[FIC] 1 become 2 ::6::

posted on 26 Nov 2007 00:02 by katere  in Fic-1become2

: Part 6 :

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

กึก...

  

ส้นเท้าที่ถูกหุ้มไว้ด้วยคอนเวิร์สสีเรียบหยุดนิ่งเมื่อพบกับร่างสูงของเพื่อนร่วมวง รอยยิ้มยากแก่การคาดเดาความรู้สึกวาดขึ้นเย็นๆที่ริมฝีปากบางเฉียบบนใบหน้าหล่อคม

  

แม้ภายนอกจะดูไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับอากัปกิริยาแปลกๆของคนตรงหน้า แต่ภายในกลับเย็นวูบไปทั้งร่าง

  

กายภาพเป็นงัยบ้าง? กยูฮยอน

  

ก็..ก็ดี อยากกลับมาเต้นกับเพื่อนๆพี่ๆจะแย่อยู่แล้ว ล้วงมือลงในกระเป๋าเสื้อยืดแขนยาวสีดำขลิบขาว ส่งยิ้มในแบบที่เป็นของกยูฮยอนกลับไป

  

แล้วนายมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ ถึงไม่เข้าไปซ้อม

  

มารอรับนายนั่นแหละ

  

เห?? งั้นเหรอ?

  

คิบอมเคลื่อนตัวเข้ามาประชิด เหลือระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเพียงไม่กี่ก้าว

  

ฮยอกแจฝากฉันมาทวงแผ่นเกมส์กับนาย เค้าไม่กล้าทวงเองน่ะ

  

อ้อ...คิดว่าเรื่องอะไร

 

 

 

     

.

 

 

 

     ทั้งที่อยากจะพูด แต่ทำได้แค่เพียงพูดอยู่ในใจ ในความรู้สึก

ทั้งที่มั่นใจในข้อสันนิษฐานของตน แต่กลับยังไม่แน่ใจ จนไม่กล้าจะกล่าวหาใคร...

  

กยูฮยอน! มาแล้วเหรอ? ซองมินวิ่งโร่มาเกาะท่อนแขนหนึบ รีบไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ เป็นงัยบ้าง ดีขึ้นแล้วใช่มั๊ย??

  

อือม์ตอบรับกระต่ายน้อยแห่งซูเปอร์จูเนียร์ หากแต่เรียวตารียาวกลับเหลือบมาทางร่างสูงที่เพิ่งผละออกมา

  

ดีจัง จะได้มาเต้นกับพวกเราเนอะๆ หันไปหาแนวร่วมจากฮีชอลและเรียววุกที่เพิ่งออกมาจากห้องซ้อมที่อยู่ไม่ไกล

  

คิบอมจำต้องถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว แล้วมองตามแผ่นหลังของกยูฮยอนที่ถูกกึ่งดึงกึ่งลากจากบรรดาเพื่อนร่วมวง

  เขายังพูดอะไรออกไปไม่ได้..

ตราบใดที่ยังไม่มีข้อยืนยันให้แน่ชัดไปกว่าความคิดของตัวเอง....

 

 

 

 

 

 

 

         ..              

อะไรเล่า? ร่างเพรียวที่ถูกมือหนาลากให้ขึ้นมายังชั้นดาดฟ้ายามค่ำคืนแทนที่จะได้นอนหลับสบายๆบนเตียงนุ่ม ร้องโวยวายที่ถูกขัดใจ ไม่พอยังพยายามดิ้นรนการจับกุมนั้นเพื่อวิ่งหนีกลับห้องอีกต่างหาก จนคนตัวสูงต้องใช้มือที่ว่างอยู่อีกข้าง รั้งอีกแรงถึงจะเอาอยู่

  

เงียบๆ

  

นี่นาย..จะทำอะไรฉันน่ะ!!”

  

สายลมเย็นเฉียบพัดกระทบใบหน้าจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว ร่างบางในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้นที่เขามักจะสวมเวลานอนเป็นประจำยืนกอดตัวเองแน่น สั่นเทิ้มจนอีกคนยังรู้สึกได้

  

คิบอมถอดเสื้อแจ็กเก็ตหนังตัวนอกที่เขาสวมใส่ตั้งแต่เมื่อกลางวันออก

  เห็นดังนั้นซึงเฮก็ตกใจหน้าซีดขึ้นไปอีก ถอยกรูดจนไปติดกับขอบดาดฟ้าอีกทางอย่างรวดเร็ว จะทำอะไรน่ะ อย่านะ นี่นายเก็บกดรึงัย ที่ทงเฮไม่อยู่น่ะ ห้ะ?!!”อย่านะ!!!!”

พยายามถอยทั้งๆที่ไม่มีที่จะไป แขนเล็กยกขึ้นปัดป้องคนที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

  

เสื้อแจ็กเก็ตตัวหนาถูกโยนมาจากมือของคิบอม คลุมหัวเล็กๆของซึงเฮอย่างแม่นยำ ถ้าหนาวก็ใส่ซะ วันนี้นายต้องอยู่ที่นี่ทั้งคืน

  

ว่างัยนะ!!!”

  

หูหนวกรึงัย ต้องให้พูดซ้ำสองอยู่เรื่อย นายต้องอยู่ที่นี่ทั้งคืน เข้าใจมั๊ย??

  ไม่อ่ะ..ไม่เอา ฉันจะไปนอน เร็วยิ่งกว่าคำพูดที่ยังไม่จบดี ร่างบางก็วิ่งปรื๋อตรงดิ่งไปที่ประตูทางขึ้นดาดฟ้า แต่กระนั้น ก็ยังช้ากว่าคิบอมอยู่ดี ไม่ต้องวิ่งตาม เพียงแค่ยื่นมือออกไปดึงชายเสื้อของชายหนุ่มตัวเล็กไว้แค่นั้น ร่างบางก็ปลิวหวือกลับสู่ตำแหน่งเดิม

โอ๊ย!”

  

นายต้องซ้อมเต้น กับฉัน!”

  

ปล่อยให้คนดื้อยืนอึ้งอยู่ที่เก่า ร่างสูงก็เดินไปหยิบเครื่องเล่นซีดีที่ซึงเฮไม่ได้สังเกตว่าตอนที่เขาโดนดึงขึ้นมา คิบอมจะถือมันมาด้วย มาวางไว้ตรงหน้าแล้วกดปุ่มเพลย์

  

คิบอมเดินกลับมา ดึงเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองกลับไป แต่มันก็ถูกหยิบมาสวมใส่ให้เหมือนเดิม โดยวิธีที่คล้ายๆแต่งตัวตุ๊กตา

  

เริ่มนะ

  

แต่ฉันเต้นไม่เป็นนี่ ยังคงดื้อได้อย่างคงเส้นคงวา

  

ดูฉัน

  

ฉันเต้นไม่เป็น~”

  

ไม่ได้คิดจะฟังคำทักท้วงจากคนตัวเล็ก คิบอมก็เริ่มออกท่าสเต็ปแรกแล้วหยุดให้อีกคนเต้นตาม ทว่า.เขากลับยืนนิ่ง กอดอกหันหน้าหนี

  

ดูอีกทีนะ

  

ท่าทางที่ไม่ใส่ใจ มีแต่จะทำให้ซึงเฮเป็นบ้าเร็วขึ้น ..แต่ไอ้นิสัยดื้อของเขาน่ะ มันมีมากกว่านิสัยเย็นชาของคิบอมอยู่แล้ว ก็เอาสิ..อยากรู้เหมือนกัน ว่าใครจะแน่กว่ากัน...

  

ร่างบางยังคงกอดอกหันหน้ามองเรื่อยเปื่อย แหงนหน้าดูดาวบ้าง ก้มหน้าเอาเท้าเขี่ยพื้นบ้าง

  

ดูเหมือนนายจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นะ

  

คิบอมเหลือบตามอง แล้วยกยิ้มที่มุมปาก...ก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเด็กดื้อน่ะ จะทนความด้านของเขาได้นานแค่ไหนกัน...

  

ตานายทำมั่งแล้ว

  

คิมคิบอม!! ฉันบอกว่าฉันเต้นไม่เป็นยังงัยล่ะ?

  

ก็ทำไมไม่ลองล่ะ

 

   

ฮึ่ย!!!

  

สะบัดผมสีน้ำตาลอ่อนจนกระเจิง ทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ แต่ก็ต้องยอมทำตามอยู่ดี

  

...ไม่ใช่ว่ายอมแพ้นะ ก็แค่สงสาร เห็นเต้นจนเหงื่อซกขนาดนั้น...

  

เสียงหัวเราะหึดังเบาๆจากปากหยักได้รูป พลางส่ายหัวระอากับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย แม้มันจะน้อยกว่าของเขาอยู่มากทีเดียว

  

ทำยังงัยนะ ท่าเนี้ย ที่เหมือนไส้เดือน ไอ้ขะยึกๆเนี้ย?

  

เค้าไม่ได้เรียกว่าท่าไส้เดือน เค้าเรียกว่า....

  

เออๆ รู้แล้ว ไม่ต้องบอก

  

คิบอมยิ้มล้อๆ แต่ก็สาธิตท่าที่ว่าอีกครั้ง

 

   

....จริงๆ นอกจากกลิ่น มีอีกอย่างนะ ที่ทำให้ซึงเฮแตกต่างกับทงเฮโดยสิ้นเชิง...

  

ก็ท่าเต้นที่เหมือนลิงโดนพยาธิชอนก้นยังงัยล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

              

..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

              

วันที่สองที่กยูฮยอนออกจากโรงพยาบาล นั่นก็คือวันที่สองสำหรับการเข้าร่วมซ้อมเต้นกับเหล่าสมาชิกที่เหลือด้วย

  

เช้าตรู่ก่อนเวลานัด ชายหนุ่มเลือกมุมเล็กๆในร้านเบเกอรี่เยื้องบริษัทนิดหน่อยเป็นที่นั่งหลบมุมเพื่อจิบกาแฟร้อนๆ วันที่อากาศเย็นเพราะลมหนาวที่เริ่มพัดเข้ามาเมื่อฤดูใบไม้ผลิกำลังจะจากไป ช่างเหมาะกับการได้ดื่มเครื่องดื่มร้อนๆรสนุ่มลิ้นเสียนี่กระไร

  

คอฟฟี่ลาเต้ถ้วยกะทัดรัดถูกเสิร์ฟลงตรงหน้า ไอหอมกรุ่นของเอสเปรสโซและนมร้อนที่ผสมกันอย่างลงตัวลอยแตะจมูก...แต่ที่ดูจะดึงดูดความสนใจจากชายหนุ่มมากกว่ากลิ่นหอมๆนั่นคงจะเป็นผิวกาแฟที่ถูกปิดทับด้วยนมตีฟองเพื่อรักษาความอุ่นและครีมช็อกโกแลตซึ่งถูกตกแต่งจนเป็นรูปหัวใจ

  

ใบหน้าหวานๆลอยเข้ามาในหัวอย่างห้ามไม่ได้...ลีทงเฮ

  

มือถือเครื่องสีดำสนิทถูกหยิบขึ้นมาเปิดโหมดกล้องถ่ายรูปและนิ้วเรียวที่ตามไปกดปุ่มชัตเตอร์

  

แชะ!!

  

มีความรักรึงัย?

  

น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากบุคคลที่เพิ่งมาใหม่ กยูฮยอนเงยหน้าขึ้นมองและพบกับร่างสูงที่ยืนยิ้มในแบบที่เดาความหมายไม่ได้ ก่อนที่คิมคิบอมจะอัญเชิญตัวเองให้นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่รอคำชวน

  

ก็ถ่ายไปเรื่อย เห็นว่าสวยดี เก็บมือถือเครื่องจิ๋วลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม พยายามปั้นสีหน้าให้ดูปกติที่สุด แม้มันจะดูไม่ค่อยปกติในสายตาคิบอมซักเท่าไหร่

  

คิบอมรับเมนูมาจากบริกรสาวในเครื่องแบบสีน้ำตาลอ่อนเข้ากับบรรยากาศร้านที่ดูอบอุ่น สั่งเอสเปรสโซหนึ่งที และหันกลับมาทางกยูฮยอนที่กำลังจิบกาแฟจากถ้วยกระเบื้องในมืออีกครั้ง

  

ทงเฮ..

  

เขากล้าสาบานได้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นเรื่องจริง..เรื่องจริงที่ว่า ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามเกิดสำลักลาเต้พรวดออกมาทันทีที่ได้ยินชื่อๆนี้

  

โทษ..โทษที พอดีฉันด่วนกินไปหน่อย คว้ากระดาษทิชชูเช็ดปากที่เปรอะไปด้วยคราบสีน้ำตาลพลางพยักเพยิดให้คิบอมพูดในสิ่งที่เพิ่งพูดค้างไว้ต่อ

  

ทงเฮเค้าหายไปจากบ้านมาเกือบอาทิตย์แล้วน่ะ

  

แล้ว...ได้ข่าวบ้าง..รึเปล่าล่ะ? คำถามเพียงสั้นๆ หากแต่มันกลับพูดออกไปได้ยากราวกับกำลังคิดบทสุนทรพจน์บทหนึ่ง

  

อีกคนหัวเราะหึอยู่ภายในใจ..บางทีข้อสันนิษฐานของเขาอาจจะเป็นจริงขึ้นมาก็ได้ ใครจะไปรู้

  

อื้ม..หลังจากที่ทงเฮไม่รับสายฉันไปหลายวัน เมื่อวานฉันตัดสินใจโทรไปปรับความเข้าใจกับเค้า...

  สมาชิกลำดับที่สิบสามแห่งซูเปอร์จูเนียร์กำลังตั้งใจฟัง ลืมเสียสนิท..ว่าท่าทางอาการแบบนั้น มันเป็นพิรุธยิ่งนัก  

ทงเฮ....จะกลับอพาร์ตเมนต์มะรืนนี้

 

  

..

  

..

  

..

  

.............

  

เฮ้อ~ ฉันล่ะโล่งอกอย่างกะยกภูเขาไฟฟูจิออกจากอกแน่ะ เลยอยากระบายให้นายฟังนิดหน่อยน่ะ

  

อืมม์ ดีใจด้วยนะกยูฮยอนคงไม่รู้เลยซักนิด ว่าสีหน้าของเขามันเป็นแบบไหน...คิบอมล่ะอยากจะบอกให้เหลือเกิน ว่าไอ้สีหน้าสลดแบบนี้ ชาวบ้านชาวเมืองเรียกกันว่า เสียใจ

 

   

..คิบอมตอบตัวเองไม่ได้หรอก ว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกสงสัยเพื่อนร่วมวงรุ่นน้องที่มีอายุห่างกันไม่ถึงปีอย่างกยูฮยอน และคิบอมก็ไม่อยากจะตอบอีกเหมือนกันนั่นล่ะ..ว่าบางที มันอาจจะเป็นเพราะเซ้นต์ก็เป็นได้

  

ยิ่งเห็นสีหน้าและอาการที่เขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่ามันจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของกยูฮยอน ที่มากกว่าคำว่า ตกใจมันก็ยิ่งแต่จะทำให้เขาอยากค้นหาเหตุผล....เหตุผลที่ว่าทำไมกยูฮยอนถึงต้องปิดบังเรื่องของทงเฮ

  

เพราะอยากช่วย..??

  

หรือเพราะอย่างอื่นกันแน่..??

 

 

 

 

        ..             

การซ้อมของวันนี้ เขายอมรับว่า ตัวเองทำได้ไม่ดีเอาเสียเลย..กยูฮยอนออกมานั่งทอดอารมณ์อยู่ที่ระเบียงตึก มองดูความวุ่ยวายของสังคมเมืองที่ไม่เคยหยุดหย่อน ล้วงกระเป๋าหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า

  

...จะว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวก็คงจะถูก...

 

 

 

 

       

..

 

 

 

 

       

ปุ่มโทรออกและ ปุ่มวางสายถูกปลายนิ้วมือนิ่มเลื่อนผ่านอย่างชั่งใจหลายต่อหลายครั้ง

  

ทงเฮจะไม่ลังเลที่จะเลือกกดระหว่างสองปุ่มนี้ หากหน้าจอมือถือที่ไฟเพิ่งดับลงไปเมื่อครู่ จะไม่ได้ถูกเปิดคาไว้ที่รายชื่อ

  

คิบอม

  

นิ้วเรียวเลื่อนกลับไปยังปุ่มสีเขียวด้านซ้ายมือ

  

โทรออก

  

.............................

  .................  ........................  .........  

..............

  

........

 

 

     

((ปิ๊บๆ ปิ๊บๆ!!))

  

ร่างบางสะดุ้งเล็กๆ เมื่อหน้าจอแทนที่ด้วยเสียงรับข้อความ ก่อนจะเลิกล้มความคิดที่จะโทรหาคิบอมเป็นกดอ่านเมซเซสนั้นแทน

 

   

กาแฟร้อนๆสำหรับคนเหงาๆ

 

ถ้าดื่มกาแฟถ้วยนี้ล่ะก็...คุณจะต้องหายเหงาแน่ๆครับ

 

การันตีโดย เชฟกยูฮยอน =)

  

ปล. อย่ามัวแต่นั่งเหงา ถ้าหน้าแก่ขึ้น ผมไม่รับผิดชอบน้า~’

 

  ตัวอักษรที่คนอ่านรับรู้ได้ว่าคนพิมพ์มาให้นั้นบรรจงเรียงร้อยมากแค่ไหน รอยยิ้มบางเบาเช่นปอยนุ่นที่แทบไม่รู้สึกผุดขึ้นมาแต่งแต้มกลีบปากสวย ทงเฮเผลอยิ้มกว้างกว่าเดิม เมื่อเมซเซสดังกล่าวถูกส่งมาพร้อมกับรูปถ่ายของถ้วยกาแฟหน้าตาน่ารับประทาน             ..               

ก่อกๆ!!

  

ร่างแบบบางกระโดดลงจากเตียงเหล็ก พุ่งไปเปิดประตูทันทีเพราะรู้อยู่แล้วว่าเบื้องหลังบานประตูนั้นต้องเป็นใคร และเขาก็เดาไม่ผิดจริงๆ เมื่อพบกับร่างสูงโปร่งที่โปรยยิ้มแฉ่งมาให้

  

ยิ้มมากๆ เดี๋ยวเหงือกบานนะ

  

กยูฮยอนปิดประตูตามหลัง และเดินตามคนตัวเล็กที่วิ่งกลับไปประจำที่เดิมที่สิงสถิตอยู่ก่อนหน้านี้

  

หอบอะไรมาอ่ะ ถามทั้งที่ตาแป๋วยังไม่ละจากจอโทรทัศน์

  

อาหารญี่ปุ่น

  

แค่คำสั้นๆ แต่ก็มีอิทธิพลทำให้ทงเฮเลิกสนใจหน้าเห่ยๆของพิธีกรในจอสี่เหลี่ยมได้ผลชะงัดเชียวล่ะ สองมือเล็กๆคว้าเอาถุงพลาสติกสีสวยจากมือกยูฮยอนไป และจัดแจงดึงเอาอาหารสุดโปรดออกมา

  

มีทั้งเทมปุระ ซูชิ ปลาดิบ ทงคัตซึ และอีกเยอะแยะที่น้องเล็กคนนี้สรรหามาให้

  

โห! น่ากินทั้งนั้นเลยอ่ะ หิวแล้วๆ

  

ไม่ได้กินข้าวกลางวันรึงัย?

  

ยัดซูชิก้อนโตเข้าปากเคี้ยวหยับๆ ไม่ลืมที่จะตอบคำถามโดยการพยักหน้ารัวๆ

  

อารมณ์ดีมาจากไหนเนี่ย? ปกติ ชอบบ่นผมไม่ใช่เหรอ? นี่ผมคิดว่าจะโดนดุเรื่องที่ซื้อของกินมาเยอะเกินจำเป็นซะอีก

  

พูดอย่างงี้ อยากโดนเทศน์รึงัย ห้ะ?

  

ม่ายอ่ะ^^” ว่าพลางหยิบเอาเทมปุระเข้าปากบ้าง

  

มื้อเย็นเล็กๆบนเตียงคนไข้ในห้องผู้ป่วย VIP ดำเนินไปช้าๆ ทว่าอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม ทงเฮเอาแต่กินไม่ยอมพูดจา ส่วนอีกคนเอาแต่พูดจาไม่ยอมกิน พูดเรื่องอะไรน่ะเหรอ?

 

ก็สัพเพเหระ บ้างก็นิยายที่แต่งขึ้นเอง บ้างก็เอาเรื่องตลกที่ฟังมาจากฮีชอลมาเล่าต่อ

 

แต่ไม่ว่าเรื่องอะไร ก็ดูจะเรียกรอยยิ้มกลั้วเสียงหัวเราะจากร่างเล็กตรงหน้าได้ทุกเรื่องไป

  

กระทั่งเรื่องสุดท้าย..

  

พี่ทงเฮ ยังจะอยู่ที่นี่ต่อเหรอครับ

  

เอ๋า ไอ้เด็กบ้า! ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่ แล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหนล่ะ?

  

ก็ผมไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว...เผื่อว่าพี่....   ...อยากกลับอพาร์ทเมนต์... เขาทำได้เพียงพูดต่อในใจให้เป็นแบบนี้ โดยที่ความเป็นจริง.. อาจจะเหงา ยิ่งกลัวผีอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ?!”

  

ไอ้กยูฮยอน หุบปากไปเลยนะ!!” ตะเกียบเหล็กถูกคนตัวเล็กใช้ชี้หน้าอาฆาตต่างเรียวนิ้วสวย ดวงตากลมๆหรี่ระยิบระยับคล้ายจะขู่ แต่มันกลับน่ามองในสายตาของเขาเอง

  

ยังจะมองหน้าอีก อะไร? คิดว่าฉันเป็นลูกแหง่ติดนายเหมือนติดแม่รึงัย?

  

ก็ทำนองนั้น

  

ไอ้....

  

อะไรครับ? หน้าหล่อๆถูกยื่นไปจนเกือบชิดติดจมูกเล็กโด่งรั้น

  

อี๋!!! ปากเหม็น!!!”

  

ไม้ตายของลีทงเฮ ถูกงัดเอามาใช้อีกครั้ง และมันก็มักจะใช้ได้ผลอยู่ร่ำไป..แต่ว่าได้ผลไม่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์นะ..

  

ไม่เหม็นซักหน่อย อยากพิสูจน์มั๊ยล่ะครับ?

  

แหวะ!”

  

เด็กฉลาดแกมโกงยักคิ้วแบบกวนประสาทให้ทีนึงจนคนตัวเล็กทนไม่ไหวต้องรีบเก็บกวาดเศษซากอาหารเย็นแล้วเอาไปทิ้งที่ถังขยะหน้าห้อง กลับมาอีกที ร่างสูงยาวเก้งก้างก็ไปนอนแผ่ตีพุงอยู่ที่โซฟานุ่มซะแล้ว

  

กยูฮยอน ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ นั่นมันที่ของฉัน

  

พี่นอนบนเตียงไม่ใช่เหรอ?? น่า..ผมขอนอนคืนเดียวเอง หนังท้องก็ไม่ได้ตึง หนังตาก็ไม่ได้หย่อน แต่เขาก็ยังสามารถเล่นบทคนอิ่มแปล้ได้อย่างสมบทบาท หันหน้าหนีโดยการเอาไปมุดไว้กับหมอนนุ่มๆลายชื่อโรงพยาบาล แต่กลับหอมละมุนไปด้วยกลิ่นของพี่ชายตัวเล็ก

  

ไม่เอา นายนั่นแหละต้องไปนอนบนเตียง เตียงคนไข้น่ะแข็งจะตายไป ขืนฉันไปนอนก็ไม่ต้องลุกกันพอดีน่ะสิ ปวดหลังตาย!”

  

แล้วพี่ไม่สงสารผมรึงัย ผมต้องไปซ้อมเต้นนะ แถมหลังผมก็เพิ่งหาย

  

ไม่! นายตัวโตกว่าฉัน แล้วก็ชอบทำตัวเป็นพี่ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมไม่เสียสละให้น้องมั่งล่ะ!!”

  

ยอมรับแล้วเหรอ? ใบหน้าหล่อจัดหันขวับมาจ้องคนข้างบนที่ท่อนแขนทั้งสองกำลังรั้งไหล่กว้างจะให้ลุกออกเสียให้ได้

  

ออกไปเลย!!” คิดว่าเล่นแบบนี้แล้วทงเฮจะโกรธจนลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงของการพูดไอ้ประโยคเมื่อ 10 วิ.ที่แล้วไปงั้นเหรอ? ไม่มีทาง

  

ทงเฮใช้ทีเผลอผลักตัวร่างสูงให้พ้นทางแล้วทุ่มตัวลงไปหวังจะครอบครองโซฟาตัวนุ่มนั่น แต่เขาก็ไม่รอบคอบอีกนั่นแหละ เพราะกยูฮยอนก็รู้อยู่แล้วว่าคนตัวเล็กต้องมาแผนนี้ เลยขืนตัวเองเอาไว้ ตอนนี้พื้นที่เล็กๆบนโซฟาเลยถูกตีตราจองไปด้วยคนสองคน

  

แล้วมันก็ต้องตัดสินเพื่อหาผู้ชนะสินะ!

  

ทงเฮใช้สัญชาตญาณลิงถีบกยูฮยอนออก ส่วนอีกคนก็ใช้สัญชาตญาณปลาหมึกที่เพิ่งจะได้รับเมื่อไม่กี่วัน จับขอบโซฟาเอาไว้แน่น คราวนี้ใครหนึบ..คนนั้นได้!!

  

ลิงก็เกาะ หมึกก็เกาะ

  

มันยากที่จะตัดสินนะ..ว่าสองอย่างนี้ อะไรจะหนึบกว่ากัน!!!???

  

แล้วข้อสรุปมันควรจะเป็นอย่างไรล่ะ??

 

 

 

 

 

 

          .            อ่อก!!  อุ่ก!!    

((อุ๊บ!!))

   

เสียงกระดูกกระแทกพื้น เสียงหลังเดาะพื้น และเสียง....??

  พอตั้งตัวได้ ทงเฮก็ผุดลุกขึ้นทันใด แก้มใสขึ้นสีแดงเรื่อจนมะเขือเทศยังเรียกพี่ หลังมือบางปาดซ้ำไปซ้ำมาที่ริมฝีปากชื้น   ใช่!  เขาบังเอิญกลิ้งตกจากโซฟาแล้วไปจูบเข้ากับ.....??.....พื้นงั้นเหรอ??  ไม่!  ไม่ใช่พื้น!! แต่เป็นไอ้สิบสามตัวยาวที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นพรมนั่นต่างหากเล่า!!  

ที่สำคัญเขาเป็นคนจูบซะด้วยสิ

 

ก็เขาอยู่ข้างบนนี่!!

  

ทงเฮกระชากผ้าห่มสีขาวสะอาดมาจากเตียงคนไข้กลางห้อง แล้วรีบเอามาคลุมโปงและนอนคุดคู้อยู่ในนั้นบนโซฟา ที่ในที่สุดของชิงมาได้ซักที แม้จะต้องแลกด้วย จูบแบบเด็กๆ

 

    

คนตัวสูงที่ก็เข้าขั้นอึ้งกิมกี่ไปนานพอสมควร ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นจนเป็นท่านั่ง หันไปทางก้อนกลมๆบนโซฟาตัวยาวติดผนัง แล้วก็อดที่จะยิ้มออกมากว้างๆอย่างมีความสุขไม่ได้

   

สัมผัสอุ่นๆ ยังล้อเล่นกับสายลมแผ่วให้ไล้วนเวียนอยู่ที่ริมฝีปาก

 

ย้ำให้เจ้าตัวรู้สึกดีทุกครั้งเวลานึกถึงภาพเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา...

  

ริมฝีปากของทงเฮ อุ่น นุ่ม หอม..ยากจะหาอะไรมาเปรียบ

 

 

 

 

 

 

              ..                  

ก่อกๆ!!

  

เคาะกำปั้นรัวเร็ว พลางก้มดูที่นาฬิกาข้อมืออย่างร้อนรน ทว่าคนภายในห้องกลับไม่มีวี่แววว่าจะหลุดจากภวังค์นิทราแสนหวาน

 

   ปึงๆ!!  

เปลี่ยนจากเคาะเป็นทุบถี่ๆ นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นมาดูบ่อยขึ้น

  

คิบอม...จะเข้าห้องตัวเองต้องเคาะประตูด้วยเหรอ? ซองมินเดินยิ้มร่าเข้ามาทักทายยามเช้าที่ใกล้สาย

  

ก็...ทงเฮเค้าล็อกประตู

  

ทะเลาะกันอีกแล้ว ทำหน้าเซ็งกะตายก่อนจะวิ่งไปหน้าห้อง ไปซ้อมก่อนนะ แล้วนายก็ง้อทงเฮเร็วๆด้วยล่ะ เดี๋ยวพี่ลีทึกจะบ่นเอา

  

ครับ อืม....ผมอาจไปสายหน่อยนะ

  

โอเคๆ เดี๋ยวบอกพี่ลีทึกให้ ไปก่อนนะ โชคดี!”

  คล้อยหลังจากซองมินไม่นาน ใบหน้าหล่อคมก็หันกลับมาจ้องบานประตูอีกครั้ง คราวนี้ไม่เคาะ ไม่ทุบ แต่ผลักไปเลยต่างหาก  

ท่อนยาวๆภายใต้ผ้าห่ม บ่งบอกให้รู้ว่า ซึงเฮยังคงนอนขี้เซาไม่ยอมตื่น คิบอมตรงดิ่งเข้าไปกระชากผ้าห่มออกทันที

 ตื่น!!”  

อีกนิดน้า~ งื้ม~” มุดหน้าเข้าหาหมอนข้างอีกฝั่ง มือบางตามไปปิดหน้าปิดตา

  

สายแล้ว เดี๋ยวพี่ๆเค้าจะรอ

  

นายก็ไปดิ่ แล้วจะมายุ่งรัยกะฉันเนี่ย?

  

ซึงเฮ!! วันนี้นายต้องไปซ้อมที่สตูดิโอกับพวกเรา!!”

  

จะบ้าเหรอ?? ไม่นะ!! ฉันยังเต้นไม่เก่งเลย ร่างบางลุกพรวดขึ้นจนลำตัวตั้งฉากกับขา ตาที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่นเบิกโพลงเพราะไม่เชื่อหู ไม่เอาอ่ะ ไปบอกพวกเค้าเลยนะ ว่าขาฉันยังไม่หาย

  

ซึงเฮ!!” รั้งไหล่ไว้ทัน ก่อนที่คนตัวเล็กจะทิ้งตัวนอนแผ่บนเตียงอีกครั้ง

  

ไม่เอาอ่ะ คิบอม ไม่เอาๆๆๆ มีหวัง ความลับแตกแน่ๆ!!”

  

ถ้านายไม่ยอมไป ความลับมันจะแตกเร็วกว่านี้ดึงซึงเฮจนหลุดออกจากเตียงจนได้ ไปอาบน้ำ ด่วน! ฉันให้เวลา 5 นาที

  

จะบ้ารึงัยเล่า อาบน้ำนะ ไม่ได้วิ่งผ่าน!”

 

         เร็วเข้า!”

 

 

 

             ..        

 

 

      

ไอ้บ้า ไอ้เอาแต่ใจตัวเอง ไอ้ไม่เข้าใจคนอื่น ไอ้...

  

อะไร?

 

         กำลังนินทานาย

        ตอบตรงประเด็นเป๊ะ เลยได้ตาดำขลับของคิบอมจ้องเขม็งเข้าให้

         อะไร...จะเสกหนังควายเข้าท้องฉันเหรอ? จ้องซะ

         เร็วเข้า ตัวก็ไม่อ้วนแต่อืดชะมัดดึงแขนซึงเฮที่เอาแต่เดินทอดน่องจนตัวแทบปลิว ไม่ได้สนใจว่าคนตัวเล็กจะล้มหัวคะมำเอาบ้าง

          โอ๊ย! ไอ้ซาดิสต์!!”    

 

 

          สภาพหมีแพนด้าของซึงเฮ ทำให้สมาชิกในวงอดสงสัยและเป็นห่วงไม่ได้ ทุกคนต่างบอกกับเขาเป็นเสียงเดียวกันว่า  

         ไม่ควรแอบร้องไห้มาก แล้วเวลามีปัญหาอะไรกับคิบอมก็ให้รีบๆปรับความเข้าใจ 

          ไอ้บ้าตัวดำนั่น มันไปกุเรื่องอะไรไว้อีกนะเห็นหน้าตาเป็นห่วงเป็นใยกันจนเว่อร์เกินเหตุของแต่ละคน ล่ะอยากจะตะโกนใส่หน้าให้ว่า 

          ที่แปลงร่างเป็นหมีแพนด้า ก็เพราะไอ้ที่โดนลากไปซ้อมเต้นทุกคืนต่างหาก!!!’   

 

           ซึงเฮเต้นไปก็มั่ว ขาพันกันไปเรื่อย บางทีก็คว่ำคะมำ บางทีก็เซถลาก้นกระแทกพื้น 

          คิบอม มาดูแลแฟนแกหน่อยซิ ขาหายเจ็บดีรึยังเนี่ย? 

           เจ้าของชื่อ คิบอม