[SF] My first kiss with cassanova ::Middle part::
posted on 06 Dec 2007 18:06 by katere in SF-KyuHae:: น้ามมาอิดิทนะคะ สงสัยเมื่อเย็นด่วนลง เลยลืมตรวจทาน มันหายไปเยอะเลยอ่ะ ตอนท้ายๆ
แต่ก็แก้ไขเรียบร้อยแล้ว..ตรงที่เป็นสีชมพูนะ ::
ดูบ่อยๆ จะได้ซึมซับเอาความหล่อเข้าไปหล่อเลี้ยงเยอะๆ =)
: Part 2 :
“ทงเฮ คะแนนสอบฟิสิกส์ครั้งล่าสุดออกแล้วนะ ไปดูมั๊ย?” น้ำเสียงร่าเริงเมื่อพูดถึงคะแนนแบบนี้ ถึงเจ้าของชื่อจะไม่ได้หันไปยลโฉมแต่เขาก็รู้ดีว่าเป็นใคร
“ไม่อ่า~ ขี้เกียจ” ไม่พูดเปล่า หัวทุยก็เอียงลงซบกับโต๊ะเรียนให้รู้ว่าขี้เกียจเต็มแก่แล้ว..แม้แต่จะโงหัวขึ้น
“ไม่เป็นไร ฉันไปดูคนเดียวก็ได้”
“จดมาเผื่อด้วย”
“อืมม์...นี่ ถ้าปวดหัวก็ไปหายากินซะนะ” หนุ่มแว่นหนานัมเบอร์วันของห้องลูบหลังเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะผละออกไป และมุ่งหน้าสู่ห้องพักอาจารย์ซึ่งเป็นแหล่งรวมผลสอบนักเรียนสายวิทย์เอาไว้
หลายวันมาแล้วที่เพื่อนสนิทจอมจุ้นอย่างลีทงเฮออกอาการซีเรียส แล้วก็ดูจะไม่ค่อยมีสมาธิกับการเรียนเหมือนเมื่อก่อน เอาแต่นั่งดูมือถือที่มันก็ยังนอนแน่นิ่ง ไม่มีวี่แววว่าจะลุกขึ้นมาคุยจ้อได้ หรือไม่ก็โขกกะโหลกตัวเองเข้ากับโต๊ะ จนเขาต้องคอยปรามตลอด ครั้นเวลาถามก็ไร้คำตอบเป็นสรรพเสียง จะมีก็แต่สีหน้าเบื่อหน่ายและส่ายหัวระอาเท่านั้นที่แทนคำตอบได้เป็นอย่างดี ฮยอกแจทอดปลายเท้าเดินเอื่อยๆ ใจจริงๆก็อยากรู้คะแนนจะแย่ แต่ก็ไม่รู้จะรีบเร่งไปทำไม เมื่อยังงัยๆก็ได้รู้เหมือนกันอยู่ดี
ดวงตารีเล็กในแว่นตาหนาที่คนใส่สายตาสั้นถึง 300 กว่าเพ่งมองไปที่บอร์ดหน้าห้องพักครู ที่คิดว่านักเรียนต้องมารุมกันแน่นกลับว่างเปล่า จะมีก็แต่ผู้ชายคนหนึ่งท่าทางลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่เป็นสุข ไม่ก้มงุด ก็ยกมือปิดตา ฮยอกแจเดินเข้าไปใกล้ๆไม่ใช่เพื่อดูคะแนน หากแต่เพื่อมองคนข้างๆคนนี้ต่างหาก
คุ้น?
ปลายจมูกโด่งเป็นสันซึ่งเห็นเด่นชัดจากด้านข้าง ลักยิ้มบุ๋มบนแก้มใสๆ รวมทั้งดวงตากลมๆที่หวานเกินชายทั่วไป
...จำได้แล้ว!
“คุณ...!!”
..
“คุณ..!!”
“หืม?” ร่างสูงที่กำลังก้มหน้าคอตก ค่อยๆเบนศีรษะซึ่งปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำสนิทมาทางต้นเสียงหวานที่คล้ายจะร้องเรียกเขากลายๆ
ฮ๊า!
“คุณจริงๆด้วย เอ๋?? เป็นอะไรรึเปล่า ดูเครียดๆนะครับ” ปฏิเสธไม่ได้หรอก ว่าอวัยวะก้อนเท่ากำปั้นในอกซ้ายมันเต้นแรงจนใกล้จะระเบิดออกมาทุกที ทว่าเจ้าของของมันกลับปั้นหน้า แสร้งทำเป็นต้องการผูกมิตรไมตรีกับเพื่อนใหม่ตัวสูงคนนี้เฉยๆ ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงซักนิด (เหรอ?)
“จะไม่ให้ผมเครียดได้งัยกัน สอบตกนี่ จะให้ผมดีใจกระโดดกอดคุณอย่างวันก่อนน่ะเหรอ?”
ไอ้บ้า~
อย่างงี้มันกลั่นแกล้งให้อายโชว์กันชัดๆ
“ฮ๊า! ขอโทษครับ..ขอโทษ ผมนี่แย่อีกแล้ว” ท่อนแขนยาวๆถูกส่งขึ้นลูบท้ายทอยป้อยๆ แต่สายตาหวานเชื่อมกลับหลุบมองคนตัวเล็กกว่า ...ดูอาการ
จริงๆ คนตัวเล็กคนนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่น่ารัก ถ้ามองจากมุมสูงอย่างที่เขาได้มองแล้ว ก็คงจะเห็นใบหน้าหวานๆภายใต้กรอบแว่นหนาดูเทอะทะ
เรียวหน้าสวยราวหญิงสาวแสนบอบบาง มีจมูกโด่งแท่งเล็กๆดูรับกันดี กับปากบางเฉียบสีแดงฉ่ำที่เจ้าตัวชอบใช้ฟันยาวๆขบมันอยู่บ่อยๆ...คงติดนิสัยล่ะมั้ง?
“จริงเหรอ?”
“แล้วของคุณล่ะ เป็นงัยบ้าง ท็อปแหงๆ ใช่รึเปล่า?” ซีวอนหลิ่วตาให้จนฮยอกแจถึงกับเขินม้วน ไอ้ที่เป็นโรตีอยู่แล้ว ก็จะอันตรธานหายไปกลายเป็นกิ้งกือโดนสะกิดแทน
เส้นผมสีอ่อนสะบัดพลิ้วตามแรงส่ายหน้าน้อยๆของอีกคน “ยังไม่ได้ดูเลย”
“งั้น ผมดูให้นะ ชื่ออะไรเหรอ?”
“.....เอ่อ.............”
“ชื่ออะไร หนุ่มน้อยแว่นหนา?”
“ระ....เรียกฉันว่างัยนะ”
“ก็ถ้าคุณยังไม่บอกชื่อ ผมก็จะเรียกแบบนั้น หนุ่มน้อยแว่นหนา”
“ฮยอกแจ!! ลีฮยอกแจ~” รีบบอกไปจนเกือบจะเป็นตะโกนใส่ ซีวอนหัวเราะนิดๆกับท่าทางเปิ่นของ ลีฮยอกแจ .. ที่เขารู้จักเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ก่อนจะหันกลับไปที่รายชื่อ แล้วไล่นิ้วมือหา
“ลีฮยอกแจ....??....ลีฮยอกแจ~”
ฮยอกแจกำลังทำบางสิ่งไปโดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยซักนิด...ถ้าเกิดว่าเขารู้มันขึ้นมาล้ะก็ หน้าใสๆต้องกลายเป็นลูกตำลึงแน่ๆ
ทำอะไรน่ะเหรอ?
เขากำลังยืนมองร่างสูงที่กำลังพร่ำเรียกชื่อของเขาอยู่หลายๆครั้งน่ะสิ...น้ำเสียงที่เปล่งออกมา นุ่มนวลและอบอุ่นนั้น กำลังโอบล้อมไปทั่วบริเวณ...ลีฮยอกแจ ที่ล่องลอยออกมาจากเรียวปากของคนๆนี้
น่าฟัง ยิ่งกว่าท่วงทำนองเพลงจากเครื่องดนตรีชิ้นไหนๆ
“ลีฮยอกแจ...~”
“เจอแล้ว!!”
ห้ะ!!
“ว้าว! ได้ 39 นายทำได้งัยเนี่ย? คะแนนเต็มมัน 40 ไม่ใช่เหรอ?”
สรรพนามที่เปลี่ยนไป อย่างกับสนิทสนมกันเป็นแรมปี ทั้งๆที่ยังไม่ครบ 1 วันดีเลยด้วยซ้ำ
คนตัวเล็กที่ถูกเขย่าไหล่ ได้แต่ยืนให้หัวโอนเอนไปตามแรงสั่นนั้นเหมือนตุ๊กตาล้มลุก จนซีวอนอดที่จะแปลกใจกับอากัปกิริยานิ่งเฉยไร้ความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้ ต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“หนุ่มน้อยแว่นหนา”
“ห้ะ!?”
“เป็นอะไรไป? ดีใจจนช็อกไปแล้วหรืองัย?”
“ปะ...เปล่าๆ..”
ลมหายใจอุ่นๆกระตุกเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เจอเข้ากับใบหน้าหล่อจัดจนต้องก้มงุดไปเหมือนเดิม
เขากำลังเกร็งเหมือนเป็นเหน็บชาไปทั้งร่าง หัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะฮาร์ดคอร์ แก้มก็ร้อนฉ่าเหมือนโดนอบ...กว่าจะกลับมาเป็นปกติ ก็ตอนที่รู้สึกว่าไหล่ของตัวเองถูกปล่อยออกแล้ว
“อิจฉานายจัง ทำไงฉันจะเก่งเหมือนนายเนี่ย? ต้องเกิดใหม่เลยป่ะ?”
“ไม่หรอก”
“นายทำให้ฉันเก่งฟิสิกส์ขึ้นมาได้รึงัย?”
“เอ่อ.......”
“รู้แล้ว” ไม่รอให้คนอ้ำอึ้งคิดหาคำตอบ ซีวอนก็รุกขาด!! “งั้น นายช่วยติวให้ฉันได้มั๊ย?”
“ติว?”
“อื้มม์!” ยิ้มแก้มบุ๋มทรงเสน่ห์ที่เจ้าตัวกล้าสาบานว่าไม่ได้ตั้งใจทำ (เหรอ?) ไปให้หนุ่มน้อยหน้าขาว “ช่ายแล้ว..ก็ฉันอยากเก่งเหมือนนายนี่นา~ นะน้า~ หนุ่มน้อยแว่นหนา”
“อ้ะ...ชื่อนั้น!”
“ลีฮยอกแจ~”
พ่นลมหายใจพรืดเล็กๆออกมา ..คิดไม่ตก..
“แต่ว่า ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”
“ซีวอน...เชวซีวอน แล้วก็ไม่ต้องแทนตัวเองว่า ผมกับคุณด้วย ฉันกับนายดีกว่า ดูกันเองดี”
“..................”
“รู้จักกันแล้ว ทีนี้ตกลงจะช่วยฉันรึเปล่า?”
“อยากติวจริงๆเหรอ?”
“แน่นอนคร้าบ เป็นเชวซีวอนตรัสแล้วไม่คืนคำ!!” ยืดอกพก(ถุง?)ความมุ่งมั่นมาเต็มเปี่ยม “ไม่มีคำว่าสาย สำหรับคนที่คิดจะเริ่มต้น จริงมั๊ย?”
“อื้ม!”
“ทำอย่างอื่นมั่งสิ เอาแต่ยิ้มอยู่ได้”
แต่ฮยอกแจก็เอาแต่ยิ้ม ไม่ทำอย่างอื่น...
“เชี่ย!! แม่งไปดูคะแนนหรือไปขัดส้วมกันแน่วะ นานชิบ!!”
“ห่า! กูคิดว่ามีใครฆ่าหั่นศพมึงไปแล้วซะอีก”
ถ้อยคำผรุทสวาทเพิ่มระดับความดังเพราะเจ้าของคำพวกนั้นที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ร่างสูงโปร่งอีกร่างก้มมองฮยอกแจที่ยืนอยู่ข้างๆเพื่อนซี้เหมือนกับเห็นตัวประหลาด คิ้วเข้มๆขมวดติดกันหนึบเหมือนมีขั้วบวกขั้วลบฝังอยู่
“ไอ้เวร..~”
ตาเล็กๆของฮยอกแจถึงกับเบิกโพลง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตกใจกับเพื่อนของเขา หรือตกใจเพราะประโยคคำพูดที่ทั้งคู่ใช้สนทนากัน ซีวอนรีบหันมาขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่เมื่อนึกขึ้นได้
“อ่า...ขอโทษนะครับ พวกเราคงติดนิสัย จนลืมไปว่านาย...”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจ”
“อ่า....” หน้าซีดอย่างกับโดนสูบเลือดออกไปทั้งร่าง ถึงจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี...เด็กเรียนน่ะ เดาใจยากจะตาย!
“มึงหัดคบกับพวกหนอนพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?” กยูฮยอนเหยียดสายตาส่งมาให้ จนร่างบางสั่น
“ไอ้กยู เงียบไปเลย! พูดจาไม่สร้างสรรค์ อ่า....นี่ กยูฮยอน เพื่อนฉันเอง จริงๆก็ไม่ได้อยากคบกะมันเท่าไหร่ ถ้าไม่ติดว่าสงสารที่ไม่มีใครเอามัน
“เออ! นี่ฮยอกแจ คุณครูคนใหม่ของกู!”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ กยูฮยอน” มือเล็กๆยื่นออกไป เพื่อเป็นการทักทายเพื่อนใหม่ที่ไม่คิดอยากจะเป็นเพื่อนด้วยเท่าไหร่
“ไม่เป็นไรอ่ะ เพราะฉันไม่ค่อยยินดีจะรู้จักกับนายซักเท่าไหร่” หันหน้าหนีไปอีกทางชวนให้หมันไส้ ...แล้วคิดว่าฉัน อยากคบนายนักรึงัย?!!
“ไอ้กยูฮยอน!” ซีวอนขู่เสียงเข้มรอดไรฟัน กยูฮยอนชักสีหน้าแล้วตอบเสียงเนือย
“ยินดีที่ได้รู้จัก ก็ได้!!”
“รู้จักกันแล้ว งั้นก็...”
“ไปซ้อม!!!” ซีวอนที่กำลังยิ้มร่าโดนขัดขึ้นมากะทันหัน “มึงจะหาเรื่องเลทใช่ม้ะ พวกกูรอมึงนานแล้วนะเว้ย!!”
ซีวอนหันมามองหน้าฮยอกแจอีกรอบหงอยๆ มือยกขึ้นเกาหัวแกร่กๆ
“แล้วมีเรียนรึเปล่า?” คนตัวเล็กถาม
เขาก็พยักหน้าซื่อๆกลับไป กยูฮยอนที่เห็นท่าทางสร้างภาพของเพื่อนก็หมันไส้ คันอวัยวะเบื้องล่างอยากจะยกขึ้นมาถีบหน้าหงายให้รู้แล้วรู้รอด
“อ้าว?”
“เอ่อ...แต่ฉันว่าจะไม่ไป อยากเข้าเรียนมากกว่า”
“ไอ้!”
กยูฮยอนที่ทำท่าจะวีนอยู่รอมร่อโดนขยิบตาให้จึงเงียบไปก่อน
“ก็ดีนะ เพราะนายบอกว่าอยากเรียนเก่งๆเหมือนฉัน อันดับแรก นายก็ต้องตั้งใจเรียนก่อน แล้วก็เข้าเรียนทุกคาบด้วย”
“ใช่แล้วๆ ผมก็คิดงั้น....ฮยอกแจช่วยเดินไปส่งผมหน่อยสิ”
“แล้ว...เพื่อนนาย?”
“ช่างมันเถอะ” ว่าแล้วก็ลากแขนเล็กให้ติดสอยห้อยตามไปในทันทีทันใด ปล่อยให้เพื่อนหน้าหล่อยืนเท้าสะเอว โวยวายเหมือนคนบ้า แค้นที่โดนมันหลอกด้วยการขยิบตา!!
“เฮ้ยๆๆ! ไอ้เหี้ย มึงชิ่งกันอย่างงี้เลยเหรอวะ? ไอ้วอน มึงกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะเว่ย สัด! แล้ววงเราใครจะเล่นกลองแทนมึงวะ เฮ้ย!!~”
สลัดหัวจนเส้นผมกระเจิดกระเจิงไม่เป็นทรง หันหลังกลับอย่างหัวเสีย แต่หน้าที่หงิกงออยู่แล้วก็จำเป็นจะต้องหงิกลงไปอีก เมื่อบุคคลที่ไม่อยากเห็นหน้าที่สุดในชีวิต กลับมายืนเท้าเอวหราอยู่ตรงหน้า
“เย็นนี้ฉันจะไปติวหนังสือให้นาย รอฉันที่ห้องซ้อม ห้ามไปไหน!”
..
ทงเฮยอมรับว่า ไม่เคยมีแฟนมาก่อน แล้วก็ยอมรับโดยดุษณีด้วยว่าโจวกยูฮยอนน่ะเป็นคนแรก!!
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดที่ไม่รู้ว่า คนเป็นแฟนกันเค้าต้องทำตัวยังงัย
ไม่ห่วง ไม่ว่า..
ไม่เคยพูดดี ไม่ว่า..
ไม่เคยโทรหา ไม่ว่า!!
แต่อย่างน้อยๆ ก็ควรจะเลิกยุ่งกับคนอื่น!!
โน้ตดนตรีจากกีต้าร์โปร่งลอยกระทบหู..แต่เขามั่นใจ ว่ากยูฮยอนไม่ได้เป็นคนเล่นมัน
ทงเฮเปิดประตูเข้าไปเบาๆ ไม่ได้กระแทกปึงปังอย่างครั้งแรกๆที่ย่างกรายเข้ามาในห้องนี้ แต่พอเห็นว่าในห้องมีใครอยู่บ้าง ก็อดที่จะกระแทกปิดแรงๆ จนลูกบิดสั่นคลอนไม่ได้!!
กยูฮยอน กับ ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่แทฮยอน
“โจวกยูฮยอน!!”
“แป๊บน่า”
ปากพูดกับทงเฮ แต่สายตากลับอยู่ที่มือของหญิงสาวตัวเล็ก ที่แสร้งทำเป็นตั้งใจเรียนเวลากยูฮยอนเงยหน้า แต่กลับเฝ้ามองกยูฮยอนอย่างเพ้อฝันเวลาเขาก้มหน้าปรับเส้นเอ็น
“พี่กยูฮยอน...ฮานึลยังดีดไม่คล่องเลย เหมือนมือมันยังไม่นิ่งอ่ะค่ะ”
“อ่า..งั้นเหรอ? ได้ๆ งั้นขยับมาใกล้ๆสิ เดี่ยวพี่สอน” มือเร็วพอๆกับปากและสายตาโลมเลียที่ยังอยู่ในสายตาทงเฮทุกชอตการเคลื่อนไหว มือหนาเกาะกุมทับมือบางโดยการเอาแขนโอบไหล่หญิงสาวใกล้ชิด
“โจวกยูฮยอน!! ไปกับฉันเดี๋ยวนี้!!!” คว้าเอาท่อนแขนแกร่งและลากออกมา ทั้งที่ทุกครั้งไม่เคยลากคนๆนี้ได้สำเร็จเลย แต่วันนี้กลับง่ายยิ่งกว่าหอบนุ่นเสียอีก
“จะพาพี่กยูฮยอนไปไหนน่ะ?”
“เลิกตื้อเค้าซักทีเถอะ กยูฮยอนน่ะไม่ใช่หนุ่มโสดอย่างที่น้องเข้าใจหรอกนะ!!” ว่าจบก็พาร่างสูงลอยลิ่วออกมาจากห้อง
“หึงฉันอ่ะดิ่?”
“ใครหึง..หลงตัวเองป่ะ?”
“ไม่หนิ ก็ฉันรู้สึกว่านายหึงนี่นา...”
“เออ หึง!!”ชะงักกึกเมื่อสะบัดหน้าจนปลายจมูกเฉียดเข้ากับแก้มของร่างสูง ก่อนจะผละออกมาอย่างตกใจ
“จริงดิ”
“เออ!! ก็นายเป็นแฟนฉันนะ ทำไมฉันจะหึงไม่ได้!!”
“นายเนี่ยตลกจังเลยเนอะ?”
..ตลกบ้าอะไรของนาย นามสกุลฉัน ลี นะเฟร้ย ไม่ใช่ เชิญยิ้ม!..
ทงเฮรีบขยับตัวออกห่างให้มากกว่าเดิม เมื่อคนตัวสูงกว่าทำท่าจะกระโดดมายืนคร่อมเหมือนอย่างวันนั้น..
“มันน่าตลกตรงไหน?”
“ก็ตลกที่นายคิดว่า....นายเป็นแฟนฉัน!”
“หมายความว่างัย!!”
“นี่ฉันฮอตออกขนาดนี้ คิดว่าฉันจะมีนายคนเดียวรึงัย? เฉิ่มๆแว่นหนาๆแบบนี้ ไม่ใช่สเปกฉันซักนิด”
ในที่สุด ทงเฮก็พบว่า การที่เขาพยายามจะถอยหนี มันไม่มีประโยชน์ซักนิด เมื่อตอนนี้กยูฮยอนกำลังยืนคร่อมหัวเขาอยู่ พร้อมกับแขนยาวๆที่ตามมายันกำแพงไว้เป็นที่กั้นอย่างดี
ดวงตารีเรียวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ไม่กระพริบเพราะความอึ้ง จากคำพูดของคนตรงหน้าเมื่อครู่
“แล้ว....ทำไม...นาย..นายถึงคบกับฉัน?”
“ก็เพราะฉันอยากเป็นแฟนนาย”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ โจวกยูฮยอน นายคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหน ห้ะ!!”
ตะเบงลั่นจนเส้นเลือดปูด
แต่กยูฮยอนก็ไม่ได้สะทกสะท้านซักนิด กลับทำหน้าทะเล้นยื่นหน้ายื่นตาไปหาให้ใกล้กว่าเดิม
“แล้วงัย?”
“โจวกยูฮยอน!!”
“นายกำลังโกรธฉันนี่นา...ต้องทำยังงัย แฟนฉันถึงจะหายโกรธน้า?” ฝ่ามือหนาแตะเบาๆที่พวงแก้มใสสีแดงเรื่อเพราะความโกรธที่พลุ่งพล่าน
“ไปทำแบบนี้กับแฟนนายคนอื่นๆเลยไป๊!!”
“ก็อยากทำกับนาย” มือที่โดนปัดออก วนกลับมาจับแก้มคนตัวเล็กเอาไว้เหมือนเดิม “นายหึงฉันนี่นา ฉันก็ต้องทำให้นายหายหึงใช่มั๊ย?”
“ไม่ใช่! อย่านะ!!” เมื่อป้องกันมืออีกคนไม่ได้ ก็ต้องพึ่งตัวเอง ทงเฮยกมือบางๆของตนขึ้นตะปบปากแน่น แล้วก็จะไม่ยอมเอาออกง่ายๆ จนกว่ากยูฮยอนจะยอมปล่อยให้เขาเป็นอิสระ!!
ฮึ!
กยูฮยอนปล่อยมือ ยืนล้วงกระเป๋า ขยับเท้าตามจังหวะฮัมเพลงหลังจากแค่นหัวเราะยั่วน้ำโหอีกคน
“หัวเราะอะไร!!! อื้อ~”
รู้ว่าขัดใจไปมันก็ไม่มีประโยชน์ ใช้ทีเผลอนี่แหละ คุ้มค่าที่สุด
จุมพิตดูดดื่มถูกมอบให้กับทงเฮโดยที่ไม่ทันตั้งตัว และยังไม่คิดด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะทำ...จนต้องฝืนเอาไว้
แต่สุดท้าย ทงเฮก็พลาดท่าอยู่ดี เพราะรสชาติดีๆของกยูฮยอนมันทำให้เขาปิดปากไม่เคยมิด.....
................
...........
อื้มม์~
“ติดใจรึงัย?”
“โจวกยูฮยอน”
“เรียกเป็นคำเดียวเหรอ?”
“ไปไกลๆเลยนะ” ผลักอกแกร่งออกไปเต็มแรงจนร่างสูงโซเซ ก่อนจะกระทืบเท้าปึงปังหนี
“ไม่ติวแล้วเหรอ?”
“ไม่!!!”
....ขั้นแรกสำเร็จไปแล้ว แค่เค้ายั่วโมโหทงเฮนิดๆหน่อยๆ รายนั้นก็โกรธกระฟัดกระเฟียดจนลืมเรื่องติวไปเอง แล้วหลังจากนั้น เขาก็จะได้อิสระ ไปซ้อมดนตรีต่ออย่างสบายอกสบายใจ
แต่ว่า....มันจะอีกนานเท่าไหร่กันนะ ที่เขาต้องยั่วโมโห ลีทงเฮ แบบนี้
ทุกเย็น……….??
หรือว่า ตลอดไป..........
..
เสียงเกมส์นานาประเภทดังแข่งกันอย่างกับจะเอาโล่ห์ครองแชมป์แห่งการเวียนหัว แต่ใครจะไปเชื่อล่ะว่า คนที่เกลียดเสียงดังเป็นชีวิตจิตใจอย่างลีทงเฮ จะมาหมกตัวอยู่ในสถานที่แบบนี้ ตั้งแต่บ่าย จนนี่ก็จะ 1 ทุ่มอยู่แล้ว!
“นายจะเล่นให้เจ้าของห้างมันรวยล้นฟ้าเลยรึงัย ทงเฮ” ฮยอกแจเอือมระอากับเพื่อนสนิท ที่เอาแต่เล่นเกมส์ไม่ยอมทำอย่างอื่น แม้แต่จะกินข้าว
ไอ้คนมันบ้า มันก็คงจะหิวไม่เป็นหรอก แต่ไอ้คนปกตินี่น่ะสิ
หิวจนไส้กิ่วหมดแล้ว!
“เออสิ!! เอาให้เป็นมหาเศรษฐีของเกาหลีได้เลยยิ่งดี”
...ดูมันตอบ... ฮยอกแจส่ายหัวแรงๆ อยากจะจับหัวทุยๆของลีทงเฮมาสลัดให้ด้วย จะได้สลัดตัวบ้าทิ้งไปซักตัวสองตัว
“แต่ฉันหิวแล้ว ไปหาอะไรกินเถอะ!”
“ขอเล่นอีกเกมส์” พูดจบก็วิ่งแจ้นไปที่เครื่องเล่นขนาดปานกลางซึ่งเป็นห้องเล็กๆ ภายในมีตุ๊กตาหน้าประหลาดๆรอรับประสุนยางจากคนเล่น
“นายเป็นอะไรของนายเนี่ย? ไปเครียดอะไรมา!!”
“นี่แน่ะ! โอ๊ย!! พลาดได้งัยวะ?!!” คำถามที่ไม่มีคำตอบ จะมีก็แต่เสียงโหวกเหวกโวยวายของคนตัวเล็กที่ดิ้นเร่าๆเพราะยิงพลาดเป้า
“คราวนี้ นายตายแน่ โจวกยูฮยอน!!”
..
“โจวกยูฮยอน...?? โจวกยูฮยอน....??”
“โอ๊ย!! ฮยอกแจ นายจะพูดชื่อนี้ซ้ำซากทำไมวะ ฉันเบื่อ เบื่อๆๆๆๆชื่อนี้เต็มทนแล้ว!!!” ทงเฮกระทืบเท้าครืนเมื่อเพื่อนตัวผอมไม่มีทีท่าจะหยุดพร่ำคำนั้นเลย
“นึกออกแล้ว!!!”
“โอ๊ย!! ไอ้บ้า เบาๆดิ ขี้หูฉันเต้นระบำหมดแล้ว~”
“ฉันนึกออกแล้ว ทงเฮ!!”
“โอ๊ย!!!~ บอกให้เบา...”
“กยูฮยอน เพื่อนของซีวอน คนที่กวนประสาทเก่งๆใช่ม้ะ?”
ทงเฮที่กำลังเอานิ้วจิ้มรูหูชะงักการกระทำทั้งปวง แล้วหันมาจ้องหน้าเพื่อนตาไม่กระพริบ “นายไปรู้จักกับพวกนั้นได้งัย?”
“ก็...”
“ฮยอกแจ แกไปรู้จักคนพวกนั้นได้งัย!!” คาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ จนไก่ต้องโก่งคอขันกลับ
“แล้วนายล่ะ ทงเฮ ไปรู้จักไอ้กยูฮยอนนั่นได้งัย??”
“ก็...” ตอบไม่ได้ ไม่ต่างกัน..
“ว่างัยล่ะ?”
“..........” อมพะนำ ไม่ตอบเอาแต่ก้มหน้างุดๆ จนจะจมดินอยู่ร่อมร่อ
“ลีทงเฮ!!”
“อะไรเล่า?”
“ฉันถามนะ ตอบมาสิ!”
“ทีนายยังไม่ตอบฉันเลย”
“นายก็ไม่ตอบเหมือนกัน นี่!” จับคางเพื่อนตัวเล็กมาสบตาผ่านเลนส์แว่นสองเลนส์
“นายก็ตอบฉันก่อนสิ!!”
ให้มันได้อย่างงี้สิ ไม่แปลกใจซักนิดที่สองคนนี้คบกันยืดมาจนเกือบจะครบ 10 ปีได้ ก็เพราะนิสัยไม่ยอมใครเหมือนกันอย่างนี้นี่เอง
ฮยอกแจปล่อยมือออก จ้องหน้าเพื่อนอย่างเอาเรื่องก่อนจะยอมเปิดปาก “ถ้าฉันเล่า นายก็ต้องเล่าเหมือนกัน สัญญา”
“อืมๆ เออๆ สัญญา” พยักหน้ารับส่งๆ กลับไป
“ซีวอนให้ฉันติวฟิสิกส์ให้”
“ว่างัยนะ!!”
“ซีวอนให้ฉันติวฟิสิกส์ให้!! ไม่ต้องมาทำเป็นหูหนวกเลยนะ ตานายบ้างแล้ว บอกฉันมาเลยนะ” ชี้นิ้วเรียวไปที่เรียวหน้าสวยของเพื่อนที่ตอนนี้บูดเป็นตูด
“เหมือนกันนั่นแหละ”
“เหมือนกัน?? เหมือนกันยังงัยล่ะ?”
“ก็เหมือนกัน ติวฟิสิกส์เหมือนกัน!”
“แล้วที่นายอารมณ์เสียมาใส่อารมณ์เล่นเกมส์จนไม่ได้กินข้าวกินปลา นี่ก็เพราะเรื่องที่ต้องติวฟิสิกส์ให้กยูฮยอนแค่นี้เนี่ยนะ”
ทงเฮเหลือบตามองเพื่อน แต่ไม่กล้าสบเต็มๆ ...ถ้าตอบไป แกจะฆ่าฉันหมกห้างมั๊ยเนี่ย?...
“อย่ามาทำเงียบใส่ฉันนะ เล่ามาซะดีๆ”
“เออ! เล่าก็เล่า!” ทงเฮพ่นลมออกจมูกพรืดใหญ่ ทำเอาเลขอายุดีดขึ้นไปหลายปี ก่อนจะตัดสินใจบอก เอาวะเป็นงัยเป็นกัน
“ฉันคบกับไอ้หมอนั่น...เป็นแฟน”
“อะไรนะ!!!”
“เออ! จะถามซ้ำทำซากอะไรวะ?”
“แล้วทำไมแกถึงไปเป็นแฟนนายนั่นได้ล่ะ?”
...จะให้ตอบเลยใช่มั๊ย ว่าเป็นเพราะพามันเข้าบ้าน แล้วพลั้งไปเสียตัวจนต้องตกเป็นเมียมันน่ะ??...
“ฮึ?”
“โอ๊ย!!! นายจะรู้เอาไปแข่งแฟนพันธุ์แท้ ลีทงเฮ รึงัยห้ะ?”
“ก็ถ้ามีรายการนั้นก็ดีสิ....เพราะนายมันพวกชอบปิดบัง” พอเห็นอาการอีกคนที่คงจะรักษายาก เพราะเอาแต่ยืนซังกะตายเหมือนผีตายซาก ก็เลยตัดสินใจถามอย่างเป็นห่วงเผื่อว่า เขาอาจจะช่วยอะไรๆได้บ้าง ไม่มากก็น้อยล่ะนะ
ก็เขาเป็นถึง เด็กอัจฉริยะของห้องนี่นา!
“แล้วจะเอายังงัยล่ะ?”
ส่ายหัว...เป็นเพียงคำตอบเดียวที่ทงเฮคิดได้
“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะเลิก เอาชีวิตไปยุ่งเกี่ยวกับพวกนั้นทำไมกัน มีแต่จะฉุดให้เราจมดิ่งลงเรื่อยๆ”
“ไม่! ถ้าฉันเลิก นั่นก็คือ ฉันต้องเป็นผู้แพ้” ตวัดหน้ากลับมา มือเล็กๆก็กำหมัดไว้แน่น
“ทงเฮ~”
“ฉันจะสู้ ให้มันรู้กันไปสิ ว่าใครจะแน่กว่าใคร”
...ให้มันได้อย่างนี้สิ...ฮยอกแจถึงกับส่ายหัวครืน ทั้งระอาใจทั้งเป็นห่วง ไอ้นิสัยเอาแต่ใจ ไม่เคยยอมแพ้ใครง่ายๆ เพื่อนของเขาคนนี้ไม่เคยแก้มันได้เลย
..
เสียงกังวานของกีต้าร์โซโล่ดังลั่นห้องซ้อมที่เป็นเพียงห้องเล็กๆ ที่ไม่ได้บุกระจกกั้นเสียง หรือผ้านวมดีๆไว้ป้องกันเสียงรบกวนภายนอก ชายหนุ่มร่างสูงที่เขาคุ้นตาดี กำลังทำหน้าที่เป็นมือกีต้าร์โซโล่ของวงด้วยท่าทางเท่ห์ระเบิด...แต่นั่นก็แค่ในสายตาของเด็กสาว
ไม่ใช่ของ ลีทงเฮ คนนี้
แม้ว่าร่างสูงโปร่งของกยูฮยอนเวลาโค้งตัวต่ำด้วยองศาที่เหมาะเจาะ กับเส้นผมหน้าที่สะบัดพลิ้วเวลาเจ้าตัวจงใจสลัดหัวตามจังหวะอันร้อนแรง และกระชากจิตวิญญาณแห่งเลือดนักดนตรี หรือจะเป็นท่วงทำนองที่ขาร็อกได้ยินเป็นต้องกระโดด โห่เสียงกึกก้องคึกคะนองนั้น มันจะดูดีในสายตาของใครต่อใครแค่ไหน...
แต่สำหรับลีทงเฮ...มันก็แค่
‘เรื่องไร้สาระ’
ครั้งที่ร้อยที่บทเพลงที่กำลังดำเนินจนเกือบถึงจุดสูงสุด เพราะช่วงโซโล่ที่ใกล้จะจบลง แต่แล้วก็พังทลายเพราะเสียงพังประตูของร่างเล็กแต่แรงยักษ์ลงทุกครั้งไป
“โจวกยูฮยอน!!”
เด็กหนุ่มเงยหน้าที่ซกเหงื่อขึ้นมาจ้องเขม็งราวจะกินเลือดคนตัวเล็กตรงหน้าให้ซูบซีดเหลือแต่กระดูก ร่างสูงเหวี่ยงกีต้าร์คู่ใจออกจากตัว ก้าวดุ่มๆไปยังประตูห้อง ที่เอียงกะเท่เร่คล้ายจะหลุดออกจากบานพับอยู่ร่อแร่
ไม่เห็นจะต้องบอก ว่าเป็นฝีมือใคร
“ลีทงเฮ!”
“โจวกยูฮยอน!”
ท่ามกลางสายตา 5 คู่ ที่พร้อมใจกันโฟกัสมายังคนทั้งสองที่แข่งกันเรียกชื่อกันและกันอย่างไม่มีใครยอมลดละ ทงเฮกอดอกหนึบพรางเชิดหน้าสะบัดใส่จนผมปลิว
“กลับบ้านไปเลยไป”
“อะไรเล่า แต่ฉันจะมา..”
“ติวฟิสิกส์!!! เอะอะอะไรก็เอาแต่ติวๆๆๆๆ ติวๆๆๆๆ ในหัวสมองลีบๆของนายมันมีแต่คำนี้รึงัยนะ!!” กระแทกหนักๆใส่หน้าสวยๆที่หันกลับมาจ้องตาอย่างเอาเรื่อง นิ้วชี้เรียวจิ้มแหมะๆลงบนหน้าผากเนียนไม่รู้กี่ครั้ง จนหัวอีกฝ่ายโคลงเคลงเพราะแรงจิ้ม
ทว่าทงเฮก็ไม่ยอมโดนจิ้มฝ่ายเดียวเหมือนกัน
“นายก็เหมือนกันนั่นแหละ เอะอะอะไรก็เอาแต่ซ้อมๆๆๆๆ ซ้อมๆๆๆๆ ไอ้หัวขี้เลื่อยของนายมันมีแต่คำนี้รึงัยนะ??” มือเล็กจับหัวทุยของอีกฝ่ายเขย่า ราวกับว่ามันจะช่วยเคาะเอาเศษผงขี้เลื่อยให้หลุดออกมาได้ซะอย่างนั้น
“โอ๊ยๆๆ หยุดนะ! ลีทงเฮ!!”
“ไม่หยุด ทีนายยังจิ้มหัวฉันได้เลย นี่แน่ะ!!”
“โอ๊ย!”
ฮึ่ย!!
ทงเฮยอมปล่อยเพราะเหนื่อยที่ต้องเขย่งเท้าเพื่อจะได้จับหัวบนร่างสูงนี่ถึง แล้วก็ยืนหายใจหอบรัวเร็วอยู่กับที่ ทว่าสายตาก็ยังอาฆาตคนหน้าหล่อไม่เลิก
“ไปติว!”
“นี่!! ฉันอยากจะรู้จริงๆเลย ลีทงเฮ ว่าไอ้พวกเด็กแว่นทั้งหลายแหล่น่ะ เค้าคิดเรื่องเรียนเป็นอย่างเดียวเหรอ? ไม่คิดเรื่องที่มันสร้างสรรค์กว่านั้นเลยรึงัย แค่เห็นหน้าพวกนายที่แพ็คคู่มากับแว่นหนา ลมก็จะจับอยู่แล้ว!!!”
“ไอ้บ้า!! อะไรๆก็เด็กแว่น ฉันเกลียด! เกลียดๆๆๆ คำนี้ หยุดพูดเลยนะ” ยกมือปิดหู กยูฮยอนยิ่งได้ใจก็แหกปากใส่ไม่ยอมหยุด
“ทำไมล่ะ เด็กแว่น เด็กแว่นๆๆ”
“ไอ้บ้าๆ หยุดสิ หยุดโว้ย!”
ดูไปดูมา..มันชักจะเหมือนเด็ก ป.2 ตีกันมากกว่าที่จะเห็นว่า สองคนนี้เป็นนักเรียนมัธยมปลายที่ไม่นานก็จะได้ก้าวไปเรียนในมหาวิทยาลัย และก็อีกไม่นาน ก็จะทำงานเป็นอนาคตของชาติ
เห็นแล้วมันก็ ละเหี่ยใจมั๊ยล่ะ?
“เด็กแว่น!”
“เออ!! ไม่ใส่ก็ได้วะ ไอ้แว่นเนี่ย!!!” คิดจะยุติโดยการลบข้อกล่าวหา ก็เลยถอดแว่นกรอบหนาราคาแพง ที่เขาสู้เก็บเงิน โดยเจียดจากค่าขนม เพื่อที่จะซื้อมันมาใส่ เนื่องด้วยไม่สามารถมองเห็นกระดานทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
“ไม่มีแว่นแล้ว ยังจะกล้าเรียกฉันว่าเด็กแว่นอีกมั๊ย?”
“เด็ก......”
เฮ้ย!! น่ารักโคตรพ่อ
คำแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองกลวงๆ ที่แบ่งพื้นที่เศษสามส่วนสี่ไว้เป็นบรรจุภัณฑ์ขี้เลื่อย ก็คือ น่ารัก
ส่วนคำที่สองที่ตามกันมาติดๆ อย่างกับเป็นของแลก แจก แถม ช่วงซัมเมอร์เซล ก็คือ หวง
กยูฮยอนรวบร่างเล็กเอาไว้ก่อนจะพากันหันหลังกลับทั้งคู่ แล้วก็กึ่งลากกึ่งจูงให้ทงเฮเดินตามตัวเองไป
“เฮ้ย!! ไอ้กยู มึงจะไปไหนวะ??”
“กูจะกลับบ้านกับแฟนกู พวกมึงซ้อมกันเองไป”
ทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคที่แสนจะไร้ความผิดชอบต่อหมู่คณะ ทว่าดูคล้ายจะรับผิดชอบต่อคนรักเสร็จ ก็จ้ำอ้าวออกไป โดยไม่ลืมที่จะแพ็คกระเป๋าใส่เจ้าตัวเล็กตามติดไปด้วย
“จะไปไหน?”
“กลับบ้าน”
“ก็บอกว่าไม่กลับงัยเล่า!!! จะติว!!!”
“กลับบ้านฉัน ไปติวที่บ้านฉัน!!! ไม่เข้าใจรึยังงัย?”
..
“คิดว่าฉันโง่รึงัยห้ะ บอกว่าจะมาติวแต่หลอกให้ฉันถอดแว่น แล้วอย่างงี้จะติวยังงัยล่ะ ห้ะ!! กยูฮยอน!!”
“หยุดแหกปากซักทีเถอะน่า!!”
“ไม่หยุด!!”
“แล้วจะเอายังงัย?”
“นายต้องอ่านหนังสือเรียน”
“จะบ้ารึงัยเล่า”
“ไม่บ้า นายนั่นแหละบ้า”
ไม่ใช่แค่ออกคำสั่งเท่านั้น ทงเฮยังอัญเชิญร่างเล็กๆของตัวเองปลิวว่อนไปทั้งห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวางสีฟ้าอ่อน แล้วก็รื้อค้นตามชั้นวางและลิ้นชักโดยทั่ว รวมไปถึงกระเป๋าเป้สีดำของกยูฮยอนที่เขามักสะพายไปโรงเรียนด้วย
“นายจะยุ่มย่ามเกินไปแล้วนะ”
“ก็ฉันกำลังหาหนังสือเรียนอยู่นี่ นี่นายเป็นนักเรียนประสาอะไร หนังสือซักเล่มก็ไม่มี”
“ก็ฉันไม่ได้เป็นพวกหนอนแบบนายนี่....หยุดเลย ไม่ต้องหาแล้ว ฉันจะทำอย่างอื่น”
“ทำอะไร?”
“ไม่ใช่เรื่องของนาย”
พูดจบร่างสูงโปร่งก็คว้าเอาผ้าขนหนูขนาดพอดีแล้วตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไป
ทงเฮฮึดฮัด ร่ำๆอยากจะเข้าไปชกหน้าหล่อๆให้หายกวนส้นเสียหน่อย แต่ก็รู้ว่าทำไปก็ไร้ประโยชน์ ชกหน้ากยูฮยอนก็เหมือนชกกำแพง เพราะมันคงแข็งด้านไม่รู้สึก มีแต่มือเขาเองนั่นแหละจะเจ็บเอง
เมื่อไม่มีอะไรให้ทำ นอกจากยืนกร่นด่าร่างสูงเจ้าของห้องในใจ ร่างเล็กก็เริ่มสำรวจและสอดส่องหาความเรียบร้อยจากทุกซอกทุกมุมของห้อง และก็พบว่ามัน ไม่มี!!
ก็เข้าใจว่าห้องนี้เป็นห้องของผู้ชาย แต่เขาก็เป็นผู้ชายเหมือนกันนี่ ไม่เห็นจะโสโครกซกมกแบบนี้เลย เห็นแล้วมันก็อดขัดลูกหูลูกตาไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจเก็บกวาดให้นิดหน่อย
อย่างน้อยโต๊ะทำการบ้านก็น่าจะโล่งสะอาดกว่านี้ ไม่ใช่มีแต่เศษกระดาษรกเต็มไปหมด
ควานดูใต้เตียง ก็มีแต่เศษถุงขนมที่เจ้าตัวคงจะขี้เกียจเรื้อรัง เลยเอามาซุกไว้ เดือดร้อนทงเฮที่ต้องตามเก็บ พอทำความสะอาดและรวบรวมเหล่าขยะทั้งหลายจากในห้องนี้จนเสร็จ
ไอเดียดีๆก็บรรเจิด
เขาน่าจะไปหางานอดิเรกเป็นเก็บขยะขายนะ...ท่าจะได้เงินดี
ยิ่งถ้ามาเก็บจากห้องๆนี้แล้วด้วย!!
กลิ่นหอมของแชมพูที่ลอยมาแตะจมูกทำให้ทงเฮรู้ว่าอีกคนแอบมองเขามานานแค่ไหน แต่ก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว เรียงหนังสือการ์ตูนแอ็คชั่นของเจ้าของห้องมันต่อไป จนกระทั่งอีกฝ่ายเปิดปากออกมาก่อนนั่นแหละ
“ทำอะไร?”
“ล้างจานมั้ง?”
ตอบแต่ไม่เงยหน้า กยูฮยอนเสตามองที่อื่น พยายามข่มอารมณ์เอาไว้ ก่อนที่จะได้ข้อหาฆ่าคน(น่ารักๆ)ตายคาห้อง
“ทำตรงนั้นด้วยสิ ดูดิ ทำความสะอาดยังงัย ไม่เห็นจะสะอาดเลย”
ทงเฮกัดฟันกรามแน่น พ่นลมออกมาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่กระนั้นบันดาลโทสะมันก็มีมากกว่าอยู่ดี คนตัวเล็กพุ่งเข้าใส่กยูฮยอนพร้อมกับมือทั้งสองที่ตรงเข้าไปบีบคอยาวๆของอีกฝ่าย
“ฉันไม่ใช่คนใช้นะ ไอ้บ้า!! อย่ามาดูถูกกันอย่างนี้นะเฟร้ย!!”
“โอ๊ย!! อ่อก!!”
หน้าที่เคยขาวจัดและมีหยดน้ำเกาะพราวเพราะเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ๆ ปรับเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วก็ค่อยๆเขียวคล้ำขึ้นเรื่อยๆ
“เฮ้ย! กยูฮยอน นาย....เฮ้ย!! ไม่เป็นอะไรใช่มั๊ย?”
ร่างสูงไอค่อกแค่กๆ หน้าแดงก่ำ ฝ่ามือหนากุมที่ลำคอของตน ดีใจเหมือนได้เกิดใหม่
“นาย...จะฆ่าฉันเลยรึงัย?”
“ก็..นายมายั่วโมโหฉันก่อนทำไมล่ะ”
“ใครกันแน่ ไม่ใช่นายเหรอ? ที่ตอบกวนตีนฉันก่อน”
“นี่นาย!” กำปั้นเล็กง้างขึ้นหนือหัว หมายจะชกปากเรียวๆให้เจ่อในทีเดียว
“รึว่าไม่จริง” เล่นหูเล่นตาพอสมน้ำสมเนื้อ ก็เดินหนีไปอีกทาง ปล่อยให้ร่างบางยืนคับแค้นอยู่คนเดียว ส่วนตัวเองก็ทรุดตัวลงนั่งแหมะบนพรมนุ่มๆ ที่มีโต๊ะไม้ตัวเตี้ยๆตั้งอยู่เป็นที่ตั้งของโน้ตบุ๊คเครื่องเล็ก
“จะทำอะไรน่ะ?” ทงเฮอดไม่ได้ที่จะตามร่างสูงมานั่งลงข้างๆ ตาแป๋วๆจ้องเข้าไปยังหน้าจอแอลซีดีของเจ้าเครื่องไฮเทคตรงหน้า
แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากกยูฮยอน จะมีก็แต่เสียงแป้นพิมพ์ที่ถูกนิ้วเรียวรัวกดลงไปรวดเร็ว
“เขียนนิยายเหรอ?”
“อยากรู้ก็อ่านเองดิ่” โทนเสียงต่ำๆดังออกมาจากริมฝีปากของคนข้างๆ ที่ดวงตาเรียวไม่ได้ละออกจากหน้าจอเลยแม้แต่นิด
ทงเฮเลยจ้องเข้าไปตามที่เขาบอก แต่ก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น เพราะตัวอักษรที่มันเล็กกะจิริดและมัวจนอ่านไม่ออกว่ามันเขียนอย่างไรบ้าง “ไอ้บ้า!! ก็รู้ว่าฉันสายตาสั้น ยังจะมาแกล้งกันอีก”
“อ้าว? เออใช่ ลืมไปเลยแฮะ” ปากบอกเหมือนเพิ่งนึกได้ แต่สายตากับริมฝีปากที่เหยียดยิ้มขบขันนี่สิ มันไม่น่าไว้ใจเลยซักนิด
“ตกลงนายทำอะไรน่ะห้ะ?” ถามซ้ำ คาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้
ทว่า..กยูฮยอนก็ไม่ได้ตอบอะไรเช่นเดิม กลับลุกไปที่มุมห้อง และหยิบกล่องไม้ยาวๆออกมา ก่อนจะกลับมาหย่อนก้นลงนั่งข้างๆกันเหมือนเดิม
“กีต้าร์เหรอ? ฉันไม่ได้อยากฟังเพลงซะหน่อย”
“ก็ไม่ได้เล่นให้นายฟัง”
เลือดข้นๆจากทั้งร่างถูกสูบฉีดขึ้นมาอัดเต็มใบหน้าอีกแล้ว ...ไอ้บ้า นายจะยั่วโมโหฉันไปถึงไหนวะ??...
“แล้วเอามาเพื่อ?”
|||แตร๊ง~!|||
คอร์ด C ดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับกยูฮยอน หากแต่ไม่ใช่ทงเฮ
“ไอ้กยูฮยอน!”
“แต่งเพลง...พอใจรึยัง”
คนตัวเล็กที่ทำท่าจะกระโจนใส่ร่างสูงอีกครั้ง จำต้องชะงักค้างไว้อย่างนั้น เพราะท่วงทำนองที่ถูกบรรเลงหลังจากนั้น...เพลงที่กยูฮยอนเขียนขึ้นมาเอง
‘เธอทำให้ฉันรักเธอก่อน ไม่อาจถอน…..
หัวใจมันคอยแอบๆมอง แบบซึ้งๆ
เธอทำให้ฉันหลงใจอ่อน นอนกอดหมอนทุกคืน
จะทนได้นานซักเท่าไร หากคิดถึง’
กยูฮยอนเงยหน้ามองอีกคนที่เคลิ้มไปแล้ว เลยทุบกำปั้นลงบนโต๊ะดังปึง!!
“อะไร? เพราะรึงัย?”
ทงเฮที่สะดุ้ง กระพริบตาถี่ๆเพราะไม่อาจกล้าสบตาตรงๆกับคนตรงหน้าได้ ก็เสียฟอร์มเคลิบเคลิ้มไปกับเพลงของเค้าแล้วนี่ “ก็...พอฟังได้ งั้นๆ”
“อะไร?? คิดว่าฉันร้องเพลงนี้ให้นายรึงัยกันน่ะ ทำหน้าเพ้อฝันขนาดนั้น?”
ฮึ่ม!!
ทงเฮก็ไม่ได้ตอกกลับไปอย่างที่กยูฮยอนคิดหรอก เพราะถ้าเผลอโวยไปเมื่อไหร่ล่ะก็
ไอ้คนเจ้าเล่ห์มันก็อาจจะรู้ได้ ว่าทงเฮกำลังคิดอย่างที่กยูฮยอนพูดไป..เป๊ะๆ
“ชิ! ใครเค้าคิดกันอย่างนั้นเล่า เพลงความหมายเน่าๆอย่างนั้น ฉันไม่เอามาคิดกับตัวเองหรอก”
“ให้มันจริง”
“จริงสิ!!!! อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!!”
“จ้า เชื่อแล้วๆ!”
ทงเฮรู้สึกไม่เชื่อใจกับไอ้คำว่า ‘เชื่อแล้วๆ’ ของเขาเลยแม้แต่น้อยนิด ตากลมจ้องเขม็งไปที่อีกคนที่หันกลับไปจ้องหน้าจอแล้วทำหน้าครุ่นคิด ...ทำเป็นเครียด เพลงที่ออกมาก็งั้นๆแหละ ไม่เห็นจะเพราะเลย...
นิ่ง พิมพ์ ดีด .... นิ่ง พิมพ์ ดีด...
ทงเฮทนดูอากัปกิริยาของร่างสูงที่ทำเพียงสามอย่างซ้ำๆกันไปอย่างสุดจะทนแล้ว
“โอ๊ย! ประสาทจะกิน” กยูฮยอนก็ไม่ได้มีทีท่าใส่ใจกับเขาเลยซักนิด โมโหๆๆๆ เรียกร้องความสนใจๆๆๆ
“โอ๊ย!! เบื่อ!!”
“โอ๊ยๆๆๆๆ” สลัดขาพรืดๆเหมือนปลาไหลโดนไฟซ๊อต หัวทุยก็สะบัดกระเจิดกระเจิง
“เป็นบ้าอะไรขึ้นมา~”
“ก็เบื่ออ่ะ อยากกลับบ้าน” โวยวาย แต่มันก็ไม่ได้เข้าหูลู่ๆของกยูฮยอนอยู่ดี
เห็นอย่างนั้น ร่างเล็กๆขนาดพกพาก็คลานกุลุ่กๆไปหากยูฮยอนอีกทาง(เพื่อ?)
จับใบหูแล้วดึงให้รูหูขยายกว้าง ก่อนจะกรอกเสียงลงไปไม่ลืมที่จะจินตนาการว่าใบหูแข็งๆของอีกฝ่ายเป็นโทรโข่ง
|||อยากกลับบ้าน!!|||
“โอ๊ย!!! จะบ้ารึงัยเล่า!!” คนฟังแทบจะเต้นระบำตามขี้หู
“ก็เบื่อนิ...อยากกลับบ้าน...ง่วง.~” งึมงำๆเป็นหมีกินผึ้ง จนกยูฮยอนต้องละจากงานตรงหน้าเพื่อหันมามองคนตัวเล็กฤทธิ์พริกขี้หนูที่แสร้งทำเป็นหมดฤทธิ์เดชนั่งหน้าหงอยเป็นเด็กน้อย
“ถ้าฉันไม่ให้กลับ”
“ไอ้บ้า!! ต้องพากลับเซ่!!” ที่ว่าฤทธิ์เพิ่งมอดไปเริ่มกลับมาลุกโชนอีกครั้ง คราวนี้ทงเฮลุกขึ้นยืนด้วยเข่าแล้วก้มลงจ้องหน้าเขาเขม็ง แขนเล็กๆง้างกำปั้นขึ้นเหนือหัว
“จะทำอะไรฉัน ห้ะ? เจ้าตัวเล็ก”
“เรียกฉันว่า ตัวเล็กเหรอ? นี่แน่ะ!!”
|||โป๊ก!!|||
ไม่ใช่เสียงกำปั้นกระทบกบาลคนกะโหลกแข็ง หากแต่เป็นเสียงกะโหลกโขกกะโหลกต่างหากเล่า
ทงเฮยกมือมากุมหน้าเขาไว้ แล้วเอาหน้าผากตัวเองไปกระแทกเข้ากับหน้าผากของกยูฮยอนเต็มๆแรง
“โอ๊ย!!”
“โอ๊ย!!”
“เล่นบ้าอะไรของนาย” ร่างสูงลูบหน้าผากตัวเองพรางบิดหน้าเหยเก พอๆกับคนก่อเรื่องที่ก็กุมหัวตัวเองเอาไว้เหมือนกัน
“ทำแบบนี้แล้วมันจะช่วยแบ่งสมองฉันไปให้นาย นายจะได้มีสมองมากขึ้น”
“ไม่เห็นจะอยากได้สมองนายเลย โอ๊ย!~ ลีทงเฮ นายทำฉันเจ็บ!”
“มันก็สมควรนี่!! อ้ะ!! จะทำอะไรอ่ะ!!?” ร่างบางลุกขึ้นตั้งหน้าจะวิ่งหนีสุดชีวิต เพราะสัญญาณที่ถูกส่งมาเตือนภัยจากสีหน้าเอาเรื่องของกยูฮยอน ...รังสีอำมหิต!!
พร้อมๆกับร่างสูงโปร่งที่ก้าวดุ่มๆเข้ามา จำนวนก้าวก็เท่าๆกัน แต่กยูฮยอนสามารถเดินหน้าได้ระยะทางมากกว่าทงเฮที่เดินถอยหลัง
|||หมับ!!|||
กยูฮยอนโน้มตัวลงแล้วช้อนร่างเบาหวือของทงเฮจนกระหวัดไปพาดบนไหล่ได้ ก่อนจะเดินไปยังโซฟานุ่ม แล้วทุ่มร่างแบบบางนั้นเต็มแรงจนสปริงแทบเสียสมดุล
“เบาๆดิ่ คนนะ! ไม่ใช่..”
“นอนรอไปก่อน งานเสร็จเมื่อไหร่แล้วจะปลุก” พูดจบก็ทำท่าจะเดินหนี จนมือเล็กๆต้องเอื้อมไปดึงชายเสื้อเอาไว้
ชายหนุ่มหันมาเห็นหน้าหวานพองลมเต็มแก้มยุ้ยแล้วส่ายหัวดิก “ไม่เอา จะกลับบ้าน”
...ทีอย่างงี้ล่ะทำเป็นอ้อนดีนัก...
รอยปูดเท่าลูกมะนาวที่ผุดขึ้นมาเสริมดวงนี่ ยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ
กยูฮยอนเกือบจะใจอ่อนตามใบหน้าน่ารักๆของอีกฝ่ายที่จงใจปั้นเพื่อเอาใจ แต่ก็สติดี พอจะเรียกเอาสติสตังค์กลับมาคืนได้
“นอนนี่แหละ!! อย่าเรื่องมากได้ป่ะ!!”
“จะกลับบ้านนี่ อยากกลับบ้าน!!!” คราวนี้ทั้งถีบทั้งดิ้นทั้งกระหน่ำทุบกำปั้นลงบนหน้าขาของร่างสูงไม่ลดละ “พาฉันกลับบ้าน!!!”
เหมือนยุทธการอ้อนแม่ของพวกเด็กอนุบาลเลยวุ้ย!
พอใช้ไม้อ่อนไม่ได้ ก็ตามด้วยไม้แข็งทันที
แต่พอดีว่า...เขามันไม่ใช่พวกรักเด็กนี่นะ...
“ก็บอกว่า งานเสร็จแล้วจะพากลับงัยเล่า!!”
“ไม่เอา จะกลับตอนนี้!!”
...งี่เง่าเอาโล่ห์เลยเชียว...
“จะเงียบมั๊ย?” กยูฮยอนหย่อนก้นลงนั่งโซฟาตัวเดียวกัน ถามเสียงเรียบ แต่นั่นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของความอันตรายที่ทงเฮไม่อาจหยั่งรู้
“ไม่!! ถ้านายไม่พากลับบ้าน”
“หรือจะให้ฉันปิดปากนาย”
“ไม่เอา!!!” เร็วกว่าลม เจ้าตัวเล็กปิดปากตัวเองแน่นไม่ให้แม้แต่อากาศรอดผ่าน ราวกับว่าถ้ามันโดนสะกิดด้วยธาตุอากาศแค่เบาบางก็อาจช้ำ
“งั้นก็นอนรอ แล้วห้ามโวยวาย” กดหัวทุยๆของทงเฮจนเกือบจมมิดกับเบาะนุ่ม
“โอ๊ย!!”
“นอน” จ้องเขม็งขู่ ว่าขืนขัดใจเขาละก็..พ่อจะกินตับเลย เอาสิ!!
ตาแป๋วๆ กระพริบปริบๆ ...มันมามุขแอ๊บแบ๊วอีกแล้ว...
“นอน!” โทนเสียงที่ใช้เริ่มเข้มกว่าเดิม และแววตาดุดันก็ถูกส่งออกมาเป็นตัวช่วยตัวที่สอง จนในที่สุดลีทงเฮก็ต้องยอมหลับตา เพราะมีแววว่า ถ้าเขายังเอาแต่ใจอยู่ ดูเหมือนจะต้องเสียจูบ หรือไม่ก็อาจจะต้องเสียตัวเลยก็เป็นได้!!
กยูฮยอนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเจ้าตัวป่วนยอมศิโรราบให้แต่โดยดี ...ไปๆมาๆ เขาจะได้กลายสถานภาพตัวเองมาเป็นพ่อจอมโหดของทงเฮไปแล้วเหรอเนี่ย?...
พอเงียบเสียงเจี้ยวจ้าวช่างจ้อของเด็กเรียนนัมเบอร์ทูของสายชั้น กยูฮยอนก็กลับมานั่งหมกอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตัวเดิม ที่คราวนี้เขาไม่ค่อยได้ใช้มัน เพราะมีสมุดโน้ตเก่าๆมาใช้เขียนแทน
...การแต่งเพลง มันต้องใช้สมาธิมากจริงๆนะ...
แต่เพราะความเงียบที่มันรายล้อมทั่วห้องนั้น ดูเหมือนจะเนิ่นนานและเพิ่มปริมาณจนคับห้อง ร่างสูงเริ่มสมองตื้อตันและคิดอะไรไม่ออก มือหนาปิดสมุดปกเก่าๆนั้นลง แล้วเหยียดตัวยาวไปด้านหลังจนสุดตัว ก่อนจะยืดแขนยืดขาออกทั้งสี่ทิศ และก็ไปเจอเข้ากับร่างเล็กที่นอนหลับสนิทบนโซฟาทางด้านหลังเมื่อเงยหน้าเพื่อยืดลำคอ
กยูฮยอนดีดตัวกลับ ก่อนจะหันไปทางทงเฮอีกครั้ง
...เป็นเพราะเสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่ดังกล่อมอยู่เบาๆหรือ? ที่มันทำให้เขาเสียสมาธิ...
กยูฮยอนเองก็เพิ่งรู้
ใบหน้าหล่อจัดสะบัดพรืดเหมือนจะไล่ข้อสังเกตนั้น
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แสดงว่า....ความสนใจของเขาอยู่ที่คนๆนี้น่ะหรือ?
‘ไม่จริง!’
แต่ถึงจะปฏิเสธตัวเองอย่างนั้น ขาเจ้ากรรมก็ดันคิดตรงกันข้ามพาร่างสูงโปร่งตรงเข้าไปนั่งอยู่กับพื้นพรมข้างๆโซฟาตัวใหญ่ที่รองรับน้ำหนักจากร่างเล็กๆที่นอนคุ้ดคู้ จึงคว้าผ้าไหมถักผืนพอดีตัวมาห่มไว้ให้กันหนาว พลันสายตาก็ทรยศไปสบเข้ากับริมฝีปากบางสีแดงสดที่เผลอเล็กน้อยเพื่อรับเอาออกซิเจนเข้าปอด
อือ~
เสียงครางฮึมฮัมจากร่างบางที่ขยับตัวน้อยๆด้วยเพราะสัมผัสเบาๆจากเขา กยูฮยอนเผลอจ้องดวงหน้าสวยนานอย่างหลงใหล พลางเกลี่ยปอยเส้นผมที่บังตาให้พ้น
...เวลาไม่มีแว่นหนาเทอะทะมาเกะกะหน้านายแล้ว...
รู้ตัวรึเปล่า ว่านายน่ารักว่าหญิงสาวคนไหนๆ
จนฉันต้องเผลอมองนายแบบนี้...
ดวงตารีเรียวไม่ได้ละไปไหน นอกจากกลีบปากบางที่ห่างแค่เอื้อม ปากแดงๆที่ชอบใช้เสียงแหลมๆตะโกนเรียกชื่อเขา ปากแดงๆที่ชอบเถียงไม่ยอมลดราวาศอก ปากแดงๆที่ทั้งสองครั้งที่เขาได้ลิ้มลอง
...มันทำให้เขาติดใจ...
ลีทงเฮ นายนี่มันร้ายลึกจริงๆ!!
พยายามห้ามใจจนเกินห้ามไหว...กยูฮยอนโน้มใบหน้าลงไปช้าๆ ลมหายใจอุ่นจนใกล้ร้อนปะทะเบาๆที่ริมฝีปากบาง
อ้ะ!
|||ไอ้ลามก!!|||
|||พลั่ก!!|||
กว่าจะรู้ตัวอีกที ร่างเก้งก้างของชายหนุ่มก็ถูกบาทาพิฆาตประเคนเข้าให้เต็มๆหน้าท้องจนหงายท้องตึงกับพื้น โชคดีที่ห้องนี้ปูด้วยพรมทั้งหมด...ไม่งั้น กยูฮยอนได้หลังเดาะไปเจ็ดวันแน่ๆ
“จะลักหลับฉันเหรอ? ไอ้ลามก!!”
ร่างเล็กผุดลุกจนเป็นท่านั่ง แขนเรียวโผเข้ากอดรัดตัวเองไว้แน่น ไม่วายยังสามารถส่งสายตาจิกกัดคนตัวโตที่จุกแทบตายได้อีก
“หลงตัวเองชะมัด!”
“ว่างัยนะ? ก็เห็นๆกันอยู่ ว่านายกำลังจะทำอะไรฉัน!!”
“ก็ฉันเป็นแฟนนายนะ จูบนิดจูบหน่อยจะเป็นอะไรไปเล่า!!”
“ไปทำกะแฟนคนอื่นเลยไป๊!!”
ทงเฮลุกพรวดพราดออกจากโซฟานุ่ม คว้าเอากระเป๋านักเรียนแล้วกระทืบเท้าครืนจะกลับบ้านเสียให้ได้ “กลับบ้าน!”
“เออ...อือม์~” พยักเพยิดหน้าทั้งที่มือยังกุมอยู่ที่ท้องน้อย ไม่ลืมที่จะคว้าเอาเสื้อโค้ทมาสองตัว แล้วสวมให้อีกฝ่ายที่ยืนหน้าตึงอยู่หลังประตู
..
โชคดีที่ค่ำคืนนี้หิมะตกเพียงเบาบาง อากาศเลยไม่ชื้นมาก พอที่ทั้งคู่จะเดินอ้อยอิ่งไปตามทาง ไม่สิ..พูดว่าทั้งคู่คงไม่ถูก เห็นจะเป็นกยูฮยอนคนเดียวที่ใจเย็นอยู่อย่างนั้น
“เป็นง่อยรึงัยเล่า เดินเร็วๆเซ่!!”
“เมื่อย~”
“ให้ฉันแบกนายขึ้นหลังเอาม้ะ?”
กยูฮยอนมองร่างเล็กกะเปี๊ยกแล้วก็อดหัวเราะร่วนไม่ได้ “ตัวเท่าลูกแมวแค่เนี้ย จะมาแบกฉัน!! ฝันสูงไปรึเปล่า?” มือหนาๆถูกส่งมาผลักหัวคนตัวเล็กที่ว่าเข้าแรงๆ 1 ที แล้วออกเดินนำหน้าไปก่อน
“ไอ้บ้า!! รังแกคนไม่มีทางสู้!”
ทงเฮกระโดดตบหัวกยูฮยอนเป็นการเอาคืน ก่อนจะวิ่งแจ้นหลบการแก้แค้นรอบสามลิ่วไปก่อน
กยูฮยอนไม่ได้คิดจะเอาเรื่องอย่างเคย แต่กลับยืนมองแผ่นหลังของทงเฮที่วิ่งลิ่วๆอยู่ข้างหน้า...นายตัวแสบ!...
ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงจุดหมายซักที สภาพหัวยุ่งๆของคนสองคน บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าระหว่างทางได้เปิดเวทีมวยไปกี่ครั้งกี่หน
“ไม่ลาฉันรึงัย?” กยูฮยอนเอ่ย หลังจากมองตามแผ่นหลังบางๆที่ทำท่าจะเดินเข้าบ้านโดยไร้ถ้อยคำบอกลาแม้เพียงคำเดียว
“ไปละ บาย”
“แค่นี้น่ะเหรอ?”
“อื้ม!” โบกมือส่งๆ กับรอยยิ้มฝืดๆแบบคนสักแต่ทำ ก่อนจะหันหลังกลับไปตามเดิม
อ้ะ!
กยูฮยอนไม่รู้ว่าเขาคิดยังงัยถึงทำแบบนี้
ไม่รู้ว่าคิดยังงัย ถึงได้กอดทงเฮเอาไว้แบบนี้....
คางมนๆซุกลงกับไหล่ลาดจากด้านหลัง ทงเฮตัวสั่นไปหมด จะขยับแม้แค่ปลายนิ้วยังทำไม่ได้ จึงปล่อยให้ร่างสูงโอบกอดตัวเองไว้อย่างนั้น ไม่รู้นานเท่าไร...
“ทงเฮอา~”
เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงนุ่มๆนี้จะเรียกชื่อเขา กยูฮยอนเรียกเบาๆซ้ำอีกครั้ง พร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่น แต่แค่เพียงไม่นานก็ปล่อยออก
“อือ...ฉันก็แค่ลืมเสื้อ อย่าหลงเข้าใจผิดคิดเข้าข้างตัวเองนะ” จับชายเสื้อให้ทงเฮหันกลับมา แล้วถอดออกโดยไม่มองหน้า
เมื่อเห็นว่ามันยุ่งยากนัก ทงเฮเลยกระชากมันออกมาเอง แล้วเขวี้ยงใส่หน้าหล่อๆจนเต็มแรง!
“เอาไปเลย ไอ้คนบ้า!!!”
‘ฝันดีนะ’
สั้นๆง่ายๆแค่นี้ พูดไม่เป็นรึงัย โจวกยูฮยอน??!!
To be continue >>
edit @ 6 Dec 2007 22:37:25 by กา-เท่-เร่
![[ หน้าบ้าน]](http://img224.imageshack.us/img224/993/mylink06mp6.jpg)
![[ + ห้องนั่งเล่นของกาเท่เร่ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2691/mylink01uv4.jpg)
![[ + ไฮไฟของน้าม ]](http://img224.imageshack.us/img224/2468/mylink03xn7.jpg)
![[ + บล็อกฟิคคยูเฮ]](http://img146.imageshack.us/img146/9824/mylink12lj2.jpg)
![[ ไอดีของกาเท่เร่]](http://img224.imageshack.us/img224/6712/mylink07ah1.jpg)
![[ + บล็อกอิลิ้งค์ ]](http://img224.imageshack.us/img224/1165/mylink02kv7.jpg)
![[ + ไฮโกะของหนิง ]](http://img337.imageshack.us/img337/6716/mylink04op5.jpg)
![[ + ไฮไฟของอีฟ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2826/mylink05ja0.jpg)
![[ + คนรักฟิคชั่น ]](http://img525.imageshack.us/img525/1350/mylink08aj9.jpg)
![[ + ดินแดนใต้ดิน]](http://img224.imageshack.us/img224/7627/mylink09hd6.jpg)
![[ + Space]](http://img80.imageshack.us/img80/2805/mylink10bu3.jpg)
![[ + 4 Donghae ]](http://img221.imageshack.us/img221/5053/mylink11wf4.jpg)
ติดฟิคของบล็อคนี้ไปเรียบร้อย
#1 By Chocolate Emotion on 2007-12-06 20:47