แล้วจึงเห็นคุณค่าของ ‘คนๆนั้น’
...ส่วนหนึ่งจาก นิยามคำว่า ‘อย่า’
ดวงตากลมโตที่คอยหรี่เล็กอยู่ภายหลังกรอบแว่นหนาที่ขาหักหนึ่งข้างเนื่องจากแรงเขวี้ยงของเจ้าตัววันนั้น กำลังไล่ลงต่ำเรื่อยๆ ตามปลายนิ้วเรียวเล็กที่ชี้แต่ละชื่ออย่างช้าๆ
....เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรของลีทงเฮวะ?
ถึงได้ต้องมายืนเล็งชื่อของคนที่เกลียดหน้าที่สุดในชีวิต เพื่อที่จะดูคะแนนสอบกลางภาคให้
‘โจวกยูฮยอน’
ฮึ่ย!!
“เจอซักที” ท่อนแขนเล็กถูกยกขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมอยู่พราวทั้งๆที่ก็เป็นหน้าหนาว
...ก็มันไม่ใช่เพราะอากาศร้อนนี่
แต่เป็นเพราะเหนื่อยใจต่างหาก!!
ตกอีกจนได้!!
“ไอ้บ้าเอ๊ย!! พ่อแม่นายเลี้ยงนายด้วยขี้เลื่อยรึงัยวะ?” สบถถ้อยคำที่ไม่ได้เข้ากับหน้าตาหวานๆเอาเสียเลย ก่อนจะกระทืบเท้าปึงๆ เดินออกมา
ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า เผื่อว่ามันจะช่วยดับอุณหภูมิในร่างกายไปได้บ้าง แต่แทนที่เขาจะได้ยืนปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสายลมแผ่วๆอย่างสบายอกสบายใจ พลันหูดีๆก็ดันไปได้ยินเสียงที่คุ้นหูเหมือนเสียงเพื่อนสนิทตัวเอง
ทงเฮจะไม่หันไปใส่ใจ ถ้าหากว่าเสียงนั้นจะดังเพื่อเรียกเขา ไม่ใช่เป็นเสียงจากบทสนทนากับชายหนุ่มอีกคน และเขาก็คิดไม่ผิดแม้แต่นิด!!
ซื้อหวยไม่แม่นอย่างงี้บ้างเล่า!!
“ฮยอกแจ!!”
ห..ห้ะ?!
หน้าเหวอๆของเจ้าไก่เพื่อนซี้ทำให้ทงเฮอารมณ์เสียขึ้นเป็นสองเท่า ..ยังอีก ยังจะทำมาเป็นเอ๋อเร๋อ...
เขาเลื่อนสายตาไปจิกกึกอยู่กับร่างสูง ที่สูงกว่าเขาจนต้องเงยหน้านิดๆ ไอ้หน้าหล่อๆที่วันๆเอาแต่นั่งตีกลองแกร๊งๆ มันก็คือเหล่าสมาชิกในวงดนตรีที่กยูฮยอนอยู่นั่นแหละ!!
“เชวซีวอน..??.. นายไปรู้จักนายนี่ได้งัยอ่ะ บอกแล้วนะว่าคนพวกนี้ไม่น่าคบอ่ะ นี่แกไม่เชื่อฉันรึงัยเนี่ย หา!!” เรียกชื่ออีกคน แต่ตัวเองกลับไปตะคอกใส่หน้าอีกคน มือเล็กเขย่าร่างบางแรงจนกระดูกแทบเปราะคามือ และมันก็มีแนวโน้มจะเป็นอย่างนั้น หากซีวอนไม่ปรามไว้ก่อน
“ทงเฮ!!”
“อะไร?? ไอ้หล่อไร้สมอง” แน่ะ..ไม่ทำหน้ากวนเปล่า วาจาที่เปล่งออกไปมันก็มีสรรพคุณช่วยกวนอวัยวะเบื้องล่างที่ใช้เดินขนานดีเช่นกัน
“ถามจริง ผมมันไม่ดีตรงไหนเหรอ?” ซีวอนถามตรงๆ จ้องหน้ากันตรงๆ มือก็ไม่ปล่อยจากข้อมือเล็กๆนั่นด้วย
“เพราะนายเป็นเพื่อนกับกยูฮยอนงัยล่ะ!!”
ตอบง่ายๆ ก่อนที่จะสะบัดข้อมือแรงๆจนหลุดจากพันธการน้อยๆนั่นมาได้ แต่ก็ไม่วายจะยืนจ้องตาอย่างเอาเป็นเอาตายกับคนตัวสูงไม่ยอมลดละ
“เป็นเพื่อนแล้วมันผิดตรงไหนเหรอ?”
“ก็นายมันไม่เหมาะสมกับเพื่อนฉัน!!”
“ทงเฮ~” ฮยอกแจที่ยืนเป็นไก่หงออยู่นานเริ่มปรามเบาๆ ก็เพื่อนเขากำลังเดือดได้ที่อย่างงี้ ถ้าร้อนกลับ มีหวังได้ระเบิดตูมมันตรงนี้แหละ
“อย่างงั้น...ไอ้กยูก็คงจะไม่เหมาะสมกับนายด้วย จริงมั๊ย?” ซีวอนต่อความด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เรียกเอาท่าทางวีนแตกจากคนตัวเล็กได้ผลดีเกินคาด
“ชิ!! แล้วคิดว่าฉันอยากคบกับเพื่อนนายจนตัวสั่นรึงัยเล่า!!” โก่งคอตะโกนจนลูกกระเดือกปูด ทว่าคมหน้าหล่อก็ไม่มีวี่แววจะสะทกสะท้าน
“แล้ว.....ทำไมนายถึงต้องตามมันทุกฝีก้าวขนาดนั้น ถ้าไม่ชอบก็เลิกกะมันไปดิ ไม่เห็นยากนี่ครับ” ประโยคดูผู้ดีแต่กับเนื้อความที่สื่อออกมาเนี่ยสิ ..มันหลอกด่ากันชัดๆ!!
...ถ้าไม่ติดว่าเสียตัวให้มันไปแล้ว
ถ้าไม่ติดว่า ต้องเอาชนะไอ้หล่อหลงตัวเองนั่นให้ได้
ถ้าไม่ติดว่า .... ถ้าไม่ติดว่า ...เออ นั่นแหละ ถ้าไม่ติดว่าต้องคบกับไอ้หมอนั่นเป็นแฟน
ก็จะเลิกไปแล้ว
ก็มันติดไปแล้วนี่หว่า!!!
“มันมีเหตุผลบางอย่าง”
เจ้าตัวตอบง่อมๆแง่มๆในลำคอ จะให้ตอบไอ้ที่ ‘ไม่ติดว่า’ ไปน่ะเหรอ?
อย่างนั้น คอนกรีต คงเรียกพี่ล่ะ!!
“อะไรล่ะ เหตุผลนั้นน่ะ”
“วู้ววว!! ไปถามกยูฮยอนมันเสะ!!”
“ฮยอกแจ ไปกับฉัน แล้วก็ห้ามไปเดินกับนายนี่ด้วย ไม่ชอบ!!” ตัดบทเอาเสียดื้อๆ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องไปซะอย่างนั้น ก่อนจะลากเพื่อนตัวผอมลอยละลิ่วไปตามลม
ซีวอนเองก็แอบเคืองอยู่หรอกนะ ที่อยู่ๆ ปลามันแย่งไก่ไปต่อหน้าต่อตา
หึ..แต่เป็นสิงโตซะอย่าง ปลาหรือมันจะเขมือบแข่งกับเขาได้
ว่าแต่ว่า..ตอนนี้ต้องไปถามเหตุผลกะไอ้กยูฮยอนซะก่อน
แม้ว่า คำพูดจากคนตัวเล็กขี้วีนนั่นจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือก็ตามที!!
..
เพราะอีกไม่กี่วัน งานประจำปีของโรงเรียนมัธยมโกซาก็จะมาเยือนอีกคราแล้ว วงดนตรีที่ดังคับโรงเรียนอย่าง Zeiss ที่มีกยูฮยอนเป็นหัวหน้าวงก็ย่อมจะนิ่งดูดายไม่ได้ ต้องแสดงสปิริตความเป็นผู้นำซักหน่อยล่ะ กยูฮยอนนัดซ้อมยันค่ำ ทนฟังเสียงคร่ำครวญของสมาชิกวงนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ยอมก้มรับชะตากรรมร่วมกันแต่โดยดี
กับคนอื่นมันก็เรียกชะตากรรมได้อยู่หรอก โดยเฉพาะนักร้องนำน่ะ
แต่กับกยูฮยอนที่บ้าเข้าขั้นกับเรื่องดนตรีอยู่แล้ว
มันชะตาฟ้าลิขิตชัดๆ^^
แล้วกยูฮยอนจะรู้บ้างมั๊ยนะ ว่าอีกมุมของโรงเรียนน่ะ
ยังมีอีกคนที่ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายด้วยเลย
เจ้าของใบหน้าสวยหวานปานหญิงสาวนั่งทำปากยู่เป็นก้อนกระดาษถูกขยุ้มยับยู่ยี่ คิ้วเรียวๆที่ปกติมันจะวาดสวยรับกับดวงหน้าน่ารักที่ซ่อนเร้นใต้กรอบแว่นเอียงกะเท่ บัดนี้กับขยุกขยุยคล้ายลายมือไก่เขี่ย ลีทงเฮใช้นิ้วหัวแม่มือในการกระแทกแรงกดลงบนปุ่มโทรศัพท์หลายต่อหลายครั้ง หากแต่มันก็ไม่ได้มีอิทธิพลที่จะทำให้ปลายสายดังเป็นสัญญาณหรือสรรพเสียงอย่างอื่นนอกจากจะด่าเขาเป็น ‘ตุ๊ด’ อยู่อย่างเดียว!!
“ไอ้กยูฮยอนบ้า!! นายสัญญากับฉันแล้วนะ!!”
บรรณารักษ์กับพวกนักเรียนแว่นหนาส่วนหนึ่งที่พอจะหลงเหลืออยู่บ้างในช่วงเวลาเย็นย่ำแบบนี้หันมามองต้นเสียงแหลมที่ดังลั่นห้องสมุดเป็นตาเดียว
ถึงไม่ได้นัดก็เหมือนจะนัดกันนั่นแหละ!!
ทว่าเจ้าตัวเล็กหัวยุ่งแว่นพังก็ไม่ได้มีทีท่าจะใส่ใจกับอากัปกิริยาของคนพวกนั้น มือเล็กๆยังคงกดมือถือเร็วฟ้าผ่า ถ้าแผงปุ่มมันหลุดมาได้ ลีทงเฮก็อาจจะต้องอดข้าวกลางวันเพื่อเก็บตังค์ซื้อมือถือเครื่องใหม่อย่างแน่นอน
สัญญาที่อีกคนก็แค่สักจะพูดเพื่อจะได้หลุดพ้นจากวังวนของคนขี้ตื้อ
แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับทงเฮได้ถึงขนาดนี้
“โจวกยูฮยอน ถ้าคราวนี้นายไม่รับ ฉันจะแช่งให้นายโดนหมาไล่กัด ก้นเป็นแผล ฉีดยา 22 เข็มเล้ย!"
จึ๊ก!
..
|||RrrrrrrRrrrrrrRrrrrr|||
“ไอ้เหี้ยกยู โทรศัพท์!” ซีวอนที่อยู่ใกล้กระเป๋าสะพายของกยูฮยอนมากที่สุดเรียกเจ้าเพื่อนรักที่กำลังงุ่นกับการเขียนโน้ตเพลงที่เพิ่งแต่งสดๆร้อนๆลงบนกระดานดำ
“ใครวะ?”
“ทงเฮ”
“ถ้าเป็นทงเฮกูไม่รับ!”
อีกคนตอบ อีกคนบอกแทบจะไล่เลี่ยกัน จนซีวอนหน้าเย้เมื่อกยูฮยอนพูดจบ ไม่ต่างกับกยูฮยอนที่ถอนหายใจรดกระดานพรืดใหญ่เมื่อได้ยินคำตอบ
“ตกลงจะรับป้ะ?”
“เออๆ”
ก็ทางเลือกมันมีมากซะที่ไหนล่ะ ถ้าไม่รับนายตัวเล็กก็ต้องแจ้นมาทำลายวงเขาแน่ๆ แต่ถ้ารับทนฟังเสียงทรมานแก้วหู แล้วบอกให้รอหน่อย พอเขาซ้อมเสร็จแล้วก็ค่อยไปหา..มันก็คงจะดูน่าเลือกกว่า
“อะไร?”
((ไอ้บ้า!!! นัดกับฉันว่ายังงัย ห๊า!!!))
“รู้แล้วๆ ฉันยังติดธุระอยู่อ่ะ รออีกแป๊บละกัน”
((ไม่ได้ มันค่ำแล้วนะ ฉันกลับบ้านดึกไม่ได้ด้วย!!))
“เอางี้ อีก 20 นาที รอได้ป่ะล่ะ”
((10))
“15”
((เออ 18 ขาดตัว!! รีบมาด้วย ถ้าไม่มานายไม่ได้ตายดีแน่!!))
ตกลงนี่เล่นต่อเวลา หรือต่อราคาซื้อของกันแน่??
กยูฮยอนกดวางโทรศัพท์ทั้งยังงงอยู่ว่า ตกลงนี่คุยกันรู้เรื่องแล้วเหรอ?
ปัดผมยุ่งๆที่มันก็ยุ่งได้ที่อยู่แล้วแต่แรกให้ยุ่งขั้นเทพเข้าไปอีก ก่อนจะถอดเอาแบตเตอรี่ออกจากมือถือเครื่องกระจิดแล้วเดินหน้ายุ่งไปหยิบกีต้าร์คู่ใจใส่ปลอกหนัง ซีวอนที่เห็นแบบนั้นก็พอจะเดาได้
“สรุป มึงต้องไปใช่ม้ะ?”
กยูฮยอนพาดปลอกหนังที่ห่อหุ้มกีต้าร์ตัวโปรด ก่อนจะตอบ
“เปลี่ยนที่ซ้อม!!”
..
|||ปึง!!|||
คนตัวเล็กแทบจะลงไปดิ้นพราดอยู่ที่พื้นห้อง หลังจากที่พังประตูที่พยายามพังมาหลายต่อครั้งจนสำเร็จ แต่กลับพบแค่เก้าอี้ไม้สองสามตัวที่ยิ้มทักทาย ไม่เห็นไอ้หน้าไหนมันโผล่หัวออกมาให้บริหารปากเล่นซักคน!!
“โจวกยูฮยอน ไอ้บ้า!!!”
ทงเฮเตะดะ จนเก้าอี้ล้มระเนระนาด แต่ก็ต้องกระเด้งขาขึ้นมากุมเมื่อตระหนักได้ว่า ไอ้เก้าอี้ทั้งหลายน่ะมันไม่เจ็บ
มีแต่เขานั่นแหละที่เจ็บ!!
มันครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ ที่กยูฮยอนเบี้ยวนัดแบบนี้ ทงเฮก็พยายามทน ทน ทน ทน คิดว่า กยูฮยอนอาจจะไม่มีอารมณ์ หรือบางทีการเปลี่ยนนิสัยจากเด็กเกเรียนมาเป็นเด็กแก่เรียนมันอาจจะเร็วเกินไปสำหรับเขา แต่จนแล้วจนรอด แม้ทงเฮจะให้เวลาเป็นตัวช่วยมากเท่าไหร่ กยูฮยอนก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมากเท่านั้น
บางที..เขาอาจจะกำลังติดกับดักของไอ้หมาป่าเจ้าเล่ห์นั่นก็เป็นได้
ที่สงสัย ว่าถ้ารำคาญเขา ทำไมถึงให้มาเป็นแฟน
สุดท้ายถึงได้รู้ ว่า มันก็คือแผนที่จะทำให้ทงเฮเบื่อแล้วก็เดินออกไปเอง โดยที่หมอนั่นไม่ต้องเปลืองแรงเลยซักนิด
เรียวตาคมแบบลูกแมวตัวน้อยๆพลันไปเจอะเข้ากับตัวโน้ตบนกระดานดำ
..ลายมือกยูฮยอนสินะ..
ไม่ต้องรอให้สมองส่วนไหนมันสั่งทั้งนั้นล่ะ ทงเฮลุกพรวดจากที่นั่งเจ็บข้อเท้าตรงไปหยิบเอาแปรงลบกระดานทันที
เจ้าตัวลงมือลบโน้ตพวกนั้นจนเละเทะ ปากก็พร่ำด่า
“มันสำคัญมากนักใช่มั๊ย?? สำคัญมากนักใช่มั๊ย?? ไอ้บ้ากยูฮยอน!!!”
ไม่ลบเปล่า มือบางยังเอื้อมไปคุ้ยกล่องชอล์กเก่าๆก่อนจะได้ที่ต้องการแล้วก็เอามาละเลงต่อทันที
พอสมใจ ร่างบางก็ยืนยิ้มพอใจกับผลงานชิ้นเอกที่ทำมันอย่างสุดความสามารถ ก่อนจะสะบัดหน้ากระทืบเท้าปึงออกไปทันที
..
ไอ้กยูฮยอนงี่เง่า!!
กยูฮยอนล่ะอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายไปตรงนี้เลย ให้ตายสิ!!
ข้อความที่ถูกเขียนย้ำจากชอร์กหลายๆสีบนกระดานดำเพื่อประจานความเป็นโจวกยูฮยอน มันก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรเลยซักนิด
ออกจะเป็นเรื่องเล็กเท่าขี้มดด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับโน้ตเพลงที่เขาเพิ่งแต่งมันเสร็จเมื่อวาน
แต่งสดๆ ไม่มีเค้าร่าง ที่สำคัญ มันไม่มีต้นฉบับ!!!
บัดนี้กลับกลายเป็นแค่ฝุ่นชอล์กล่องลอยไปในอากาศ หรืออาจจะซุกซ่อนอยู่ตามปอดเขาด้วยก็เป็นได้
เห็นอย่างงั้นแล้ว ไอ้ที่วาดฝันไว้ว่าจะได้เล่นเพลงใหม่ในเวทีงานประจำปีของโรงเรียนมันก็กลายเป็นแค่อากาศไร้ตัวตน ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น
“นายตัวแสบมันอยู่ไหนวะ ลีทงเฮ!!!!!!”
|||ฮัดเช่ย!!|||
มือบางๆปาดน้ำมูกฟึดๆที่ไหลย้อยมาตามแรงจามที่ส่งออกมาจากปอดแบนๆ จนฮยอกแจทำหน้าเหยเก
“ใครนินทาวะ?” เจ้าตัวสบถเบาๆกับตัวเอง แต่เจ้าไก่ก็ดันหูดี..หูดียิ่งกว่าหมา
“ไม่มีใครนินทาหรอก แกอ่ะ เป็นหวัด”
ตากลมดิ๊กช้อนขึ้นมามองเพื่อนที่ชอบทำตัวเป็นคุณหมอน้อย ใช้นิ้วชี้จิ้มกรอบแว่นที่เริ่มจะร่วงลงทุกทีๆ ก่อนจะจิกกลับทันควัน
“ทำเป็นรู้ดี”
“แว่นอ่ะ ไปหาซื้อใหม่ได้แล้ว” ไม่พูดเฉยๆ มือบางๆก็ถือวิสาสะมาจับเอากรอบแว่นของเขาแล้วขยับมันขึ้นลงคล้ายจะแสดงให้เห็นชัดๆ ว่ามันพังใช้งานไม่ได้แล้ว!
“มีตังค์ที่ไหนล่ะ?”
“เอ้า...แล้วไปทำอีท่าไหนล่ะ สภาพมันถึงได้เป็นแบบเนี้ย”
“อีท่ากรรเชียงมั้ง” ตอบได้กวนดีแท้ ชวนปลายนิ้วได้คันยิกๆ อยากจะดีดกะโหลกมนๆให้บวมเป่งเท่าบุ้งต่อย
“ถามจริงๆ”
“ท่าฟรีสไตล์อ่ะ...ตอบจริงๆเหมือนกัน” เจ้าตัวเล็กทำแก้มป่องใส่อย่างผู้มีชัย จนฮยอกแจส่ายหัวระอา แล้วก็เลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง ดีกว่ามาต่อความยาวสาวความยืดกะไอ้คนหัวดื้อ
“เย็นนี้ต้องไปติวให้หมอนั่นอีกป่ะเนี่ย?”
แต่ไหงที่จะเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้อะไรๆมันดีขึ้น กลับกลายเป็นเลวลงล่ะ สังเกตได้จากควันจางๆที่เริ่มพวยพุ่งออกมาจากใบหูแดงก่ำเพราะเป็นหวัด แล้วก็เปลวไฟในตาสีสนิมที่ลุกโชน แล้วยังจะเงื่อนพิรอดที่อยู่ๆ เนตรนารีที่ไหนก็ไม่รู้มาผูกเอาไว้ที่กลางหน้าผากอีก
ไม่บอกก็รู้ล่ะนะ
ก็มันเป็นสัญญาณอันตรายทั้งนั้นนี่!!
“พูดถึงมันทำไมวะ!!!”
น้ำเสียงกระชากๆ กับประโยคห้วนๆที่นานทีจะได้ยินเด็กเรียนเก่งเค้าคุยกัน ทำเอานักเรียนค่อนครึ่งห้องหันมามองเป็นตาเดียวกัน
“เฮ้ย...เป็นไรไปอ่ะ?”
“......” คนถูกถามนั่งกอดอกเชิดหน้าหนี ไม่เอ่ยปากอะไรอีก
ฮยอกแจก็ไม่กล้าถามต่อเหมือนกันนั่นล่ะ...ถามอีกที ฉันจะตายมั๊ยเนี่ย?...
“เบื่อคนผิดสัญญา...” อยู่ๆเจ้าตัวเล็กที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่นานสองนานก็ยอมปริปาก แต่ก็แค่เบาๆคล้ายรำพึงกับตัวเอง ทว่ามันก็ดังพอที่จะทำให้หูของฮยอกแจกระดิกขึ้นมานิดๆล่ะนะ
“ทำไมฉันต้องคิดถึงนายนั่นขึ้นมาด้วยล่ะ...ทำไมต้องรู้สึกผิดด้วยล่ะ?” มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่มันไหลอย่างกับท่อประปาแตกออกจากดวงตาแดงก่ำ ปากก็พร่ำไปเรื่อยเปื่อย
“เฮ้ย!! ทงเฮ นายเป็นอะไรอ่ะ ร้องไห้ทำไม??” ฮยอกแจเห็นอย่างนั้นก็นิ่งเฉยไม่ได้ เพื่อนรักร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายขนาดนี้
“ฉันไม่ได้ผิดซะหน่อย ไอ้หมอนั่นต่างหากล่ะที่ผิด ผิดๆๆๆๆ ไอ้คนบ้า!!” ยิ่งห้าม น้ำตาก็ยิ่งไหล ใช้มือคงไม่เพียงที่จะเช็ดน้ำตาที่มันไหลอาบแก้ม ทงเฮจึงยกแขนเสื้อขึ้นมาช่วยด้วย ฮยอกแจได้ฟังก็พอจะเข้าใจอะไรๆขึ้นมาบ้าง จึงเอื้อมมือไปลูบหัวเพื่อนอย่างปลอบใจแล้วก็รั้งเข้ามากอดไว้บนไหล่ตัวเอง
“มันทำร้ายแกขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?”
|||ฮือๆๆๆๆๆๆๆ!!!|||
“อ่าว เฮ้ย! ร้องไห้หนักกว่าเดิมซะงั้นน่ะ โอ๋ๆๆๆๆ ไม่เอาๆ”
ร่างบางสูดน้ำมูกฟืดใหญ่ก่อนจะดันตัวเองออกมาห่างเพื่อนตัวผอม ใช้ดวงตาแดงๆจ้องหน้าฮยอกแจนิ่ง “ไม่ต้องมายุ่งกะฉันเลย!!”
เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นเต็มใบหน้าใสอย่างกับดอกเห็ด ฮยอกแจเกาหัวแกร่ก แล้วก็ต้องงงยกกำลังสองเมื่อทงเฮผุดลุกขึ้นจนเต็มความสูง แล้วก็แผดเสียงใส่
“ไปหาซีวอนของนายเลยไป๊!!!”
จากนั้นก็วิ่งกุลุ่กๆออกจากห้องไปในทันที
ทิ้งให้ฮยอกแจมองตามพร้อมกับเกาหัวแกร่กๆคล้ายรังแครับประทาน
..
ก็ว่าไม่ได้อยากมาทางนี้นี่หว่า แล้วทำไมเท้าเจ้ากรรมมันถึงได้พามาล่ะ??
ตัดขาเลยดีมั๊ยนี่??
ทงเฮก้าวฉับๆไปยืนนิ่งอยู่หน้าประตูชมรมดนตรีสากล เงยหน้ามองแผ่นไม้เก่าๆที่ห้อยอยู่เหนือหัวพักใหญ่ๆ ก่อนจะก้มลงมองปลายเท้าที่สวมรองเท้าผ้าใบคู่เก่งของตนพลางเขี่ยมันไปมา
..ฮึ ตัวเองผิดแท้ๆ ทำไมฉันต้องมาง้อด้วยเล่า!?
|||แตร๊ง!|||
คอร์ดประหลาดหูที่ทงเฮไม่เคยได้ยินมันมาก่อนดังเบาๆเบื้องหลังบานประตูไม้จนต้องเงี่ยหูฟัง และอีกหลายๆคอร์ดก็ถูกบรรเลงตามมาจนกลายเป็นบทเพลงช้าๆ ทงเฮเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับบทเพลงไพเราะกระทั่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ตัวเองกลายร่างมาเป็นจิ้งจกเกาะประตูหนึบ
แอ๊ด~
เสียงประตูไม้ดังเบาๆแต่ก็เพียงพอที่จะเรียกสติให้กับคนตัวเล็ก และก็พอจะทำให้คนด้านในรู้สึกตัวว่ามีคนแอบมองอยู่ เพราะเสียงดนตรีที่เงียบไปมันบอกอย่างนั้น
ทงเฮดีดตัวกลับมายืนตัวตรงอีกครั้ง เอียงหัวทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองร่างสูงผ่านขอบประตู
กยูฮยอนที่ไม่ได้มีท่าทีอะไรตอบกลับมา หนำซ้ำยังก้มหน้าก้มตาดีดกีต้าร์ต่อเฉยๆ ทำอย่างงี้มันหมายความว่างัย หา??!!
...เห็นลีทงเฮคนนี้เป็นแค่อากาศธาตุรึงัยกัน!!...
หน้าสวยงอง้ำอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการกริ้วโกรธอย่างที่ชอบๆทำ กลับเดินเตาะแตะไปนั่งอยู่ข้างๆคนตัวสูงที่ยังคงก้มหน้าทำหูทวนลม
ปลายเล็บยาวดีดเส้นเสียงเป็นบทเพลงอีกครั้ง ไม่นานก็หยุดลง
“โจวกยูฮยอน!”
น้ำเสียงที่เรียกขานออกไป ไม่ได้ลดทิฐิลงเลยแม้แต่น้อย
กยูฮยอนหยิบกระดาษปึกเล็กๆขึ้นมาจดยิกๆลงไป ก่อนจะวางลงแล้วเล่นเครื่องดนตรีประเภทดีดคู่ใจต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน
“กยูฮยอน...หูหนวกรึงัย”
“กยูฮยอน!!”
“ไอ้คนบ้า!! กีต้าร์นี่มันมีดียังงัยเหรอ? นายถึงได้สนใจแต่มัน แล้วเห็นฉันเป็นแค่อากาศ!!” คนตัวเล็กผุดลุกขึ้นแล้วคว้าเอากีต้าร์ในมือของร่างสูง หากแต่กยูฮยอนก็รั้งมันไว้ทันก่อนที่มันจะไปตกอยู่ในมือของทงเฮซะก่อน
“ทงเฮ! นายเป็นบ้าอะไรของนาย!”
“นายนั่นแหละที่บ้า!! นี่แน่ะ!”
|||ตุ่บ!!|||
กีต้าร์โปร่งตัวโปรดถูกแรงของคนตัวเล็กกระแทกลงกับพื้นเต็มๆแรง กยูฮยอนเพียงยืนนิ่งมองภาพนั้นอยู่นาน นานจนทงเฮก็เริ่มสั่น ก่อนจะเบนโฟกัสสายตามาที่เขา
สายตาที่ทงเฮไม่เคยเห็นมาก่อน...
มันดุดัน น่ากลัว และเย็นเยียบ
เดาความหมายใดๆจากดวงตาเรียวคู่นั้นไม่ได้เลย
ทั้งที่กลัวจนอยากจะร้องไห้ ทว่าทงเฮก็เก็บกลั้นมันเอาไว้ ทำเข้มแข็งสู้ต่อไป
และโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว มือหนาก็ตะปบเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างและดึงรั้งไปใกล้ให้สบตากันอย่างจัง
“นายต้องการอะไร ลีทงเฮ”
แรงบีบที่ต้นแขนมันทำให้เขาปวดระบมไปจนถึงปลายนิ้ว แต่ทงเฮก็ไม่คิดจะต่อต้าน กลับจ้องเขม็งกลับไปอย่างไม่กลัวตาย ....เอาสิ จะบีบให้กระดูกหักคามือเลยก็ได้...
ดวงตากลมใสเริ่มมีหยาดน้ำคลอเบ้า แต่เจ้าตัวก็ไม่คิดจะปริปากร้องออกมาว่าเจ็บ
แรงบีบที่หัวไหล่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อคนตัวเล็กไม่ยอมตอบคำถาม ซ้ำยังจ้องตาไม่กระพริบ
แม้จะเจ็บ..ก็จะไม่แสดงออกมาให้รู้
จะไม่ร้อง จะไม่ขอให้ปล่อย...จะไม่ร้องขออะไรทั้งนั้น
มือหนาไม่ได้ปล่อยออกมาอย่างที่ควรจะเป็น กยูฮยอนกลับยิ่งบีบลงไป ...บีบให้มันเจ็บไปถึงกระดูก!!
อิ้!
ฟันคมกัดริมฝีปากแน่น แต่ท่อนแขนเล็กไม่มีทีท่าจะแข็งขืน หรือพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการนั้นเลย....
ทั้งที่เจ็บ...เจ็บจวนจะทนไม่ไหว
เจ็บทั้งร่างกาย
เจ็บทั้งข้างใน....แค่เห็นสายตาเย็นเฉียบที่กรีดลึกไปถึงหัวใจของ โจวกยูฮยอน
“เจ็บ!”
“กยูฮยอนฉันเจ็บ!”
“ปล่อย!”
คำร้องขอจากร่างบางเหมือนลอยผ่านไปกับสายลม เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมลดแรงบีบที่หัวไหล่เลยแม้แต่นิด น้ำตาหยดใสๆไหลอาบแก้มนอง ..ในที่สุด มันก็ไหล ไหลออกมาให้รู้ว่าคนๆนี้มันอ่อนแอมากนัก
“ฉันเจ็บ!! ปล่อยฉันเซ่!!”
“ปล่อย!!!”
“กยูฮยอน!!! ฉันเจ็บนะ ปล่อย!!!”
ความเจ็บเปลี่ยนเป็นความชาที่แล่นริ้วขึ้นมาจากปลายเล็บเมื่อเรียวร่างบอบบางถูกรั้งเข้าไปกกกอดไว้ โดยมีมือหนาลูบผมปลอบประโลมเบาๆ
“ฉันขอโทษ”กยูฮยอนกระซิบเบาๆที่ข้างใบหู แล้วซุกจมูกที่ก็ชื้นไม่แพ้กันชิดติดปอยผมสีอ่อน
“ฮึก..นาย....นายมันบ้า....” ต่อว่าทั้งที่กลีบปากก็ยังคงเบียดอยู่กับไหล่กว้าง สุดท้ายทุกอย่างกลืนหายลงไปในลำคอ...ก็แค่สัมผัสอบอุ่นที่ถูกมอบให้ ทำไมถึงมีอิทธิพลมากมายขนาดนี้นะ?
“ทงเฮ ฉันขอโทษ”
พร่ำบอกซ้ำๆ ท่อนแขนก็กอดรัดร่างบางในอ้อมอกให้แนบแน่น พรางกดหัวทุยๆของอีกฝ่ายลงซบกับไหล่ อยากจะให้เสื้อนักเรียนของเขาได้ซับน้ำตาให้กับลีทงเฮ
น้ำตาที่เขาเป็นคนทำให้มันไหลออกมาเอง
มือหนาตระกองใบหน้าสวยให้เงยขึ้นสบตากันตรงๆ พลางใช้หัวแม่มือซับคราบน้ำตาออกจากแก้มใส และปัดเอาปอยผมยุ่งเหยิงเกะกะใบหน้าให้ออกไปด้วย
“ไม่เอา ไม่ร้องไห้นะ”
“นายนั่นแหละ ที่ทำให้ฉันร้อง”
“ขอโทษ...ก็บอกแล้วงัย”
“จะเอายังงัยกันแน่?” ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักจนหลุดจากสัมผัสอุ่นๆที่ข้างแก้มสำเร็จ
“เอางัยล่ะ...นายก็..เอาคืนได้แล้วนี่”
กยูฮยอนเสตาไปยังเศษไม้บนพื้น ต้องเรียกว่าเศษไม้ล่ะนะ ก็มันไม่เหลือสภาพกีต้าร์แล้วนี่ ก่อนจะหันกลับมาทางคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าแสดงอารมณ์ไม่ถูก
ไม่รู้ว่าสำนึกผิด หรือว่า สะใจ?
“เจ็บแขนมากรึเปล่า?”
ทงเฮยังไม่ทันจะก้มลงดู หรือยกแขนขึ้นมาสำรวจความเป็นไป แขนยาวๆกับมือหนาๆก็เอื้อมมาถึงซะก่อน
“โอ๊ย!”
รอยสีแดงปื้นยาว ปรากฏเด่นชัดบนต้นแขนขาวทั้งสองข้าง ทงเฮเห็นก็ยังตกใจ ว่าทำไมเขาถึงทนเจ็บได้ แล้วทำไมกยูฮยอนถึงได้ใจร้ายแบบนี้
“เพราะนาย!!”
“รู้...ไม่ต้องย้ำหรอกน่า”
“ก็มันเป็นเพราะนาย!!”
“รู้แล้วๆ!!”
“เพราะนายๆๆๆๆ!!!” รู้ทั้งรู้ว่ากยูฮยอนน่ะ เริ่มไม่พอใจแล้ว แต่ก็นั่นแหละ ยิ่งเห็นคนตัวโตทำหน้าโมโหมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งได้ใจ ...ยั่วโมโหมากเท่านั้น
“คบกับฉันมาตั้งเกือบเดือนแล้ว..ยังไม่รู้รึงัย ว่าถ้าไม่เงียบเนี่ย ฉันจะใช้อะไรปิดปากนาย?”
“ใครเค้ากลัวกันล่ะ?”
คมหน้าหล่อจัด ยกยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับกระตุกหางคิ้วอยู่ในที มองเรียวหน้าสวยหวานภายหลังกรอบแว่น ที่มันไม่น่าจะเรียกว่าแว่นได้แล้ว ...ก่อนจะเอื้อมมือไปถอดมันออก..ช้าๆ
ทงเฮจ้องตาแป๋ว
..เดี๋ยวนี้หัดยั่วกันด้วยเหรอ?...
…แต่ยั่วมา ก็ต้องสนองกลับสิ จริงมั๊ย??
“แน่ใจนะ?”
“อื่อฮึ”
“นานนะ??”
“เห?”
ร่างบางเอียงคอสงสัยคำถามที่สอง แต่ก็สงสัยได้ไม่นานหรอก กยูฮยอนก็ทาบทับริมฝีปากลงมาเสียก่อน บดคลึงเบาๆแล้วก็ชอนลิ้นเข้าไปกวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็กๆที่เริ่มชำนาญทาง ไม่พอ เดี๋ยวนี้ยังหัดปรับเปลี่ยนมุมให้รสจูบนุ่มลึกมากขึ้นด้วย
แล้วไอ้ที่ทงเฮสงสัยน่ะ...ก็เพิ่งจะมากระจ่างเอาตอนที่.....
จูบนี้มันกินเวลาไปตั้งเกือบ 5 นาทีเต็มๆแน่ะ!!!
อื้อ~
เสียงอื้ออึงในลำคอดังเพื่อเป็นระฆังหมดเวลาเพราะหายใจไม่ทัน ทงเฮรีบดีดหัวเองออกห่าง เพราะรู้ดีว่าถ้ายังอยู่ในรัศมี อาจจะมียกสองก็เป็นได้
กยูฮยอนวาดยิ้มพราวบนริมฝีปากหยักสวย ยักคิ้วทำตาวาวใส่เหมือนจะจงใจแกล้งให้อีกคนเขินเล่นๆ ..ก็มันส์ลูกกะตาดีนี่นา~
ส่วนอีกคนก็เฉไฉนอกเรื่องทำเป็นเก็บเศษกีต้าร์มั่งล่ะ จัดเก้าอี้ให้เข้าที่เข้าทางมั่งล่ะ ทั้งที่ร่างทั้งร่างมันสั่นสะท้านไปหมด หน้าก็ร้อนผ่าวๆ สั่นจนทำอะไรแทบไม่ถูกแล้ว อย่าว่าแต่มือที่มันพาลแต่จะทำให้แถวเก้าอี้เบี้ยวกว่าเดิมเลย ขาเล็กๆก็พันกันอุตลุตอุตลัง เรียกเสียงหัวเราะจากกยูฮยอนได้มากโข
“เขินล่ะสิท่า”
“ใช่ที่ไหนล่ะ มั่วละ” ตวัดหน้ากลับมาเถียงจนคอหัน แต่พอได้ปะทะกับดวงตารีเรียวก็ต้องหลบสายตาทุกครั้งไป
“เอางี้...เย็นวันศุกร์ หลังจากฉันเล่นดนตรีเสร็จแล้ว.....ไปฉลองกันนะ”
คำชวนที่ดังออกมาจากปากของร่างสูงโปร่งทำเอาทงเฮแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นเร็วไวหวังจะได้เห็นสีหน้าของคนพูด ว่าจริงใจแค่ไหนกัน แต่พวงแก้มใสก็มีอันต้องร้อนระอุเมื่อกลีบปากแดงปากโดนแตะเบาๆจากริมฝีปากอุ่นๆของอีกคนตอนที่เรียวหน้าสวยแหงนเงยขึ้นมา
“ห้ามเบี้ยว!”
ขบริมฝีปากและกระตุกยิ้มแพรวพราวจนร่างบางหน้าร้อนวาบ ก่อนจะผละออก สะพายเป้ขึ้นหลังแล้วก็เดินออกไปจากห้อง ไม่มีรายละเอียดใดๆให้ทงเฮได้กระจ่าง
ว่านัดที่ไหน
หรือว่า ตอนไหน??
..
ทงเฮกระโดดโหยงลงบนเตียงนุ่ม แผ่หลารับเอาความอุ่นจากผ้าปูที่นอนสีอ่อน ก่อนจะพลิกตัวเป็นนอนคว่ำเอาแก้มถูไถไปมาเหมือนลูกแมวตัวกะจ้อยร่อย แก้มใสพองจนแทบปริ..ถ้าใครเห็นล่ะก็ คงอดหมันไส้ไม่ได้ รับรองว่าอยากจะเอาเข็มจิ้มให้แตกดังเปาะเลยทีเดียวเชียวล่ะ
มือบางเอื้อมไปหยิบเอาหมอนมาหนุนคอ ก่อนจะร้องลั่ลล้าแกว่งเท้าไปมาเหมือนเด็กอารมณ์ดีแล้วก็คว้าเอากล่องเล็กๆที่หัวเตียงมาเปิดแล้วจัดการเทของข้างในมากองไว้ตรงหน้า
ผ้าพันคอไหมพรมที่เจ้าตัวลงมือถักมันขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่ก็เสร็จไปแค่ครึ่งผืนเท่านั้น นิ้วเรียวเล็กไล่สัมผัสไปตามแนวเส้นไหมนุ่มสีฟ้าน้ำทะเล แล้วก็ต้องย่นคิ้ว เมื่อพบว่าฝีมือของตัวเองที่ถักแบบอารมณ์เสียเพราะโมโหไอ้ว่าที่เจ้าของผ้าพันคอผืนนี้เมื่อวาน มันทำเอาเสียรูปทรงไปกว่าค่อนครึ่ง
จะเริ่มถักใหม่งั้นเหรอ?
คนอย่างลีทงเฮไม่ขยันมากมายขนาดนั้นหรอกนะ!
“มันเป็นเพราะนายนะ...ช่วยไม่ได้นี่” กระนั้นมือเล็กก็เอื้อมไปหยิบจับเอาเข็มนิตติ้งที่วางอยู่ข้างๆมาถักทอต่อด้วยใบหน้าที่แช่มชื่น
ไอ้กยูฮยอนบ้า!!
นายมันก็ไม่เห็นจะมีดีตรงไหนเลย
เกเร ทำตัวไร้สาระไปวันๆ
แล้วทำไมเด็กเรียนเก่งอย่างฉัน ถึงต้องมาทำอะไรที่ตัวเองไม่ถนัดเพื่อนายแบบนี้ด้วยนะ!!
..
เหล่านักเรียนต่างโรงเรียนพากันมาเที่ยวชมงานประจำปีของโรงเรียนโกซาจนพื้นที่กว่า 100 ไร่ดูแคบไปถนัดตา เสียงเพลงครื้นเครงดังก้องไปทั่ว เพราะมีทั้งเวทีที่เปิดโอกาสให้ชมรมดนตรีของแต่ละโรงเรียนได้ออกมาโชว์ฝีไม้ลายมือกันอย่างเต็มที่ รวมไปถึงในหอประชุมใหญ่ที่เปิดการแสดงละครเวทีหลากหลายเรื่องราวและรสชาติ
ทั้งโรงเรียนก็ครึกครื้นกันใหญ่ เชียร์กีฬามั่งล่ะ โดดอยู่หน้าคอนเสิร์ตบ้างล่ะ ส่วนโซนความรู้ก็มีพวกหนอนหนังสือไปอุดหนุนหนังสือทำมือ ฝ่ายนักเรียนที่จัดงานก็วิ่งวุ่นจนหัวฟู ใครมันจะสบายเท่าคนๆนี้ล่ะ แต่เอาแต่หมกอยู่ในห้องสมุด
ลีทงเฮที่เอาแต่นั่งอมยิ้มคนเดียวทั้งวัน กระทั่งฮยอกแจเริ่มเป็นห่วงขึ้นมานั่นแหละ กลัวว่าเพื่อนซี้จะเป็นบ้าไปเสียก่อน เลยเข้าไปถามไถ่
“เป็นอะไรอ่ะ นั่งยิ้มคนเดียวอยู่ได้”
“ห้ะ?? ใคร?? ฉันน่ะเหรอ? ยิ้ม?” ร่างบางถึงกับคางหลุดออกมาฝ่ามือที่ใช้ต่างแท่นรองคางอยู่นานสองนาน ก่อนจะทำตาโตใส่ เหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรทั้งนั้น
“ก็ใครล่ะ?? ที่มันเอาแต่ยิ้ม....ยิ้ม...ยิ้ม ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูแล้ว! ถูกหวยรึงัย?”
ลอยหน้าลอยตา เฉไฉไปหยิบจัดหนังสือที่วางระเกะระกะให้เป็นระเบียบ แล้วก็นอกเรื่องไปเสียเฉยๆ
“ไม่ไปดูแลซุ้มของอาจารย์ซูมีล่ะ? นี่มันก็กะนายแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“เออ จริงด้วย ลืมเลยอ่ะ!!” ไก่ตัวผอมเพิ่งนึกขึ้นได้ ยกนาฬิกาข้อมือมาดูยกใหญ่ ถลึงตาโตก่อนจะรวบเอาหนังสือที่ตนยืม 2-3 เล่มวิ่งหน้าตาตื่นออกไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมาแขวะทงเฮที่นั่งยิ้มแป้นแล้น
“อิจฉาคนว่างงานจริงจริ๊ง!!”
“ก็ใครให้นายอาสาเล่า ฮ่าๆ”
..
ตอนเย็นๆ มีลมอ่อนๆพัดโชยเอื่อยๆ ทว่ามันกลับเย็นเยือกจับใจ...หน้าหนาวมาเยือนแล้ว หากแต่ไม่รู้ว่าวันไหนที่เกล็ดหิมะขาวจะร่วงหล่นลงมาทักทาย
เมื่อถึงวันนั้น..ก็คงเป็นวันที่มีแต่ความสุข
และมีความหมายสำหรับใครอีกหลายคนแน่ๆ
จริงมั๊ย?
ก็กยูฮยอนบอกเพียงแค่ว่า ให้มายืนรอที่สระน้ำหน้าโรงเรียนนะ เวล่ำเวลาก็ไม่เจาะจงว่าตอนไหนแน่ชัด แต่ถ้าบอกว่าหลังงานเลิก ก็น่าจะประมาณนี้แหละมั้ง....5 โมงเย็น
ทงเฮยืนรอด้วยหัวใจที่พองโต และรอยยิ้มแก้มแทบปริ ในมือมีกล่องกระดาษเล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่เขากำมันไว้แน่น... รอนานๆ ขามันเริ่มจะสั่นๆ เลยนั่งลงกับม้านั่งที่อยู่ใกล้ๆ
แต่จังหวะหัวใจก็ยังไม่เปลี่ยน มันรัวเร็วเหมือนถูกรัวด้วยไม้กลอง
...เขากลายมาเป็นคนขี้ตื่นเต้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ??...
กล่องกระดาษสีน้ำตาลอ่อนถูกวางลงบนตัก ทงเฮใช้นิ้วเรียวลูบมันอย่างแผ่วเบา พลันรอยยิ้มบางๆก็จุดประกายแต่งแต้มเรียวปากแดงในทันใด
“เมื่อไหร่จะมานะ?”
..
“เฮ้! พี่กยูฮยอนจะไปไหนอ่ะคร๊าบ? อยู่ฉลองกะพวกเราก่อนสิคับ!” รุ่นน้องตัวสูงไม่เพียงแค่เอ่ยปากดักทางกยูฮยอนแล้ว แขนที่ยาวสมกับตัวก็ตามมาเกาะหนึบอยู่ที่ท่อนแขนของเขาอีกด้วย
“พอดีฉันติดธุระน่ะ”
“แน๊!~ นัดกะสาวไว้อ่าดิ ได้งัยๆ เหนื่อยซ้อมกันมาตั้งนาน มันต้องฉลองเพื่อความสำเร็จของวงเราหน่อยสิครับ”
“ช่ายๆ ชิ่งอย่างงี้ ไม่แฟร์เลยนะครับ คุณหัวหน้าวง” ทั้งไอ้ตัวเล็กอีกสองคนที่หนึ่งคนเป็นมือเบส อีกคนมีมือกีต้าร์คู่กับเขาก็ไม่วายมาช่วยเสริมทัพให้หนักแน่นขึ้นไปอีก กยูฮยอนหมดหนทางได้แต่ส่งสายตาวิงวอนไปยังเพื่อนหน้าหล่อที่ยืนกอดอกวางท่าอยู่ไม่ห่าง ทว่าไอ้ไพ่ใบสุดท้ายมันก็ดันเล่นตัว หันหน้าหนีใส่ซะนี่!!
..เดี๋ยวพ่อก็อัดจากหน้าหล่อ ให้เป็นหน้าหักซะเลย วอนซะแล้ว!!...
“ก็..ฉันติดธุระจริงๆนี่หว่า .... เอางี้ๆ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันละ เอาไว้เย็นพรุ่งนี้ดีกว่า เดี๋ยวฉันเลี้ยงไม่อั้นเลยเอ้า!!”
“มันแบบ..มันไม่โชนอ่ะรุ่นพี่ พรุ่งนี้ไฟมันก็มอดหมดแล้วดิ่ โหย~ เห็นสาวดีกว่าวงได้งัยเนี่ย”
กยูฮยอนได้แต่เสยผมตัวเองพลางบีบขมับพลาง ไม่ลืมที่จะหันไปจิ๊ปากใส่เพื่อนทรยศที่ยังคงลอยหน้าลอยตาไม่รู้สึกรู้สม
“เออๆ...ไปก็ได้วะ!!”
“วู้ววว!! มันต้องอย่างงี้ดิ่ ลีดเดอร์ของพวกเรา!! ไปๆ นำทัพเลยมึง อยากดีนัก!!”
“ได้งัยวะ ต้องให้รุ่นพี่กยูนำถึงจะถูกเว้ย!!”
เสียงดนตรีซาวน์แปลกใหม่ ที่บรรดาดีเจมิกซ์มันขึ้นมาเพื่อเอาใจลูกค้าเต็มที่ ดังกระหึ่มไปทั่วบาร์ชื่อดังที่กยูฮยอนมักจะมาดื่มเป็นประจำอยู่แล้ว และมันก็ยิ่งดูครึกครื้นเมื่อเหล่าลิงทั้งหลายได้มาปลดปล่อยในวันปล่อยผีอย่างนี้..เสียงตะโกนโหวกเหวก ชวนดื่มบ้างล่ะ ชวนเต้นบ้างล่ะ ดังสะท้อนไปถึงโสตประสาทส่วนลึก ปกติกยูฮยอนก็จะมีอารมณ์ร่วมอยู่หรอกนะ แต่กับวันนี้..มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ
เสียงพวกนั้นมันกลายเป็นมลพิษขั้นสุดยอดเท่าที่เขาเคยได้พบเจอมา ทั้งน่ารำคาญ ทั้งน่าหงุดหงิดใจเป็นที่สุด...ชายหนุ่มนวดขมับแรงๆไปจนนับครั้งไม่ถ้วนอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อาการของเขาดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
“รุ่นพี่ นั่งซึมซังกะตายเลยนะครับ ...เหงาอ่ะดิ่ ผมหาสาวๆให้ดีมั๊ยครับ วู้วว!! โต๊ะนู้นเลย ใสๆทั้งนั้น”
“ไม่...ไม่ต้อง” ยกมือขึ้นปรามพลางส่ายหัวครืน ก่อนจะยกแก้วบรั่นดีขึ้นกรอกไปอีกอึกใหญ่
“โหย! ไม่เชื่อมือผมอ่ะดิ่ ...เดี๋ยวผมจัดห้าย~” ไม่พูดพร่ำทำเพลง เด็กหนุ่มร่างสูงก็พุ่งพรวดๆตรงไปที่โต๊ะเป้าหมาย กยูฮยอนที่เผลอมองตามถึงกับรู้สึกผิดที่ทำแบบนั้น เมื่อสายตาดันไปปะทะเข้ากับดวงตาหยาดเยิ้มของหญิงสาวที่ส่งมาให้
ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดลงบนน้ำสีอำพันจนกระเพื่อมเบาๆ
“แม่ง! ทำหน้าเหมือนจะตายให้ได้งั้นอ่ะ ถามจริงมีนัดกะใครไว้เนี่ย ห้ะ!!” แรงตบไม่เบานักที่ไหล่ส่งผลให้เรียวหน้าคมหันขวับ แล้วก็เจอเข้ากับโจทก์คนสำคัญ...เชวซีวอน ที่ยืนยิ้มระรื่นไม่สะทกสะท้านกับสายตาอาฆาตจากเพื่อนซี้
“เหี้ย! กูบอกกูไม่อยากมา...”
“ทงเฮ ใช่ม้ะ?”
“.......” นัยน์ตาสีชาที่สว่างไสวภายใต้แสงไฟละลานตาจ้องเขม็งราวกับว่า ถ้าใช้มันฆ่าคนตรงหน้าได้ ก็จะทำไปแล้ว
“แม่ง...แรกๆ บอกรำคาญเค้า เสียภาพพจน์ หนำซ้ำยังคิดจะไปปั่นหัวเค้าอีก...เป็นงัย เวลาโดนปั่นหัวแล้วมันเป็นยังงัยวะ ประสาทแดกเลยม้ะ?”
“เชี่ย..”
“แม่งด่ากูอีกละ”
“ถ้ากูทะเลาะกับทงเฮขึ้นมา กูรับประกันเลยว่า กูจะยอมเข้าคุกข้อหาฆ่ามึงตายเลยคอยดู”
“โหดชิบ...” นอกจากจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับคำอาฆาตแค้นจากกยูฮยอนแล้ว ริมฝีปากหยักสวยที่กยูฮยอนอยากจะซัดเอาเลือดชั่วออกซักแกลลอนยังเหยียดยิ้มยาวเหยียดให้คนมองควันออกหู
“อ้อ! แล้วถ้ามึงคิดว่ากูผิดล่ะก็.......กูแนะนำให้มึงลองกลับไปชั่งน้ำหนักดูนะ ว่าระหว่างร่างกาย กับหัวใจของมึง อันไหนมันหนักกว่ากัน” ทิ้งท้ายให้ได้คิดแค่นั้น ก็ลับหายไปทางหลังร้าน ซึ่งกยูฮยอนเองก็ไม่ได้อยากจะรู้ว่ามันจะไปที่ไหน.....เพราะตอนนี้ เขากำลังชั่งน้ำหนักใจของตัวเอง
..
นาฬิกาข้อมือแนวสปอร์ตสีแดงสดที่ผูกข้อมือไว้หลวมๆ ถูกยกขึ้นมาดูแล้วดูอีก ถ้ามันลอกเพราะถูกมองมากๆได้ ก็คงจะลอกจนไม่เหลือชิ้นดีไปแล้ว หากแต่มันยังอยู่ดีมีสุข ก็เลยได้อยู่บอกเวลาแก่เจ้าของของมันให้หัวใจที่บอบบางชอกช้ำเล่นๆ
4 ทุ่ม..
...จะให้ฉันรอจนหนาวตายไปเลยรึงัย??!!...
คิดไป น้ำตาที่มันรื้นขอบตาอยู่แล้วก็พาลจะทะลักทะล้นเป็นเขื่อนแตก แต่เจ้าตัวก็ยังคงเก็บมันไว้... มือบางที่เกาะกุมกันไว้แน่นมาเป็นชั่วโมงเริ่มคืบคลานจากปลายนิ้วเป็นข้อศอก จนถึงหัวไหล่ กอดตัวเองไว้...ทั้งๆที่มันไม่ได้ช่วยให้หายหนาวขึ้นมาเลยซักนิด
ทงเฮปล่อยกล่องกระดาษที่มัดโบว์ไว้สวยงามวางนิ่งไว้ข้างกาย จนลมแรงๆพัดเอาโบว์กระดิกจนปมหลุด แต่เขากลับไม่คิดจะใส่ใจ ท่อนขาเล็กๆถูกยกขึ้นเป็นท่าชันเข่า กอดมันไว้พลางซุกดวงหน้าสวยที่เริ่มซูบซีดให้แนบสนิท....ในเมื่อม่านตาไม่สามารถกลั้นหยาดหยดน้ำแห่งความอ่อนแอไว้ได้ ทงเฮก็หวังว่าเนื้อผ้ากางเกงแสล็กนี้ จะเป็นป้อมปราการด่านสุดท้ายสำหรับเขา
“กยูฮยอนบ้า....ฮึก.....ไอ้คนงี่เง่า!!”
ใบหน้าสวยเงยขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆกับหลังมือแห้งผากที่ตามไปเช็ดน้ำตาจนเปียกชื้นได้ในพริบตา ความพยายามที่จะโทรตามคนที่รอหวนกลับมาอีกครั้ง แม้ความหวังที่จะโทรติดมีอยู่น้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ที่หิมะจะตกในมาเลเซีย แต่เขาก็จะลอง...ลองอีกซักครั้ง
‘ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก’
เสียงสูดน้ำมูกดังกลบเสียงกดตัดสายได้เป็นอย่างดี แต่ก่อนที่จะได้ร้องไห้ฟูมฟายรอบที่สอง ไอ้นิ้วตัวดีมันก็พาลไปกดโดนรายชื่อที่ปรากฏเป็น
‘เชวซีวอน’
“ซีวอน นายอยู่ที่ไหนน่ะ!!”
..
“ทำไม..ทำหน้าซีเรียสอย่างงั้นละคะ?” ดวงตากลมโตที่เปลือกตาถูกแต่งแต้มด้วยอายชาโดว์สีเข้มส่งสายเย้ายั่วอยู่ไม่ห่าง มือเรียวรอรับคางมนเพื่อวางรูปหน้าสวยให้เห็นเด่นชัดในระดับสายตา แต่กยูฮยอนกลับเสหน้าไปทางอื่นและยกแก้วใสบรรจุน้ำสีอำพันเพียงก้นแก้วขึ้นจิบแทนที่จะส่งสายตาสบกลับไป
“รังเกียจโซราเหรอ?” เจ้าของปลายนิ้วเรียวสวยใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างคุ้มค่าทีเดียว เมื่อเธอส่งปลายเล็บยาวสีใสมาลูบไล้อยู่ที่สันกรามของกยูฮยอน
“ผมไม่มีอารมณ์”
“อยู่กับโซรานานๆ เดี๋ยวก็มีเองแหละ อารมณ์น่ะ”
กยูฮยอนล่ะอยากจะลุกจากเก้าอี้ไปเสยหน้าละอ่อนของไอ้รุ่นน้องตัวการทั้งสองคนที่ยืนยิ้มหวานกลางฟลอร์ให้หงายไปซะตอนนั้น ถ้าหากว่าจิตใต้สำนึกไม่สั่งการห้ามปรามเขาไว้ก่อน
กยูฮยอนเบี่ยงหน้าหลบการสัมผัสนั้น ก่อนจะกดปลายนิ้วแรงๆที่สันจมูกโด่งรั้นของตัวเอง “ผม...ไม่มีอารมณ์จริงๆ”
“ฮึ!”
ตรงกันข้ามกับสิ่งที่กยูฮยอนทำ คือการที่หญิงสาวเรือนร่างโอดองค์ที่เข้ามาออเซาะเบียดเสียดจนกายแนบชิด ริมฝีปากบางคลอเคลียอยู่ที่ริมหูคอยพ่นลมหายใจร้อนระอุรดลงไปชวนขนลุก ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ก่อเกิดกับกยูฮยอนเร็วกว่าที่คิด เขารีบผละตัวออกห่าง ทว่าก็ช้าว่าท่อนแขนเล็กที่วาดรอบคอเขาอย่างรวดเร็วอยู่ดี
“ฉันเคยได้ยินมาว่า คุณน่ะ...ไวไฟยิ่งกว่าอะไร ....”
เสียงสะกดกลั้นลมหายใจเข้าออกที่เริ่มจะเพี้ยนจากจังหวะเดิมดังกระตุกที่ข้างใบหูของเธอ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าหล่อนเดาอารมณ์ของเขาถูกและคิดจะผละออกเลย
“ไม่ชอบฉันจริงๆน่ะเหรอ?”
|||หมับ!!!|||
|||พลั่ก!!!|||
กยูฮยอนรู้สึกร่างกายมันดูวูบโหวงไปเสียหมด แต่กับความเจ็บที่กระพุ้งแก้มมันกลับชัดเจนยิ่งนัก เขารับรู้ได้ถึงรสชาติของความเค็มจากของเหลวข้นสีแดงสดที่หลั่งอยู่เต็มปาก ร่างสูงพยายามยันตัวลุกขึ้นจากที่ถูกแรงหมัดอัดเข้าเต็มๆจนเซถลามากระแทกกับเคาน์เตอร์
ก็แค่หมัดเล็กๆ แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเจ็บได้ขนาดนี้นะ....มันเจ็บไปจนถึงหัวใจ
“ทงเฮ~”
เอ่ยเสียงตื่น จ้องมองดวงหน้าสวยที่ซีดเผือดอย่างคนรู้สึกผิดเต็มประตู
“ถ้ารู้ว่ารักษาสัญญาไม่ได้ แล้วทำไมต้องสัญญา.....” เสียงแผ่วทว่ากังวานก้องในโสตประสาท ดวงตาสีชาหลุบต่ำไม่ยอมมองหน้า...ไม่อยากเห็นหน้า หรือไม่อยากให้อีกคนได้เห็นน้ำตา
“พอเหอะนะ...พอได้แล้ว กยูฮยอน ฉันเจ็บอ่ะ....”
“ทงเฮ~” เอื้อมมือไปจับไหล่บางที่สั่นสะท้าน และเมื่อได้สัมผัสกยูฮยอนก็ยิ่งรู้ว่ามันเฉียบ “ฉันขอ...”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่อยากฟัง” ร่างบางสะบัดตัวเองหนีเหมือนโดนของร้อน
แขนยาวๆเอื้อมออกไป อยากจะรั้งคนๆนี้ให้กลับมา แต่ก็ทำไม่ได้...
“ทงเฮ!! ทงเฮ!!”
กยูฮยอนทำได้แค่ระบายอารมณ์ลงที่เก้าอี้ที่วางอยู่รายรอบ แล้วก็ขยี้ผมจนฟูยุ่งเหยิง
“โว้ยยยยยย!!!”
“ฮึๆ”
เสียงหัวเราะหึดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เจอเข้ากับซีวอนที่ยิ้มหน้าระรื่นไม่มีเปลี่ยน
“เป็นเพราะมึง ไอ้ซีวอน!!!”
หนุ่มหน้าหล่อทำเพียงหรี่ตาลงหนึ่งข้าง กับเคาะเท้าลงกับพื้นเปาะๆ “เป็นเพราะฉันได้งัยวะ ฉันไม่ได้เป็นแฟนกะทงเฮนะเว้ย!”
“ก็มึง!!!”
“ไม่ตามไป แล้วจะง้อได้งัยเนี่ย?” ฝ่ามือหน้าตบเบาๆที่หัวไหล่เหมือนเรียกสติ จากที่อยากจะเข้าไปชกให้หน้าหงาย กลับต้องหันหน้าไปมองเพื่อนสนิทเหมือนเพิ่งคิดอะไรได้
“มึงเนี่ย มีขาไว้ทำไมวะ ไม่ยอมใช้ให้เป็นประโยชน์”
กยูฮยอนวิ่งไป ก็คิดโกรธตัวเองไป
จริงสิ.. เขามีขาเอาไว้ทำไมกัน ในเมื่อหัวใจอยากจะไป แล้วทำไมถึงไม่ยอมพามันไป...??
ตึกๆๆ!!!
เสียงส้นเท้าคอนเวิร์สกระแทกคอนกรีตดั่งสนั่นในยามวิกาล แข่งกับเต้นหัวใจที่เต้นโครมครามคล้ายจะหลุดลงมานอนดิ้นอยู่ข้างนอก มือขวากำแน่นและแนบอกซ้ายไปตลอดทาง ในหัวสมองมีแค่คำๆเดียวเท่านั้น
ลีทงเฮ...ลีทงเฮ!
ฉันจะขอโทษทุกอย่าง
ฉันจะบอกนายทุกอย่าง
ฉันจะไม่โกหก....ไม่โกหกหัวใจตัวเอง
กึก!
ปลายเท้าหยุดกึก....ในที่สุดเขาก็เจอ กยูฮยอนยืนหอบหายใจเพียงนิด ไม่ได้เข้าไปหาเร็วไวอย่างที่หัวใจอยากจะทำ กลับยืนนิ่งเพื่อบอกภาพตรงหน้า ภาพของลีทงเฮที่ไม่ได้นั่งร้องห่มร้องไห้อย่างที่คิด แต่เจ้าของเรือนร่างบอบบางกลับเอื้อมมือไปลูบเบาๆที่ขนนุ่มๆของลูกหมาสีขาว หยิบผ้าพันคอสีฟ้าครามผืนใหญ่มาพันรอบคอให้อย่างเอ็นดู
ดวงตาช้ำสีแดงก่ำส่งยิ้มให้กับเจ้าขนปุย ก่อนที่จะรู้ตัวว่ามีใครอีกคนยืนมองอยู่ จึงได้เงยหน้าขึ้นแล้วก็ถึงกับหน้ามุ่ยทันที
กยูฮยอนก้าวเท้าเข้าไปใกล้และลดตัวนั่งลงข้างๆกัน มือหนาถูกส่งไปลูบเจ้าสัตว์หน้าขนเหมือนที่คนตัวเล็กทำ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนไปสัมผัสกับผ้าพันคอไหมพรม
“ทำไมผ้าพันคอหมามันถึงได้สวยอย่างงี้เนี่ย?”
“.........” ท่อนแขนเล็กๆกอดอกแน่นพร้อมกับสะบัดหน้าใส่..งอนตุ๊บป่อง
“หืม? ไม่ตอบล่ะ”
“จริงๆมันก็น่าจะได้เป็นของนาย”
“อะไรนะ?”
“จริงๆมันต้องเป็นของนาย ก็ฉันตั้งใจถักมาให้นายนี่!!”
ดวงตาเรียวเปิดกว้างเหมือนถูกจับฉีก “นี่นาย!! เอาผ้าพันคอที่จะให้ฉันไปให้หมาเนี่ยนะ!!!”
“ทำไมล่ะ? ก็ฉันไม่อยากให้นายแล้ว”
“นายนี่มัน!”
ทงเฮจ้องหน้าหล่อๆของกยูฮยอนเขม็ง “จะหาว่าฉันผิดอีกใช่ม้ะ!!! เออ ฉันมันผิด ผิดๆๆๆๆตลอดแหละ! นายมันไม่เคยผิดเลย ทำอะไรก็ถูกไปซะหมด ผิดนัดฉันนายก็ถูก บีบแขนฉันจนระบมนายก็ถูก หลีสาวไปทั่วนายก็ถูก ไม่เคยใส่ใจฉันนายก็ถูก ถ้านายฆ่าฉันตาย นายก็คงจะถูกอีก!!!”
ร่างบางนั่งหอบจนตัวโยนเพราะคำด่าที่ยาวเหยียด ก่อนจะเริ่มบทใหม่ “ส่วนฉัน....ฉันทำอะไรมันก็ผิดไปซะหมดน่ะ จะติวให้นาย นายก็บ่นรำคาญ หาว่าฉันเซ้าซี้งี่เง่า ขี้โวยวายปากเสีย...อื้อ!!!!!!!!”
กยูฮยอนล็อกคอทงเฮทีเดียวก็ดึงรวบเข้ามาประกบปากได้แล้ว ปากกับปากบดเบียดเสียดสีเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอม ทงเฮก็จะดันตัวเองออกมาให้ได้ กยูฮยอนก็พยายามจะเปิดปากคนตัวเล็กคนนี้ให้ได้!!
มือเล็กๆทุบป๊าบเข้าที่อกแกร่งแต่พอโดนรั้งเข้าหาจนไม่เหลือช่องว่างก็ทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอคล้ายประท้วง ปากที่ปิดสนิทมันเกือบจะทำให้กยูฮยอนยอมแพ้จนต้องถอนจูบออกมา
“ไอ้บ้า!!!”
อื้อ!!~
แต่มีหรือที่โจวกยูฮยอนคนนี้จะยอมแพ้ง่ายๆ พอได้จังหวะที่ริมฝีปากบางๆเปิดออกเพราะคำด่าก็รวบใบหน้าหวานไว้ในอุ้งมือแล้วดึงเข้ามากระแทกปากได้อีกรอบ คราวนี้ลิ้นชื้นถูกส่งออกไปช่วยกวาดต้อนเรียวลิ้นเล็กที่เอาแต่ขัดขืน เกลียวลิ้นของกยูฮยอนที่ไล่กวดทงเฮอย่างเอาเป็นตายทำเอาแทบขาดใจไปเสียตรงนั้น
กักเก็บเอาน้ำหวานที่เจ้าของไม่ได้เต็มใจจะให้เลยซักนิดจนอิ่มหนำสำราญแล้วจึงผละออกมา ถ้าไม่ติดว่าสงสารคนตัวเล็กกลัวว่าจะขาดอากาศหายใจไปเสียก่อนล่ะก็...ป่านนี้เขาคงได้ทำลายสถิติจูบนานจนลงกินเนสบุ๊คไปแล้วล่ะ
“ไอ้กยูฮยอน!!”
“ฉันรักนายนะ ลีทงเฮ”
“มันก็เรื่องของนาย!!!! ห้ะ!!??” พอเริ่มจับใจความได้ แก้มใสก็ร้อนผะผ่าวขึ้นมาดื้อๆซะอย่างงั้น อึ้งจนทำอะไรไม่ถูก กว่าจะตั้งสติให้กลับมาเต็มร้อยก็เล่นเอานานพอดู
“ยังไม่พอใจรึงัย จะแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ”
“ไม่แกล้งแล้ว....ไม่เชื่อเหรอ?”
“เออ! ใครจะไปกล้าเชื่อคนอย่างนายล่ะ” ทงเฮผุดลุกขึ้น ปัดแข้งปัดขาแล้วก็ตั้งท่าจะเดินหนี
“ห้ามหนีนะ!!! ลีทงเฮ!!”
“มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉันเล่า!!” หันกลับมาตะโกนใส่ แต่ขาก็หยุดการเคลื่อนไหวตามคำสั่งนั้นอยู่ดี
“นี่ฉันสารภาพรักกับนายไปขนาดนี้แล้ว จะงอนฉันไปถึงไหน ฮะ?”
“ชาติหน้า สิบชาติ สามสิบชาติ ร้อยชาติ!!”
“ลีทงเฮ!!!”
“อะไรเล่า!!!”
“ฉันรักนาย!!!! แล้วก็เลิกทำตัวงี่เง่าซักทีเดะ”
“นายนั่นแหละงี่เง่า!!”
ยืนจ้องกันตาเป็นมัน จ้องจนทงเฮก็หวาดๆกลัวว่าจะท้องป่องเอาเหมือนกัน
“เออ!ฉันงี่เง่า”
“งี่เง่าทั้งคู่!”
สองเสียงเกือบจะประสานเป็นหนึ่งเดียว ถ้าหากว่าเนื้อความมันจะเหมือนกันมากกว่านี้นะ
“ชิ! อย่าเจอกันอีกเลย โจวกยูฮยอน!!” ไม่มีปี่มีขลุ่ยร่างเล็กก็ก้าวเท้าฉับๆ แล้วก็ดันรู้ทันว่าถ้าหากเดินช้ากว่านี้ มีหวังต้องกลับไปตกอยู่ในเงื้อมมือกยูฮยอนเป็นแน่ เลยรีบสาวเท้าเพิ่มความเร็ว แล้วก็วิ่งหนีหายไปกับความมืด ทำเอากยูฮยอนคิดไม่ถึงเหมือนกัน
..
เสียงเจี้ยวจ้าวจอแจดังเป็นจุดเด่นอยู่ตรงลานนั่งเล่นหน้าอาคารเรียนมัธยมปีสุดท้าย ฮยอกแจที่เอามืออุดรูหูอยู่นานสองนานถึงกับวีนแตก
“โอ๊ย!! เสียงไรเนี่ย?”
“ทงเฮ! ทงเฮ!” หันไปเรียกเพื่อนมาร่วมรับชะตากรรม เพราะรายนั้นเอาแต่นั่งฟังไอพอดไม่สนใจโลกภายนอก
“ฮึ?”
“รู้ป่ะ ว่าวันนี้มันวันอะไรน่ะ ทำไมเสียงคนมันถึงได้ดังอย่างงี้”
“อยากรู้ก็ไปดูเองดิ่” ปัดมือไล่เพื่อนตัวผอมจนอีกคนถึงกับยู่หน้าเซ็งจิต
“ไปดูด้วยกัน”
“ไม่เอา จะฟังเพลง”
“ไปดูด้วยกัน!!!”
“ไม่เอา”
“ไป”
“ไม่!”
“ทงเฮ!!! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!!” เสียงของเพื่อนในห้องที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาเบรกเอี๊ยดอยู่ตรงหน้า พลอยให้ทงเฮงงไปใหญ่ ยิ่งกับประโยคที่เพิ่งจะพูดออกมาเมื่อกี๊แล้วด้วย ง งูสองตัวมันยิ่งแต่จะพันคอทงเฮตาย
“มันเกี่ยวอะไรกับฉันอ่ะ?”
“เกี่ยวดิ่ เกี่ยวมากๆ!!”
เลิกคิ้วฉงนสนเท่ห์ แต่ก็ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ เจ้าเพื่อนตัวดีก็ลากเขาออกไปจากห้องทันที
ภาพจากที่มองจากชั้นสองลงไป มันทำเอาทงเฮถึงกับลมจับ ไอ้ร่างสูงที่คุ้นตาดียิ่งกว่าอะไร แต่มันจะแปลกตาไปก็ตรงที่ แว่นตากรอบหนาบวกกับทรงแว่นเข้าขั้นโบราณเต็มแก่ที่ถูกสวมลงบนสันจมูกโด่ง แล้วยังจะชุดนักเรียนยัดในเต็มยศ รองเท้าหนังที่ขัดมันวาวซึ่งมาแทนที่คอนเวิร์สคู่เก๋า แต่อะไรๆมันก็ดูธรรมดาลงไปสนิทเมื่อมีอีกสิ่งหนึ่งที่มันน่าตกใจยิ่งกว่านั้น
ผ้าพันคอสีฟ้าน้ำทะเล!!
ไม่สิ มันมีที่น่าตะใจยิ่งกว่านั้นอีก
ป้ายกระดาษที่แขวนคอกับหมึกสีแดงแปร๊ดที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวบรรจงเขียนมันรึเปล่า?
รู้แค่ว่า มันใหญ่พอที่จะมองเห็นจากตึก 5 ชั้นได้ชัดแจ๋วเลยล่ะ
ลีทงเฮเป็นแฟนฉัน!!
ฮี่!!
^____________^
ฟันซี่ขาววิ้งสะท้อนกับแสงแดดถูกส่งมาให้โดยพร้อมเพรียงกัน
“หายโกรธฉันรึยัง!!”
“.........” ลีทงเฮ ไม่รู้ว่าอายจนอยากมุดดินหนี หรือว่ายังโกรธไม่สร่างกันแน่ เอาแต่กอดอกหันหน้าหนีลูกเดียว
“ลีทงเฮ!! เลิกทำตัวงี่เง่าขี้งอนได้แล้วน่า!!”
“นายสิ ไอ้กยูฮยอนบ้างี่เง่า!!! ใครใช้ให้นายประจานตัวเองแบบนี้!!!!”
“ก็ถ้าไม่ประจาน ทงเฮก็ไม่รู้ดิ ว่าฉันน่ะ รักนายจริงๆนะ รักโคตรๆเลย ไม่เชื่อไปถามแม่ดิ่!!”
“แล้วทงเฮล่ะ รักฉันป่ะ?”
“ขอไปถามแม่ก่อน!!”
เอาล่ะสิ เล่นกันอย่างงี้ คู่รักคอฟฟีเมตทั้งหลาย คงต้องยอมยกธงขาวแล้วล่ะมั้ง??
The end
กา-เท่-เร่ 's talk :: เย่ๆๆๆ ในที่สุดก็เอามาลงจนได้น้า อิอิ ตอนจบดูทื่อๆเนอะ?
ก็มันคิดไม่ออกแล้วนิ ช่วงที่เขียน มันช่วงก่อนที่ผลสอบจะออกอ่ะ น้ามแบบเบลอๆ
ติชมได้เสมอนะค๊า =)
edit @ 7 Dec 2007 18:10:54 by กา-เท่-เร่
![[ หน้าบ้าน]](http://img224.imageshack.us/img224/993/mylink06mp6.jpg)
![[ + ห้องนั่งเล่นของกาเท่เร่ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2691/mylink01uv4.jpg)
![[ + ไฮไฟของน้าม ]](http://img224.imageshack.us/img224/2468/mylink03xn7.jpg)
![[ + บล็อกฟิคคยูเฮ]](http://img146.imageshack.us/img146/9824/mylink12lj2.jpg)
![[ ไอดีของกาเท่เร่]](http://img224.imageshack.us/img224/6712/mylink07ah1.jpg)
![[ + บล็อกอิลิ้งค์ ]](http://img224.imageshack.us/img224/1165/mylink02kv7.jpg)
![[ + ไฮโกะของหนิง ]](http://img337.imageshack.us/img337/6716/mylink04op5.jpg)
![[ + ไฮไฟของอีฟ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2826/mylink05ja0.jpg)
![[ + คนรักฟิคชั่น ]](http://img525.imageshack.us/img525/1350/mylink08aj9.jpg)
![[ + ดินแดนใต้ดิน]](http://img224.imageshack.us/img224/7627/mylink09hd6.jpg)
![[ + Space]](http://img80.imageshack.us/img80/2805/mylink10bu3.jpg)
![[ + 4 Donghae ]](http://img221.imageshack.us/img221/5053/mylink11wf4.jpg)