[Tag] My 3 favorite kiss scenes on fiction !

posted on 04 Jul 2013 15:55 by katere in Talk

มาเล่น Tag กันเถอะ

#ฉากจูบที่ชอบที่สุดในฟิคที่เคยเขียน


 

ที่เท่เร่เลือกมาเป็นเวอร์ชั่นแรกที่เขียนของแต่ละเรื่องนะ เพราะมันเป็นฟีลจากตัวละครนั้นจริงๆ (เพราะมีหลายเรื่องที่ผ่านการแปลง คิคิ)

 

1 : ขอเป็นเรื่องนี้เลย เป็นฟิคใสๆแต่ฉากจูบร้ายกาจ ที่ชอบเพราะมันใสๆแล้วก็ดันจะเกือบหลุดใสนี่แหละ 55555555 ชอบบบ !

จากเรื่อง Dizzy kiss / 2Min (SHINee)

 

ไฟที่ห้องรับแขกถูกปิดลงแล้ว แสดงว่ามินโฮก็คงจะนอนแล้วเหมือนกัน แทมินค่อยย่องไปที่โซฟาตัวยาว แต่มันคงไม่ยาวเท่าความยาวของมินโฮ เพราะเขาเห็นหมอนั่นคุดคู้อยู่ในท่ากุ้งแห้ง

 

เสียงลมหายใจครืดคราดดังเบาๆให้แทมินอุ่นใจ ..หลับง่ายจังแฮะ.. อย่างน้อยๆก็คงไม่ตื่นมาต่อล้อต่อเถียงกับเขาได้ แทมินคลี่ผ้าห่มออกแล้วค่อยวางลงบนร่างอีกฝ่าย จัดแจงจนคลุมถึงคอเสร็จแล้วก็ผละออกมายืนมองผลงาน

 

แสงจันทร์ในคืนเดือนหงายหลังจากฝนซาไปแล้วส่องสว่างจนเห็นรูปหน้าของคนที่นอนหลับปุ๋ยชัดเจน แทมินยิ้มออกมาอย่างเปิดเผยเมื่อเห็นว่าตอนนี้มินโฮได้กลายเป็นเด็กน้อยนอนง่ายไปเสียแล้ว กำลังจะพลิกตัวเพื่อกลับไปนอนบ้าง แต่ก็ต้องชะงักแล้วหันกลับมาใหม่ ตัวเล็กโน้มลงเล็กน้อยจนเห็นใบหน้าของมินโฮชัดเต็มสายตา นิ้วชี้ค่อยเลื่อนไปลูบขนคิ้วเบาๆ พลางคิดไปว่ามันนุ่มมือจัง

 

“แทมิน” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำให้ลมหายใจแทมินกระตุก เขารีบเด้งตัวออกมาแต่ก็ช้ากว่ามินโฮที่ดึงจนเขาลอยจมอกพร้อมกับกอดเอาไว้ทั้งตัวไม่ให้หนีไปไหน

 

“นี่นาย จะทำอะไรน่ะ!!?”

 

“คนที่ต้องถามน่ะมันฉันไม่ใช่หรอ คิดจะทำอะไรหือ??”

 

“อะไรล่ะ ก็แค่เอาผ้าห่มมาให้ กลัวว่าจะเป็นปอดบวมตายเอา” แทมินดิ้นขลุกขลักอยู่บนตัวมินโฮที่ก็รัดเขาแน่นจนแทบกระดิกไม่ได้ “ปล่อยเดะ”

 

“เป็นห่วงเหรอ?”

 

“ก็แค่ไม่อยากให้มีคนตายในห้องเฉยๆ”

 

“เฮอะ แต่ละคำพูดน่าตีปากซะจริง” มินโฮขยับตัวเข้าชิดพนักโซฟาทำให้พื้นที่แคบๆบนนั้นมีมากขึ้น เขาดึงตัวแทมินลงมานอนข้างๆแล้วก็โอบแขนรอบตัวนุ่มๆนั้นต่างหมอนข้าง

 

“นี่นาย..”

 

“หนาวอะ ขอกอดหน่อยไม่ได้หรอ?”

 

“ไม่ได้!”

 

“ก็กอดไปแล้ว”

 

“กอดแล้วก็ปล่อยได้”

 

“เรื่องไรจะปล่อย”

 

“ปล่อย”

 

“ไม่”

 

“ไอ้มินโฮ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”

 

“โอยง่วง นอนเหอะแทมิน จุ๊บ!” จุ๊บหน้าผากเนียนไปทีแล้วก็ขยับตัวเล็กๆนั้นให้แน่น มินโฮลอบยิ้มก่อนหลับตาพริ้มเตรียมจมสู่ห้วงนิทรา ก่อนจะนึกขึ้นได้

 

อา...เขาจุ๊บแทมินอีกแล้ว

 

แล้วก็น่าแปลกที่รายนั้นดันเงียบไปทันทีหลังจากที่โดนจุ๊บ มินโฮค่อยเพิ่มระยะห่างระหว่างกันจนมองเห็นอีแทมินเต็มสายตา ตากลมคู่นั้นช้อนมองเขาตาแป๋ว..อย่างนี้ทุกทีสิน่า ชอบยั่วกันอยู่เรื่อย

 

“จูบกันป่ะ?” 

 

“ไม่”

 

“ก็อยากจูบหนิ”

 

“ไม่เอา ปล่อยเด้!” เหมือนเด็กที่งอแงเพราะไม่ได้ดั่งใจ แทมินทั้งดันทั้งยัน ท่อนขาที่ถูกมินโฮล็อกไว้ก็พยายามดิ้น แต่ฝ่ายมินโฮน่ะไม่มีสะทกสะท้าน กลับยิ่งโอบตัวแทมินให้แน่น ฝ่ามือสอดเข้าไปรั้งท้ายทอยดึงเข้าหา

 

“จูบนะ”

 

เขาจงใจไม่จูบแทมินเดี๋ยวนั้น แต่รอดูอาการก่อนว่าตัวเล็กนี่จะทำยังไง แล้วริมฝีปากของเขาก็ได้คลี่ยิ้มเมื่อแทมินหยุดดิ้นแล้วมองปากเขาตาไม่กะพริบ ตอนนี้มินโฮก็เลยเบียดจูบเข้าหาช้าๆ และงับเอากลีบปากล่างเบาๆให้ใจหวิวเล่น

 

อา...นี่เป็นจูบที่สามของพวกเขารึเปล่านะ?

 

แถมคราวนี้ก็ไม่เมาซะด้วย แล้วจะอ้างว่าอะไรล่ะเนี่ย?

 

มินโฮผละออกนิดหน่อยเพื่อประกบปากลงไปใหม่ในทิศทางที่เปลี่ยนไป ท่อนแขนโอบเอาเอวบางเข้าชิดตัวแล้วใช้ท่อนขาล็อกเอาไว้อีกแรงกันหนี..ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าแทมินคงไม่หนีหรอก เรียวลิ้นตอบโต้กันไปตามแรงอารมณ์ที่ลากอย่างเอื่อยเฉื่อย ปลายจมูกเบียดกันบ้างบางทีตอนที่มินโฮเปลี่ยนองศาการฉกชิงความหอมหวานจากโพรงปาก

 

เขาพลิกตัวเองขึ้นมาคร่อมแทมินเอาไว้ แล้วเริ่มต้นจูบใหม่ ฝ่ายนั้นก็ยอมรับจูบหวามไหวทั้งที่สั่นไปทั้งตัว มินโฮลอบยิ้มทันทีเมื่อสังเกตได้ถึงอาการนั้น เขาเลื่อนริมฝีปากออกไปประทับจูบตามผิวแก้ม และไล่ลงต่ำไปตามซอกคอ และหัวไหล่

 

“ไม่คิดจะขัดขืนรึไง?” มินโฮยิ้มกว้างทันทีตอนที่แทมินใช้ฝ่ามือดันหน้าอกเขาออกอย่างแรง คำถามนั้นคงทำให้แทมินโกรธไม่น้อยถึงได้แสดงท่าทีแบบนี้ออกมา แต่ใช่ว่าที่เขาถามไปจะหมายความตามนั้นซะหน่อย

 

ไม่ขัดขืนแบบนี้แหละดีแล้ว...

 

เพราะงั้นแทมินก็เลยโดนป้อนจูบไปอีกหลายต่อหลายคำ และยิ่งมากเข้า ความร้อนแรงของจูบก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นจนยากจะทานไหว เม็ดกระดุมพลาสติกถูกปลดออกหลายเม็ด สาบเสื้อนอนที่แหวกออกเผยให้เห็นแผ่นอกบางขาวนวลเนียน และมินโฮก็ไม่รอช้าที่จะประทับจูบลงบนนั้น

 

“อื้ออออ!!”

 

ใบหน้าหวานหันหนีตามแต่ที่มินโฮจะตามไล่จูบ ทั้งติ่งหู ซอกคอ ทั้งซ้ายและขวา ผลัดกันไปมาจนแทมินหายใจไม่ทัน ความร้อนจากฝ่ามือที่ลูบไล้ภายใต้เสื้อนอนตัวบางส่งผลให้ร่างแอ่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แทมินรู้ได้ว่าเขากำลังควบคุมตัวเองไม่ได้ สัมผัสจากมินโฮทำให้มึนงงไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไหน ทั้งที่สมองสั่งให้ผลักคนตัวสูงนี่ออก แต่ร่างกายกลับไม่มีแรง

 

“อ้ะ....” กระแสไฟอ่อนๆแล่นตามแนวสันหลังตอนที่ริมฝีปากชื้นบดจูบลงบนเม็ดสีชมพูบนหน้าอก และตามด้วยลิ้นแฉะที่จงใจไล้เลียให้ช่องท้องปั่นป่วนตามไปด้วย “ไม่..ไม่เอา มินโฮ”

 

เพราะเสียงหวานที่เหมือนจะบอกให้เขาหยุด ทำให้มินโฮนึกรำคาญขึ้นมานิดหน่อย เขาจึงเลื่อนใบหน้าขึ้นไปป้อนจูบแทมินอีกครั้ง พร้อมกับรั้งเอาร่างเบาขึ้นมานั่งบนแผ่นกล้ามหน้าท้อง เสื้อนอนที่ถูกปลดกระดุมออกจนครบไหลเลื่อนลงมากองอยู่ที่เอว

 

มันเป็นภาพที่ทำให้สติมินโฮแทบจะเลือนหาย ฝ่ามือหนารั้งเอาใบหน้าหวานลงมาบดจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงดำเนินไปอย่างยากที่จะควบคุม ทั้งฝ่ามือ ริมฝีปาก ปลายจมูก มันหยุดไม่ได้ที่จะสัมผัสทุกสัดส่วนที่อยู่ตรงหน้า

 

 

 

 

 

ตุ่บ!!!

 

 

 

 

 

“โอ๊ยยยยย!!”

 

 

 

 

โชคดีนะที่หล่นลงจากโซฟาจนเอวเดาะกันถ้วนหน้า จูบก็เลยไม่เลยเถิดจนกลายเป็นมากกว่าจูบ

 

 

เอ๊ะ? หรือจะเรียกว่าโชคร้ายดีล่ะ?? (ยิ่งสำหรับรีดเดอร์ด้วยน่ะนะ *หึหึ)

 

 

 

 

“แฮ่ก!”

 

แทมินรีบผละออกจากร่างสูง มือเล็กดึงเอาเสื้อนอนขึ้นมาปิดบังร่างกายทันที มินโฮที่ตกลงมาเอาหลังกระแทกกับพื้นเข้าอย่างจึงถึงกับตัวงอจนลุกไม่ขึ้น จังหวะนั้นแทมินก็เลยรีบลุกหนีแล้ววิ่งเข้าห้องนอนปิดประตูดังโครม

 

“แทมิน แทมินเดี๋ยวก่อนเดะ!”

 

“อัชช์ เจ็บอะ แทมินนนน ออกมาหายาแก้เคล็ดให้ก๊อนน!!”

 

 

//////////////////////////////////////////////////////

 

 

2 : ขอเป็นเรื่องนี้ละกัน น่าจะเป็น NC แรงๆเรื่องแรกๆของเท่เร่เลยละมั้ง จะมีคนจำได้มั้ยนะ

If you alone / Kyuhae (SJ) นั่นเอง ^^ ที่ชอบเพราะเป็นจูบร้อนๆในน้ำเย็นๆ อร๊ายยย !

 

“ทงเฮ!!!!”

 

เขามาช้าไป ช้าจนปล่อยให้คิมฮีชอลทำร้ายทงเฮได้ คยูฮยอนเร่งฝีเท้าและไม่รอให้มันหยุดนิ่งลงตรงไหน เขากระชากสูทออกจากตัวก่อนทิ้งร่างทั้งร่างลงกระแทกผืนน้ำเย็นเฉียบและออกแรงทั้งหมดเพื่อแหวกว่ายไปยังร่างเล็กที่ไม่ขยับไหว

 

มวลของน้ำทำให้การเคลื่อนไหวผ่านเสื้อผ้าที่ไม่ได้ออกแบบให้เหมาะกับการเคลื่อนไหวในน้ำเป็นไปค่อนข้างลำบาก แต่เพราะเรี่ยวแรงที่มีมากพอก็ทำให้คยูฮยอนได้ร่างของทงเฮมาอยู่ในมือจนได้ เขาใช้ท่อนแขนขวารวบเอวทงเฮเอาไว้และยกมันจนหน้าขาวใสโผล่พ้นผืนน้ำขึ้นมา มืออีกข้างตามไปประคองเรียวหน้าได้รูปนั้นไว้ในอุ้งมือพลางปัดปลายผมจนเผยให้เห็นผิวหน้ากระจ่างเต็มสายตา ดวงตากลมเปิดปรือขึ้นจนเห็นนัยน์ตาสีชาที่ดูอ่อนแอเหลือเกิน แต่คยูฮยอนรู้ว่าความอ่อนแอที่ส่งผ่านออกมานั้นมันมาจากภายในจิตใจไม่ใช่ร่างกาย “ทงเฮ....” แต่ถึงอย่างนั้นอารมณ์ดิบที่ยากเกินต่อต้านก็เอาชนะความหวั่นไหวในใจของเขาจนหมดสิ้น เรือนกายขาวนวลที่มีเพียงเชิ้ตขาวชุ่มน้ำปกปิดสะท้อนแสงไฟจนเห็นเป็นประกายเรืองรอง ความเย็นเฉียบจากสายน้ำชโลมล้างจนผิวกายขาวซีดขับรอยสีกุหลาบที่เขาแต้มไว้กับมือให้เด่นชัดในสายตา คยูฮยอนเลื่อนสายตาขึ้นมาจับอยู่ที่กลีบปากแดงสั่นริกก่อนขยับนิ้วเรียวไปแตะต้องมันแผ่วเบาและลากไล้มันจนก่อเกิดเป็นความอุ่นวาบ

 

อยากสัมผัส อยากแตะต้อง....ให้มากกว่านี้

 

เสียงเชียร์ข้างสระดังแค่ไหนเขาไม่มีวันรู้ เพราะประสาทสัมผัสทุกส่วนยอมรับสัมผัสจากร่างตรงหน้าเพียงอย่างเดียว มือเล็กขยุ้มบ่ากว้างเหมือนหยั่งรู้ได้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไป ทว่าไม่มีเสียงประท้วงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน คยูฮยอนกดนิ้วโป้งลงบนริมฝีปากล่างจนขึ้นสีเลือดก่อนจะทาบริมฝีปากร้อนทับลงไปอย่างย่ามใจ เสียงครางหวิวดังชัดในโสตประสาทกระตุ้นให้เขาออกแรงมากกว่าเดิม ลิ้นร้อนเลียเบาๆเชิงขออนุญาตก่อนที่มันจะกลายเป็นความอุกอาดเมื่อทงเฮตอบรับมันไม่ทันใจ ฝ่ามือหนาที่ประคองหัวทุยไว้อยู่แล้วบังคับให้ทงเฮเอียงหน้ารับรสจูบจนถนัดถนี่ คยูฮยอนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างแก้ม มันหอบกระชั้นคล้ายคนจะขาดใจแต่เขาไม่นึกสงสาร กลับเดินหน้ารุกไล่จนเรียวลิ้นเล็กยอมจำนน

 

รสจูบรุ่มร้อนท่ามกลางอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศายังคงดำเนินยาวนานอยู่ภายใต้แสงจันทร์ ร่างกายเย็นเยียบจนแทบขาดใจหากแต่ไม่มีใครคิดหยุดเมื่อหัวใจมันยังเรียกร้องรสสัมผัสไม่รู้จักจบจักสิ้น

 

“ว้าว! นี่เป็นเซอร์ไพร์จาก Couple of the night  ที่เร่าร้อนเท่าที่สุดที่เคยเจอมาเลยครับ!!”

 

 

//////////////////////////////////////////////////////

 

 

3 : ฉากที่ 3 นี่คิดยากเลย มันมีหลายเรื่องที่สูสีๆกัน อา....ตอนนี้มีสามเรื่องอยู่หัว ติ๊กต่อกๆๆๆๆๆ

เอาเป็นเรื่องนี้ละกัน ! Day of loved / 2Min (SHINee) แง จริงๆฉากจูบของชานแบคใน like a dream ก็ชอบนะ เลือกยากจริงๆ แต่ที่เลือกเรื่องนี้ น่าจะเป็นเพราะฉากแล้วก็ความรู้สึกในเรื่องด้วยละมั้ง มันลึกซึ้งจริงๆนะ

 

 

มินโฮเดินทางไปลาแม่ที่หลุมฝังศพก่อน แล้วจึงค่อยไปที่สถานีรถไฟ แต่ระหว่างทางที่ผ่านบ้านของแทมิน เขาก็อดไม่ได้ต้องหยุดฝีเท้าเอาไว้

 

ปิ๊งป่อง

 

เขาตัดสินใจกดออดหน้าบ้าน ยืนรออยู่สักพักหญิงสาววัยกลางคนที่เขารู้จักดีก็ออกมาเปิดประตูให้ เธอนิ่งไปนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ออกปากไล่เขาแต่อย่างใด

 

“ผมแวะมาลาน่ะครับ” มินโฮเอ่ยเสียงเรียบ และแม่แทมินเองก็ดูจะทำสีหน้าไม่ถูก เธอเบนหน้าหนีไปอีกทางเพียงนิดก่อนจะหันกลับมา

 

“เดินทางวันนี้เหรอ?”

 

“ครับ”

 

“อ..อืม....ไปดีมาดีล่ะ”

 

มินโฮโค้งให้หญิงสาวตรงหน้า หากแต่ยังไม่ขยับตัวไปไหน ตาคมมองผ่านไปยังตัวบ้านทว่าไม่กล้าเอ่ยปากถาม

 

แม่ของแทมินกระแอมเสียงเพียงนิด “แทมินไม่อยู่หรอก ไปทำงานที่บ้านเพื่อนน่ะ แต่เดี๋ยวน้าจะบอกให้ละกัน”

 

 

เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ แต่ทำไมก็ยังคิดโง่ๆที่จะทำอะไรแบบนี้อีกนะ??

 

เมื่อรู้แน่ชัดว่าถึงอย่างไร ก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกับแทมินอยู่แล้ว มินโฮจึงโค้งให้หญิงสาวอีกครั้ง ใบหน้าคมเงยขึ้นมองตัวบ้านที่คุ้นเคยพอๆกับบ้านหลังเล็กของเขา หน้าต่างบานนั้นที่แทมินมักจะชอบโผล่หัวออกมาเรียกเขาทุกเย็นตอนที่กลับจากเล่นบาสฯ วันนี้กลับเงียบเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กตากลมช่างจ้อ

 

เขายิ้มบางๆให้กับตัวเอง แล้วจึงหมุนตัวกลับออกมา

 

 

 

 

“น้าขอโทษนะ มินโฮ”

 

 

น่าแปลก ที่แผ่นหลังกว้างของเด็กหนุ่มที่ห่างไกลออกไปมันทำให้ใจของเธอวูบโหวงมากนัก

 

 

 

 

บริเวณสถานีรถไฟยังคงพลุกพล่านไปด้วยฝูงชนอย่างเช่นทุกวัน มินโฮมาถึงก่อนเวลา 20 นาที หากแต่เขาไม่ได้คิดนั่งรอ เจ้าของร่างสูงยังคงยืนนิ่งและหันมองรอบตัวบ่อยครั้งราวกับรอใครซักคน

 

ความคิดโง่ๆ

 

ถ้าแทมินจะมาส่งเขาจริงๆ อย่างน้อย..คีย์ก็ต้องโทรบอกเขาซักนิด แต่ว่านี่ไม่มีเลย ทั้งคีย์ทั้งแทมินต่างก็เงียบหายกันไปทั้งคู่

 

5 นาทีที่เข็มนาฬิกาเดินผ่านไป มันช่างตรงกันข้ามกับความรู้สึกของเขาเหลือเกิน เชวมินโฮอยากหยุดทุกความรู้สึกเอาไว้ ไม่อยากให้มันเจ็บปวดไปมากกว่านี้ ทว่า..เขาก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์มากพอจะทำแบบนั้นได้ จึงได้ปล่อยให้ความรู้สึกเจ็บเล่นงานเสียจนแค่หายใจก็ลำบาก

 

จากนี้ไป...ชีวิตที่ไม่มีอีแทมินของเขา จะเป็นอย่างไรนะ

 

ถ้าจะไม่ได้ยินเสียงนั้นเจื้อยแจ้ว...

ถ้าจะไม่ได้เห็นใบหน้าอ่อนหวานนั้น...

และถ้าจะไม่ได้กอดร่างบอบบางนั้นไว้....

 

เขาจะทนอยู่ได้อย่างไร

 

 

“พี่มินโฮ!”

 

 

น่าตลก ที่เพียงแค่นี้ เขาก็คิดถึงอีกคนมากมายจนหูเฝื่อนได้ยินไปเองว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของแทมิน

แต่มันก็น่าตลกกว่า ที่เขาเพิ่งรู้ว่าเป็นอีแทมินจริงๆ ที่กำลังซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังของเขา

 

มือเล็กสอดประสานกันแน่นอยู่ตรงหน้าท้อง ความอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั้งตัวทำให้มินโฮกลั้นน้ำตาไม่ได้อีกต่อไป

 

“แทมินนี่...”

 

“ฮะ แทมินมาส่งพี่มินโฮแล้ว แทมินอยู่นี่แล้วฮะ” แทมินเองก็สะอื้นไห้เหมือนกันหรอกหรือ? มินโฮยิ้มบาง ก่อนยกหลังมือขึ้นปาดหยดน้ำตาของตัวเองแล้วรีบหันกลับไปมองใบหน้าหวานนั้น

 

ภาพเด็กน้อยร้องไห้ขี้มูกโป่งเมื่อสามปีที่แล้วแว่บเข้ามาในหัว แทมินตอนนี้ แทบไม่ต่างไปจากตอนนั้นเลย

 

มินโฮเกลี่ยข้อนิ้วไปตามแนวแก้มใสซึ่งเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา

 

“พี่มินโฮ.....”

 

“ครับ?”

 

“ห้ามลืมแทมินนะ”

 

“ไม่มีวันลืมหรอก แทมินจะอยู่ในนี้ตลอดไป” เขากุมมือบางนั้นไว้ และทาบมันไว้ตรงอกข้างซ้าย “แทมินก็ห้ามหนีพี่ไปไหนนะ ต้องอยู่กับพี่ในนี้ แม้ว่ามันจะแคบแค่ไหนก็ตาม รู้มั้ยครับ?”

 

“อื้ม...”

 

“ยิ้มให้พี่ได้มั้ย?” แทมินกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แล้วจึงค่อยคลี่ยิ้มออกมา รอยยิ้มที่บางเบา ทว่าสดใสราวกับดอกไม้ต้นฤดู มินโฮยิ้มตอบให้อย่างอ่อนโยน

 

เขาได้ยินเสียงระฆังดังบอกเวลาขึ้นรถ แต่ไม่รู้เพราะอะไร เขาถึงตัดสินใจแนบริมฝีปากลงบนปากบางนั้น กดย้ำ ครอบครองอย่างโหยหาทว่านุ่มนวลในทุกสัมผัส ความอ่อนหวานของแทมินไม่เคยแปรเปลี่ยนไป มันยังคงหอมละมุนสำหรับเขา และดึงดูดให้หลงใหลจนยากจะถอดถอน

 

ท่อนแขนแกร่งโอบประคองเอวเล็กไว้ในอ้อมกอด จุมพิตลึกซึ้งก่อเกิดขึ้นท่ามกลางประจักษ์พยานนับร้อยรอบข้าง

 

 

จนคีย์เองยังถึงกับต้องยกมือไปปิดตาคนเป็นพ่อ^^

 

 

 

“ห้ามลืมแทมินนะฮะ”

 

 

“อืม พี่สัญญา”

 

 

 

 

ฮิฮิฮิฮิ ไม่ได้เล่น Tag อะไรแบบนี้นานแล้ววว

จริงๆแท็กนี้ไม่ได้รับมาจากใครหรอก อยากเล่นเอง รู้สึกคิดถึงวันวานก็เลยกลับไปอ่านฟิคแล้วอยากลองแชร์ฉากที่เคยเขียนไว้ตั้งแต่เมื่อ 7-8 ปีก่อน เผื่อจะมีใครคิดถึง มีรึเปล่านะ 5555

 

ใครว่าง อยากเอาไปเล่นก็ได้นะจ้ะ ^^ แล้วอย่าลืมเมนชั่นมาให้เท่เร่อ่านล่ะ @katerekun