[FIC] 1 become 2 ::7::
posted on 01 Dec 2007 17:22 by katere in Fic-1become2
: Part 7 :
เข็มนาฬิกาเดินอย่างเชื่องช้า ขัดกับใจร้อนๆที่มันร้อนรนจวนจะทนไม่ไหว
ทงเฮเหลือบมองนาฬิกาเรือนเล็กตรงผนังร้านพลาง มองผ่านกระจกใสที่สะท้อนภาพผู้คนเดินขวักไขว่เบื้องนอกพลาง คิ้วคู่สวยขมวดเข้าหากันคล้ายเงื่อนขัดสมาธิ กับปากบางที่ยื่นเจ่อออกมาข้างหน้า รวมไปถึงมือเล็กๆที่ยกขึ้นเท้าคางมนบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ว่าคนๆนี้กำลังหงุดหงิด!
“ไอ้กยูฮยอนบ้า!”
“ไอ้เด็กเฮงซวย!”
เข็มยาวเลื่อนไปเรื่อยซึ่งทงเฮกะประมาณมันว่าเข้าใกล้ 10 นาทีที่เขาลั่นวาจากำหนดเดดไลน์เข้าไปทุกทีๆ
ไอ้เด็กสิบสาม!! ฉันยังไม่อยากฆ่าแกนะ!!
ความอดทนของทงเฮขีดจำกัดมันต่ำ ใครๆก็รู้ จะมีก็แต่โจวกยูฮยอนคนเดียวนั่นแหละ ที่แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่คนเดียว
ครืด!!
เก้าอี้ไม้ครูดกับพื้นใสจนเกิดเสียงดังลั่นสนั่นร้านอาหารเล็กๆ สถานที่นัดทานมื้อกลางวันของคนทั้งคู่จนหลายๆโต๊ะหันมามองเป็นทางเดียวกัน หากแต่ทงเฮก็ไม่ได้สนใจอะไรซักนิด
ร่างเล็กตวาดลั่นให้กับบริกรที่ถามหน้าตื่นว่าไม่รับอะไรแล้วหรือคะ จนผงะหน้าหงายยืนแข็งทื่อเป็นอนุสาวรีย์ ก็เดินลิ่วๆกระแทกส้นออกจากร้าน
“ฉันจะฆ่านาย กยูฮยอน มีสิทธิ์อะไรมาหลอกให้ฉันนั่งรอนายห๊า!!?”
เสียงฝีเท้าวิ่งเร็วๆดังเข้ามาใกล้จากทางด้านหลัง ก่อนที่ท่อนแขนเรียวจะถูกดึงรั้งเอาไว้จนตัวปลิวและหันกลับมาทางเก่าที่เพิ่งเดินจากมา
ไอ้คนผิดสัญญากำลังยืนหอบจนตัวโยน!!
“พี่ทงเฮ~”
“อย่ามายุ่ง!” สะบัดแขนออกแทบจะทันทีที่รู้ว่าใครแตะเนื้อต้องตัวตน ปั้นหน้าบึ้งพลางเชิดหน้าหันหนีไปอีกทาง
“พี่ทงเฮ~”
“.....” ร่างบางยอมหยุดอยู่กับที่ ก่อนจะหันกลับมาทั้งตัวและส่งสายตาแข็งๆ กวาดมองเขาตั้งแต่หัวจดปลายเท้า “ทำไมไม่มาพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะ จะได้มากินข้าวเช้าด้วยเลย”
“............” ไม่มีคำพูดใดๆ เล็ดรอดออกมาจากเด็กหนุ่มร่างสูงที่ยืนเจ๋ออยู่ตรงหน้า กยูฮยอนทำเพียงยืนมองทงเฮด้วยสายตาที่คนเป็นเป้าหมายไม่อาจคาดเดาเอาความหมายอะไรจากมันได้
ในความรู้สึกของกยูฮยอน มันมีอะไรซ่อนอยู่มากมาย ทั้งที่ไม่เข้าใจ และไม่ต้องการเข้าใจ ทั้งอยากจะพูดบอกขอโทษ และไม่อยากพูดคำๆนั้น.... เพราะกยูฮยอนเองก็ไม่แน่ใจ
ว่าเขาเป็นคนผิด
หรือ ลีทงเฮ คนนี้กันแน่ที่ผิด!
“กลับไปเถอะ ฉันไม่มีอารมณ์กินแล้ว!”
แต่สมองฤๅจะคิดอาจสู้กับหัวใจได้ ... กยูฮยอนเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กและจับมือนุ่มนั้นไว้
“ผมขอโทษนะครับ....”
“...........แต่ฉันไม่ยกโทษให้” ปฏิเสธออกไปอย่างหมดจด หากแต่เจ้าของร่างแบบบางก็ไม่ได้เดินหนีอย่างที่คิด ดวงตากลมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรี
หมับ!
แม้จะมองให้ลึกลงไปในแววตาคู่นั้นสักเท่าไร แต่ทงเฮก็ไม่เคยคาดเดาความรู้สึกนึกคิดของคนๆนี้ได้เลยซักครั้ง ร่างเล็กๆถูกรั้งเข้าไปอยู่ในอ้อมอกกว้างตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
และนั่น...ก็ยังเป็นอ้อมกอดที่ไร้ความหมายใดๆอยู่ดี
“ผมขอโทษ…”
“ขอโทษ ตอนที่ทำผิดลงไปแล้ว มันไม่มีประโยชน์หรอก!”
กยูฮยอนคลายอ้อมแขนเพื่อพูดขอโทษอีกครั้ง ..เรื่องที่เขาทำรุ่มร่ามกับรุ่นพี่คนนี้ และผลที่ได้ก็คือการไม่ให้อภัยจากลีทงเฮเช่นเดิม
เรียวปากหยักสวยได้รูปปั้นยิ้มออกมาอย่างยากเย็น “พี่ทงเฮโปรดให้อภัยผม แล้วก็ไปกินข้าวเที่ยงกันนะครับ”
“กยูฮยอน!”
“ขอร้องล่ะ ให้อภัยผมเถอะ! ผมอยากเลี้ยงข้าวกลางวันพี่จริงๆนะครับ!” ร่างสูงโค้งๆโก่งๆอยู่หลายต่อหลายครั้ง จนทงเฮเริ่มหน้าขึ้นสีเพราะอายที่ต้องประจานความอาวุโสของตนในที่สาธารณะแบบนี้ ในที่สุดทงเฮก็ต้องตัดใจยอมแพ้ ยกธงขาวแต่โดยดี
“เออๆ! นายนี่มันบ้าขั้นโคม่าเข้าไปทุกวัน”
“ก็ถ้าไม่เป็นเพราะพี่ ผมก็คงไม่บ้าขนาดนี้”
“ไม่ต้องเอาฉันเข้าไปเกี่ยวเลยนะ แล้วเรื่องที่นายผิดนัดวันนี้ ก็อย่าหลงดีใจคิดว่าฉันจะหายโกรธจริงๆ” ร่างบางเดินไปอีกทาง กยูฮยอนก็เดินไปอีกทาง ไม่ใช่เพราะยังไม่ได้ตกลงกัน แต่เป็นเพราะความเข้าใจผิดของกยูฮยอน
“จะให้ฉันเข้าไปร้านนั้นอีก ทั้งๆที่เมื่อกี๊ฉันเพิ่งวางระเบิดไว้ลูกใหญ่เนี่ยนะ”
“หา?”
“ก็ฉันไปวีนใส่พนักงานเสิร์ฟเข้าน่ะสิ เพราะนายคนเดียว!!!”
“ฮ่าๆๆๆ” ใบหน้างงงวยปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะทันตา แต่คนที่กำลังหัวเราะร่าจะรู้ตัวมั๊ยนะ ว่าไปสะกิดต่อมโมโหโกรธาของใครคนหนึ่งเข้าให้แล้ว
“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ!!! หัวเราะอีกทีฉันจะวิ่งกลับโรงบาล ไม่กงไม่กินมันแล้ว!!”
“เฮ้ย! ขี้น้อยใจจังหง่ะ~”
“ใครน้อยใจ?”
เรียวหน้าหล่อส่ายดิก คล้ายจะตอบแทนปากบางๆนั่นว่า ‘ม่ายรู้ซี~’
“แล้วจะไปไหนล่ะครับ?”
“คิดเองดิ่”
“คิดไม่ออกนี่นา~”
“ก็ไม่ต้องกิน!”
“อ่าเฮ้ย!ๆ รัยเนี่ย? เปลี่ยนเสื้อเร็วเท่าเปลี่ยนใจป่ะเนี่ย?”
หน้าหวานๆของลีทงเฮตวัดขวับมาจ้องหน้าราวจะกินเลือดให้ตัวซีด
“อ่า..ล้อเล่นๆครับ เอางี้!” กยูฮยอนชักจะมีไอเดียดีๆแล่นเข้ามาในหัว ทำตาโตๆใส่คนตัวเล็กให้สงสัยเล่น ก่อนจะคว้าเอามือนุ่มไปครอบครองไว้อีกรอบแล้วออกแรงดึงนิดหน่อยร่างบางก็ปลิวหวือตามแรงลม
“ไปไหน?”
“เอาน่า~”
..
‘ราเมง’ ?!
“สั่งดิ่..”
“ไม่ชอบกิน”
“ไม่จริงอ่ะ”
“อย่าทำเป็นรู้ดีได้ป่ะ?” เท้าแขนบนโต๊ะทำเป็นตีหน้าหันหนี ทั้งที่จริงก็แอบเอาช่วงเวลาสั้นๆนี้ ชมรอบๆร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ที่เขาก็ไม่ยักรู้เหมือนกันว่า ไอ้ตัวแสบนี้ จะรู้จักกะเค้าด้วย
กยูฮยอนจัดแจงเรื่องเมนูอาหารจนเสร็จสรรพเรียบร้อย เหลือก็แต่นั่งรอให้อาหารรสโอชะถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้า เขาเท้าคางมองดูทงเฮบ้าง..ตาแป๋วๆที่จ้องนู่น มองนี่ไปเรื่อยเปื่อย แต่มันก็ยังคงความแวววาวปานเพชรเม็ดเล็กไม่มีเปลี่ยน กว่าคนตัวเล็กจะรู้ตัวว่ามีคนแอบมองก็นานพอดูอยู่เหมือนกัน
นานพอที่กยูฮยอนจะขโมยเอาความน่ารักมาตุนไว้อื้อซ่านั่นแหละ!
ราเมงร้อนๆควันหอมฉุยลอยแตะจมูกเล็กๆได้รูปจนเจ้าของต้องหันมามองหน้าตาของมัน แล้วก็เผลอหลุดปากออกไปจนได้
“ว้าว! น่ากินจัง!”
“ฮึ~”
อุบ~
เรียวนิ้วทั้งห้าพร้อมใจกันวิ่งมาตะปบปากซนๆของคนตัวเล็ก ...จะตีให้ช้ำเลยเชียว ไอ้ปากจอมทรยศ!
“ต้องลองกินด้วยนะ แล้วจะรู้ ว่าไม่ได้สวยแต่ข้างนอก”
“ชิ!” พ่นลมออกปากทำท่าหมันไส้พ่อหนุ่มจอมโปรโมทนักล่ะ แต่มือก็ไวกว่าไปคว้าเอาตะเกียบมาคีบเส้นราเบงสีเหลืองอร่ามเข้าปากได้รวดเร็วพอกัน
“อ๋า~ ร้อนๆๆ”
กยูฮยอนที่ยกมือค้างไว้กลางอากาศ ก็ได้แต่ปล่อยให้มันกลับไปวางอยู่ข้างตัว จะเตือนแล้วแต่ไม่ทัน - -*
ลิ้นยาวๆแลบล้นริมฝีปากมาตากลมอยู่ข้างนอก ทงเฮยกมือขึ้นปัดหยอยๆ หน้าแตกย่อยยับเพราะดันไปโชว์เปิ่น ที่สำคัญ!! ปากบอกไม่ชอบ แต่ดันกินเร็วกว่าคนที่ชอบกินเสียอีก
“ค่อยๆกินก็ได้”
เหลือบตาขึ้นเขม่นให้ไอ้คนหน้าหล่อแต่กวนดีแท้ ก่อนจะใช้ปลายตะเกียบคนราเมงในชามลวกๆ คราวนี้ไม่ลืมที่จะเป่าลมให้อุ่นๆแล้วค่อยยัดเข้าปาก
“อร่อยมั๊ย?”
“ยังไม่ได้กิน!”
ถามมาได้ ก็เห็นๆอยู่ว่าเส้นราเมงยังคาอยู่เนี่ย!!
ในที่สุดก็ได้กินเสียที ..อร่อยจริงๆด้วยแฮะ
อยากจะเอ่ยชมอยู่หรอกนะ ถ้าไม่ติดว่าเกิดหมันไส้ไอ้คนตรงหน้าขึ้นมาเสียก่อน เลยก้มหน้ากินต่อไม่คิดจะเงยขึ้นไปมองหน้าเจ้าเล่ห์อย่างหมาจิ้งจอกที่ทำเป็นยิ้มกระหยิ่มอย่างคนเหนือกว่า
กระทั่งได้ยินเสียงซี๊ดซ๊าด ซวบซาบ มาจากบุคคลที่นั่งฝั่งตรงข้ามนั่นแหละ ถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นมา
ก็ใครจะไปคิดล่ะ ว่าเห็นหน้าตาดีๆแบบนี้ มารยาทบนโต๊ะอาหารจะแย่ได้ขนาดนั้น
“อี๋~ นอกจากจะหน้าตาไม่หล่อแล้ว ยังกินมูมมามอีกหง่ะ”
คนที่โดนว่าว่าไม่หล่อ เพียงแค่ยกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง และดูดซวบเอาเส้นราเมงนุ่มๆเส้นยาวๆจนหมดในทีเดียว ก่อนจะเคี้ยวหยับๆ ยิ้มร่าให้พี่ชายตัวเล็กที่ทำหน้าเหมือนรับไม่ได้ในพฤติกรรมตะกละตะกลามของไอ้น้องเล็ก
“ถ้าผมไม่หล่อเนี่ย ก็ไม่รู้ว่าโลกนี้ยังจะมีคนหล่ออีกมั๊ยนะครับ”
“แหวะ หลงตัวเอง...แต่ถึงอย่างนั้น เค้าก็ไม่กินน่าเกลียดๆอย่างนายหรอก”
“อ๊า! ว่าไม่ได้นะครับ มันเป็นความเชื่อของคนสมัยก่อน” ยืดหลังคลายสันหลังยาวๆจนอกผายไหล่ผึ่งดูสง่าผ่าเผย ยกมือที่ยังคีบตะเกียบขึ้นชี้หน้าคนฟังให้ดูน่าเชื่อถือไปอีก..แต่ก็นะ ในสายตาทงเฮ มันก็เหมือนลิงโดนฝึกนั่นแหละ
“ฮึ~ เกิดมาฉันยังไม่เคยได้ยินความเชื่ออะไรที่เค้าให้กินราเมงเสียงดังปานแผ่นดินไหวอย่างนี้มาก่อนเลย จะแถใช่ม้ะ??”
“ไม่เชื่อผมเหรอ? น่า..เชื่อซักครั้งเหอะ” หรี่ตาจนเป็นขีดเดียว แล้วก็ยู่ปากจนแก้มพอง ทำหน้าเป็นหมาหงอยกระทั่งคนตรงหน้ายอมฟังนั่นแหละ ถึงได้คืนสภาพใบหน้าจนกลับมาหล่อปกติ ไม่ได้หล่อพิสดารอย่างเมื่อกี๊
“เค้าว่ากันว่า!”
“ใคร?”
“อย่าขัดดิ่” ปัดตะเกียบหนึ่งขวับ ก่อนจะกลับมาตั้งสติหน้าเข้มเสียงขรึมอีกครั้ง “ถ้ากินราเมงจนหมดเส้นโดยไม่ขาดเนี่ย อายุจะยืนนะ”
“เชื่อแย่เลย”
“พี่น่าจะลองนะเนี่ย แก่แล้วอ่ะ ไม่อยากอายุยืนเป็นหมื่นๆปีรึงัย?”
“ใครเชื่อนายล่ะก็..ออกลูกเป็นตุ่น!!” ทงเฮอมยิ้มเล็กๆ ขำกับเรื่องหลอกเด็กที่กยูฮยอนสรรหามันมาเป็นข้อแก้ตัวได้อย่างเนียนสนิท มือเล็กหยิบจับตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง เห็นเส้นราเบงนอนสงบนิ่งรอให้กินอยู่ในชาม ....ลองดู ก็ไม่เสียหายนี่นะ...
เจ้าตัวคีบเส้นราเมงสีเหลืองทองเข้าปาก พยายามสูดให้เกิดเสียงเบาที่สุดแล้ว แต่ก็จนความสามารถจริงๆ
“แน๊~ พี่อยากออกลูกเป็นตุ่นรึงัยครับ?”
หน้าเรียวเมื่อห้านาทีก่อน กลับกลายเป็นบวมฉึ่งเพราะเส้นราเมงที่อัดเต็มกระพุ้งแก้มจนแทบทะลักทะล้น ทงเฮแทบพ่นมื้อกลางวันใส่หน้ากยูฮยอน ถ้าไม่ติดว่าสงสารคนทำความสะอาด กับสงสารไอ้เด็กโข่งที่ทำหน้ากวนส้นอยู่ตรงข้าม กลัวว่ามันจะไปทำหล่อใส่สาวๆไม่ได้
“ไหนบอกไม่เชื่องัย อ้ะๆ ห้ามคายนะ ห้ามนะ~”
ไม่ได้โกรธไอ้เจ้าเด็กขี้ล้อเลยซักนิด แต่ตอนนี้กำลังขำตัวเอง ทำไปได้นะเรา =)
“ไม่กลับไปซ้อมต่อล่ะ?”
“ไม่ต้องแล้ว”
“อ้าว? พี่ลีทึกให้ซ้อมครึ่งวันเองเหรอ?”
“ก็........” ก้มมองหน้าคนตัวเล็กกว่า ไม่เข้าใจในคำถามของคนๆนี้เหมือนกัน แต่ก็ตอบไป..
“ครับ”
“ไม่จริงอ่ะ หน้านายมันไม่น่าเชื่อซักกะติ๊ด!”
“หน้าพี่น่าเชื่อตายล่ะ”
ใบหน้าเรียวสวยหันขวับทันควัน เดี๋ยวนี้หัดต่อปากต่อคำ แต่พอเห็นสีหน้าเรียบเฉยของกยูฮยอนแทนที่จะเป็นการยักคิ้วหลิ่วตาเหมือนทุกที ที่ว่าจะด่าให้แสบก็เลยต้องเงียบไปเป็นถามด้วยความสงสัย
“นายเป็นอะไรอ่ะ เห็นมองหน้าฉันแปลกๆแบบนี้ตั้งแต่เที่ยงแล้ว”
“ก็...ไม่มีอะไรนี่ฮะ” ยกมือเกาหัวก้มหน้าหนีแววตาจ้องจับผิดของทงเฮ ก้าวเท้าออกไปเขี่ยลมอย่างไม่รู้จะทำอะไร ก็ว่าจะไม่เก็บมาคิดแล้วแต่มันก็อดไม่ได้
“พี่ทงเฮ...ไม่คิดถึงคิบอมมันบ้างเหรอครับ?”
ห้ะ?!
หน้าเหวอไปพักใหญ่ ก็เพราะคำถามที่อยู่ๆก็โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนั่นแหละ แววตาสดใสที่เพิ่งจะกลับมาได้ไม่กี่วัน เหือดหายไปในทันที ทงเฮหลุบตาลงต่ำ มองพื้นและพ่นลมหายใจรดมันเบาๆ
“ก็ไม่รู้...เค้าจะคิดถึงฉันบ้างรึเปล่าน่ะสิ”
กยูฮยอนยืนนิ่ง มองเส้นผมสีอ่อนที่ปกคลุมหัวทุยเล็กของพี่ชายร่วมวง ตัวเขาเองก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน....ไม่เข้าใจ
ในหัวสมองที่ว่างเปล่า
มันมีเพียงความไม่เข้าใจ ที่เข้ามาแทนที่ จนไม่เหลือให้สิ่งอื่น
“น่าตลกจังเลยนะครับ”
เรียวหน้าสวยค่อยๆเงยขึ้นสบตากร้าวๆที่ดูจะพยายามฝืนทนกับลมและแสงแดดยามคล้อยบ่ายเหลือเกิน มันเหมือนกำลังกลั้นอะไรบางอย่างเอาไว้
..
บรรยากาศที่อึดอัดคับแน่นใกล้จะระเบิดเข้าไปทุกทีๆ สองร่างที่อีกคนนั่งจ้องตาเป็นมัน ส่วนอีกคนก็เสหน้าหลบหนีไม่ยอมจ้องตากันง่ายๆ ....ไม่รู้เหมือนกัน ว่าใครจะอึดกว่าใคร
ซึงเฮหันหน้ามองตามใบหน้าหล่อคมที่ถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีกพร้อมกับหันหน้าหนีโฟกัสจากตาดวงกลมๆไม่ลดละ
“คิบอม..”
ก็ในเมื่อผลที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบ ซึงเฮ ที่ใครก็รู้ว่าเหมือนทงเฮอย่างกับแกะ แล้วใครๆก็รู้อีกนั่นแหละ ว่าทงเฮน่ะ ความอดทนมันมีน้อยนิดมหาศาล ก็เริ่มที่จะทนคนๆนี้ไม่ไหวแล้ว!
“คิมคิบอม!!”
“นายมันบ้า รู้ตัวรึเปล่า?”
“ใครกันแน่ที่บ้า ฉันหรือนาย!!”
เสียงลมหายใจกระแทกแรงๆใส่อากาศร้อนๆที่คุกรุ่นรอบตัว คิบอมพยายามจะลุกหนี ทว่าซึงเฮก็ไม่มีทางยอมง่ายๆอยู่ดี
“คิบอม!”
ร่างสูงจำยอมต้องทุ่มน้ำหนักทั้งร่างลงบนเตียงนุ่มที่นั่งอยู่ก่อนแล้วอีกครั้ง โดยมีร่างเล็กๆที่นั่งอยู่อีกฝั่งจ้องตามทุกฝีก้าวและการเคลื่อนไหว
“นายกำลังทำอะไรอยู่ รู้ตัวรึเปล่า?” น้ำเสียงแข็งๆอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ใบหน้าคมหันกลับมามองหน้ากันอย่างที่ซึงเฮอยากจะให้เป็น
“ฉันรู้นะ ว่านายรักทงเฮมาก รักจนหวง รักจนพาลคนอื่นเค้าไปหมด...”
“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าทำไมนายถึงได้สงสัย คนที่ชื่อกยูฮยอนได้ขนาดนั้น”
“แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วย ว่ากยูฮยอนเค้าจะเป็นอย่างที่นายคิดรึเปล่า?”
“ฉันรู้แค่ว่า...........นายคิดอะไรอยู่.........แล้วก็รู้ว่าความคิดของนาย มันบ้า!!”
“ซึงเฮ นายจะให้ฉันไว้ใจกยูฮยอนงั้นเหรอ? นายก็เห็นท่าทางมันอยู่นี่ ตอนที่มันเห็นหน้านาย มันแทบจะทรุดลงไปตรงนั้นเลยด้วยซ้ำ........ฉันไม่ใช่คนโง่หรอกนะ ฉันรู้ความรู้สึกของกยูฮยอน....ตั้งแต่ตอนที่ทงเฮอยู่กับฉัน!!”
คิบอมถลึงตา แต่ซึงเฮกลับหลับตานิ่ง
“มันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้....ว่าความสัมพันธ์ระหว่างกยูฮยอนกับทงเฮมันจะเป็นไปยังงัย?”
“ที่ทงเฮไม่ยอมกลับมา ที่ทงเฮให้มันปิดบัง...แล้วก็...........”
คิบอมกลืนน้ำลายหนืดๆลงคออย่างยากลำบาก มันยากที่จะพูดออกมาให้หมด ในเมื่อคำพูดพวกนั้นมันช่างเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปข้างใน
“ฉันทำอะไรไม่ได้....เพราะทำไป ทงเฮก็ไม่ได้กลับมา ทงเฮยังอยู่กับมัน!”
เปลือกตาบางค่อยๆลืมขึ้นเพื่อจ้องมองไปยังบุคคลที่เขาขอขนานนามให้ว่า ‘ไอ้คนโง่!’ ก่อนจะพูดบางอย่างออกไป
“แทนที่นาย จะมาทำเรื่องบ้าบอไม่มีประโยชน์กับกยูฮยอน.......ทำไมนายไม่สนใจคนของนายบ้าง จะได้รู้งัยล่ะ ว่าทำไมเค้าถึงไม่กลับ ทำไมเค้าถึงต้องปิดบัง แล้วทำไม กยูฮยอนต้องเป็นแบบนั้น!!”
“...........”
“ฉันไม่แปลกใจซักนิด ที่ทำไม....ทงเฮถึงได้ทิ้งคนอย่างนายไป”
เสียงที่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ช่างตอกย้ำ ตอกย้ำให้หัวใจที่ช้ำอยู่แล้ว แทบแตกสลายย่อยยับ เสียงฝีเท้าที่ก้าวออกไปเพียงแผ่วเบาไม่ได้กระทืบปึงปังอย่างที่ควรจะเป็น ช่วยทำให้เค้ารู้..ว่าตอนนี้ เหลือแค่ตัวเขาเพียงลำพัง อยู่กับตัวเอง..
ให้ได้เก็บเอาคำพูดพวกนั้นมาคิดตรึกตรอง
ให้ได้ถามตัวเองซ้ำๆ ถึงเรื่องราวที่ผ่านมา
ให้ได้พิจารณาตัวเองอย่างถี่ถ้วน ว่ามันเป็นเพราะอะไร
ทงเฮถึงได้ทิ้งเค้าไป!
..
“ไม่ง่วงนอนเหรอครับ?”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มดังเบาๆท่ามกลางสายลมหวิวที่พัดเพียงแผ่วเบาแต่กลับเย็นเยือกไปถึงขั้วหัวใจ กยูฮยอนทำลายความเงียบที่เคลื่อนปกคลุมทั่วบริเวณจนนานเกินไป
แต่กระนั้น..เขาก็ยังทำไม่สำเร็จ เมื่ออีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉย
“พี่ทงเฮครับ...”
“นายว่าคิบอมเค้ายังรักฉันอยู่รึเปล่า?”
อยู่ๆร่างเล็กก็หันกลับมาเต็มตัว ปากแดงๆเอ่ยถาม ขอบตาช้ำๆช้อนลูกตาสีสนิมขึ้นมองคนตัวสูงในทันทีที่คำถามจบ
“รักสิครับ...”
“วันนี้..เค้ายังบ่นคิดถึงพี่อยู่เลย”
ไอ้งั่งกยูฮยอน...เขาที่งอกอยู่ตอนนี้ยังใหญ่ไม่พอประจานความโง่ของตัวเองอยู่หรือไร ถึงได้เสาะแสวงหาอันที่ใหญ่กว่ามากนัก
ภายนอก..ยังดูเรียบเฉย
ทั้งที่ภายใน กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
หัวเราะให้กับความโง่บรมที่ไม่มีใครเกิน
กยูฮยอนคนนี้มันโง่!
“จริงสิ...ยังคิดถึงกันอยู่อีกเหรอ? คิดถึงแล้วทำไมถึงไม่โทรหา คิดถึงแล้วทำไมถึงไม่มาตามฉันกลับไปล่ะ? คิดถึง..มันแค่การบ่นเท่านั้นเองเหรอ กยูฮยอน?”
...พี่กำลังทำอะไร พี่เล่นอะไร!!!...
“ฉันสิ คิดถึงเค้ามาก คิดถึงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว!!”
ร่างเล็กแหกปากตะโกนลั่นท้องฟ้ากว้างที่ไร้ดวงจันทร์และดวงดาวทอแสงระยิบระยับ ปล่อยโฮแข็งกับเสียงหัวเราะในใจกยูฮยอน
....ผมสิ ผมคือคนที่บ้าตายไปแล้ว ไม่ใช่พี่!....
...ตอบผมทีเถอะ พวกพี่เล่นอะไรกันอยู่!!!....
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่รักเค้าแล้ว ฉันถึงไม่กลับไป ...ฮึก! ฉันก็แค่....กลัว..กลัวว่าพอกลับไป...ฉัน....อาจจะเป็นแค่.....ฮึก...คนที่ไม่มีความหมาย ในเมื่อเค้าลืมฉันไปแล้ว!!”
“กยูฮยอน..น ฉัน..ฮึก...ไม่ได้ไม่รักเค้า.....”
ร่างบางยืนโงนเงนก้มหัวร้องไห้โดยที่มือเล็กไม่ได้ใช้เช็ดหยาดน้ำตาซักหยดเดียว ทงเฮกำลังรน้องไห้อย่างหนัก อย่างที่กยูฮยอนเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
ความไม่เข้าใจเริ่มผูกรัดจนเป็นเกลียวแน่นหนา หากแต่มันกำลังบีบรัดหัวใจของกยูฮยอนในคราเดียวกัน มือหนาเอื้อมไปกุมข้อแขนเล็กๆที่สั่นเทา
“พี่กำลังเล่นอะไร!!!”
“ก..ยู.....”
“สนุกมากใช่มั๊ยครับ ที่ปั่นหัวคนโง่ๆอย่างผม สนุกนักใช่มั๊ย ที่เอาความรู้สึกของผมมาล้อเล่นแบบนี้!!” แรงบีบจากปลายนิ้วทั้งสิบ แล่นริ้วขึ้นมาตามต้นแขนของร่างเล็กจนชาไปหมด ทงเฮร้องลั่นเพราะความเจ็บปวดทว่ากยูฮยอนก็ไม่คิดจะปล่อย
สายตาแข็งกร้าวยังคงจ้องเขม็งราวจะกรีดลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่แดงช้ำ อาการโมโหจนหน้าดำหน้าแดงของกยูฮยอนพาลแต่จะทำให้ทงเฮสั่นเทิ้มยิ่งกว่าเดิม เสียงสะอื้นฮักขาดหายไป ทงเฮรู้สึกว่าปากตัวเองมันสั่น...จนพูดอะไรออกไปไม่ได้อีกแล้ว
แม้ว่าแรงกดที่กระดูกต้นแขนมันจะเพิ่มมากขึ้น จนทงเฮก็เริ่มคิดว่ามันอาจจะทำให้แขนเขาหักก็เป็นได้ แต่เพราะความงงงวย สับสนที่วนเวียนและแทรกซึมอยู่ทุกอณูบริเวณไม่สามารถทำให้เขาแสดงความเจ็บปวดใดๆออกมาได้เลย นอกจากพยายามจ้องแววตาสีดำขลับที่เริ่มสั่นระริก
“กยูฮยอน..นายเป็นอะไร.....”
กยูฮยอนรั้งร่างบางเข้าไปจมอยู่ในอ้อมกอดและรัดแน่นเหมือนกับกลัวจะสูญเสียคนๆนี้ไปหากแค่ปล่อยมือ คางแหลมๆซุกลงกับไหล่เล็ก พูดทั้งที่ริมฝีปากยังฝังอยู่กับกลุ่มผมหนานุ่ม
“พี่ไม่รู้จริงๆ หรือว่าแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่”
“.....” ทงเฮพยายามผลักคนตัวสูงนี่ออก แต่มันก็ยากเหลือเกิน เมื่อมีท่อนแขนแข็งแรงพันธนาการอย่างแน่นหนาอยู่อย่างนี้ กยูฮยอนกระชับอ้อมกอดจนแนบสนิท..หัวใจแนบหัวใจ
“กยูฮยอน...ปล่อย..”
“ไม่!”
“กยูฮยอน!! นายมันบ้าไปแล้ว!!”
“ใช่ ผมมันบ้า บ้าที่หลงรักพี่ยังงัยล่ะ!!!!”
“.......”
“หลงรัก ทั้งๆที่ก็รู้ว่าพี่มีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว หลงรัก..ทั้งๆที่ก็รู้ว่าพี่คงไม่มีใจ หลงรัก..หลงรัก...หลงรัก....”
“........” ร่างบางเงียบไปพักใหญ่ เพราะอึ้ง โกรธ หรือจะอะไรก็แล้วแต่ที่กยูฮยอนไม่อาจรู้ได้
แต่ที่รู้ คือเขาได้พูดมันออกไปแล้ว
เขาได้สารภาพรักกับคนๆนี้ไปแล้ว
และเขา ก็เป็นคนเลวที่ทรยศเพื่อนคนนึงไปแล้ว ..เช่นกัน
ทงเฮผละออกจากอ้อมกอดได้ง่ายดายกว่าตอนแรกมากนัก เขาไม่ได้วิ่งหนี แต่กำลังยืนนิ่งและเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆกับกยูฮยอน
“พาฉันกลับทีสิ...”
“พาฉันกลับโรงพยาบาลที.....~”
..
คิบอมกำลังมุ่งหน้าไปยังที่ๆเป็นที่อยู่ของหัวใจ
คำพูดทุกคำพูดของซึงเฮยังคงวนเวียนอยู่ในหัวสมองที่ว่างเปล่า
ปลายเท้าหยุดลงที่หน้าประตูห้องหมายเลข 7207 ห้องผู้ป่วยพิเศษ...
..เขาคง..จะตัดสินใจถูกนะ...
ก่อกๆ!
ร่างบางที่กำลังยืนทอดอารมณ์อยู่ที่ระเบียงไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดมุ่งหมายหันกลับมาทั้งตัว ก่อนจะเดินไปเปิดอย่างเชื่องช้า
“ไม่ได้ซ้อมเหรอ กยูฮยอน”
“.........”
ทันทีที่เรียวหน้าได้เงยขึ้นจนมองเห็นร่างสูงเต็มสายตา ขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เจ้าตัวยกมือขึ้นปาดปัดน้ำตาที่ยังไม่ทันได้ไหลลวกๆ แล้วรีบดึงประตูกลับ แต่ก็ช้าว่าท่อนแขนยาวๆของอีกคนอยู่ดีที่ดึงกลับไว้ให้เปิดออกอีกครั้ง
“ทงเฮ! ผมมาหาคุณนะ!!”
“ทงเฮ!!” เปลี่ยนจากกุมลูกบิดประตูเป็นกุมข้อมือเล็กแทน ก่อนที่ร่างบางจะได้หันหลังเดินหนีไปเสียก่อน เพียงแค่ออกแรงน้อยๆคนที่ไม่มีเรี่ยวแรงเพราะนอนไม่เพียงพออย่างทงเฮก็ปลิวเข้าสู่อ้อมอกที่แสนคุ้นเคย
...ในที่สุด เขาก็ได้คนๆนี้มาไว้ในอ้อมแขนเหมือนอย่างเมื่อก่อน...ทงเฮกำลังอยู่ในอ้อมกอดที่ร้างว่างเปล่ามาเกือบเดือน
บ่อน้ำตาที่มันใกล้จะล้นทะลักทุกทีๆ ถึงคราวปลดปล่อยเสียแล้ว
แค่ได้กลิ่นที่โหยหา...
แค่ได้รับความอบอุ่นที่แสนคิดถึง
แล้วใครจะรู้บ้างว่า....น้ำตาของลูกผู้ชายที่ชื่อ โจวกยูฮยอนมันก็กำลังไหลอาบแก้ม....เช่นกัน
To be continue >>
กา-เท่-เร่ 's talk :: จริงๆมันต้องลงที่นี่ก่อนถึงจะถูกชิมิ??
แต่น้ามเจือกลงที่เอสเอ็มก่อนหง่ะ -*-
พาร์ทนี้ รันทดๆหัวใจยังงัยก็ไม่รู้เน๊อะ? สงสารกยูเลย
นี่ขนาดเขียนเอง..
แง่มๆ อากาศหนาวแล้ว ดูแลสุขภาพด้วยนะจ้ะ =)
edit @ 1 Dec 2007 17:30:57 by กา-เท่-เร่
![[ หน้าบ้าน]](http://img224.imageshack.us/img224/993/mylink06mp6.jpg)
![[ + ห้องนั่งเล่นของกาเท่เร่ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2691/mylink01uv4.jpg)
![[ + ไฮไฟของน้าม ]](http://img224.imageshack.us/img224/2468/mylink03xn7.jpg)
![[ + บล็อกฟิคคยูเฮ]](http://img146.imageshack.us/img146/9824/mylink12lj2.jpg)
![[ ไอดีของกาเท่เร่]](http://img224.imageshack.us/img224/6712/mylink07ah1.jpg)
![[ + บล็อกอิลิ้งค์ ]](http://img224.imageshack.us/img224/1165/mylink02kv7.jpg)
![[ + ไฮโกะของหนิง ]](http://img337.imageshack.us/img337/6716/mylink04op5.jpg)
![[ + ไฮไฟของอีฟ ]](http://img224.imageshack.us/img224/2826/mylink05ja0.jpg)
![[ + คนรักฟิคชั่น ]](http://img525.imageshack.us/img525/1350/mylink08aj9.jpg)
![[ + ดินแดนใต้ดิน]](http://img224.imageshack.us/img224/7627/mylink09hd6.jpg)
![[ + Space]](http://img80.imageshack.us/img80/2805/mylink10bu3.jpg)
![[ + 4 Donghae ]](http://img221.imageshack.us/img221/5053/mylink11wf4.jpg)
แต่ก็สงสารบอมด้วยง่า
รักด๊องมากมาย T^T อ่านไปแอบน้ำตาไหลไป
ด๊องจะเลือกใครกัน ต้องรอติดตามตอนต่อปาย
ปล.แต่งฟิคเก่งจังง่า แต่งได้รันทดสะใจผู้อ่านมากมาย
แล้วก็ขอบคุณที่แวะไปอ่านฟิคเค้านะ
#1 By Someone U don't know (203.118.98.91) on 2007-12-01 19:43